การเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่มีคุณลักษณะเหมาะสมกับสภาพผิว และตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข เป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันปัญหาการจับตัวเป็นก้อนหรือการสลายตัวของฟิลเลอร์ที่รวดเร็วเกินไป ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและลดความเสี่ยงในระยะยาว ผู้เข้ารับบริการควรพิจารณาข้อมูลเชิงลึกของแต่ละยี่ห้อควบคู่ไปกับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ที่พบบ่อย
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณลักษณะเหมาะสมกับแต่ละบริเวณที่ต้องการแก้ไข เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยลดความเสี่ยงตามมาตรฐานทางการแพทย์ เช่น
Juvederm
Juvederm เป็นฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกา นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย Allergan (Thailand) Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านเวชภัณฑ์และความงาม จุดเด่นคือเนื้อฟิลเลอร์มีความเรียบเนียนและคงรูปได้ดี มีหลายรุ่นให้เลือกตามตำแหน่งที่ฉีด เหมาะสำหรับงานปรับรูปหน้าและเพิ่มมิติ
- ระยะเวลาการอยู่ตัว: ประมาณ 12–18 เดือน
- ช่วงราคาโดยประมาณ: 12,000–20,000 บาท / CC
Restylane
Restylane เป็นฟิลเลอร์สัญชาติสวีเดน นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย Galderma (Thailand) Ltd. มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฟิลเลอร์กลืนไปกับผิว และขยับตามสีหน้าได้เป็นธรรมชาติ เหมาะกับหลายบริเวณ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ปาก
- ระยะเวลาการอยู่ตัว: ประมาณ 9–18 เดือน
- ช่วงราคาโดยประมาณ: 10,000–18,000 บาท / CC
Belotero
Belotero เป็นฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย Merz Aesthetics Thailand เด่นด้านความยืดหยุ่นและการกระจายตัว เหมาะสำหรับผิวบางหรือบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ริ้วรอยเล็ก ๆ
- ระยะเวลาการอยู่ตัว: ประมาณ 6–12 เดือน
- ช่วงราคาโดยประมาณ: 9,000–15,000 บาท / CC
Neuramis
Neuramis เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Medytox และจัดจำหน่ายในประเทศไทยผ่านตัวแทนอย่างเป็นทางการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน อย. ไทย เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในด้านความคุ้มค่า เหมาะสำหรับการเติมเต็มปริมาตรในหลายตำแหน่ง เช่น คาง แก้ม ขมับ
- ระยะเวลาการอยู่ตัว: ประมาณ 6–12 เดือน
- ช่วงราคาโดยประมาณ: 7,000–12,000 บาท / CC
เลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ควรมีคุณสมบัติอย่างไร
คุณสมบัติของฟิลเลอร์ส่งผลต่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ได้ ดังนั้นก่อนเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ควรพิจารณาจากคุณสมบัติของฟิลเลอร์ดังนี้
- ค่าความอุ้มน้ำ : ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูชุ่มชื้น เติมเต็มได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ
- ขนาดเม็ดฟิลเลอร์ : เม็ดเล็กใช้กับริ้วรอยตื้น เม็ดใหญ่ใช้เติมร่องลึกและปรับโครงสร้างหน้า
- จำนวนการเชื่อมพันธะ : ส่งผลต่อความคงตัวและอายุการใช้งาน ยิ่งพันธะสูงยิ่งอยู่ได้นานขึ้น
- ความแข็ง : กำหนดแรงยกตัว เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการปรับทรงชัด เช่น คางหรือโหนกแก้ม
- ความยืดหยุ่น : ช่วยให้ฟิลเลอร์ขยับตามการแสดงสีหน้าได้ดี ดูเป็นธรรมชาติไม่แข็งทื่อ
- ความกระจายตัว : ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์เรียบเนียนสม่ำเสมอไปกับผิว ไม่เป็นก้อน
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี มีกี่ประเภท
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีจากประเภทของสารเติมเต็ม ควรพิจารณาจากความต้องการในการแก้ปัญหาผิวและระยะเวลาการคงผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการสลายตัวได้ ดังนี้
- สารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler) : ประกอบด้วยสารไฮยาลูรอนิกแอซิด ซึ่งเป็นประเภทที่นิยมใช้เนื่องจากสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
- สารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) : ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าประเภทชั่วคราว แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถใช้เอนไซม์ฉีดสลายได้
- สารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler) : เป็นกลุ่มสารที่ไม่สามารถสลายตัวได้เอง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงในระยะยาวได้มากกว่าประเภทอื่น
เนื้อฟิลเลอร์มีกี่แบบ อะไรบ้าง
นอกจากคุณสมบัติของฟิลเลอร์แล้ว ก่อนเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีควรดูจากเนื้อสัมผัสด้วยเพราะส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ได้ โดยเนื้อฟิลเลอร์สามารถแบ่งตามความนิ่มและความแข็งได้เป็น 3 แบบ ได้แก่
- เนื้อละเอียด/เนื้อนิ่ม : มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง กระจายตัวได้ดี เหมาะสำหรับผิวบางหรือต้องการความละเอียด เช่น รอบดวงตาและริมฝีปาก เพื่อให้ผิวเรียบเนียน
- เนื้อระดับปานกลาง : มีความคงตัวและยืดหยุ่นที่สมดุล เหมาะสำหรับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และการเติมความอิ่มเอิบ
- เนื้อแข็ง : มีแรงยกตัวค่อนข้างสูงและคงรูปได้ดี เหมาะสำหรับฉีดชั้นลึกเพื่อเสริมโครงสร้างหรือปรับทรงให้ชัดเจน เช่น บริเวณคาง โหนกแก้ม และฐานจมูก
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ต้องเลือกอย่างไร
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านของผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการการใช้งาน โดยมีแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น ดังนี้
- ควรพิจารณาจากตำแหน่งที่ต้องการฉีดเป็นหลัก เพราะแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น งานใต้ตาที่ต้องใช้เนื้อละเอียด ในขณะที่งานคางจะเน้นตัวที่มีความคงตัว
- ตรวจสอบสถานะ อย. ไทย ของยี่ห้อนั้น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ อย. เพื่อความมั่นใจว่าสารจะสลายตัวได้เอง
- เช็กวิธีการตรวจสอบล่วงหน้า ว่ายี่ห้อที่จะฉีดต้องสแกนผ่านแอปฯ ไหน หรือต้องดูสติกเกอร์โฮโลแกรมตรงไหนบ้าง
- เปรียบเทียบระยะเวลาการคงอยู่ ของแต่ละรุ่นเพื่อให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไป (มีตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึง 2 ปี)
- ประเมินงบประมาณที่ไหว โดยพิจารณาว่าหากเลือกยี่ห้อราคาประหยัดอาจต้องกลับมาฉีดซ้ำบ่อยกว่ายี่ห้อราคาสูง
- ดูรีวิวจากผู้ใช้จริงในตำแหน่งเดียวกัน เพื่อดูว่าหลังฉีดยี่ห้อนั้นแล้วมีการเคลื่อนตัวย้อยหรือเป็นก้อนหรือไม่
- เลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ และนำเข้าผลิตภัณฑ์โดยตรงจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
- คุยกับแพทย์ให้ชัดเจนเรื่องผลลัพธ์ที่อยากได้ เพื่อให้แพทย์แนะนำว่าควรฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ให้เหมาะสมกับผลลัพธ์และความต้องการ
สรุป
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่นิยมในไทยมีหลายยี่ห้อ ซึ่งที่พบบ่อยก็จะมี Juvederm, Restylane, Belotero และ Neuramis ซึ่งการเลือกฟิลเลอร์ที่มีเนื้อสัมผัสและคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข ควบคู่กับการตรวจสอบมาตรฐาน อย. ช่วยในการป้องกันปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนและช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกยี่ห้อที่ตอบโจทย์กับแต่ละบุคคล พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อควรระวังหลังฉีดอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สารเติมเต็มเซตตัวได้ทรงที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ
