5 สิ่งที่ควรเลิกทำ ถ้าไม่อยากหน้าพัง มี ริ้วรอย!

ริ้วรอยปัญหาหนักใจของคนวัย 30 อัพ ต้องมีเรื่องของ ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น บนใบหน้ารวมอยู่ด้วยแน่นอน เพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง และเสื่อมสภาพลง นอกจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ทำให้ริ้วรอยเกิดขึ้นแล้ว ยังรวมไปถึง พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เราทำในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนกระตุ้นให้ริ้วรอยเกิดขึ้นได้เร็วมากขึ้น ดังนั้นถ้าไม่อยากหน้าแก่ก่อนวัย ต้องปรับพฤติกรรมใหม่ และควรเลิกทำ 5 สิ่งนี้ เพราะไม่เช่นนั้น หน้าพัง มีริ้วรอยเกิดขึ้นแน่นอน

1.ไม่ทาครีมกันแดด

รังสี UV ในแสงแดด สามารถทำอันตรายต่อผิวของเราได้มากเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าเราไม่ทาครีมกันแดด รับรองเลยว่านานวันเข้า ปัญหาผิวหน้าต่าง ๆ จะเกิดขึ้นตามมาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ผิวหน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ ผิวหน้าแห้งกร้าน และ ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ดังนั้นเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ในแสงแดด ไม่ว่าจะอยู่ในที่กลางแจ้ง หรือในที่ร่มก็ตาม ห้ามลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาด เพราะรังสี UV มีอยู่ทุกที่ โดยสามารถเลือกระดับการปกป้องผิวจากกิจกรรมที่เราทำได้จากค่า SPF ในครีมกันแดดค่ะ

แสงยูวีทำลายผิว2.เช็ดเครื่องสำอางไม่สะอาด

เครื่องสำอางก็มีส่วนทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้เช่นกัน เนื่องจากจะทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้า ส่งผลให้เกิดปัญหาสิว รวมทั้งปัญหาริ้วรอยด้วย เพราะเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่บนผิว จะเป็นตัวกีกกันสารบำรุงต่าง ๆ ที่เราทาเข้าไป แม้ว่าจะบำรุงผิวดีแค่ไหนแต่ผิวก็ไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้ผิวไม่ได้รับการฟื้นฟู จนทำให้เกิดริ้วรอยตามมาได้

3.ชอบนอนคว่ำหน้า

สำหรับคนที่ชอบนอนคว่ำหน้า หรือชอบนอนตะแคงก็เช่นกัน การนอนแบบนี้มีส่วนทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยได้ เนื่องจากใบหน้าถูกกดทับกับหมอนเป็นเวลานาน ดังนั้นเพื่อลดปัญหาดังนั้นกล่าว การนอนหงายถือว่าตอบโจทย์มากที่สุดในการดูแลใบหน้าไม่ให้เกิดการกดทับ

4.รักการปาร์ตี้

สายปาร์ตี้ ชอบดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ นอนพักผ่อนไม่เป็นเวลา ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อร่างกายและผิวพรรณทั้งภายใน/ภายนอกเป็นอย่างมาก ที่เห็นได้ชัดเลยคือ ใบหน้าโทรม เริ่มมีริ้วรอย ผิวคล้ำเสีย ดูไม่สดใส เนื่องจากเซลล์ต่าง ๆ และคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังถูกทำลายให้เสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ดังนั้นถ้าไม่อยากดูโทรม อยากกลับมาสุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณสดใสขึ้น ต้องงดการไปปาร์ตี้บ่อย ๆ แล้วค่ะ

5.ความเครียดเป็นเหตุ

เมื่อเรามีอาการเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามากเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบกับเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ เพิ่มความอยากอาหาร และยังทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วมากขึ้น ด้วยสาเหตุนี้คนที่มีความเครียดมาก ๆ จึงมักจะดูแก่กว่าวัย มีริ้วรอย ใบหน้าดูโทรม

ความเครียดถ้าเราพยายามลด และเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ลงได้ ก็จะสามารถช่วยชะลอริ้วรอยให้เกิดขึ้นน้อยและช้าลงได้ รวมถึงผู้ที่มีริ้วรอยบนใบหน้าอยู่แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยเช่น นอกจากนั้นยังสามารถใช้ตัวช่วยลดริ้วรอยอย่าง การฉีดโบท็อก Botox เป็นตัวช่วย ให้ใบหน้ากลับมากเรียบเนียน ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกครั้ง

แก้ปัญหาริ้วรอยด้วยโบท็อก Botox

การฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ถือว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาริ้วรอยได้ตรงจุด ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วที่สุด ซึ่งสามารถฉีดได้แทบทั่วทั้งใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ หน้าผาก หางตา หัวคิ้ว รอบมุมปาก เป็นต้น

โดยการฉีดโบท็อก Botox เป็นการใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) ฉีดเข้าไปบริเวณจุดที่มีปัญหา แล้วสารนี้จะออกฤทธิ์ให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งอยู่เกิดการคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยลดเลือนลง ผิวหน้าเรียบตึงมากขึ้น โดยหลังจากฉีดโบท็อกไปแล้วยังคงแสดงสีหน้าได้ แต่กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดไปจะขยับได้น้อยลง ทำให้ไม่เกิดรอยพับ จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

ต้องฉีดโบท็อก Botox กี่ครั้ง ริ้วรอยถึงหายไป

ริ้วรอยสามารถลดเลือนลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด โดยผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยจะเริ่มเห็นผลได้จากหลังฉีดภายใน 2-3 วัน ว่ากล้ามเนื้อขยับได้น้อยลง และผิวมีความเรียบเนียนมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อก Botox สามารถอยู่ได้นานกว่า 6-8 เดือนเลยทีเดียว หลังจากนั้นจะสลายตัวได้เอง โดยไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย ถือว่าเป็นวิธีลดริ้วรอยที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูง

ริ้วรอยหยุดฉีดโบท็อก Botox แล้วริ้วรอยจะกลับมาไหม

ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกไม่สามารถอยู่ได้ถาวร ดังนั้นหลังจากหยุดฉีดโบท็อกแล้ว ริ้วรอยจะค่อย ๆ กลับมา เพราะกล้ามเนื้อที่คลายตัวจากฤทธิ์ของโบท็อกเริ่มหดตัวเหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ริ้วรอยจะไม่เยอะหรือลึกขึ้นเหมือนก่อนหน้าที่เราฉีดโบท็อก เนื่องจากในขณะที่โบท็อกออกฤทธิ์อยู่นั้น กล้ามเนื้อจะขยับได้น้อยลง ใบหน้าจึงไม่เกิดรอยพับ ริ้วรอยจึงไม่เกิดขึ้นเพิ่มนั่นเอง

ซึ่งถ้าเราอยากได้ผลลัพธ์ของใบหน้าเรียบเนียน ไร้ริ้วรอยอยู่ตลอดเวลา ก็สามารถกลับมาฉีดโบท็อกซ้ำได้ค่ะ โดยแนะนำว่าควรเว้นระยะจาการฉีดแต่ครั้งประมาณ 3-4 เดือน ไม่ควรฉีดถี่หรือติดกันจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ร่างกายดื้อกับสารโบท็อก จนอาจจะไม่เห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงในครั้งหลัง ๆ เลยก็ได้

เทคนิคเลือกคลินิกฉีดโบท็อก Botox

เลือกฉีดโบท็อกที่ไหนดี คงเป็นคำถามที่ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่ถูกกันเยอะเลยใช่ไหมคะ? วันนี้เรามีเทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกคลินิกฉีดโบท็อก Botox เพื่อช่วยให้ตัดสินในได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  • มาตรฐานของคลินิก : ความน่าเชื่อถือของคลินิกเป็นสิ่งสำคัญเราต้องดูเลยค่ะ โดยสถานที่ต้องได้รับรองจากกระทรวงสาธารสุข ภายในคลินิกมีความสะอาด ปลอดภัย มีมาตรฐาน และมีเครื่องมือที่ทันสมัย อีกทั้งการบริการก่อน-หลังทำหัตถการก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ : เป็นของแท้ 100% สามารถตรวจสอบได้ เป็นขวดใหม่ที่ยังไม่ใช้มาก่อน โดยก่อนฉีดแพทย์จะเปิดขวดให้ดูต่อหน้าคนไข้
  • ความเชี่ยวชาญของแพทย์ : สิ่งนี้สำคัญมากเช่นกัน แม้ว่าแพทย์ทุกคนจะสามารถฉีดยาได้ แต่การฉีดโบท็อกต้องอาศัยเทคนิค ความเชี่ยวชาญ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับใบหน้าและชั้นผิวเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะสามารถประเมินปริมาณโบท็อกที่ใช้ได้อย่างเหมาะสม และฉีดได้อย่างตรงจุดของปัญหา เพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด

โบท็อก Botoxซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าหลาย ๆ คลินิกจะมีบริการด้านการฉีดโบท็อกเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าทุกคลินิกจะให้ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกที่มีประสิทธิภาพทั้งหมด ดังนั้นอย่างที่บอกไปว่าควรเลือกคลินิกจากความน่าเชื่อถือ มาตรฐของคลินิก ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ใช้มีคุณภาพ และความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นสำคัญ

อย่างที่ APEX ของเรา มั่นใจได้เลยว่าการฉีดโบท็อก Botox จะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะเรามีทีมแพทย์ APEX Medical Institute (AMI) ที่ได้รับการเทรนความรู้ใหม่ ๆ และอัปเดตเทคนิคดี ๆ จาก Training Center ของ APEX ที่สอนโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น คุณหมอนัน พญ. นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ผู้บุกเบิกการฉีดเป็นกลุ่มแรกของประเทศไทย ทั้งBotox และ Filler ฉีดมาแล้วกว่า 30 ปี จนได้สมญานามว่า Botox Queen อีกทั้งคุณหมอยังเป็นผู้ก่อตั้ง APEX เองอีกด้วยค่ะ ดังนั้นแพทย์ที่ผ่านการเทรนจากคุณหมอนัน จึงเรียกได้ว่าเป็นแพทย์ที่มีความสามารถเทียบเท่ากับระดับอาจารย์แพทย์เลยก็ว่าได้

APEX รับรางวัลอีกทั้ง APEX ยังได้รับรางวัลด้านการฉีดมาแล้วมากมาย อย่างรางวัลใหญ่ล่าสุดที่ได้คือ Top Allergan Aesthetics Valued Customer in Total Porfolio 2020 (Facial Aesthetics & Body Contouring) ที่มอบให้แก่คลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากทาง Allergan มากที่สุดไม่ว่าจะเป็น BOTOX, JUVEDERM FILLER ซึ่งเป็นเครื่องการันตีได้ว่าผู้เข้าใช้บริการทุกท่านจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ และติดใจในผลลัพธ์ที่ได้จนต้องกลับมาฉีดซ้ำแน่นอนค่ะ

ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า จะไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็วด้วยการฉีดโบท็อก Botox แต่ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดี อย่าลืมเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทำตามคำแนะนำของแพทย์ด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ใบหน้าของเราก็จะเรียบเนียน ไร้ริ้วรอย ย้อนอายุ หน้าเด็กลงได้แบบง่าย ๆ แล้วค่ะ

สำหรับผู้ที่สนใจการฉีดโบท็อก Botox ลดเลือนริ้วรอย สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดหรือติดต่อจองคิวได้ทาง [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) มั่นใจ APEX อันดับ1 เรื่องการฉีด!