โบท็อกออฟฟิศซินโดรม คืออะไร ช่วยลดปวดคอ บ่า ไหล่ได้ไหม

หน้าแรก » โบท็อก » โบท็อกออฟฟิศซินโดรม คืออะไร ช่วยลดปวดคอ บ่า ไหล่ได้ไหม
ว.21330
โบท็อกออฟฟิศซินโดรม คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมอาจช่วยลดอาการปวดตึงบริเวณคอ บ่า และไหล่ได้ในบางคนครับ แต่หมออยากให้เข้าใจก่อนว่า อาการปวดบริเวณนี้ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งเพียงสาเหตุเดียว บางรายอาจมีปัญหาจากข้อไหล่ กระดูกคอ หมอนรองกระดูก หรือเส้นประสาทร่วมด้วย ไม่ควรพิจารณาจากตำแหน่งที่รู้สึกปวดเพียงอย่างเดียวครับ

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม ช่วยลดปวดได้จริงไหม

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม ช่วยลดปวดได้จริงไหม

โบท็อกอาจช่วยลดอาการปวดได้ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการจากกล้ามเนื้อคอหรือบ่าหดเกร็งและทำงานหนักเกินไปครับ ตัวยาจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวลงชั่วคราว จึงอาจลดความตึงและแรงดึงที่เป็นสาเหตุของอาการปวดได้

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม คืออะไร

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม คือการฉีด Botulinum Toxin เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า หรือหัวไหล่ที่หดเกร็งมากเกินไปครับ ตัวยาจะช่วยลดการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ออฟฟิศซินโดรมเป็นคำเรียกรวมของอาการปวดจากหลายสาเหตุ หมอจึงต้องตรวจให้ชัดก่อนว่าอาการเกิดจากกล้ามเนื้อ เส้นประสาท ข้อต่อ หรือกระดูกคอ เพื่อเลือกตำแหน่งและจำนวนยูนิตให้เหมาะกับแต่ละคนครับ

อาการแบบไหนที่แพทย์อาจพิจารณาฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

อาการที่แพทย์อาจนำมาพิจารณาก่อนฉีดโบท็อก มีดังต่อไปนี้ครับ

  • ปวดตึงบริเวณคอ บ่า หรือหัวไหล่ หลังนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน
  • มีพฤติกรรมเผลอยกไหล่ เกร็งคอ หรือเกร็งบ่าขณะทำงาน
  • คลำพบกล้ามเนื้อเป็นลำตึง หรือมีจุดกดเจ็บเฉพาะตำแหน่ง
  • อาการปวดมากขึ้นเมื่อออกแรงหรือใช้กล้ามเนื้อมัดนั้น
  • กล้ามเนื้อเกร็งจนรบกวนการทำงาน การพักผ่อน หรือการนอน
  • ปรับท่าทาง ยืดกล้ามเนื้อ หรือทำกายภาพแล้วอาการยังกลับมาเป็นซ้ำ
  • ไม่มีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือสัญญาณผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย

อาการแบบไหนไม่ควรรีบฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

หากมีอาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท กระดูก หรือข้อ หมอแนะนำว่าไม่ควรรีบฉีดโบท็อก มีอาการที่ควรระวังดังนี้ครับ

  • ปวดร้าวจากคอลงไปถึงแขนหรือมือ
  • มีอาการชา เสียวแปลบ หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อต
  • แขน มือ หรือนิ้วมืออ่อนแรง
  • หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด หรือทำของหลุดมือบ่อย
  • ยกแขนได้ไม่สุด หรือมีอาการข้อไหล่ติด
  • เดินเซ ทรงตัวลำบาก หรือควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • เริ่มปวดหลังจากเกิดอุบัติเหตุ
  • มีไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดรุนแรงในเวลากลางคืน
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืน การพูด หรือการหายใจ

แพทย์ต้องประเมินอะไรบ้างก่อนฉีด

ก่อนฉีด หมอต้องประเมินสาเหตุของอาการปวดและการทำงานของกล้ามเนื้อโดยรวม ได้แก่

  • ตำแหน่ง ลักษณะ และความรุนแรงของอาการปวด
  • ท่าทางหรือกิจกรรมที่ทำให้อาการมากขึ้น
  • การเคลื่อนไหวของคอ หัวไหล่ และสะบัก
  • กำลังของกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่
  • อาการชา ปวดร้าว เสียวแปลบ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • จุดกดเจ็บและแนวกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็ง
  • ประวัติอุบัติเหตุ การผ่าตัด และโรคประจำตัว
  • ผลจากการปรับท่าทาง ทำกายภาพ หรือการรักษาที่ผ่านมา

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมฉีดบริเวณไหน

ตำแหน่งฉีดขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อที่ตรวจพบว่าเกร็งหรือทำงานมาก ไม่ได้เลือกจากจุดที่ปวดเพียงอย่างเดียว

  • กล้ามเนื้อบ่าส่วนบน อาจพิจารณาในผู้ที่เผลอยกไหล่ นั่งห่อไหล่ หรือเกร็งบ่านาน ๆ หากตรวจพบว่ากล้ามเนื้อทำงานมากจริง หมออาจฉีดเพื่อลดการหดเกร็งเฉพาะส่วนครับ
  • กล้ามเนื้อรอบสะบัก อาการปวดอาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหลายมัด หมอต้องตรวจการเคลื่อนไหวของหัวไหล่และสะบัก เพราะจุดกดเจ็บไม่ใช่ตำแหน่งที่ควรฉีดเสมอไปครับ
  • กล้ามเนื้อต้นคอ อาจพิจารณาเฉพาะกรณีที่พบการหดเกร็งผิดปกติ และต้องฉีดอย่างระมัดระวัง เพราะกล้ามเนื้อบางมัดเกี่ยวข้องกับการพยุงศีรษะ การกลืน และการหายใจครับ

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมต่างจากโบท็อกบ่าอย่างไร

ก่อนฉีด หมอต้องแยกให้ชัดว่าต้องการลดอาการปวดตึงหรือปรับให้บ่าดูเล็กลง เพราะทั้งสองแบบใช้หลักการประเมินต่างกันครับ

หัวข้อ โบท็อกออฟฟิศซินโดรม โบท็อกบ่าเพื่อปรับรูปทรง
เป้าหมาย ลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับอาการปวดหรือตึง ลดความเด่นหรือขนาดของกล้ามเนื้อบ่า
การประเมิน เน้นตรวจหาสาเหตุของอาการปวด การเคลื่อนไหว และกำลังกล้ามเนื้อ เน้นประเมินขนาด รูปร่าง และความสมดุลของกล้ามเนื้อบ่า
ตำแหน่งฉีด เลือกจากกล้ามเนื้อที่เกร็งหรือทำงานมากผิดปกติ เลือกจากส่วนของกล้ามเนื้อที่ต้องการลดความเด่น
ผลที่คาดหวัง ความตึงหรืออาการปวดอาจลดลงในบางคน แนวบ่าอาจดูเล็กลงและลำคอดูยาวขึ้น
ข้อควรระวัง คอหรือไหล่อาจอ่อนแรง หากลดการทำงานของกล้ามเนื้อมากเกินไป อาจยกไหล่ ใช้แขน หรือออกแรงเหนือศีรษะแล้วล้าง่าย

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมกี่ยูนิต

ไม่มีจำนวนยูนิตตายตัวครับ เพราะหมอต้องประเมินกล้ามเนื้อที่เป็นต้นเหตุ ขนาดกล้ามเนื้อ และจำนวนตำแหน่งที่ต้องฉีดเป็นรายบุคคล อาการของแต่ละข้างและชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็มีผลต่อปริมาณยา ยูนิตของแต่ละยี่ห้อไม่สามารถเปรียบเทียบกันโดยตรงได้ การฉีดมากไม่ได้หมายความว่าจะลดปวดได้มากขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงครับ

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมกี่วันเห็นผล

โบท็อกไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีครับ โดยทั่วไปกล้ามเนื้อจะเริ่มทำงานลดลงภายในประมาณ 3–7 วัน และเห็นผลชัดขึ้นในช่วง 1–2 สัปดาห์ บางคนอาจรู้สึกว่าคอหรือบ่าตึงน้อยลง แต่ผลต่ออาการปวดอาจเกิดช้ากว่า หรือไม่ดีขึ้น หากต้นเหตุไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อที่ฉีด

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมอยู่ได้นานไหม

โบท็อกมักอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือนครับ จากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามเดิม แต่ระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณยา ผลิตภัณฑ์ และการตอบสนองของแต่ละคน หากยังนั่งผิดท่าหรือเกร็งคอ–บ่าซ้ำ อาการปวดอาจกลับมาได้ หมอจึงแนะนำให้ปรับท่าทางและทำกายภาพร่วมด้วยครับ

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมกับกายภาพบำบัดต่างกันอย่างไร

ทั้งโบท็อกและกายภาพบำบัดอาจนำมาใช้ดูแลอาการปวดตึงจากออฟฟิศซินโดรมได้ครับ แต่เป้าหมายและวิธีการรักษาแตกต่างกัน ดังนี้

หัวข้อ โบท็อกออฟฟิศซินโดรม กายภาพบำบัด
หลักการ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อเป้าหมายชั่วคราว ฟื้นการเคลื่อนไหว ความยืดหยุ่น และความแข็งแรง
เหมาะกับ ผู้ที่ตรวจพบว่ากล้ามเนื้อบางมัดเกร็งหรือทำงานมากเกินไป ผู้ที่มีปัญหาท่าทาง การเคลื่อนไหว หรือกล้ามเนื้อไม่สมดุล
ข้อจำกัด ไม่ได้แก้พฤติกรรมหรือท่าทางที่เป็นต้นเหตุ ต้องทำอย่างต่อเนื่องและปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
ผลระยะยาว อาการอาจกลับมาเมื่อฤทธิ์ยาลดลง อาจช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากทำอย่างสม่ำเสมอ

ใครควรหลีกเลี่ยงหรือแจ้งแพทย์ก่อนฉีด

การฉีดอาจไม่เหมาะกับทุกคนครับ หมอจึงต้องตรวจประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

  • เคยแพ้ Botulinum Toxin หรือส่วนประกอบของยา
  • มีแผล ผื่น หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท
  • มีปัญหาการกลืน การพูด หรือการหายใจ
  • เคยผ่าตัดหรือบาดเจ็บบริเวณคอ บ่า หรือหัวไหล่
  • ใช้ยาที่มีผลต่อระบบประสาทและการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • ใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • เคยฉีด Botulinum Toxin ในช่วงที่ผ่านมา

ผลข้างเคียงของโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

หลังฉีดอาจมีอาการจากรอยเข็ม หรือเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานลดลงมากกว่าที่ต้องการครับ ผลข้างเคียงที่อาจพบ ได้แก่

  • เจ็บ บวม แดง หรือมีรอยช้ำบริเวณที่ฉีด
  • ปวดเมื่อย ตึง หรือรู้สึกไม่สบายกล้ามเนื้อในช่วงแรก
  • กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอ่อนแรงกว่าปกติ
  • ยกไหล่ ใช้แขน หรือถือของแล้วล้าง่ายขึ้น
  • รู้สึกว่าคอพยุงศีรษะได้ไม่เหมือนเดิม
  • กล้ามเนื้อทั้งสองข้างทำงานไม่สมดุล
  • อาการปวดไม่ดีขึ้น หรือเปลี่ยนไปปวดบริเวณอื่น

เตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ก่อนฉีด หมอจะเน้นสอบถามประวัติสุขภาพ การใช้ยา และการฉีดโบท็อกที่ผ่านมา เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคนครับ

  • แจ้งโรคประจำตัว รวมถึงประวัติผ่าตัดหรือบาดเจ็บบริเวณคอและไหล่
  • แจ้งยาและอาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ โดยไม่ควรหยุดยาเอง
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา หรือแพ้ Botulinum Toxin
  • แจ้งหากมีปัญหาการกลืน การพูด หรือการหายใจ
  • แจ้งยี่ห้อ ปริมาณ และวันที่ฉีดโบท็อกครั้งล่าสุด
  • เลื่อนการฉีดหากมีแผล ผื่น หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด

หลังฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมควรดูแลอย่างไร

ช่วงแรกหลังฉีด หมอแนะนำให้พักการใช้งานคอและไหล่หนัก ๆ พร้อมสังเกตความผิดปกติของกล้ามเนื้อครับ

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
  • งดยกของหนักหรือใช้งานคอและไหล่อย่างหนักตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • สังเกตอาการคอ ไหล่ หรือแขนอ่อนแรงผิดปกติ
  • เริ่มบริหารหรือทำกายภาพตามแผนที่แพทย์หรือนักกายภาพกำหนด
  • ปรับระดับจอ โต๊ะ เก้าอี้ และท่านั่งให้เหมาะสม
  • เปลี่ยนอิริยาบถและพักกล้ามเนื้อเป็นระยะ
  • กลับมาติดตามผลตามนัด เพื่อประเมินการตอบสนองของกล้ามเนื้อ

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม ราคาเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการฉีดโบท็อกบริเวณคอ บ่า หรือไหล่ อาจอยู่ที่ประมาณ 11,000–16,000 บาทต่อครั้งครับ ราคาจริงขึ้นอยู่กับยี่ห้อของตัวยา จำนวนยูนิต และจำนวนกล้ามเนื้อที่ต้องฉีด หมอจึงต้องตรวจหาสาเหตุของอาการ รวมถึงประเมินขนาดและกำลังกล้ามเนื้อก่อน เพื่อวางปริมาณยาและค่าใช้จ่ายให้เหมาะกับแต่ละคนครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ฉีดโบท็อกแก้ออฟฟิศซินโดรมได้ทุกคนไหม

ไม่ได้ครับ โบท็อกอาจเหมาะกับผู้ที่ตรวจพบว่าอาการปวดสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อหดเกร็งหรือทำงานมากเกินไป แต่หากต้นเหตุเกิดจากกระดูกคอ ข้อไหล่ หรือเส้นประสาท ควรรักษาตามสาเหตุนั้นก่อน

โบท็อกช่วยสลายพังผืดได้ไหม

ไม่สามารถสลายพังผืดได้โดยตรงครับ ตัวยาทำหน้าที่ลดการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเป้าหมายทำงานลดลงชั่วคราวเท่านั้น

ฉีดแล้วก้อนกล้ามเนื้อบริเวณบ่าจะเล็กลงไหม

หากส่วนที่นูนเกิดจากกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ อาจค่อย ๆ เล็กลงหลังกล้ามเนื้อทำงานลดลง แต่หากเป็นก้อนจากพังผืด ไขมัน หรือเนื้อเยื่อชนิดอื่น โบท็อกจะไม่ช่วยให้ก้อนสลายครับ

ทำไมบางคนฉีดแล้วไม่ดีขึ้น

อาจเป็นเพราะต้นเหตุไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อที่ฉีด หรือมีปัญหาจากกระดูก ข้อ และเส้นประสาทร่วมด้วย นอกจากนี้ตำแหน่งฉีด ปริมาณยา และการตอบสนองของแต่ละคนก็มีผลต่อผลลัพธ์ครับ

ควรทำร่วมกับกายภาพบำบัดไหม

หมอบางคนอาจแนะนำให้ทำร่วมกันครับ โบท็อกช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ส่วนกายภาพบำบัดช่วยฟื้นการเคลื่อนไหว เสริมความแข็งแรง และปรับพฤติกรรมที่ทำให้อาการกลับมาเป็นซ้ำ

หยุดฉีดแล้วอาการจะหนักกว่าเดิมไหม

ตัวยาไม่ได้ทำให้อาการรุนแรงกว่าเดิมครับ แต่เมื่อฤทธิ์ยาค่อย ๆ ลดลง กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงาน และอาการอาจกลับมาได้หากยังมีท่าทางหรือพฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุเดิม

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมซ้ำได้เมื่อไหร่

ควรรอให้แพทย์ประเมินผลจากครั้งก่อน รวมถึงการกลับมาทำงานของกล้ามเนื้อก่อนครับ ไม่ควรรีบฉีดเพิ่มเพียงเพราะยังรู้สึกปวดในช่วงแรก เพราะอาการปวดอาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

สรุป

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมอาจช่วยลดอาการปวดตึงได้ในบางคนที่มีกล้ามเนื้อคอหรือบ่าหดเกร็งและทำงานมากเกินไป แต่ไม่ได้เหมาะกับอาการปวดทุกสาเหตุครับ ก่อนฉีด หมอต้องตรวจการเคลื่อนไหว กำลังกล้ามเนื้อ และระบบประสาท เพื่อแยกปัญหาจากกระดูก ข้อไหล่ หรือเส้นประสาท หากวางแผนฉีดแล้ว ก็ควรปรับท่าทางและทำกายภาพร่วมด้วย เพื่อดูแลต้นเหตุและลดโอกาสที่อาการจะกลับมาเป็นซ้ำครับ

แชร์บทความ
นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
ว.21330
บทความโดย นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวและศัลยศาสตร์
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร อาหารแบบไหนควรเลี่ยงจริง

ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร อาหารแบบไหนควรเลี่ยงก่อนและหลังฉีด

ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนและหลังทำครับ จริง ๆ แล้วอาหารส่วนใหญ่ยังรับประทานได้ตามปกติ เพราะไม่ได้ทำให้โบท็อกสลาย
อาการแพ้โบท็อกซ์ สังเกตอย่างไร

อาการแพ้โบท็อกซ์ สังเกตอย่างไร และควรทำอย่างไรต่อ

อาการแพ้โบท็อกซ์อาจแสดงออกเป็นผื่นคัน ลมพิษหรืออาการบวมลามบริเวณใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปากและลิ้น ในกรณีรุนแรงอาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก
ผลข้างเคียงโบท็อก มีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงโบท็อก อาการทั่วไป VS อาการรุนแรงที่ต้องระวัง

ผลข้างเคียงโบท็อกที่หมอพบบ่อย ๆ ในเคสทั่วไป มักเป็นอาการชั่วคราว เช่น แดง บวม ช้ำ ปวดศีรษะ หน้าแข็ง หรือใบหน้าดูไม่เท่ากัน
โบท็อกลิฟกรอบหน้า คืออะไร

โบท็อกลิฟกรอบหน้า คืออะไร ช่วยกรอบหน้าชัด หน้าเรียวขึ้นจริงไหม

โบท็อกลิฟกรอบหน้าเป็นการฉีดโบท็อกบริเวณแนวกราม และกล้ามเนื้อ Platysma เพื่อลดแรงดึงของกล้ามเนื้อที่ทำให้ใบหน้าส่วนล่างตกชั่วคราว