Thermage คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ควรทำกี่ช็อต ช่วยยกหน้าได้จริงไหม

หน้าแรก » Thermage » Thermage คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ควรทำกี่ช็อต ช่วยยกหน้าได้จริงไหม
Thermage คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Thermage เป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพิจารณาว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของผิวหน้าหรือไม่ เทคโนโลยีนี้มีจุดเด่นด้านการช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยดูเต่งตึงและเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจหลักการทำงาน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และข้อมูลราคา เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

Thermage คืออะไร

Thermage (เทอร์มาจ) คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น ดูตึงกระชับ และช่วยลดความหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด

Thermage หลักการทำงาน

Thermage มีหลักการทำงานอย่างไร

การทำงานของ Thermage อาศัยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง ส่งผ่านพลังงานลงลึกสู่ชั้นผิวหนังเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย จากโครงสร้างภายในโดยมีกระบวนการสำคัญ ดังนี้

  • ส่งความร้อนลงลึก : ปล่อยพลังงาน Monopolar RF ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว
  • กระตุ้นคอลลาเจน : ความร้อนทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่หย่อนยานเกิดการหดตัวกระชับขึ้นทันที
  • สร้างเซลล์ผิวใหม่ : เร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ต่อเนื่องในช่วง 3-6 เดือน
  • ลดไขมันสะสม : พลังงานความร้อนช่วยลดวอลลุ่มของ เซลล์ไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียง
  • ฟื้นฟูผิวจากภายใน : ปรับโครงสร้างผิวให้แน่นเฟิร์มและเรียบเนียนขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

Thermage มีกี่รุ่น

เทคโนโลยีเทอร์มาจได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับและลดความเจ็บระหว่างทำ ได้แก่

  • ThermaCool TC (2002) : รุ่นแรกที่เป็นต้นแบบของการใช้คลื่นวิทยุ (RF) ในการยกกระชับผิว
  • Thermage NXT (2007) : รุ่นที่พัฒนาให้ตัวเครื่องเล็กลงและปล่อยพลังงานได้เสถียรกว่ารุ่นแรก
  • Thermage CPT (2009) : รุ่นยอดนิยมที่เพิ่มระบบสั่น (Vibration) และระบบความเย็นช่วยให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ
  • Thermage FLX (2018) : เทคโนโลยี AccuREP™ ปรับพลังงานอัตโนมัติ ยิงเร็วขึ้นและเจ็บน้อยลง

Thermage มีกี่หัว ต่างกันอย่างไร

หัวทิปที่ใช้ในการทำ Thermage ถูกออกแบบมาให้ปล่อยพลังงาน ในระดับความลึกที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิวและบริเวณ ที่ต้องการรักษาอย่างจำเพาะเจาะจง ได้แก่

  • Eye Tip (0.25 cm²) : หัวสีเขียวขนาดเล็กพิเศษสำหรับยกกระชับผิวบริเวณเปลือกตาและรอบดวงตาโดยเฉพาะ
  • Total Tip (4.0 cm²) : หัวสีม่วงยอดนิยมสำหรับยกกระชับใบหน้า แก้ม เหนียง และลำคอ ให้ผิวแน่นเฟิร์ม
  • Body Tip (16.0 cm²) : หัวสีส้มขนาดใหญ่สำหรับทำบริเวณลำตัว หน้าท้อง และต้นขา เพื่อลดความหย่อนคล้อย
  • Face Tip (3.0 cm²) : หัวรุ่นมาตรฐานเดิมสำหรับผิวหน้า ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้รุ่น Total Tip ที่ส่งพลังงานได้ลึกกว่า

วิธีตรวจสอบเครื่อง Thermage

วิธีตรวจสอบเครื่อง Thermage

เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีและช่วยลดความเสี่ยงได้ การเลือกใช้บริการกับคลินิกที่ใช้เครื่อง Thermage ที่ตรวจสอบได้ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ ดังนี้

  • สติกเกอร์เครื่อง Thermage : ต้องมีสติกเกอร์สีเงิน “Thermage Authentic Product” ติดอยู่ที่หน้าตัวเครื่องอย่างชัดเจน
  • สแกน QR Code : สามารถสแกนรหัสที่ติดอยู่ข้างกล่องหัวทิป (Tip) เพื่อตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที
  • หน้าจอเครื่องขณะทำ : สังเกตการแสดงผลจำนวนช็อต (Shots) ที่เหลืออยู่บนหน้าจอเครื่องรุ่น FLX ซึ่งต้องเป็นแบบ Real-time

Thermage ราคาเท่าไหร่

ราคาของการทำ Thermage แตกต่างกันไปตามรุ่นของเครื่อง บริเวณที่ต้องการรักษา และจำนวนช็อต (Shots) ที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยมีเรทราคาทั่วไป ดังนี้

  • 450 ช็อต : ราคาประมาณ 25,000-45,000 บาท เหมาะสำหรับแก้ปัญหาหนังตาตกและริ้วรอยรอบดวงตา
  • 450 ช็อต : ราคาประมาณ 30,000-40,000 บาท เน้นการลดไขมันสะสมและยกกระชับกรอบหน้า
  • 900 ช็อต : ราคาประมาณ 55,000-95,000 บาท เป็นจำนวนช็อตมาตรฐานที่ช่วยยกกระชับได้ครอบคลุม
  • 1,200 ช็อต : ราคาประมาณ 75,000-110,000 บาท ทั่วใบหน้าและลำคอ เพื่อการเก็บรายละเอียดผิวให้ตึงกระชับต่อเนื่องถึงลำคอ
  • 2,000 ช็อต : ราคาประมาณ 90,000-150,000 บาท สำหรับกระชับผิวหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา

*ราคาสามารถแตกต่างกันได้ตามจำนวนช็อต พื้นที่ที่ทำ โปรโมชั่น และประสบการณ์ของแพทย์ ควรสอบถามรายละเอียดและประเมินผิวกับคลินิกทุกครั้งก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ที่ Apex Clinic มีราคาดังนี้

Thermage ราคา

Thermage ช่วยยกหน้าได้จริงไหม

Thermage ช่วยยกกระชับหน้าได้จริง โดยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ส่งความร้อนลงลึกเพื่อทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยหดตัวลง พร้อมช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงให้ลดน้อยลง ส่งผลให้รูปหน้าดูเรียวเล็ก กรอบหน้าชัด และผิวดูตึงยกขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

Thermage ช่วยอะไร

Thermage แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

สำหรับผู้ที่มีปัญหาความร่วงโรยของผิวตามวัย การทำ Thermage สามารถช่วยฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาความกังวลทั้งบนใบหน้าและร่างกายได้อย่างครอบคลุม ได้แก่

  • ผิวหย่อนคล้อย : แก้ไขผิวหน้าและลำคอที่ขาดความกระชับให้ดูตึงขึ้น
  • ไขมันสะสม : ลดเนื้อแก้มที่เยอะเกินไปและลดไขมันใต้คาง (เหนียง)
  • ริ้วรอย : ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
  • ปัญหาหน้าท้องและผิวกาย : กระชับผิวหน้าท้องที่ย้วยหลังคลอด หรือผิวต้นแขนต้นขาที่ไม่เฟิร์ม
  • ปัญหาชะลอวัยรอบดวงตา : ช่วยเรื่องหนังตาตกและลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา
  • รูขุมขนและผิวสัมผัส : ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงและผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้น

Thermage ทำบริเวณไหนได้บ้าง

เทคโนโลยี Thermage ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการรักษา จึงสามารถนำมาใช้ยกกระชับผิวได้ครอบคลุมหลายส่วนสำคัญของร่างกาย ดังนี้

  • ใบหน้า : ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยและปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน
  • รอบดวงตา : แก้ปัญหาหนังตาตก รอยตีนกา และลดถุงใต้ตา
  • ใต้คางและลำคอ : ลดเหนียงส่วนเกินและกระชับผิวลำคอที่เหี่ยวย่น
  • หน้าท้อง : ฟื้นฟูผิวที่ย้วยหรือหย่อนคล้อยหลังคลอดลูกหรือลดน้ำหนัก
  • ต้นแขนและต้นขา : กระชับผิวที่หย่อนคล้อยและลดเซลลูไลท์ให้ผิวเรียบเนียน
  • หลังมือ : เติมเต็มและกระชับผิวหลังมือให้ดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ขึ้น

Thermage เหมาะกับใครบ้าง

การตัดสินใจเลือกทำ Thermage ควรพิจารณาจากสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์การยกกระชับผิว ดังนี้

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย : คนที่ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น หน้าเริ่มคล้อยตามวัย
  • ผู้ที่มีไขมันสะสม : คนที่มีเนื้อแก้มเยอะ มีเหนียง หรือต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว
  • ผู้ที่มีริ้วรอย : คนที่มีรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รอบดวงตา หรือมีหนังตาตก
  • ผู้ที่ต้องการงานผิว : คนที่อยากให้ผิวแน่น เฟิร์มกระชับ และรูขุมขนดูเล็กลง
  • ผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรม : คนที่อยากยกหน้าแต่กลัวมีดหมอ กลัวเข็ม หรือไม่มีเวลาพักฟื้น
  • คุณแม่หลังคลอด : คนที่มีปัญหาผิวหน้าท้องย้วยและต้องการกระชับผิวให้กลับมาเต่งตึง

Thermage ไม่เหมาะกับใครบ้าง

Thermage มีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีเงื่อนไขทางสุขภาพบางประการ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อการดูแลให้ปลอดภัยดังนี้

  • สตรีมีครรภ์ : รวมถึงคุณแม่ที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ : หรือผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังอยู่ในร่างกาย
  • ผู้ที่มีโลหะในร่างกาย : โดยเฉพาะในบริเวณที่จะทำการรักษา (ยกเว้นการอุดฟัน)
  • ผู้ที่มีแผลสด : หรือมีการอักเสบและติดเชื้อของผิวหนังในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง : เช่น โรคหัวใจ หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่มีผิวบางมาก : หรือคนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังสร้อยน้อยเกินไปอาจได้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน

Thermage กับเครื่องยกกระชับอื่น

Thermage ต่างจาก HIFU หรือ Ultraformer อย่างไร

การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพผิว จะช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับออกมามีประสิทธิภาพ โดยความแตกต่างที่สำคัญของเทอร์มาจเมื่อเทียบกับเครื่องกลุ่มอัลตราซาวด์ มีดังนี้

  • ประเภทพลังงาน : Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ส่วน HIFU Ultraformer ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
  • การกระจายพลังงาน : Thermage ส่งความร้อนแบบครอบคลุมพื้นที่กว้าง ส่วน HIFU ส่งพลังงานเป็นจุดโฟกัสขนาดเล็ก
  • ชั้นผิวที่เน้น : Thermage เน้นชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ส่วน HIFU เน้นลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกหน้า
  • ผลลัพธ์หลัก : Thermage ช่วยให้ผิวแน่นและลดไขมันแก้ม ส่วน HIFU เน้นการดึงหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น
  • ระยะเวลาคงอยู่ : Thermage ทำปีละ 1 ครั้ง ส่วน HIFU Ultraformer มักต้องทำซ้ำทุก 4-6 เดือนเพื่อผลลัพธ์ต่อเนื่อง

Thermage รีวิว

ทำ Thermage เจ็บไหม

การทำ Thermage จะรู้สึกร้อนและจี๊ดๆ ในบางจุด แต่ด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่าง FLX ที่มีระบบสั่นและหัวพ่นความเย็นประกอบกับการแปะยาชาก่อนเริ่มรักษา จึงช่วยลดความเจ็บลงได้มากจนอยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบาย

Thermage ต้องทำกี่ช็อต

Thermage ต้องทำกี่ช็อต

จำนวนช็อตในการทำ Thermage จะถูกคำนวณตามสภาพ ความหย่อนคล้อยและขนาดของบริเวณที่ต้องการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดี ดังนี้

  • 450 ช็อต : สำหรับเน้นเฉพาะจุด เช่น เก็บเหนียง สลายไขมันแก้ม หรือลดริ้วรอยรอบดวงตา
  • 900 ช็อต : จำนวนมาตรฐานสำหรับยกกระชับทั่วใบหน้า เพื่อความแน่นเฟิร์มและกรอบหน้าชัด
  • 1,200 ช็อต : สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่ใบหน้าถึงลำคอ
  • 2,000 ช็อต : เหมาะสำหรับยกกระชับผิวบริเวณลำตัวที่มีพื้นที่กว้าง เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน

ก่อนทำ Thermage ต้องเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนรับบริการ จะช่วยให้ผิวพร้อมรับพลังงานได้อย่างเต็มที่และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการทำ Thermage ดังนี้

  • เลี่ยงแสงแดดจัด : งดการอาบแดดหรือกิจกรรมกลางแจ้งก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดครีมผลัดเซลล์ผิว : หยุดใช้ครีมกลุ่มเรตินอลหรือ AHA/BHA ล่วงหน้า 3-5 วัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : เพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้นพร้อมรับความร้อนจากเครื่อง
  • แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งแพทย์หากมีการฝังโลหะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ไม่ต้องอดอาหาร : สามารถรับประทานอาหารและแต่งหน้ามาได้ตามปกติ

หลังทำ Thermage ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังจากทำ Thermage ผิวอาจมีความร้อนสะสมอยู่ภายในเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยส่งเสริมผลลัพธ์การยกกระชับ ให้เห็นผลชัดเจนและอยู่ได้นานขึ้น ดังนี้

  • งดประคบเย็น : ปล่อยให้พลังงานความร้อนทำงานใต้ผิวได้อย่างเต็มที่ในช่วงแรก
  • เลี่ยงความร้อนสูง : งดเข้าซาวน่า แช่น้ำอุ่น หรือทำเลเซอร์อื่นในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น : เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเป็นประจำ
  • ดื่มน้ำสะอาด : ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว
  • งดนวดหน้า : หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดใบหน้าแรงๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำ
  • ดูแลสุขภาพ : งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการทำลายคอลลาเจนใหม่

หลังทำ Thermage มีผลข้างเคียงไหม

การทำ Thermage เป็นหัตถการไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจพบอาการข้างเคียงชั่วคราวหลังทำซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองตามธรรมชาติ ดังนี้

  • รอยแดง : ผิวบริเวณที่ทำอาจแดงเรื่อและจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • อาการบวม : อาจมีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 2-5 วันหลังการรักษา
  • ความรู้สึกระบม : รู้สึกเจ็บแปล๊บหรือระบมใต้ผิวเล็กน้อยเมื่อสัมผัสบริเวณนั้นๆ
  • ผิวแห้งหรือลอก : อาจเกิดขึ้นได้ในบางรายแต่พบได้น้อยและหายได้เอง

Thermage อยู่ได้นานกี่เดือน ควรทำปีละกี่ครั้ง

ผลลัพธ์ของ Thermage โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล โดยแนะนำให้ทำเพียงปีละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาความแน่นกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thermage

หลังทำ Thermage ห้ามนวดหน้ากี่วัน

ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรงหรือการทำทรีทเม้นท์ที่ต้องขัดถูใบหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการรักษา เพื่อลดการระคายเคืองและให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้ฟื้นฟูตามกระบวนการธรรมชาติอย่างเต็มที่

ทำ Thermage แล้วหน้าจะไหม้ไหม

หากทำด้วยเครื่องที่ตรวจสอบได้และดำเนินการโดยแพทย์ โอกาสที่จะเกิดผิวไหม้มีน้อยมากเนื่องจากเครื่องมีระบบเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวตลอดเวลา ระบบความเย็นจะช่วยปกป้องผิวชั้นนอกไม่ให้ได้รับความร้อนสูงเกินไปจนเกิดรอยไหม้หรือตุ่มพอง

ทำ Thermage เจ็บไหม

ระหว่างการรักษาจะรู้สึกอุ่นจนถึงร้อนลุ่มลึกในชั้นผิวและอาจมีอาการจี๊ดในบางจุดที่ผิวบางหรือใกล้กระดูก เครื่องรุ่นใหม่อย่าง Thermage FLX มีระบบสั่นและหัวพ่นความเย็นที่ช่วยลดความเจ็บลงได้มากประกอบกับการแปะยาชาก่อนทำ

Thermage เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีความกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยหรือต้องการลดไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง โดยในช่วงวัย 30-50 ปี จะเป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในการช่วยยกกระชับและฟื้นฟูคอลลาเจน

หลังทำ Thermage ต้องพักฟื้นไหม

หลังทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น ผิวอาจมีรอยแดงเรื่อหรือบวมเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่เกินหนึ่งสัปดาห์

สรุป

การทำ Thermage ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและมีไขมันส่วนเกินบนใบหน้า เพราะช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์มและปรับรูปหน้าให้เรียวชัดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แม้จะมีค่อนข้างราคาสูงแต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานและไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การย้อนวัยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แชร์บทความ
พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ว.66289
บทความโดย พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Thermage FLX

Thermage FLX คืออะไร เจ็บไหม แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร

Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความกระชับของใบหน้า