ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้าง เช็กลิสต์พฤติกรรมและอาหารที่ควรเลี่ยง

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้าง เช็กลิสต์พฤติกรรมและอาหารที่ควรเลี่ยง
ว.41660
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นสิ่งที่ต้องรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดหลังจากเข้ารับบริการหัตถการเติมเต็มผิว เพราะถึงแม้ว่า ฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยกู้ผิวใต้ตาคล้ำให้กลับมาดูสดใสได้ การดูแลตัวเองและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงในช่วง 2 สัปดาห์แรก ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยล็อกเนื้อเจลให้อยู่ถูกที่ ไม่เคลื่อนย้ายตำแหน่ง และเซตตัวได้ดีที่สุด ตามมาอ่านบทความนี้กันว่าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ข้อห้ามจะมีอะไรบ้าง

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง

หลังจากเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเรียบร้อยแล้ว ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เนื้อเจลไฮยาลูโรนิกแอซิดกำลังเริ่มเซตตัวและผสานเข้ากับชั้นผิวหนัง เพื่อให้ใต้ตาเรียบเนียน และไม่เกิดผลข้างเคียงตามมา นี่คือข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่คนไข้ต้องระวังเป็นพิเศษ

พฤติกรรมที่ห้ามทำหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

พฤติกรรมที่ห้ามทำหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันชั่วคราว สำหรับการดูแลตัวเองหลัง ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ข้อห้ามและพฤติกรรมเสี่ยงที่คนไข้ควรหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนย้ายตำแหน่งหรือเกิดการอักเสบ มีดังนี้

  • งดการกด นวด หรือคลึงบริเวณใต้ตา ในช่วงวันแรกๆ ฟิลเลอร์ยังไม่เซตตัวเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา หรือนวดคลึงใต้ตา เพราะอาจทำให้เนื้อฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่งหรือผิดรูปได้
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูงจัดทุกประเภท งดการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำอุ่นจัด หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งชั่วคราว อย่างน้อย 48 ชั่วโมงแรก เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดและส่งผลต่อการเซตตัวของไฮยาลูโรนิกแอซิด
  • หลีกเลี่ยงเลเซอร์ งดการทำเลเซอร์ร้อน การทำ RF หรือทรีทเมนต์ที่ใช้ความร้อนลึกถึงชั้นใต้ผิวบริเวณที่ฉีด ประมาณ 2 สัปดาห์
  • งดแต่งหน้าและทาสกินแคร์ ในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรงดแต่งหน้าและทาสกินแคร์หรือยาบริเวณรอยเข็ม เพื่อป้องกันรูเข็มติดเชื้อ
  • งดการนอนคว่ำหรือนอนตะแคง ในช่วง 2-3 คืนแรก แนะนำให้นอนหงายและหนุนหมอนสูง เพื่อลดอาการบวมและป้องกันไม่ให้หมอนไปกดทับบริเวณใต้ตาจนฟิลเลอร์เคลื่อน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก การคาร์ดิโอหนักๆ หรือการโยคะศีรษะต่ำอาจทำให้เลือดสูบฉีดมาที่ใบหน้ามากเกินไปจนเพิ่มความบวม จึงควรงดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงการแสดงอารมณ์ทางใบหน้าเยอะๆ ในช่วง 3 วันแรก พยายามเลี่ยงการหัวเราะหรือขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตาและใบหน้าอย่างรุนแรง

อาหารและเครื่องดื่มที่ควรงด หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

อาหารและเครื่องดื่มที่ควรงด

เรื่องของอาหารการกินก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการยุบตัวของแผลและรูปทรงของฟิลเลอร์ เพื่อให้ใต้ตาเรียบเนียนสมบูรณ์แบบและลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง นี่คือกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงชั่วคราวในช่วงแรก

  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดและงดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้เลือดสูบฉีดและอาจกระตุ้นให้เกิดอาการบวมหรือช้ำนานขึ้น ระยะเวลาการงดที่หมอแนะนำที่สุดคือ 1-2 สัปดาห์ จะเป็นช่วงเวลาที่เซฟที่สุด แต่หากจำเป็นจริงๆ ควรงดอย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิทและอาการบวมขั้นต้นเริ่มนิ่ง
  • หลีกเลี่ยงของดิบและของหมักดอง เช่น อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ปลาดิบ แหนม หรือส้มตำปูปลาร้า ประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจมีสิ่งปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิ ที่เสี่ยงต่อการทำให้รอยเข็มใต้ตาเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัดและโซเดียมสูง รวมถึงอาหารที่มีโซเดียมแฝง เช่น ผงชูรส โซเดียมในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง หรือน้ำซุปชาบู-หมูกระทะ ซึ่งโซเดียมจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้บริเวณใบหน้าและใต้ตาบวมโตขึ้นได้ ควรงด 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าอาการบวมช้ำตามธรรมชาติจะยุบตัวลงสนิท
  • เลี่ยงอาหารที่เผ็ดจัดและหวานจัด อาหารรสเผ็ดร้อนจัดจะเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายและขับเหงื่อ ซึ่งอาจกระตุ้นการระคายเคืองและอาการบวมรอบรอยเข็ม ส่วนอาหารที่หวานจัดหรือมีน้ำตาลสูงจะกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย ทำให้แผลหายช้าลง

แนะนำเพิ่มเติมจากหมอ : ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ และเลือกอาหารอ่อนและย่อยง่าย ในช่วง 2-3 วันแรก แนะนำให้รับประทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เพื่อลดการขยับและเกร็งตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตาและใบหน้า

อาการปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่พบได้ทั่วไป

อาการหลังเข้ารับการเติมเต็มผิวรอบดวงตาส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่ตอบสนองต่อเนื้อเจลฟิลเลอร์และรอยเข็ม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและจะค่อยๆ ยุบตัวลงจนเรียบเนียนไปเอง คนไข้สามารถพบได้อาการเหล่านี้ได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ได้แก่

  • อาการบวมจากตัวยาและรอยเข็ม อาจมีอาการบวมเล็กน้อยชั่วคราว ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน และฟิลเลอร์จะเซตตัวสวยเนียนเต็มที่ใน 1-2 สัปดาห์
  • รอยช้ำชั่วคราว อาจเกิดขึ้นได้ในบางเคสบริเวณจุดที่ลงเข็ม ซึ่งสามารถหายไปเองได้ตามธรรมชาติ
  • ความรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ ใต้ผิว เป็นอาการปกติเนื่องจากเนื้อเจลของฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มช่องว่างในชั้นผิว จะค่อยๆ ชินและรู้สึกเป็นธรรมชาติขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

นอกจากการหลีกเลี่ยงข้อห้ามต่างๆ แล้ว การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์ผสานเข้ากับชั้นผิวได้อย่างราบรื่น ซึ่งสามารถดูแลตัวเองตามแนวทางง่ายๆ ดังนี้ได้เลย

  • การดูแลรอยเข็มและอาการปวด หลังทำเสร็จแพทย์จะแปะพลาสเตอร์ตามรอยเข็มไว้ ซึ่งสามารถแกะออกเองได้เมื่อครบ 1 ชั่วโมง
  • การประคบเย็นอย่างถูกวิธี หากมีอาการบวม สามารถประคบเย็นเบาๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกได้ แต่ต้องระวังไม่กดน้ำหนักลงไปแรง
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ฟิลเลอร์ประเภท HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี การดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูสวยและดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง หากมีอาการปวดหรือบวม สามารถทานยาพาราเซตามอลได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • การจัดอุณหภูมิห้องเพื่อลดบวม แนะนำให้นอนพักผ่อนในห้องแอร์ที่มีอุณหภูมิเย็นสบายประมาณ 18-23 องศาเซลเซียส ซึ่งความเย็นในระดับนี้จะช่วยควบคุมระบบไหลเวียนเลือดและเร่งให้อาการบวมน้ำยุบตัวลงได้เร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แต่งหน้าได้ตอนไหน?

แนะนำให้งดแต่งหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมงแรกเพื่อเลี่ยงการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม หลังจากนั้นสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติแต่ควรเบามือรอบดวงตา

หากฉีดแล้วเป็นก้อน สามารถแก้ไขได้ไหม?

สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสารสลายฟิลเลอร์ หรือ Hyaluronidase เพื่อสลายเนื้อฟิลเลอร์เดิมออกทั้งหมดก่อนปรับแต่งใหม่ในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์แท้กลุ่ม HA

หลังฉีดใต้ตา งดทำเลเซอร์บนใบหน้านานแค่ไหน?

ควรงดการทำเลเซอร์กลุ่มที่ส่งผ่านความร้อนลึก เช่น Thermage หรือ Ulthera บริเวณรอบดวงตาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

หากไม่ทำตามข้อห้ามจะส่งผลเสียอะไรไหม?

อาจส่งผลเสียร้ายแรง 3 ด้านหลักๆ คือ ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเป็นก้อน บวมช้ำรุนแรง และเสี่ยงติดเชื้อ แนะนำให้หลีกเลี่ยงข้อห้ามเหล่านี้จะปลอดภัยที่สุด

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยคืนความสดใสและอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยการปฏิบัติตามข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเจลเคลื่อนที่หรือเป็นก้อน

สำหรับใครที่อยาก ฉีดฟิลเลอร์ และกำลังมองหาคลินิกที่ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถทักเข้ามาปรึกษาได้ที่ APEX Clinic เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและได้รับการดูแลที่ปลอดภัย

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อไฮยาลูรอนกันจนคุ้นหู ในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาดูอิ่มน้ำ แต่ในวงการความงามนั้น ถูกนำมาพัฒนาเป็นฟิลเลอร์
Belotero Revive

Belotero Revive คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นไหม ช่วยอะไรบ้าง

Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยการผสมไฮยาลูรอนเข้ากับกลีเซอรอล เพื่อเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ต่างกันอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติของสารเติมเต็มที่ต้องมีความละเอียดและยืดหยุ่น
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ผู้รับบริการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานพยาบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้บริการ