Thermage เป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพิจารณาว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของผิวหน้าหรือไม่ เทคโนโลยีนี้มีจุดเด่นด้านการช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยดูเต่งตึงและเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจหลักการทำงาน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และข้อมูลราคา เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
Thermage คืออะไร
Thermage (เทอร์มาจ) คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น ดูตึงกระชับ และช่วยลดความหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด
Thermage มีหลักการทำงานอย่างไร
การทำงานของ Thermage อาศัยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง ส่งผ่านพลังงานลงลึกสู่ชั้นผิวหนังเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย จากโครงสร้างภายในโดยมีกระบวนการสำคัญ ดังนี้
- ส่งความร้อนลงลึก : ปล่อยพลังงาน Monopolar RF ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว
- กระตุ้นคอลลาเจน : ความร้อนทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่หย่อนยานเกิดการหดตัวกระชับขึ้นทันที
- สร้างเซลล์ผิวใหม่ : เร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ต่อเนื่องในช่วง 3-6 เดือน
- ลดไขมันสะสม : พลังงานความร้อนช่วยลดวอลลุ่มของ เซลล์ไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียง
- ฟื้นฟูผิวจากภายใน : ปรับโครงสร้างผิวให้แน่นเฟิร์มและเรียบเนียนขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
Thermage มีกี่รุ่น
เทคโนโลยีเทอร์มาจได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับและลดความเจ็บระหว่างทำ ได้แก่
- ThermaCool TC (2002) : รุ่นแรกที่เป็นต้นแบบของการใช้คลื่นวิทยุ (RF) ในการยกกระชับผิว
- Thermage NXT (2007) : รุ่นที่พัฒนาให้ตัวเครื่องเล็กลงและปล่อยพลังงานได้เสถียรกว่ารุ่นแรก
- Thermage CPT (2009) : รุ่นยอดนิยมที่เพิ่มระบบสั่น (Vibration) และระบบความเย็นช่วยให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ
- Thermage FLX (2018) : เทคโนโลยี AccuREP™ ปรับพลังงานอัตโนมัติ ยิงเร็วขึ้นและเจ็บน้อยลง
Thermage มีกี่หัว ต่างกันอย่างไร
หัวทิปที่ใช้ในการทำ Thermage ถูกออกแบบมาให้ปล่อยพลังงาน ในระดับความลึกที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิวและบริเวณ ที่ต้องการรักษาอย่างจำเพาะเจาะจง ได้แก่
- Eye Tip (0.25 cm²) : หัวสีเขียวขนาดเล็กพิเศษสำหรับยกกระชับผิวบริเวณเปลือกตาและรอบดวงตาโดยเฉพาะ
- Total Tip (4.0 cm²) : หัวสีม่วงยอดนิยมสำหรับยกกระชับใบหน้า แก้ม เหนียง และลำคอ ให้ผิวแน่นเฟิร์ม
- Body Tip (16.0 cm²) : หัวสีส้มขนาดใหญ่สำหรับทำบริเวณลำตัว หน้าท้อง และต้นขา เพื่อลดความหย่อนคล้อย
- Face Tip (3.0 cm²) : หัวรุ่นมาตรฐานเดิมสำหรับผิวหน้า ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้รุ่น Total Tip ที่ส่งพลังงานได้ลึกกว่า
วิธีตรวจสอบเครื่อง Thermage
เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีและช่วยลดความเสี่ยงได้ การเลือกใช้บริการกับคลินิกที่ใช้เครื่อง Thermage ที่ตรวจสอบได้ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ ดังนี้
- สติกเกอร์เครื่อง Thermage : ต้องมีสติกเกอร์สีเงิน “Thermage Authentic Product” ติดอยู่ที่หน้าตัวเครื่องอย่างชัดเจน
- สแกน QR Code : สามารถสแกนรหัสที่ติดอยู่ข้างกล่องหัวทิป (Tip) เพื่อตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที
- หน้าจอเครื่องขณะทำ : สังเกตการแสดงผลจำนวนช็อต (Shots) ที่เหลืออยู่บนหน้าจอเครื่องรุ่น FLX ซึ่งต้องเป็นแบบ Real-time
Thermage ราคาเท่าไหร่
ราคาของการทำ Thermage แตกต่างกันไปตามรุ่นของเครื่อง บริเวณที่ต้องการรักษา และจำนวนช็อต (Shots) ที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยมีเรทราคาทั่วไป ดังนี้
- 450 ช็อต : ราคาประมาณ 25,000-45,000 บาท เหมาะสำหรับแก้ปัญหาหนังตาตกและริ้วรอยรอบดวงตา
- 450 ช็อต : ราคาประมาณ 30,000-40,000 บาท เน้นการลดไขมันสะสมและยกกระชับกรอบหน้า
- 900 ช็อต : ราคาประมาณ 55,000-95,000 บาท เป็นจำนวนช็อตมาตรฐานที่ช่วยยกกระชับได้ครอบคลุม
- 1,200 ช็อต : ราคาประมาณ 75,000-110,000 บาท ทั่วใบหน้าและลำคอ เพื่อการเก็บรายละเอียดผิวให้ตึงกระชับต่อเนื่องถึงลำคอ
- 2,000 ช็อต : ราคาประมาณ 90,000-150,000 บาท สำหรับกระชับผิวหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา
*ราคาสามารถแตกต่างกันได้ตามจำนวนช็อต พื้นที่ที่ทำ โปรโมชั่น และประสบการณ์ของแพทย์ ควรสอบถามรายละเอียดและประเมินผิวกับคลินิกทุกครั้งก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ที่ Apex Clinic มีราคาดังนี้
Thermage ช่วยยกหน้าได้จริงไหม
Thermage ช่วยยกกระชับหน้าได้จริง โดยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ส่งความร้อนลงลึกเพื่อทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยหดตัวลง พร้อมช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงให้ลดน้อยลง ส่งผลให้รูปหน้าดูเรียวเล็ก กรอบหน้าชัด และผิวดูตึงยกขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
Thermage แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
สำหรับผู้ที่มีปัญหาความร่วงโรยของผิวตามวัย การทำ Thermage สามารถช่วยฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาความกังวลทั้งบนใบหน้าและร่างกายได้อย่างครอบคลุม ได้แก่
- ผิวหย่อนคล้อย : แก้ไขผิวหน้าและลำคอที่ขาดความกระชับให้ดูตึงขึ้น
- ไขมันสะสม : ลดเนื้อแก้มที่เยอะเกินไปและลดไขมันใต้คาง (เหนียง)
- ริ้วรอย : ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
- ปัญหาหน้าท้องและผิวกาย : กระชับผิวหน้าท้องที่ย้วยหลังคลอด หรือผิวต้นแขนต้นขาที่ไม่เฟิร์ม
- ปัญหาชะลอวัยรอบดวงตา : ช่วยเรื่องหนังตาตกและลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา
- รูขุมขนและผิวสัมผัส : ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงและผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้น
Thermage ทำบริเวณไหนได้บ้าง
เทคโนโลยี Thermage ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการรักษา จึงสามารถนำมาใช้ยกกระชับผิวได้ครอบคลุมหลายส่วนสำคัญของร่างกาย ดังนี้
- ใบหน้า : ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยและปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน
- รอบดวงตา : แก้ปัญหาหนังตาตก รอยตีนกา และลดถุงใต้ตา
- ใต้คางและลำคอ : ลดเหนียงส่วนเกินและกระชับผิวลำคอที่เหี่ยวย่น
- หน้าท้อง : ฟื้นฟูผิวที่ย้วยหรือหย่อนคล้อยหลังคลอดลูกหรือลดน้ำหนัก
- ต้นแขนและต้นขา : กระชับผิวที่หย่อนคล้อยและลดเซลลูไลท์ให้ผิวเรียบเนียน
- หลังมือ : เติมเต็มและกระชับผิวหลังมือให้ดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ขึ้น
Thermage เหมาะกับใครบ้าง
การตัดสินใจเลือกทำ Thermage ควรพิจารณาจากสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์การยกกระชับผิว ดังนี้
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย : คนที่ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น หน้าเริ่มคล้อยตามวัย
- ผู้ที่มีไขมันสะสม : คนที่มีเนื้อแก้มเยอะ มีเหนียง หรือต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว
- ผู้ที่มีริ้วรอย : คนที่มีรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รอบดวงตา หรือมีหนังตาตก
- ผู้ที่ต้องการงานผิว : คนที่อยากให้ผิวแน่น เฟิร์มกระชับ และรูขุมขนดูเล็กลง
- ผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรม : คนที่อยากยกหน้าแต่กลัวมีดหมอ กลัวเข็ม หรือไม่มีเวลาพักฟื้น
- คุณแม่หลังคลอด : คนที่มีปัญหาผิวหน้าท้องย้วยและต้องการกระชับผิวให้กลับมาเต่งตึง
Thermage ไม่เหมาะกับใครบ้าง
Thermage มีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีเงื่อนไขทางสุขภาพบางประการ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อการดูแลให้ปลอดภัยดังนี้
- สตรีมีครรภ์ : รวมถึงคุณแม่ที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ : หรือผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังอยู่ในร่างกาย
- ผู้ที่มีโลหะในร่างกาย : โดยเฉพาะในบริเวณที่จะทำการรักษา (ยกเว้นการอุดฟัน)
- ผู้ที่มีแผลสด : หรือมีการอักเสบและติดเชื้อของผิวหนังในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง : เช่น โรคหัวใจ หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
- ผู้ที่มีผิวบางมาก : หรือคนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังสร้อยน้อยเกินไปอาจได้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน
Thermage ต่างจาก HIFU หรือ Ultraformer อย่างไร
การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพผิว จะช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับออกมามีประสิทธิภาพ โดยความแตกต่างที่สำคัญของเทอร์มาจเมื่อเทียบกับเครื่องกลุ่มอัลตราซาวด์ มีดังนี้
- ประเภทพลังงาน : Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ส่วน HIFU Ultraformer ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
- การกระจายพลังงาน : Thermage ส่งความร้อนแบบครอบคลุมพื้นที่กว้าง ส่วน HIFU ส่งพลังงานเป็นจุดโฟกัสขนาดเล็ก
- ชั้นผิวที่เน้น : Thermage เน้นชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ส่วน HIFU เน้นลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกหน้า
- ผลลัพธ์หลัก : Thermage ช่วยให้ผิวแน่นและลดไขมันแก้ม ส่วน HIFU เน้นการดึงหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น
- ระยะเวลาคงอยู่ : Thermage ทำปีละ 1 ครั้ง ส่วน HIFU Ultraformer มักต้องทำซ้ำทุก 4-6 เดือนเพื่อผลลัพธ์ต่อเนื่อง
ทำ Thermage เจ็บไหม
การทำ Thermage จะรู้สึกร้อนและจี๊ดๆ ในบางจุด แต่ด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่าง FLX ที่มีระบบสั่นและหัวพ่นความเย็นประกอบกับการแปะยาชาก่อนเริ่มรักษา จึงช่วยลดความเจ็บลงได้มากจนอยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบาย
Thermage ต้องทำกี่ช็อต
จำนวนช็อตในการทำ Thermage จะถูกคำนวณตามสภาพ ความหย่อนคล้อยและขนาดของบริเวณที่ต้องการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดี ดังนี้
- 450 ช็อต : สำหรับเน้นเฉพาะจุด เช่น เก็บเหนียง สลายไขมันแก้ม หรือลดริ้วรอยรอบดวงตา
- 900 ช็อต : จำนวนมาตรฐานสำหรับยกกระชับทั่วใบหน้า เพื่อความแน่นเฟิร์มและกรอบหน้าชัด
- 1,200 ช็อต : สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่ใบหน้าถึงลำคอ
- 2,000 ช็อต : เหมาะสำหรับยกกระชับผิวบริเวณลำตัวที่มีพื้นที่กว้าง เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน
ก่อนทำ Thermage ต้องเตรียมตัวอย่างไร
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนรับบริการ จะช่วยให้ผิวพร้อมรับพลังงานได้อย่างเต็มที่และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการทำ Thermage ดังนี้
- เลี่ยงแสงแดดจัด : งดการอาบแดดหรือกิจกรรมกลางแจ้งก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์
- งดครีมผลัดเซลล์ผิว : หยุดใช้ครีมกลุ่มเรตินอลหรือ AHA/BHA ล่วงหน้า 3-5 วัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ : เพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้นพร้อมรับความร้อนจากเครื่อง
- แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งแพทย์หากมีการฝังโลหะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
- พักผ่อนให้เพียงพอ : รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ไม่ต้องอดอาหาร : สามารถรับประทานอาหารและแต่งหน้ามาได้ตามปกติ
หลังทำ Thermage ต้องดูแลตัวเองอย่างไร
หลังจากทำ Thermage ผิวอาจมีความร้อนสะสมอยู่ภายในเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยส่งเสริมผลลัพธ์การยกกระชับ ให้เห็นผลชัดเจนและอยู่ได้นานขึ้น ดังนี้
- งดประคบเย็น : ปล่อยให้พลังงานความร้อนทำงานใต้ผิวได้อย่างเต็มที่ในช่วงแรก
- เลี่ยงความร้อนสูง : งดเข้าซาวน่า แช่น้ำอุ่น หรือทำเลเซอร์อื่นในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น : เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเป็นประจำ
- ดื่มน้ำสะอาด : ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว
- งดนวดหน้า : หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดใบหน้าแรงๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำ
- ดูแลสุขภาพ : งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการทำลายคอลลาเจนใหม่
หลังทำ Thermage มีผลข้างเคียงไหม
การทำ Thermage เป็นหัตถการไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจพบอาการข้างเคียงชั่วคราวหลังทำซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองตามธรรมชาติ ดังนี้
- รอยแดง : ผิวบริเวณที่ทำอาจแดงเรื่อและจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
- อาการบวม : อาจมีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 2-5 วันหลังการรักษา
- ความรู้สึกระบม : รู้สึกเจ็บแปล๊บหรือระบมใต้ผิวเล็กน้อยเมื่อสัมผัสบริเวณนั้นๆ
- ผิวแห้งหรือลอก : อาจเกิดขึ้นได้ในบางรายแต่พบได้น้อยและหายได้เอง
Thermage อยู่ได้นานกี่เดือน ควรทำปีละกี่ครั้ง
ผลลัพธ์ของ Thermage โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล โดยแนะนำให้ทำเพียงปีละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาความแน่นกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thermage
หลังทำ Thermage ห้ามนวดหน้ากี่วัน
ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรงหรือการทำทรีทเม้นท์ที่ต้องขัดถูใบหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการรักษา เพื่อลดการระคายเคืองและให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้ฟื้นฟูตามกระบวนการธรรมชาติอย่างเต็มที่
ทำ Thermage แล้วหน้าจะไหม้ไหม
หากทำด้วยเครื่องที่ตรวจสอบได้และดำเนินการโดยแพทย์ โอกาสที่จะเกิดผิวไหม้มีน้อยมากเนื่องจากเครื่องมีระบบเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวตลอดเวลา ระบบความเย็นจะช่วยปกป้องผิวชั้นนอกไม่ให้ได้รับความร้อนสูงเกินไปจนเกิดรอยไหม้หรือตุ่มพอง
ทำ Thermage เจ็บไหม
ระหว่างการรักษาจะรู้สึกอุ่นจนถึงร้อนลุ่มลึกในชั้นผิวและอาจมีอาการจี๊ดในบางจุดที่ผิวบางหรือใกล้กระดูก เครื่องรุ่นใหม่อย่าง Thermage FLX มีระบบสั่นและหัวพ่นความเย็นที่ช่วยลดความเจ็บลงได้มากประกอบกับการแปะยาชาก่อนทำ
Thermage เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีความกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยหรือต้องการลดไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง โดยในช่วงวัย 30-50 ปี จะเป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในการช่วยยกกระชับและฟื้นฟูคอลลาเจน
หลังทำ Thermage ต้องพักฟื้นไหม
หลังทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น ผิวอาจมีรอยแดงเรื่อหรือบวมเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่เกินหนึ่งสัปดาห์
สรุป
การทำ Thermage ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและมีไขมันส่วนเกินบนใบหน้า เพราะช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์มและปรับรูปหน้าให้เรียวชัดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แม้จะมีค่อนข้างราคาสูงแต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานและไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การย้อนวัยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ







