การฉีดโบท็อกลดริ้วรอย เป็นหัตถการที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงการลดริ้วรอย แต่ผลลัพธ์ในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน เนื่องจากริ้วรอยบางส่วนเกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ ขณะที่บางส่วนเกิดจากโครงสร้างผิว จากการประเมินเคสในคลินิก หมอพบว่าหลายคนมีริ้วรอยมากกว่าหนึ่งสาเหตุร่วมกัน บทความนี้หมอจะอธิบายว่าริ้วรอยแบบไหนตอบสนองต่อโบท็อก ฉีดบริเวณใดได้บ้าง กี่วันเห็นผล และมีข้อควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจครับ
ฉีดโบลดริ้วรอย คืออะไร
ฉีดโบลดริ้วรอย คือ การใช้ Botulinum Toxin Type A ลดการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดหดตัวลดลง ผิวจึงถูกพับซ้ำน้อยลงและริ้วรอยขณะแสดงสีหน้าดูจางลงครับ การลดแรงพับของกล้ามเนื้ออาจช่วยลดการพับซ้ำของผิวในช่วงที่ตัวยาออกฤทธิ์ แต่ไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงของผิวจากอายุ แสงแดด หรือคอลลาเจนที่ลดลงได้ทั้งหมด
ฉีดโบลดริ้วรอย ทำงานอย่างไร
ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าเกิดจากกล้ามเนื้อดึงผิวให้พับซ้ำในตำแหน่งเดิม หลังฉีดโบท็อก การทำงานของกล้ามเนื้อเป้าหมายจะลดลงชั่วคราว ส่งผลให้
- ผิวถูกพับซ้ำน้อยลง
- ริ้วรอยขณะแสดงสีหน้าดูจางลง
- รอยที่เริ่มค้างอาจดูตื้นขึ้นบางส่วน
- สามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะตำแหน่งได้
หมออยากเน้นว่า เป้าหมายไม่ใช่ทำให้กล้ามเนื้อทุกมัดหยุดขยับ แต่เป็นการลดแรงพับในระดับที่เหมาะสม โดยยังคงการแสดงสีหน้าและความสมดุลของใบหน้าไว้ครับ
ริ้วรอยมีกี่ประเภท แบบไหนที่แก้ได้ด้วยโบท็อกลดริ้วรอย
ริ้วรอยบนใบหน้าไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว ก่อนฉีดแพทย์จึงต้องแยกให้ได้ว่าเป็นรอยจากกล้ามเนื้อ รอยที่เกิดขึ้นถาวรแล้ว หรือเป็นร่องจากโครงสร้างใบหน้า ซึ่งสรุปง่ายๆ ได้ดังนี้
| ลักษณะริ้วรอย | วิธีสังเกต | โบท็อกลดริ้วรอยช่วยได้แค่ไหน |
|---|---|---|
| ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ | เห็นชัดเวลาเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม | มักตอบสนองได้ดี เพราะสาเหตุหลักมาจากกล้ามเนื้อ |
| ริ้วรอยที่เห็นแม้หน้านิ่ง | ยังมีเส้นริ้วรอยหลังหยุดแสดงสีหน้า | อาจจางลงบางส่วน แต่รอยลึกอาจไม่หายทั้งหมด |
| ร่องจากความหย่อนคล้อยหรือเนื้อเยื่อยุบตัว | เป็นร่องลึก เช่น ร่องแก้มหรือร่องมุมปาก | มักไม่ตอบสนองต่อโบท็อกเพียงอย่างเดียว |
| ริ้วรอยตื้นจากคุณภาพผิว | ผิวแห้ง บาง หรือมีรอยละเอียดทั่วบริเวณ | ควรเน้นการดูแลคุณภาพผิวร่วมด้วย |
ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (Dynamic Line)
เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ พบได้บ่อยบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว ริ้วรอยบริเวณใต้ตาหรือรอยตีนกา ตัวอย่างเช่น เมื่อเลิกคิ้วจะเกิดเส้นแนวนอนบนหน้าผาก เมื่อขมวดคิ้วจะเกิดเส้นบริเวณหว่างคิ้ว และเมื่อยิ้มจะเห็นรอยบริเวณหางตาชัดขึ้น
ผู้ที่มีปัญหาเฉพาะตำแหน่งสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ ฉีดโบท็อกหน้าผาก, ฉีดโบท็อกระหว่างคิ้ว และ ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา
ริ้วรอยที่เห็นแม้ใบหน้าอยู่นิ่ง (Static Line)
ริ้วรอยที่ยังมองเห็นแม้ใบหน้าอยู่นิ่ง มักเกิดจากผิวถูกพับซ้ำเป็นเวลานาน ร่วมกับคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง โบท็อกอาจช่วยลดการพับซ้ำและทำให้รอยดูตื้นขึ้นได้ แต่ไม่ควรคาดหวังว่าร่องเดิมจะหายทั้งหมด โดยเฉพาะรอยที่ลึกหรือเป็นมานานครับ
ในบางเคส แพทย์อาจพิจารณาการดูแลคุณภาพผิว เลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วยตามสาเหตุของปัญหา
ริ้วรอยจากความหย่อนคล้อย (Wrinkle Fold)
ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องลึกบริเวณอื่น อาจเกิดจากไขมันบนใบหน้าเคลื่อนตัว กระดูกเปลี่ยนแปลง หรือผิวสูญเสียความกระชับ ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว
ริ้วรอยกลุ่มนี้จึงอาจเหมาะกับการเติมวอลลุ่ม โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน หรือเครื่องยกกระชับมากกว่า การเพิ่มจำนวนยูนิตโบท็อกไม่ได้หมายความว่าร่องจะดีขึ้นเสมอไปครับ
โบลดริ้วรอยฉีดบริเวณไหนบ้าง แต่ละจุดใช้ยูนิตต่างกันอย่างไร
โบลดริ้วรอยสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง โดยจำนวนยูนิตจะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โครงสร้างใบหน้า และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ตำแหน่งที่แพทย์มักประเมิน ได้แก่
- ริ้วรอยหน้าผาก ใช้ประมาณ 10 – 20 ยูนิต คลายกล้ามเนื้อหน้าผาก Frontalis ลดรอยจากการเลิกคิ้ว
- ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ใช้ประมาณ 10 – 25 ยูนิต บริเวณกล้ามเนื้อ Glabella เพื่อจัดการรอยหว่างคิ้ว
- ริ้วรอยรอบดวงตาหรือรอยตีนกา ใช้ประมาณ 5 – 15 ยูนิตต่อข้าง ลดรอยบริเวณหางตาขณะยิ้ม
- ริ้วรอยบนจมูก ใช้เพียง 4 – 10 ยูนิต บริเวณสันจมูกที่เกิดจากการย่นจมูก
- ริ้วรอยรอบริมฝีปาก ใช้ปริมาณน้อยมากเพียง 4 – 8 ยูนิต คลายกล้ามเนื้อรอบปาก ช่วยให้รอยดูเรียบเนียนขึ้น
- รอยหยักบริเวณคาง ใช้ประมาณ 4 – 10 ยูนิต คลายกล้ามเนื้อคาง ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียน
- เส้นกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ ใช้ประมาณ 20 – 50 ยูนิต เพื่อลดความเด่นของเส้นกล้ามเนื้อบริเวณคอในเคสที่เหมาะสม
ผู้ที่มีเส้นกล้ามเนื้อหรือริ้วรอยบริเวณคอสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ ฉีดโบท็อกคอ
ฉีดโบลดริ้วรอย กี่วันเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน
การฉีดโบลดริ้วรอยมักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงประมาณ 3–7 วัน และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้น โดยควรรอประเมินภาพรวมเมื่อครบประมาณ 10–14 วัน ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 3–4 เดือน แต่อาจสั้นหรือยาวกว่านี้ตามตำแหน่ง ผลิตภัณฑ์ ปริมาณยา และการตอบสนองของแต่ละคนครับ
โบลดริ้วรอย เหมาะกับใครบ้าง
ฉีดโบลดริ้วรอยอาจเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังนี้
- มีรอยหน้าผาก หว่างคิ้ว หรือหางตาชัดเวลาแสดงสีหน้า
- เริ่มมีรอยค้างเล็กน้อยหลังหยุดขยับหน้า
- ต้องการลดแรงพับของกล้ามเนื้อเฉพาะตำแหน่ง
- มีผิวคางเป็นคลื่นจากการเกร็งกล้ามเนื้อคาง
- เข้าใจว่าผลลัพธ์เป็นแบบชั่วคราว
- ยอมรับว่าผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน
ใครควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติมก่อนฉีดโบลดริ้วรอย
ผู้ที่มีลักษณะต่อไปนี้ไม่ได้หมายความว่าจะฉีดโบลดริ้วรอยไม่ได้ทุกกรณี แต่ควรแจ้งข้อมูลให้แพทย์ทราบและรับการประเมินอย่างละเอียดก่อนฉีดครับ
- มีหนังตาตก คิ้วต่ำ หรือใช้การยกหน้าผากช่วยลืมตา
- มีถุงใต้ตา ตาแห้ง หรือปัญหากล้ามเนื้อรอบดวงตา
- มีใบหน้าไม่สมมาตรหรือเคยผ่าตัดบริเวณใบหน้า
- มีแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
- เคยแพ้โบทูลินัมท็อกซินหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
- มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- รับประทานยาคลายกล้ามเนื้อ ยาปฏิชีวนะบางชนิด หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- เคยฉีดโบทูลินัมท็อกซินชนิดอื่นภายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ผลข้างเคียงหลังฉีดโบลดริ้วรอย
หลังฉีดอาจมีรอยเข็ม บวม แดง เจ็บ หรือรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ ลดลง ส่วนผลข้างเคียงอื่นอาจแตกต่างตามตำแหน่งฉีดและการตอบสนองของแต่ละคน ได้แก่
- ปวดศีรษะหรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
- คิ้วหรือเปลือกตาต่ำกว่าปกติ
- รอยยิ้มหรือการแสดงสีหน้าไม่สมดุล
- รู้สึกหนังตาหนัก
- ตาแห้งหรือน้ำตาไหลในบางราย
- กล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงอ่อนแรงชั่วคราว
ข้อควรรู้: หากมีอาการกลืนลำบาก พูดไม่ชัด หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ หรืออาการแพ้ ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที
หลังฉีดโบลดริ้วรอยควรดูแลอย่างไร
หลังฉีดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยหลัก ๆ ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการนอนราบประมาณ 2–4 ชั่วโมงหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อยในช่วง 2 ชั่วโมงแรก หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- งดทรีตเมนต์หรือนวดหน้าที่มีการกดบริเวณฉีดในวันทำหัตถการ
- สังเกตอาการผิดปกติและมาติดตามผลตามเวลาที่แพทย์นัด
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม อาหาร และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สามารถอ่านได้ในบทความ ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก
รีวิว ฉีดโบลดริ้วรอย จากผู้ใช้บริการที่ APEX Clinic
เคสริ้วรอยหว่างคิ้ว
ก่อนทำ คุณท็อปมีรอยพับระหว่างคิ้วเห็นชัดเวลาขมวดคิ้ว หลังฉีดโบลดริ้วรอย การหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหว่างคิ้วลดลง ทำให้รอยพับขณะแสดงสีหน้าดูจางลง
เคสริ้วรอยหน้าผาก
คุณกอล์ฟกังวลเรื่องรอยพับบริเวณหน้าผาก แพทย์ประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าผากร่วมกับระดับคิ้วก่อนฉีด หลังทำรอยหน้าผากขณะเลิกคิ้วดูตื้นลง โดยยังสามารถแสดงสีหน้าได้
เคสรอยตีนกา
คุณมะปรางมีริ้วรอยรอบดวงตาที่เห็นชัดเวลายิ้ม หลังฉีดโบลดริ้วรอย กล้ามเนื้อบริเวณหางตาทำงานลดลง ทำให้รอยขณะยิ้มดูจางลง
ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ภาพก่อน–หลังเป็นผลลัพธ์เฉพาะบุคคลและใช้ประกอบการให้ข้อมูลเท่านั้น
ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่
ฉีดโบลดริ้วรอยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 1,200–2,500 บาทต่อบริเวณ ส่วนการฉีดหลายตำแหน่ง เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา อาจมีราคาประมาณ 3,500–6,000 บาทขึ้นไป ราคาจริงขึ้นอยู่กับยี่ห้อและจำนวนยูนิตที่แพทย์ประเมิน เนื่องจากแต่ละคนมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระดับริ้วรอยไม่เท่ากันครับ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์ จำนวนยูนิต และราคาสุทธิก่อนฉีดทุกครั้ง
สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่หน้า โปรโมชันฉีดโบลดริ้วรอย ของ APEX
ราคาเป็นเพียงช่วงโดยประมาณ และอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันหรือเงื่อนไขของคลินิก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฉีดโบลดริ้วรอย
โบลดริ้วรอยเหมาะกับริ้วรอยแบบไหน
เหมาะกับริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น รอยหน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา ส่วนร่องลึกที่เห็นแม้หน้านิ่งอาจดีขึ้นเพียงบางส่วนครับ
ฉีดโบลดริ้วรอยแล้วรอยหายทั้งหมดไหม
ไม่จำเป็นต้องหายทั้งหมด โดยเฉพาะรอยลึกที่เป็นมานาน โบท็อกช่วยลดแรงพับจากกล้ามเนื้อ แต่รอยเดิมอาจต้องใช้การดูแลคุณภาพผิวหรือวิธีอื่นร่วมด้วย
ริ้วรอยเล็ก ๆ จำเป็นต้องฉีดโบไหม
ไม่จำเป็นทุกคนครับ ควรประเมินก่อนว่ารอยเกิดจากกล้ามเนื้อ ผิวแห้ง หรือคุณภาพผิว หากไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อ โบท็อกอาจไม่ใช่วิธีที่ตรงกับปัญหา
ฉีดโบช่วยป้องกันริ้วรอยในอนาคตได้ไหม
การลดแรงพับของกล้ามเนื้ออาจช่วยลดการพับซ้ำของผิวในช่วงที่ตัวยาออกฤทธิ์ แต่ไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงจากอายุ แสงแดด หรือคอลลาเจนที่ลดลงได้ทั้งหมด
ฉีดโบลดริ้วรอยบ่อย ๆ ทำให้รอยหายถาวรไหม
ไม่ทำให้ริ้วรอยหายถาวรครับ เมื่อฤทธิ์ของตัวยาลดลง กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงาน และรอยขณะแสดงสีหน้าสามารถกลับมาเห็นได้อีก
ฉีดโบลดริ้วรอยแล้วไม่เห็นผลเกิดจากอะไร
อาจเกิดจากยังรอผลไม่นานพอ ปริมาณยาไม่เหมาะกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ริ้วรอยมีสาเหตุจากผิวหรือโครงสร้าง หรือมีปัญหาเรื่องการเก็บรักษาและการเตรียมผลิตภัณฑ์ ควรรอประเมินตามเวลาที่แพทย์นัดครับ
การไม่เห็นผลเพียงครั้งเดียวยังไม่สามารถสรุปว่าเกิดจากภาวะดื้อโบท็อกได้ ควรรอประเมินผลตามเวลาที่แพทย์นัดและตรวจสอบสาเหตุอื่นร่วมด้วยครับ
หยุดฉีดโบแล้วริ้วรอยจะหนักกว่าเดิมไหม
โดยทั่วไปริ้วรอยไม่ได้หนักขึ้นเพราะหยุดฉีด เมื่อฤทธิ์ยาลดลง กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานใกล้เคียงก่อนฉีด และริ้วรอยเดิมอาจกลับมาเห็นตามปกติ
ฉีดโบลดริ้วรอยกี่วันเห็นผล
มักเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงประมาณ 3–7 วัน และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้น ควรรอประเมินโดยรวมเมื่อครบประมาณ 2 สัปดาห์ครับ
โบลดริ้วรอยอยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน แต่บางคนอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ผลิตภัณฑ์ ปริมาณยา และการตอบสนองของร่างกาย
สรุป การฉีดโบลดริ้วรอย รู้ก่อนตัดสินใจการฉีดโบลดริ้วรอย รู้ก่อนตัดสินใจ
การฉีดโบลดริ้วรอยเหมาะกับรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา ส่วนรอยลึกที่เห็นแม้ใบหน้าอยู่นิ่งอาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมครับ หลังฉีดมักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3–7 วัน ประเมินผลชัดขึ้นช่วง 10–14 วัน และโดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ปริมาณยา และการตอบสนองของแต่ละคน ก่อนฉีดควรให้แพทย์ประเมินลักษณะริ้วรอยและการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อวางจุดฉีดและจำนวนยูนิตให้เหมาะสมครับ
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดโบลดริ้วรอย หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
แหล่งอ้างอิง
Mayo Clinic: Botox Injections
American Academy of Dermatology: Botulinum Toxin Therapy Overview
American Academy of Dermatology: Botulinum Toxin Therapy FAQs
U.S. FDA: BOTOX Cosmetic Prescribing Information






