ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง กี่วันเห็นผล

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง กี่วันเห็นผล
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

การมีดวงตาที่ดูสดใส ไร้ร่องลึกและรอยหมองคล้ำ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่สามารถแก้ไขปัญหาส่วนนี้ได้อย่างตอบโจทย์ และเห็นผลได้ค่อนข้างเร็ว สำหรับคนที่มีปัญหาเบื้องต้นและไม่พร้อมผ่าตัดใหญ่ อย่างไรก็ตามก่อนทำหัตถการ ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ ความเสี่ยงและขั้นตอนการเตรียมตัว เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ได้รับผลลัพธ์ที่สวยงามและป้องกันผลข้างเคียงในระยะยาว

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่ช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับความเรียบเนียนบริเวณผิวหนังใต้ดวงตาที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการช่วยลดลักษณะความหมองคล้ำ และคืนความสดใสให้กับใบหน้าโดยรวมอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดศัลยกรรม

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่เน้นการเติมเต็ม เพื่อปรับสภาพผิวใต้ตาให้ดูเรียบเนียนขึ้น จึงเป็นทางอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการลดความเหนื่อยล้าและคืนความสดใสให้กับใบหน้า โดยมีรายละเอียดข้อดี ดังนี้

  • ผลลัพธ์มีความเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ : หากเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม สารเติมเต็มจะกลมกลืนไปกับผิวเดิม ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน
  • พักฟื้นน้อยและเห็นผลค่อนข้างเร็ว : เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงใต้ตาได้หลังเสร็จสิ้นหัตถการ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • แก้ปัญหาร่องใต้ตาและเบ้าตาลึก : ช่วยเติมเต็มพื้นที่ที่สูญเสียคอลลาเจนหรือไขมันตามวัย ให้ผิวบริเวณใต้ตาดูเต็มตื้นและเรียบเนียนขึ้น
  • ลดรอยหมองคล้ำใต้ตา : ช่วยอำพรางความคล้ำที่เกิดจากร่องลึกและเงาของผิวหนัง ทำให้ใต้ตาดูสว่างและสดใสขึ้น อย่างดูเป็นธรรมชาติ
  • จัดการริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา : ช่วยเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ส่งผลให้ริ้วรอยตื้น ๆ ดูจางลง
  • ปรับสภาพผิวที่หย่อนคล้อย : ช่วยพยุงโครงสร้างผิวใต้ดวงตาให้มีความกระชับ ลดลักษณะถุงใต้ตาที่เริ่มต้นหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง
  • แก้ไขความเหนื่อยล้าของใบหน้า : ช่วยปรับภาพรวมให้ใบหน้าดูพักผ่อนเพียงพอ และดูอ่อนเยาว์ลง โดยไม่ต้องอาศัยการพักฟื้นที่ยาวนาน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความละเอียดอ่อน แม้จะดูแลให้ปลอดภัยได้หากดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่ผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการปกติและปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

  • อาการบวมเขียวช้ำ : เป็นผลข้างเคียงปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งจะค่อย ๆ ทุเลาลงและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน : มักเกิดจากการเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับผิวใต้ตาที่บาง หรือเติมในปริมาณที่มากเกินไป
  • การเคลื่อนตำแหน่ง : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจเลื่อนผิดรูปได้หากมีการกด นวด หรือขยี้ตาแรง ๆ ในช่วงที่ตัวยายังไม่เซตตัวเข้ากับชั้นผิว
  • การอักเสบติดเชื้อ : ความเสี่ยงจากการดูแลแผลไม่สะอาด หรือทำในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มีอาการปวดบวมแดงผิดปกติ
  • การฉีดเข้าเส้นเลือด : เป็นกรณีร้ายแรงที่พบได้ค่อนข้างน้อย หากมีอาการปวดรุนแรงหรือผิวเปลี่ยนสีต้องรีบพบแพทย์ทันที

ทำไมการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องระวังเป็นพิเศษ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจำเป็นต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากผิวหนังบางเบาและเป็นตำแหน่งที่มีเส้นเลือดสำคัญซึ่งเชื่อมต่อกับดวงตาจำนวนมาก จึงต้องดำเนินการโดยแพทย์เพื่อวางตำแหน่งสารเติมเต็มในชั้นผิวที่ถูกต้องและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงและช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความเรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแบบไหนอันตราย

ผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยง และลักษณะการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

  • ใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน : การใช้สารเติมเต็มปลอมหรือไม่ผ่าน อย. อาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเป็นก้อนแข็งที่ไม่สลายตัวตามธรรมชาติ
  • ฉีดกับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ : เสี่ยงต่อการวางตำแหน่งผิดชั้นผิวและเกิดข้อผิดพลาดรุนแรง เนื่องจากขาดความรู้ด้านกายวิภาคและตำแหน่งเส้นเลือดสำคัญ
  • การฉีดเข้าอุดตันเส้นเลือด : เป็นอันตรายร้ายแรงที่สุดหากสารเติมเต็มเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนเลือด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อดวงตาหรือเนื้อเยื่อโดยรอบ
  • เติมปริมาณมากเกินความจำเป็น : การใช้จำนวนซีซีที่มากเกินไปทำให้ใต้ตาดูบวมย้อย เป็นก้อนแข็งตึง และขยับใบหน้าได้อย่างไม่เป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีร่องใต้ตาหรือเบ้าตาลึก : ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายจากอายุที่มากขึ้นให้ดูเต็มตื้น
  • ผู้ที่มีรอยคล้ำใต้ตา : ช่วยอำพรางเงาดำจากร่องลึก ปรับให้ใบหน้าดูสว่างและสดใสขึ้น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา : ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นให้ผิวหนังดูเรียบเนียน
  • ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย : ช่วยพยุงโครงสร้างผิวใต้ตาให้กระชับขึ้นในระดับเริ่มต้น
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ค่อนข้างเร็ว : เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารเติมเต็ม : โดยเฉพาะกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือส่วนประกอบในตัวยา
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร : แนะนำให้เลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อน
  • ผู้ที่มีแผลหรืออาการติดเชื้อ : เช่น มีผื่นคัน หรือเริมบริเวณใต้ตาที่ยังไม่หายดี
  • ผู้ที่มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ : ในกรณีที่ผิวหนังหย่อนคล้อยมาก การผ่าตัดอาจเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด : โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ CC ถึงจะเห็นผล

การกำหนดปริมาณการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตตาให้เหมาะสม มักเริ่มต้นที่ประมาณข้างละ 0.5 ถึง 1 CC โดยขึ้นอยู่กับระดับความลึกของร่องใต้ตาและใบหน้าของแต่ละบุคคล ทั้งนี้แพทย์จะประเมินปริมาณตามความเหมาะสม เพื่อวางแผนให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูสดใส และเรียบเนียนโดยไม่เกิดความหนาแน่นจนเกินไป

วิธีเลือกคลินิกและแพทย์เพื่อลดความเสี่ยง

การเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ที่มีมาตรฐานการบริการเป็นขั้นตอนสำคัญ ในการลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการ โดยมีจุดที่ควรพิจารณาเช็ก ดังนี้

  • ตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาล : คลินิกต้องมีเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ 11 หลัก แสดงไว้ในที่เปิดเผยและชัดเจน เพื่อยืนยันว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับรอง
  • ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ : ควรนำชื่อ-นามสกุลของแพทย์ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของแพทยสภาเพื่อยืนยันว่าเป็นแพทย์จริง
  • ผลิตภัณฑ์ต้องตรวจสอบได้ : คลินิกควรเปิดกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า (ขึ้นอยู่กับคลินิก) พร้อมให้ผู้เข้ารับบริการสามารถสแกน QR Code หรือตรวจสอบเลข Lot การผลิตกับบริษัทผู้นำเข้าได้
  • เครื่องมือและอุปกรณ์ฉุกเฉิน : สถานที่ทำหัตถการต้องมีความสะอาด ปลอดเชื้อ และมีอุปกรณ์กู้ชีพเบื้องต้น เตรียมพร้อมไว้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • ช่องทางการติดต่อและรีวิวที่จริงใจ : ควรมีช่องทางให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังทำ รวมถึงศึกษาจากรีวิวที่เป็นภาพจริงของผู้เข้ารับบริการในหลาย ๆ แหล่ง

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไร

การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับบริการ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และส่งเสริมให้ผลลัพธ์หลังหัตถการออกมาสวยงามและดูเป็นธรรมชาติมาก โดยมีข้อควรปฏิบัติเบื้องต้นดังนี้

  • งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อเลือด : หลีกเลี่ยงแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา และกิงโกะ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดรอยช้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ : ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อป้องกันอาการบวมจากการขยายตัวของหลอดเลือด
  • แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือการตั้งครรภ์/ให้นมบุตรให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • งดกิจกรรมหนัก : หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือการซาวน่า 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อไม่ให้เลือดสูบฉีดมากเกินไป
  • เช็กสภาพผิว : ผิวบริเวณใต้ตาต้องไม่มีแผลติดเชื้อ ผื่นคัน หรือเริมที่กำลังอักเสบ

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การดูแลปฏิบัติตนอย่างถูกวิธีในช่วงวันแรก ๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สารเติมเต็มเซตตัวได้รูปทรงที่สวยงาม กลมกลืนไปกับผิว และช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสรุนแรง : งดการกด นวด หรือขยี้ตาแรงๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดรูป
  • ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมาก : เพื่อช่วยให้สารไฮยาลูรอนิก แอซิด อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ส่งผลให้ใต้ตาดูอิ่มฟูและเนียนละมุน
  • งดกิจกรรมความร้อนสูง : หลีกเลี่ยงซาวน่า การออกกำลังกายหนัก หรือเลเซอร์ใบหน้าในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันฟิลเลอร์สลายตัวเร็ว
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้แผลหายไวขึ้น
  • นอนหนุนหมอนสูง : ในช่วง 1-2 คืนแรกควรนอนยกศีรษะให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อช่วยลดอาการบวมบริเวณใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาโดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายประมาณ 12,900 บาทต่อ 1 CC ทั้งนี้ ราคาที่เหมาะสมในแต่ละรายอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาใต้ตา ความลึกของร่อง ปริมาณที่ต้องใช้ รวมถึงชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือก

ก่อนเข้ารับหัตถการ ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและโครงสร้างรอบดวงตาอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และทราบค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานกี่เดือน

ผลลัพธ์หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามักคงอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้และอัตราการเผาผลาญของร่างกายแต่ละบุคคล การดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงความร้อนสูง จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของสารเติมเต็มให้ยาวนานขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บไหม

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานี้มีความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีการใช้ยาชาเฉพาะที่หรือการประคบเย็นก่อนเริ่มดำเนินการ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของยาชาในตัวยาอยู่แล้ว จึงช่วยลดความกังวลและทำให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายตลอดขั้นตอน ท้ังนี้ความรู้สึกอาจต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาทำไมบวม

อาการบวมเกิดจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อต่อเข็มฉีดยาและการที่สารเติมเต็มเริ่มกระบวนการอุ้มน้ำในวันแรก ๆ รวมถึงปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์หรือทานยาที่ผลต่อการแข็งตัวของเลือด ซึ่งอาการปกติเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

รอยคล้ำใต้ตาจากภูมิแพ้ ฉีดฟิลเลอร์แล้วหายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีส่วนช่วยอำพรางรอยคล้ำได้ดี หากสาเหตุมาจากเงาของร่องลึกหรือผิวที่บางจนเห็นเส้นเลือดชัด แต่หากเป็นความคล้ำจากเม็ดสีเนื่องจากภูมิแพ้โดยตรงอาจไม่หายขาด การฉีดจึงเน้นการปรับให้ใต้ตาดูสว่างและสดใสขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการในการคืนความสดใสและลดความเหนื่อยล้าของใบหน้า แต่เนื่องจากเป็นบริเวณที่ค่อนข้างมีความบอบบาง หัวใจสำคัญของการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จึงต้องเลือกเข้ารับบริการกับแพทย์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับบริการควรเตรียมตัวและดูแลตนเองตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สารเติมเต็มเซตตัวได้อย่างเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ และคงผลลัพธ์ที่สวยงามในระยะยาว

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อไฮยาลูรอนกันจนคุ้นหู ในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาดูอิ่มน้ำ แต่ในวงการความงามนั้น ถูกนำมาพัฒนาเป็นฟิลเลอร์
Belotero Revive

Belotero Revive คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นไหม ช่วยอะไรบ้าง

Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยการผสมไฮยาลูรอนเข้ากับกลีเซอรอล เพื่อเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ต่างกันอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติของสารเติมเต็มที่ต้องมีความละเอียดและยืดหยุ่น
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ผู้รับบริการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานพยาบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้บริการ