ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ช่วยเติมจุดไหนได้บ้าง อันตรายไหม

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ช่วยเติมจุดไหนได้บ้าง อันตรายไหม
ว.21330
ฉีดฟิลเลอร์ (Filler)
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

การฉีดฟิลเลอร์จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่การ ‘เติมส่วนที่ขาด’ ให้ดูเต็มขึ้น แต่มันคือหัตถการที่ช่วยปรับภาพรวมใบหน้า ซึ่งผลลัพธ์ในแต่ละตำแหน่งก็จะให้ผลลัพธ์ต่างกันออกไป วันนี้หมอจะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ฟิลเลอร์ทำงานยังไง เลือกแบบไหนดี จุดไหนฉีดแล้วเปลี่ยน ไปจนถึงวิธีเช็กความเสี่ยงให้เราสวยได้แบบสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง

ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ (Filler) คือชื่อทางการค้าที่ใช้เรียกสารเติมเต็ม ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้เป็นแบบ HA (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารกลุ่ม Polysaccharide ที่มีอยู่ในร่างกาย แต่พอเราเริ่มโตขึ้น ยิ่งโดนแดด โดนฝุ่น เครียด นอนน้อย สารตัวนี้ก็อาจค่อย ๆ ลดลง เลยต้องฉีดเติมเข้าไปเพื่อพยุงและเติมเต็มส่วนที่ดูตอบหรือเป็นร่องลึกตามความเหมาะสม สลายเองได้ตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างยาวนาน

หลักการทำงานของฟิลเลอร์

หลักการทำงานของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นโครงตาข่าย แทรกตัวระหว่างชั้นเนื้อเยื่อเพื่อพยุงโครงสร้างผิวที่ทรุดตัวลงให้กลับมาดูอิ่มฟูได้ใหม่ โดยจะอาศัยคุณสมบัติ Hydrophilic ที่ดึงดูดโมเลกุลน้ำรอบข้างเข้ามาเกาะกลุ่มกันจนเกิดเป็นแรงดัน ที่ช่วยดันผิวให้เต่งตึงและเรียบเนียน ทั้งยังไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาได้อีกด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งไหนได้บ้าง ใช้กี่ CC

เคยสงสัยกันไหมว่าเวลาฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดบนหน้าต้องใช้กี่ CC กันแน่ เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ปริมาณที่ใช้เลยต่างกันไปด้วย เราเลยรวบรวมตำแหน่งที่ผู้รับบริการมักเข้ามาปรึกษา พร้อมจำนวน CC คร่าว ๆ ดังนี้

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา : เติมเต็มรอยลึกโหลให้ดูตื้นและเรียบเนียนขึ้น (ทั่วไปใช้ 1-2 CC)
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม : เติมร่องลึกข้างปีกจมูกให้ดูเต็ม เพื่อลดความชัดของริ้วรอย (เริ่มต้น 1-2 CC)
  • ฟิลเลอร์คาง : ปรับรูปคางให้ยาวหรือมนรับกับใบหน้า แก้ปัญหาหน้ากลม/สั้น (มักใช้ 1-2 CC)
  • ฟิลเลอร์ปาก : ปรับทรงปากให้ชัดและเพิ่มความอวบอิ่มตามต้องการ (ส่วนใหญ่ใช้ 1 CC)
  • ฟิลเลอร์ขมับ : เติมขมับที่ตอบบุ๋ม ให้โครงหน้าดูสมดุลและละมุนขึ้น (ปกติใช้ข้างละ 1-2 CC)
  • ฟิลเลอร์แก้ม : เติมแก้มตอบหรือแก้มส้ม ให้ใบหน้าดูสดใสและอิ่มเอิบขึ้น (มักใช้ข้างละ 1-2 CC)
  • ฟิลเลอร์กรอบหน้า : เน้นแนวกรามให้ชัดเจน ปรับใบหน้าช่วงล่างให้ดูสวยคมได้รูป (ทั่วไปใช้ 2-4 CC)
  • ฟิลเลอร์น้องสาว : เติมเต็มแคมนอกที่หย่อนคล้อยหรือฝ่อลีบ ให้ดูกระชับและอวบอิ่ม (มักใช้ข้างละ 1-3 CC)

ข้อควรรู้ : ปริมาณที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอและผลลัพธ์ที่ต้องการ แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจ

ฟิลเลอร์มีเนื้อสัมผัสกี่แบบ

ฟิลเลอร์มีเนื้อสัมผัสกี่แบบ

สำหรับเนื้อของฟิลเลอร์ที่มีให้ใช้ในปัจจุบันก็ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้จากความหนาแน่นและความยืดหยุ่นของเนื้อเจล เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาในแต่ละจุด ซึ่งสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ออกเป็นประเภทหลัก ดังนี้

  • ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง : ความหนาแน่นค่อนข้างสูง คงตัวดี เหมาะกับการปั้นทรงและปรับโครงสร้างในชั้นลึกเพื่อทดแทนกระดูก เช่น คาง กรอบหน้า และขมับ
  • ฟิลเลอร์เนื้อกลาง : ยืดหยุ่นดี มีความละมุน ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องลึกให้ดูเป็นธรรมชาติ เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม : เนื้อละเอียด บางเบา กลืนกับผิวได้ดี เหมาะกับการเก็บรายละเอียดในบริเวณที่ผิวบอบบางและขยับบ่อย เช่น ใต้ตา และริมฝีปาก

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นหรือแต่ละยี่ห้อ จะมีความแตกต่างกันไม่ใช่แค่แข็งหรือนิ่ม แต่ยังต่างกันในเรื่องการคงรูปและการกระจายตัว

เลือกฉีดฟิลเลอร์ประเภทไหนดี ให้เหมาะกับปัญหา

การฉีดฟิลเลอร์ HA ในท้องตลาดตอนนี้ก็จะมีหลายรุ่นหลายสไตล์ ซึ่งแต่ละตัวก็มีความนิ่ม ความคงตัว และข้อดีต่างกันไป คุณหมอเลยต้องเลือกหยิบตัวที่ใช่มาใช้ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละเคส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เหมาะสมกับแต่ละปัญหา เช่น

  • งานโครงสร้างยกหน้าหรือคาง : ใช้เนื้อที่มีความคงตัวสูงและขึ้นรูปได้ดี เพื่อเน้นปรับภาพรวมของหน้าในจุดที่ต้องการการเกาะตัวที่แข็งแรง
  • งานจุดขยับบ่อย ร่องแก้มหรือร่องน้ำตา : ใช้เนื้อที่มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง เพื่อให้ฟิลเลอร์กระจายตัวและเคลื่อนไหวไปตามการขยับของใบหน้าได้อย่างกลมกลืน
  • งานผิวบาง ใต้ตาหรือริมฝีปาก : ใช้เนื้อที่มีโมเลกุลขนาดเล็กและละเอียด เพื่อให้เนื้อเนียนเรียบไปกับชั้นผิวที่บอบบาง ลดโอกาสการเห็นขอบ
  • งานบำรุงผิว ริ้วรอยตื้น ๆ : ใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีและบางเบา เพื่อเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นในชั้นตื้น ๆ

หมายเหตุ : เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น การเลือกฉีดฟิลเลอร์ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน เพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาของแต่ละคน

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนบ้างที่พบบ่อย

ตั้งแต่การฉีดฟิลเลอร์เริ่มนิยมในบ้านเรา ก็จะมียี่ห้อฟิลเลอร์ให้เลือกได้เยอะมากขึ้น เพราะแต่ละแบรนด์เขาพัฒนาเนื้อเจลออกมาให้มีคุณสมบัติและสัมผัสที่ต่างกัน ให้เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวในแต่ละจุด โดยยี่ห้อที่เรามักจะเห็นผ่านตากันบ่อย ๆ ตามคลินิก มีดังนี้

  • Juvederm (อเมริกา) : เนื้อเจลเรียบเนียน กลืนกับผิวได้ดีไม่เป็นก้อน มีหลายรุ่นที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อเติมร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่มตามแต่ละชั้นผิว
  • Restylane (สวีเดน) : มี 2 เทคโนโลยีหลัก คือเนื้อคงตัวเพื่อการขึ้นรูปทรง และรุ่นกระจายตัวดีเพื่อเน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ
  • Belotero (เยอรมัน) : มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ผสานเข้ากับเนื้อเยื่อผิวได้ดี เหมาะสำหรับเก็บรายละเอียดในบริเวณที่ผิวบาง เช่น ใต้ตา หรือริ้วรอยตื้น
  • Neuramis (เกาหลี) : ฟิลเลอร์ราคาเข้าถึงง่าย เนื้อเจลมีความหนืดและขึ้นรูป เหมาะสำหรับการเติมเต็มบริเวณขมับ แก้มตอบ หรือคาง
  • e.p.t.q. (เกาหลี) : โมเลกุลมีความเสถียรและเนื้อเจลละเอียด ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและเพิ่มวอลลุ่มได้ดี ในระดับราคาที่จับต้องได้ง่าย

ฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับใครบ้าง

ฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับใครบ้าง

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับคนหลากหลายกลุ่มเลยทีเดียว พราะว่าเป็นหัตถการที่เราสามารถทำได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด และด้วยการออกฤทธิ์ก็ทำให้ตอบโจทย์ปัญหาได้ค่อนข้างเยอะ อย่างเคสที่มาหาบ่อย ๆ ก็จะมีดังนี้

  • เคสปัญหาร่องลึก เข้ามาแก้ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือริ้วรอยตามวัยที่ทำให้หน้าดูมีอายุ
  • เคสหน้าตอบดูโทรม กลุ่มที่มีปัญหาขมับยุบหรือแก้มตอบ จนหน้าดูเหนื่อยล้า ขาดวอลลุ่ม
  • เคสปรับโครงหน้า ต้องการเสริมคาง ปรับกรอบหน้าให้ชัด หรือยกกระชับหน้าให้ได้รูป
  • เคสปัญหาใต้ตา แก้ไขใต้ตาหมองคล้ำและเบ้าตาลึก ให้หน้ากลับมาดูสดใส ไม่โทรม
  • เคสที่อยากแต่งทรง มีทั้งมาปรับทรงปากให้อวบอิ่ม และเติมเต็มผิวหลังมือที่เหี่ยวย่น
  • กลุ่มที่เน้นความสะดวก เคสที่มีเวลาน้อย แต่อยากได้หัตถการที่เห็นผลไว และไม่ต้องพักฟื้น

ใครที่ยังไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

ใครที่กำลังสนใจอยากฉีดฟิลเลอร์ ก่อนอื่นอยากแนะนำให้ลองเช็กสภาพผิวและความพร้อมกันก่อน เพราะถึงแม้จะเป็นหัตถการที่เข้าถึงง่าย แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง หรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน เช่น

  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบในจุดที่จะฉีด
  • ผู้ที่เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงหรือมีไข้
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้ยาชา
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก
  • ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง เช่น โรคพุ่มพวง
  • ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการอื่นหรือศัลยกรรมมาไม่นาน

ฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ถูกใจ แก้ได้ไหม

สามารถฉีดสลายได้ ด้วยการใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสจะออกฤทธิ์และเห็นผลลัพธ์ว่าฟิลเลอร์ยุบตัวลง ถ้าจะ เปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็เหมือนการปล่อยลมยางรถยนต์ที่ฟีบลง วิธีนี้ใช้สำหรับแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน ฉีดผิดตำแหน่ง ไม่ถูกใจ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ฉีดฟิลเลอร์เยอะไปเสี่ยง Overfill syndrome ไหม

การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำ ๆ ปริมาณมาก ฉีดแล้วไม่พอใจก็ฉีดอีก เพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจนส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวของใบหน้า หรือที่เรียกว่าภาวะหน้าล้น (Overfill Syndrome) ได้ การแก้ไขที่ถูกต้องจึงต้องให้แพทย์วิเคราะห์ เพื่อวางแผนการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม

ฟิลเลอร์สลายแล้วไปไหน ตกค้างไหม

เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่ร่างกายแล้ว ร่างกายจะมีเอนไซม์ธรรมชาติที่ชื่อว่าไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) คอยย่อยสลายโมเลกุลฟิลเลอร์ให้แตกตัวกลายเป็นน้ำ และถูกขับออกจากร่างกายไปเองจนหมด ฟิลเลอร์ทั่วไปที่ผ่านการรับรองจึงสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ของผู้รับบริการที่เอเพ็กซ์ คลินิก

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์

ผลลัพธ์หลังทำเคสที่ 1

เคสคุณออย (10/03/2026) เข้ามาด้วยริมฝีปากล่างที่ค่อนข้างเรียบตรงและขาดวอลลุ่ม จึงเลือกฉีดฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มและปรับแต่งทรง ซึ่งหลังทำเสร็จจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ทรงปากดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น และได้รูปทรงที่สวยละมุนขึ้น โดยมีการดีไซน์เพิ่มส่วนกระจับให้ดูชัด สวยดูเป็นธรรมชาติรับกับใบหน้าด้วย

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์

ผลลัพธ์หลังทำเคสที่ 2

เคสคุณเจนนี่ (10/02/2026) เข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาที่คางเดิมค่อนข้างสั้นและตัด ทำให้รูปหน้าดูขาดมิติและไม่ได้สัดส่วนเท่าที่ควร เลยต้องฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมคางให้รับกับแนวกราม ซึ่งหลังติดตามผลในวันที่ 01/03/2026 จะเห็นเลยว่าใบหน้าดูมีมิติ ปลายคางเรียวยาวและละมุนขึ้น

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์

ผลลัพธ์หลังทำเคสที่ 3

เคสคุณหมอก (02/10/2025) เข้ามาปรึกษาเรื่องขมับบุ๋มที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยและมีโหนกแก้มสูง ซึ่งหลังปรับด้วยฟิลเลอร์ขมับเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาด ในวันเดียวกันนั้นก็จะเห็นว่าขมับดูอิ่มฟูขึ้น รูปหน้าโดยรวมเปลี่ยนเป็นทรงสวยละมุน ดูเป็นธรรมชาติ

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนฉีดฟิลเลอร์เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าเราดูแลตัวเองดี ก็จะช่วยลดโอกาสเขียว ช้ำ บวม แถมยังช่วยให้หลังฉีดออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ได้ในเบื้องต้น เช่น

1 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงแอสไพริน NSAIDs เช่น Ibuprofen วิตามินอี น้ำมันปลา แปะก๊วย และโสม เพราะทำให้เลือดแข็งตัวช้าและช้ำง่ายถถ
  • งดทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ บีบสิว หรือโกน/แว็กซ์ขน บริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อลดการระคายเคืองและอักเสบ
  • หากมีแผลสด สิวอักเสบเม็ดใหญ่ หรือเริมกำเริบในจุดที่จะฉีด ควรเลื่อนนัดไปก่อนจนกว่าจะหายสนิท

24-48 ชั่วโมงก่อนฉีด

  • งดแอลกอฮอล์ 24-48 ชม. หลีกเลี่ยงเหล้า เบียร์ ไวน์ ทุกชนิด เพราะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และเพิ่มโอกาสบวมช้ำหลังฉีด
  • งดกิจกรรมขับเหงื่อรุนแรง งดเข้าซาวน่า หรือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหนัก ๆ ก่อนวันฉีดฟิลเลอร์
  • งดยาทาผลัดเซลล์ผิว 24 ชม. งดทาครีมกลุ่ม Retin-A, AHA, BHA หรือครีมหน้าขาวที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวรุนแรง

ในวันฉีดฟิลเลอร์

  • เตรียมข้อมูลทางการแพทย์ จดโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา หรือชื่อแบรนด์ฟิลเลอร์ที่เคยฉีด เพื่อแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ
  • งดแต่งหน้าจัด ควรแต่งหน้าเบา ๆ หรือเปลือยผิวไปเลย เพราะแพทย์ต้องเช็ดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนฉีด
  • ทานอาหารและน้ำให้พร้อม ไม่ต้องอดอาหาร ควรทานให้อิ่มท้องเพื่อป้องกันการหน้ามืดจากความตื่นเต้นหรือกลัวเข็ม

หลังฉีดฟิลเลอร์ดูแลผิวอย่างไร

เพื่อให้ฟิลเลอร์เซตตัวสวยและคงอยู่ได้นาน โดยส่วนใหญ่คุณหมอจะแนะนำให้ดูแลผิวอย่างเหมาะสมตามข้อปฏิบัติและข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  • ประคบเย็น 1-2 วันแรก ช่วยลดบวมช้ำ หรือรอยแดงจากเข็ม
  • ห้ามกดนวด 1 สัปดาห์ ป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนผิดรูป ทำให้ผลลัพธ์เพี้ยน
  • เลี่ยงความร้อน 2 สัปดาห์ งดซาวน่า เลเซอร์ ปิ้งย่าง ป้องกันฟิลเลอร์สลายไว
  • งดแอลกอฮอล์-บุหรี่ 3-7 วัน ลดอาการบวม และช่วยให้แผลหายไวขึ้น
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ ช่วงสัปดาห์แรก ช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูสวยและอยู่ได้นาน
  • นอนหงายหมอนสูง 2-3 คืนแรก ป้องกันการกดทับใบหน้าและช่วยลดบวม
  • งดของแสลง งดของหมักดอง ของดิบ และรสจัด 1-2 สัปดาห์ ป้องกันการอักเสบ
  • งดแต่งหน้า 12 ชม.แรก เว้นการทาครีม/แต่งหน้าบริเวณรอยเข็ม

Note จากคุณหมอ : หากมีอาการปวดให้ทานยาพาราเซตามอล งดยากลุ่มแอสไพริน ไอบูโพรเฟนเพราะจะทำให้ช้ำง่าย และหากผิวมีสีซีด ขาวคล้ำ หรือปวดรุนแรง ให้รีบกลับมาพบหมอทันที

ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้

วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีด

อยากฉีดฟิลเลอร์ให้สวยและป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัว แค่เรายอมเสียเวลานิดหน่อยมาช่วยกันเช็กกล่องผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดทุกครั้ง เท่านี้ก็ช่วยลดโอกาสที่เราจะเสี่ยงกับฟิลเลอร์ปลอมได้แล้ว ซึ่งจุดสังเกตเบื้องต้นก็มีตามนี้เลย

  • เลขทะเบียน อย. ตรวจสอบได้ผ่าน fda.moph.go.th
  • เอกสารกำกับภาษาไทยครบถ้วน
  • กล่องปิดสนิท มีซีลพลาสติกใส
  • มีรอยประที่ข้างกล่อง
  • เลข Lot. ตรงกันทุกจุด
  • เลข Serial Number ตรงกับบริษัท
  • ชื่อรุ่น และปริมาณชัดเจน
  • สติกเกอร์เรียบ ตัวอักษรคมชัด

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ที่เอเพ็กซ์ คลินิก

เวลาพูดถึงเรื่องราคาฟิลเลอร์ หลายคนน่าจะสงสัว่าต้องเตรียมงบเท่าไหร่ดี จริง ๆ แล้วฟิลเลอร์ที่ใช้กันทั่วไป ราคาจะเกาะกลุ่มกันอยู่ที่หลักหมื่นบาทขึ้นไป ทั้งนี้อาจถูกหรือแพงกว่ากันได้นิดหน่อย ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี เนื้อฟิลเลอร์ ปริมาณ และแบรนด์แต่ละรุ่นที่เหมาะกับปัญหาผิวของเราด้วย

ถ้ายกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ ราคาของเอเพ็กซ์ก็จะประมาณนี้เลย

  • Juvederm ราคา 20,000 บาท ต่อ 1 CC
  • Belotero ราคา 20,000 บาท ต่อ 1 CC
  • Definisse Restore ราคา 20,000 บาท ต่อ 1 CC
  • Definisse Core ราคา 25,000 บาท ต่อ 1 CC
  • Restylane ราคา 20,000 บาท ต่อ 1 CC
  • Restylane (Vital / Vital Light) ราคา 12,900 บาท ต่อ 1 CC

ราคาประเมินอาจแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทักสอบถามโปรโมชันล่าสุดและปรึกษาคุณหมออีกครั้งก่อนทำ

สิ่งที่อยากเตือน…ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

แม้ว่าปัจจุบันหลายคลินิกจะมีบริการที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการฉีดฟิลเลอร์เป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังมีข้อควรระวังสำคัญที่ไม่ควรละเลยก่อนตัดสินใจที่อยากเน้นย้ำกับทุกคน เช่น

  • อย่าเห็นแก่ของถูก : ราคาถูกผิดปกติเสี่ยงเจอของปลอม ยาหิ้ว หรือซิลิโคนเหลว อันตรายถึงขั้นผิวเน่า เป็นก้อน หรือตาบอด
  • เช็กชื่อแพทย์ทุกครั้ง : นำชื่อ-นามสกุลไปตรวจสอบที่เว็บไซต์แพทยสภา เพื่อป้องกันหมอปลอมที่ขาดความรู้ด้านกายวิภาค
  • เผื่อเวลาให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัว : หลังทำอาจบวมช้ำ 3-7 วัน ควรเผื่อเวลาก่อนวันงานสำคัญอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • ห้ามซื้อฟิลเลอร์เองออนไลน์ : เสี่ยงเจอของปลอมหรือยาเสื่อมสภาพจากการขนส่ง ฉีดแล้วละลายไม่ได้และเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง
  • อย่าคาดหวังผลลัพธ์ตามอินฟลู ฯ : โครงสร้างหน้าและผิวของแต่ละคนต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินผลลัพธ์ที่เข้ากับหน้าเรา

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ (HA) เป็นการเติมเต็มและปรับภาพรวมของใบหน้า ซึ่งเคสที่เข้ามาปรึกษาก็จะเหมาะกับฟิลเลอร์ต่างกันไป ทั้งฟิลเลอร์เนื้อแข็ง เนื้อกลาง ๆ ทั่วไป หรือฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ก่อนฉีดคนไข้ต้องงดแอลกอฮอล์และยาที่ทำให้ช้ำง่าย และหลังฉีดเสร็จต้องดื่มน้ำมาก ๆ ห้ามกดนวด เลี่ยงความร้อน 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนผิดรูป ที่สำคัญควรรับการประเมินจากคุณหมอก่อนทุกครั้ง จะได้สวยได้แบบไม่ต้องฉีดสลายในอนาคต

แชร์บทความ
นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
ว.21330
บทความโดย นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อไฮยาลูรอนกันจนคุ้นหู ในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาดูอิ่มน้ำ แต่ในวงการความงามนั้น ถูกนำมาพัฒนาเป็นฟิลเลอร์
Belotero Revive

Belotero Revive คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นไหม ช่วยอะไรบ้าง

Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยการผสมไฮยาลูรอนเข้ากับกลีเซอรอล เพื่อเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ต่างกันอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติของสารเติมเต็มที่ต้องมีความละเอียดและยืดหยุ่น
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ผู้รับบริการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานพยาบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้บริการ