ในแต่ละวันคนเราจะมีผมร่วงเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่า “ผมร่วงเยอะมาก” ร่วงเป็นกระจุกเต็มท่อน้ำหลังสระผม หรือตื่นนอนมาเจอเส้นผมเต็มหมอน อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายและเริ่มกระทบต่อความมั่นใจ ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงสาเหตุ วิธีสังเกตความผิดปกติ แนวทางรักษาตามต้นเหตุ และการดูแลเพื่อลดปัจจัยที่ทำให้ผมร่วงเพิ่มขึ้น
ผมร่วงแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ
สัญญาณเตือนเบื้องต้นที่บอกว่าอาการผมร่วงในชีวิตประจำวันเริ่มเข้าสู่ภาวะผิดปกติ และควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดสามารถพิจารณาได้ ดังนี้
- ผมร่วงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์
- มีเส้นผมติดหมอน พื้นห้อง หรือท่อระบายน้ำมากกว่าปกติ
- รอยแสกผมกว้างขึ้นหรือมองเห็นหนังศีรษะมากขึ้น
- แนวผมด้านหน้าหรือบริเวณขมับถอยร่น
- ผมร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
- หนังศีรษะมีอาการแดง คัน แสบ เจ็บ มีสะเก็ดหรือเป็นแผลร่วมด้วย
ถ้าสังเกตแล้วพบว่ามีอาการผมร่วงเกินเกณฑ์ข้างต้น ร่วงเป็นหย่อม หรือมีอาการแสบคันและหนังศีรษะแดงร่วมด้วย ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาทันที
ผมร่วงกับผมขาดต่างกันอย่างไร
ผมร่วง คือการที่เส้นผมหลุดออกจากรูขุมขนตามวงจรเส้นผม โดยด้านโคนของเส้นผมที่หลุดในระยะพักอาจเห็นปุ่มเคราตินเล็ก ๆ สีขาวคล้ายกระบอง ซึ่งไม่ใช่รากผมทั้งหมด ส่วนผมขาดเกิดจากแกนผมเปราะและหักกลางเส้น มักเกิดจากความร้อน สารเคมี หรือการเช็ดและหวีผมรุนแรง ซึ่งทั้งสองภาวะอาจเกิดร่วมกันได้ จึงควรประเมินทั้งเส้นผมและหนังศีรษะ
สาเหตุของผมร่วงเกิดจากอะไรบ้าง
ผมร่วงเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน โรคประจำตัว ยาบางชนิด ภาวะขาดสารอาหาร โรคของหนังศีรษะ และพฤติกรรมที่ทำให้เส้นผมเสียหาย โดยสามารถแบ่งออกเป็นสาเหตุที่พบบ่อยได้ ดังนี้
- สาเหตุหลักจากกรรมพันธุ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น วัยทอง หลังคลอด และภาวะไทรอยด์
- ความเครียดสะสมทางจิตใจ หรือความเครียดทางร่างกายอย่างรุนแรง เช่น หลังผ่าตัดหรือป่วยหนัก ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผมร่วงได้
- การลดน้ำหนักอย่างหักโหม หรือร่างกายขาดสารอาหารสำคัญ เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก ซิงค์ และวิตามิน
- โรคผิวหนังและภูมิคุ้มกัน เช่น เชื้อราบนหนังศีรษะ สะเก็ดเงิน โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือโรคผมร่วงเป็นหย่อม
- การรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดัน ยาละลายลิ่มเลือด และยารักษาอาการซึมเศร้า
พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ผมร่วง
ในบางกรณี อาการผมร่วงอาจไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์ แต่มาจากไลฟ์สไตล์และพฤติกรรม ซึ่งทำร้ายผมอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว เช่น
- มัดผม ถักผม หรือต่อผมแน่นเป็นประจำ
- ดัด ยืด ฟอก หรือทำสีผมบ่อยเกินไป
- ใช้เครื่องหนีบหรือไดร์ที่มีความร้อนสูงใกล้เส้นผม
- ขยี้ผมแรง ๆ ขณะสระหรือเช็ดผม
- หวีหรือกระชากเส้นผมขณะยังเปียก
- เกาหนังศีรษะแรงเมื่อมีอาการคัน
- ทานอาหารไม่เพียงพอหรือควบคุมอาหารอย่างหักโหม
- สูบบุหรี่ ซึ่งอาจเพิ่มการอักเสบและส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผม
หากลดพฤติกรรมเหล่านี้แล้วผมยังร่วงเพิ่มขึ้น ควรประเมินสาเหตุจากภายในร่างกายร่วมด้วย
ผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์ ผู้ชายและผู้หญิงต่างกันอย่างไร
อาการผมร่วงและผมบางในแต่ละคน ก็จะแสดงลักษณะอาการและมีความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถสังเกตและประเมินระดับความรุนแรงของทั้งชายและหญิงได้ดังนี้
ระดับความรุนแรงในผู้ชาย
ระดับผมบางในผู้ชายสามารถประเมินเบื้องต้นตาม Norwood–Hamilton Scale ได้ 7 ระดับ ดังนี้
- ระดับที่ 1 แนวผมด้านหน้ายังปกติหรือถอยร่นเพียงเล็กน้อย
- ระดับที่ 2 แนวผมบริเวณขมับเริ่มเว้าลึกและมีลักษณะคล้ายตัว M
- ระดับที่ 3 ขมับถอยร่นชัดเจน หรือเริ่มมีผมบางบริเวณกระหม่อม
- ระดับที่ 4 ผมบางบริเวณด้านหน้าและกระหม่อมมากขึ้น แต่ยังมีแถบผมคั่นกลาง
- ระดับที่ 5 แถบผมที่คั่นกลางบางลง และพื้นที่ผมบางทั้งสองส่วนเริ่มเชื่อมกัน
- ระดับที่ 6 ผมบริเวณด้านหน้าและกระหม่อมลดลงจนพื้นที่ผมบางเชื่อมต่อกัน
- ระดับที่ 7 ผมด้านบนลดลงเกือบทั้งหมด เหลือเส้นผมบริเวณด้านข้างและท้ายทอย
ระดับความรุนแรงในผู้หญิง
ระดับผมบางในผู้หญิงสามารถประเมินตาม Ludwig Scale ได้ 3 ระดับ ได้แก่
- ระดับที่ 1 ผมบริเวณรอยแสกกลางเริ่มบางและมองเห็นหนังศีรษะเล็กน้อย แนวผมด้านหน้ายังคงอยู่
- ระดับที่ 2 รอยแสกกลางกว้างขึ้นและความหนาแน่นของเส้นผมบริเวณด้านบนลดลงชัดเจน
- ระดับที่ 3 ผมบริเวณกลางและด้านบนของศีรษะบางลงเป็นบริเวณกว้าง แต่ยังคงมีแนวผมด้านหน้าอยู่
ผู้ชายและผู้หญิงผมร่วงต่างกันไหม
ผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์ในผู้ชายและผู้หญิงมักมีรูปแบบต่างกัน ผู้ชายมักเริ่มจากแนวผมบริเวณขมับถอยร่นเป็นรูปตัว M หรือมีผมบางบริเวณกระหม่อม ส่วนผู้หญิงมักมีผมบางกระจายบริเวณกลางและด้านบนของศีรษะ ทำให้รอยแสกกว้างขึ้น โดยแนวผมด้านหน้ามักไม่ได้ถอยร่นชัดเท่าผู้ชาย
ผมร่วงแค่ไหนควรไปหาหมอ
เมื่อสังเกตว่าผมร่วงเพิ่มขึ้นจากปกติอย่างต่อเนื่อง รอยแสกกว้างขึ้น แนวผมถอย ผมร่วงเป็นหย่อม หรือมีอาการผิดปกติของหนังศีรษะร่วมด้วย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้นับได้เกินวันละ 100 เส้น
- ผมร่วงต่อเนื่องและไม่ดีขึ้นภายในหลายสัปดาห์
- รอยแสกกว้างขึ้นหรือแนวผมถอยอย่างรวดเร็ว
- ผมร่วงเป็นวง เป็นหย่อม หรือร่วงเฉพาะตำแหน่ง
- ขนคิ้ว ขนตา หรือขนตามร่างกายร่วงร่วมด้วย
- หนังศีรษะแดง บวม เจ็บ แสบ มีหนองหรือเป็นแผล
- มีสะเก็ดหนาและอาการคันรุนแรง
- ผมร่วงร่วมกับอ่อนเพลีย น้ำหนักเปลี่ยน หรือประจำเดือนผิดปกติ
- มีประวัติโรคภูมิคุ้มกัน ไทรอยด์ หรือภาวะโลหิตจาง
- ผมร่วงหลังเริ่มหรือหยุดยา
หมายเหตุ : การนับจำนวนเส้นผมร่วงเพียงอย่างเดียวอาจไม่แม่นยำ หากผมร่วงเพิ่มขึ้นจากปกติอย่างต่อเนื่อง รอยแสกกว้างขึ้น แนวผมถอย หรือเห็นหนังศีรษะชัดขึ้น ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม
วิธีลดผมร่วงแบบธรรมชาติด้วยสมุนไพร
วิธีธรรมชาติและสมุนไพรอาจใช้เป็นการดูแลเสริม เพื่อลดผมแห้ง เปราะขาด หรือความระคายเคืองของหนังศีรษะ โดยทำควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ได้ ดังนี้
- ใช้น้ำมันโรสแมรีเฉพาะสำหรับหนังศีรษะ ช่วยบำรุงผมบางจากกรรมพันธุ์ในบางราย แต่ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้
- หมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าว ชโลมช่วงกลางถึงปลายผมทิ้งไว้ 15–30 นาทีก่อนสระ ช่วยลดผมเปราะขาดและสูญเสียโปรตีน
- ใช้เจลว่านหางจระเข้สำเร็จรูป ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความแห้งระคายเคือง แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องผมงอกใหม่
- สระผมด้วยแชมพูสมุนไพรสูตรอ่อนโยน เลือกสูตรที่ไม่ทำให้หนังศีรษะแห้งตึง แสบ หรือคัน และหยุดใช้ทันทีหากแพ้
- นวดหนังศีรษะเบา ๆ ขณะสระ ใช้ปลายนิ้วนวดวนแทนการใช้เล็บเกา เพื่อทำความสะอาดและลดการทำร้ายเส้นผม
สมุนไพรอาจช่วยดูแลเส้นผมและหนังศีรษะได้บางส่วน แต่ไม่สามารถทดแทนการรักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน หรือโรคของหนังศีรษะได้ ดังนั้นเคสไหนที่มีอาการค่อนข้างหนัก แนะนำให้พบคุณหมอ
การใช้ยารักษาผมร่วง
คุณหมออาจพิจารณาใช้ยารักษาผมร่วง ตามชนิดของผมร่วง เพศ อายุ โรคประจำตัว และข้อห้ามของแต่ละบุคคล เช่น
- Minoxidil อาจใช้ในผู้ที่มีผมบางจากกรรมพันธุ์ เพื่อช่วยชะลอผมร่วงและเสริมการเจริญของเส้นผม
- ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase อาจพิจารณาในผู้ชายบางราย โดยต้องประเมินข้อห้ามและผลข้างเคียง
- ยาต้านแอนโดรเจน อาจพิจารณาใช้รักษาผมร่วงในผู้หญิงบางรายที่มีปัจจัยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
- ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์หรือยาควบคุมภูมิคุ้มกัน อาจใช้กับโรคผมร่วงเป็นหย่อมหรือภาวะอักเสบบางชนิด
- ยาฆ่าเชื้อราหรือยาลดการอักเสบ ใช้เมื่อผมร่วงสัมพันธ์กับโรคของหนังศีรษะ
ยาแต่ละชนิดไม่ได้เหมาะกับผมร่วงทุกประเภท และอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงประเมินการตอบสนองได้ จึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ
รวมหัตถการเพื่อแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง
การเลือกวิธีรักษาปัญหาเส้นผมในปัจจุบันจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ๆ คือ กลุ่มที่ช่วยชะลอและป้องกันการหลุดร่วงสำหรับเคสที่รากผมยังไม่ฝ่อ และกลุ่มที่เน้นแก้ไขในบริเวณที่ผมร่วงจนบางไปแล้ว ดังนี้
การทาเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP)
PRP คือการนำเลือดของผู้รับบริการมาปั่นแยกเพื่อเตรียมพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ก่อนทากลับเข้าสู่หนังศีรษะ งานวิจัยบางส่วนพบว่าอาจช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมในผู้ที่มีผมบางจากกรรมพันธุ์ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของผมร่วง วิธีเตรียม PRP และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
การทำเมโสเธอราพี (Meso Hair)
Meso Hair เป็นการฉีดตัวยาหรือสารต่าง ๆ เข้าสู่หนังศีรษะ โดยชนิดและความเข้มข้นของสารอาจจะแตกต่างกันในแต่ละโปรโตคอล ปัจจุบันมีข้อมูลว่าอาจเป็นทางเลือกเสริมในผู้ที่มีผมบางบางประเภท จึงควรทราบชนิดของสารที่ใช้และรับการประเมินโดยคุณหมอก่อนทำ
การทำเลเซอร์พลังงานต่ำ (LLLT)
เป็นการใช้อุปกรณ์ฉายแสงเลเซอร์สีแดงช่วงคลื่นเฉพาะลงบนหนังศีรษะ โดยพลังงานแสงจะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์รอบรากผม ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและยืดอายุของวงจรชีวิตของเส้นผม
การปลูกผมแบบ FUE หรือ FUT
การปลูกผมแบบ FUE หรือ FUT เป็นการย้ายกราฟต์เส้นผมจากบริเวณที่มีความหนาแน่นเหมาะสมไปยังบริเวณที่ผมบางหรือไม่มีเส้นผม เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่ผู้ให้เพียงพอและภาวะผมร่วงได้รับการประเมินแล้วว่าเหมาะกับการปลูกผม
เลเซอร์รักษาผมร่วง Hair Restart
Hair Restart เป็นการใช้พลังงานเลเซอร์ส่งความร้อนในระดับที่เหมาะสมลงไปใต้ผิวหนังศีรษะ ส่งผลให้มีสารอาหารไปเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้นและช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเส้นผม ลดผมร่วง ช่วยเส้นผมที่งอกใหม่แข็งแรงขึ้น
ทั้งนี้ คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินสภาพหนังศีรษะของแต่ละเคสอีกครั้ง เพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งก็อาจมีการผสมผสานวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การเสริมวิตามินบำรุงรากผม หรือการฉายแสง เป็นต้น
แนะนำการดูแลตัวเอง ป้องกันผมร่วง
การดูแลตัวเองไม่สามารถทดแทนการรักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน หรือโรคหนังศีรษะได้ แต่ช่วยลดความเสียหายต่อเส้นผมและปัจจัยกระตุ้นบางส่วนได้ ดังนี้
- ทานอาหารให้ครบหมู่และได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือจำกัดอาหารหลายกลุ่ม
- ไม่ทานไบโอติน สังกะสี หรือธาตุเหล็กเกินความจำเป็น
- สระผมตามความมันและสภาพของหนังศีรษะ
- ใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบา ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้เล็บเกา
- ซับน้ำออกจากเส้นผมแทนการขยี้แรง ๆ
- ลดการใช้เครื่องหนีบ ไดร์ร้อน และการทำเคมี
- หลีกเลี่ยงการมัดผม ถักผมหรือต่อผมตึงเป็นเวลานาน
- พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลความเครียด
- งดสูบบุหรี่และควบคุมโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง
หากปรับพฤติกรรมแล้วผมยังร่วงเพิ่มขึ้น ควรตรวจหาสาเหตุภายในร่างกายแทนการเปลี่ยนแชมพูหรือทานอาหารเสริมหลายชนิดด้วยตนเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการผมร่วง
กินคีโตทำให้ผมร่วง ผมบางจริงไหม
อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย โดยเฉพาะเมื่อจำกัดพลังงานมาก น้ำหนักลดเร็ว หรือได้รับโปรตีนและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้เส้นผมจำนวนมากเข้าสู่ระยะพักและผมร่วง
กินยาคุมแล้วทำให้ผมร่วงเยอะไหม
ยาคุมกำเนิดอาจเกี่ยวข้องกับผมร่วงในบางรายจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยอาจเกิดในช่วงเริ่มใช้ เปลี่ยนสูตร หรือหยุดยา แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน
ผมร่วงจากมะเร็ง ปลูกผมได้ไหม
ต้องประเมินตามชนิดของโรค ยาที่ได้รับ ระยะเวลาหลังจบการรักษา และการฟื้นตัวของเส้นผม ในบางรายเส้นผมสามารถงอกกลับได้หลังการรักษาสิ้นสุด จึงควรรอให้ภาวะผมร่วงคงที่และได้รับความเห็นจากคุณหมอเจ้าของไข้
ผมบางจะกลับมาหนาได้ไหม
มีโอกาสกลับมาหนาขึ้นได้หากรูขุมขนยังไม่ถูกทำลาย และได้รับการรักษาตรงกับสาเหตุ เช่น ผมร่วงระยะพัก ภาวะขาดสารอาหาร หรือผมบางจากกรรมพันธุ์ในระยะแรก แต่หากรูขุมขนเกิดแผลเป็นหรือฝ่อลงมาก อาจไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้เต็มที่
สรุป
ผมร่วงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเจ็บป่วย ยาบางชนิด ภาวะขาดสารอาหาร และพฤติกรรมที่ทำร้ายเส้นผม แนวทางรักษาจึงต้องเลือกตามสาเหตุและระยะของปัญหา อาจประกอบด้วยการปรับพฤติกรรม การใช้ยา หัตถการ หรือการปลูกผมในผู้ที่เหมาะสม หากผมร่วงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ร่วงเป็นหย่อม รอยแสกกว้างขึ้น หรือมีหนังศีรษะอักเสบร่วมด้วย ควรพบคุณหมอเพื่อประเมินก่อนซื้อยาหรืออาหารเสริมมาใช้เอง








