ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เติมร่องลึก แก้ตาคล้ำ อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เติมร่องลึก แก้ตาคล้ำ อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง
ว.21330
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือการเติมฟิลเลอร์แบบ HA เข้าไปแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีรอยหมองคล้ำใต้ตา เบ้าตาลึก ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ซึ่งเป็น Pain point ใหญ่ที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและแก่กว่าวัย แต่เนื่องจากบริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนสูง การฉีดในแต่ละเคสจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นวันนี้หมอจะพาไปเจาะลึกว่าฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ช่วยอะไรได้บ้าง ใครที่ทำแล้วตอบโจทย์

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการเติมสารกลุ่ม Cross-linked Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (Supra-periosteal) เพื่อทดแทนการฝ่อตัวของกระดูกเบ้าตา (Orbital Rim Resorption) และไขมันชั้นลึก โดยสาร HA จะทำหน้าที่ดึงโมเลกุลน้ำช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นทันที พร้อมช่วยดันผิวหนังให้ห่างจากเส้นเลือดดำ รอยหมองคล้ำจึงดูจางลง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ทำไมถึงต้องระวัง

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่อันตรายอย่างที่คิดหากทำโดยคุณหมอ แต่หลาย ๆ เคสที่เข้ามาส่วนใหญ่มักจะกังวลเพราะเป็นจุดเส้นเลือดสำคัญใกล้ดวงตา ซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงได้ โดยเหตุผลที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็มีหลากหลาย เช่น

  • เสี่ยงเส้นเลือดอุดตัน : รอบดวงตามีเส้นเลือดสำคัญจำนวนมาก หากฉีดพลาดไปอุดตัน อาจส่งผลให้เนื้อตายหรือตาบอดถาวรได้
  • ผิวใต้ตาบางมาก : เป็นจุดที่ผิวบาง หากฉีดตื้นหรือใช้ยาผิดประเภท จะเห็นเป็นก้อน บวมตุ่ย หรือผิว เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
  • โครงสร้างซับซ้อน : มีทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ และถุงไขมัน หากกะปริมาณหรือวางตำแหน่งพลาด เวลาเยิ้มหรือหัวเราะจะดูไม่เป็นธรรมชาติ

ดังนั้นการเลือกคลินิกที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยได้ และฉีดกับคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่หมอปลอม หรือหมอกระเป๋าถึงมีความสำคัญที่ห้ามมองข้ามเลย

ฟิลเลอร์ใต้ตา ทำงานอย่างไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา ทำงานอย่างไร

เมื่อฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว ตัวสาร HA ก็จะเข้าไปเติมเต็ม เพื่อทดแทนกระดูกและไขมันใต้ตาที่ยุบตัวลงตามวัย โดยโมเลกุลจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำคอยอุ้มน้ำและสร้างแรงดันช่วยพยุงผิวที่บุ๋มลงไปให้กลับมาเรียบเนียนตื้นขึ้น เงาดำจากร่องลึกใต้ตาก็จะจางลง ซึ่งในระยะยาวก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวรอบดวงตาดูสดใสและยืดหยุ่นขึ้น ดูเป็นธรรมชาติด้วย

ตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาดูโทรม หรือมีถุงใต้ตา ถือเป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้น คุณหมอส่วนใหญ่ก็จะแบ่งการฉีดออกเป็น 2 ชั้นผิวหลัก ๆ ตามโครงสร้างใบหน้า ดังนี้

ใต้ตาชั้นลึก (Deep Layer)

ใต้ตาชั้นลึก (Deep Layer)

มักฉีดฟิลเลอร์บริเวณกระดูกเบ้าตา กระดูกหน้าแก้ม เส้นเอ็นพยุงผิว และชั้นไขมันส่วนลึก เหมือนซ่อมแซมเสาเข็มและรากฐาน เพราะพออายุมากขึ้น กระดูกบริเวณเบ้าตามักจะเริ่มกร่อนตัวลง ไขมันฝ่อตัว และเส้นเอ็นพยุงผิวเริ่มหย่อนคล้อยตามกาลเวลา ส่งผลให้เกิดปัญหาเบ้าตาลึก โบ๋ หรือมองเห็นถุงใต้ตาชัดเจน

เนื้อฟิลเลอร์ที่แนะนำ : เลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่มีแรงยกกระชับค่อนข้างสูง (High Lifting Power) เพื่อให้สามารถคงตัวและพยุงโครงสร้างผิวชั้นลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใต้ตาชั้นตื้น (Superficial Layer)

ใต้ตาชั้นตื้น (Superficial Layer)

เป็นการฉีดฟิลเลอร์ที่ชั้นไขมันส่วนบน และชั้นผิวหนัง หากการฉีดชั้นลึกคือการซ่อมรากฐาน การฉีดในชั้นตื้นก็คือการเก็บงานพื้นผิวเพื่อจัดการกับปัญหาที่อยู่บนผิวชั้นนอกโดยเฉพาะ เน้นการเก็บรายละเอียดบริเวณร่องน้ำตาเล็ก ๆ หรือริ้วรอยตื้น ๆ รอบดวงตา ช่วยปรับแต่งให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียน อิ่มฟู และสดใสขึ้น

เนื้อฟิลเลอร์ที่แนะนำ : เลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและบางเบา มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง เพื่อให้เนื้อเจลสามารถกลืนตัวไปกับผิวหนังกำพร้าได้อย่างเรียบเนียน ไม่จับตัวเป็นก้อนหนา

ข้อดีฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

จากการทำงานของฟิลเลอร์ และประสบการณ์ของคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์หลาย ๆ เคส ส่วนใหญ่ได้แชร์มุมมองและผลลัพธ์หลังฉีดไว้ ดังนี้

  • ลดความหมองคล้ำและร่องลึก ในเคสเบ้าตาลึกหรือใต้ตาคล้ำ การเติมเต็มช่วยให้ผิวดูเต็มขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสและโทรมลดลง
  • ผิวเรียบเนียน แต่งหน้าง่ายขึ้น เคสที่มีร่องน้ำตาชัดจนคอนซีลเลอร์ตกร่อง สารเติมเต็มจะช่วยปรับพื้นผิวให้สม่ำเสมอและเรียบเนียนขึ้น
  • พยุงโครงสร้างผิวตามวัย สำหรับเคสที่กระดูกเบ้าตาทรุดตัวตามอายุ การเติมในชั้นผิวที่เหมาะสมจะช่วยรองรับโครงสร้างรอบดวงตาให้ดูเป็นธรรมชาติ
  • ประหยัดเวลา ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลายเคสเลือกวิธีนี้เพราะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที มีเพียงรอยเข็มเล็ก ๆ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีรุ่นไหนบ้างที่พบบ่อย

ในตอนนี้ฟิลเลอร์ที่นำมาใช้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คุณหมอส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้สลับกันระหว่างรุ่นเนื้อแน่น เพื่อฉีดชั้นลึกรองรับกระดูกที่ทรุด และรุ่นเนื้อละเอียดเพื่อเก็บรายละเอียดในผิวชั้นตื้นไม่ให้เป็นก้อน ซึ่งจะมีหลายรุ่น ดังนี้

รุ่น ลักษณะเนื้อฟิลเลอร์ จุดเด่น / ปัญหาใต้ตาที่ช่วยแก้ไข
Restylane Defyne / Classic เนื้อค่อนข้างแน่น มีความคงตัวค่อนข้างสูง ฉีดพยุงโครงสร้างใต้ตา สำหรับเคสที่กระดูกเบ้าตาเริ่มยุบตัวตามวัย
Restylane Vital / Vital Light เนื้อละเอียด โมเลกุลเล็ก เกลี่ยง่าย เหมาะกับผิวใต้ตาที่บางมาก เก็บรายละเอียดริ้วรอยเล็ก ๆ ไม่เป็นก้อนบวม
Juvederm Voluma / Volux เนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง อุ้มน้ำได้ดี เติมทดแทนการทรุดตัวของกระดูก และช่วยยกกระชับโครงสร้างใต้ตา
Juvederm Volite เนื้อละมุน เพิ่มความชุ่มชื้น พรางรอยย่น ปรับพื้นผิวใต้ตาให้เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ
Belotero Volume เนื้อละเอียด มีความคงตัวค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับการฉีดเสริมกระดูกและเติมเต็มร่องลึก
Belotero Soft / Revive เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย กลืนไปกับผิวได้ดี เก็บรายละเอียดริ้วรอยตื้น ๆ ลดความหมองคล้ำรอบดวงตา ไม่ดูหนาหนัก
Teoxane RHA 2 / Redensity 2 มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ขยับตามการแสดงออกบนใบหน้าได้ดี ช่วยทั้งเรื่องร่องลึกและพรางรอยคล้ำใต้ตาได้ ดูเป็นธรรมชาติ
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรรู้ก่อนฉีด : ปัญหาใต้ตาของแต่ละคนมีความตื้น – ลึก และสภาพผิวที่หนา-บางไม่เท่ากัน คุณหมอที่ให้บริการหน้างานจะเป็นผู้ประเมินและเลือกรุ่นที่เหมาะสมอีกครั้ง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างตอบโจทย์ สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวรอบดวงตาที่ดูโทรมและมีอายุ โดยเคสที่เหมาะกับการทำหัตถการนี้ก็จะมีอยู่หลายลักษณะ ได้แก่

  • คนที่มีใต้ตาโบ๋ ลึก หรือเบ้าตาเพลีย ช่วยเติมเต็มให้ผิวดูฟูขึ้น ใบหน้าดูสดชื่น
  • คนที่มีขอบตาดำคล้ำ ช่วยลดรอยเงาดำจากร่องลึก ทำให้ใต้ตาสว่างกระจ่างใสขึ้น
  • คนเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวใต้ตาเหี่ยว ช่วยดึงน้ำให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน ริ้วรอยตื้นขึ้น
  • คนที่มีถุงใต้ตาแท้ (ระยะเริ่มต้น) ช่วยพรางร่องน้ำตา ทำให้รอยต่อเนียนเสมอกัน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่เหมาะกับใคร

แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยแก้ปัญหาได้ดี แต่ก็มีบางสภาพผิวและเงื่อนไขทางร่างกายที่คุณหมอส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้ทำหัตถการนี้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง โดยเคสที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • ถุงใต้ตาใหญ่หรือหย่อนคล้อยมาก หากไขมันหนาเกินไป การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพิ่มจะยิ่งบวมตุ่ย
  • ผิวหย่อนคล้อยรุนแรง ผิวไม่มีแรงพยุงเจล ฉีดแล้วจะย้วย เป็นก้อน ไม่เรียบเนียน
  • ตาบวมน้ำง่ายหรือน้ำเหลืองไม่ดี ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดี อาจกดทับทางเดินน้ำเหลืองจนบวมฉุเรื้อรัง
  • มีแผลหรือติดเชื้อรอบดวงตา เช่น ตากุ้งยิง ผิวอักเสบ ต้องรักษาให้หายก่อนเพื่อป้องกันเชื้อลุกลาม
  • ภูมิแพ้กำเริบหรือขยี้ตาบ่อย การขยี้ตาทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนผิดรูปทรง และเสี่ยงอักเสบเพิ่ม
  • แพ้สาร HA หรือยาชา อาจไม่สามารถฉีดได้ เพราะเป็นส่วนประกอบหลักของฟิลเลอร์ใต้ตา
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อทารก

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้กี่ CC แต่ละเคสเท่ากันไหม

จากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาของคุณหมอโดยส่วนใหญ่ ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาของแต่ละคนจะไม่เท่ากันเลย ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว โครงสร้างกระดูก และความลึกของเบ้าตา ซึ่งมักจะใช้อยู่ที่ประมาณ 1 – 2 CC (ข้างละ 0.5 – 1 CC) ซึ่งก็เพียงพอที่จะช่วยเติมเต็มร่องลึก พรางรอยคล้ำ และช่วยให้ใต้ตาที่ดูโทรมเพลีย กลับมาสดใส ดูเป็นธรรมชาติได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัญหาและปัจจัยส่วนบุคคลด้วย

ทำไมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

สำหรับเคสที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไปแล้วเป็นก้อน มักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก ข้อแรกคือคุณหมอฉีดตื้นเกินไปในชั้นผิวที่บาง เลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่ไม่ได้ออกแบบมากับใต้ตา รวมถึงการฉีดในปริมาณที่มากเกินไปจนเนื้อเจลล้นกองเป็นก้อน ยิ่งเวลาขยับยิ้มก็จะยิ่งเห็นเป็นลำชัดเจน ผิดธรรมชาติ และแก้ไขได้ยาก

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วอยู่ได้นานไหม

โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและแบรนด์ของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ว่ามีความหนาแน่นและความยืดหยุ่นมากน้อยแค่ไหน รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล เช่น การดื่มน้ำมาก ๆ หรือการหลีกเลี่ยงความร้อน ก็จะช่วยยืดอายุของฟิลเลอร์ให้อยู่ได้นานขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแบบไหนอันตราย ควรเลี่ยง

ผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยง และลักษณะการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

  • หมอกระเป๋าหรือไม่ใช่คุณหมอจริง เสี่ยงฉีดเข้าเส้นเลือด ทำให้เนื้อเยื่อตาย หรือตาบอด
  • ฟิลเลอร์ปลอมหรือสารไม่สลาย เกิดก้อนแข็ง อักเสบ ย้อย ต้องผ่าตัดขูดออกเท่านั้น
  • ใช้เนื้อฟิลเลอร์แข็งไป ผิวใต้ตาบาง จะเห็นเป็นก้อน ลำ และแข็งทู่ไม่เป็นธรรมชาติ
  • ฉีดตื้นเกินไป แสงสะท้อนเห็นเป็นก้อนบวมเขียวคล้ำใต้ตา (Tyndall effect)
  • ฉีดปริมาณมากเกินไป ตาบวมตุ่ยผิดธรรมชาติ และอาจกดทับทางเดินน้ำเหลืองจนบวม
  • คลินิกไม่สะอาด ไม่เหมาะกับฉีดฟิลเลอร์ เสี่ยงติดเชื้อรุนแรงลุกลามเข้าเบ้าตาและสมอง

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ผลลัพธ์หลังฉีดเคสที่ 1

จากเคสแรกที่เรายกมา จะเป็นเคสที่มีให้เห็นปัญหาผิวบริเวณใต้ตาที่ค่อนข้างโทรม ร่องลึกชัดเจน และมีความคล้ำ ก่อนทำเมื่อวันที่ 11/09/2025 แต่หลังเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผลลัพธ์ในวันที่ 25/09/2025 แสดงให้เห็นว่าร่องลึกดูตื้นขึ้น ผิวใต้ตาดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสว่างกระจ่างใส ปรับภาพรวมใบหน้าให้ดูสดใสขึ้น

ผลลัพธ์หลังฉีดเคสที่ 2

คุณวีต้า เป็นเคสที่เข้ามาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับเรา ซึ่งผิวบริเวณใต้ตาก่อนทำเมื่อวันที่ 14/08/2025 จะเห็นว่ามีร่องลึก และมีรอยหมองคล้ำที่มองเห็นค่อนข้างชัด แต่หลังจากเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว ผลลัพธ์ในวันที่ 28/08/2025 แสดงให้เห็นว่าผิวใต้ตาดูอิ่มฟู เรียบเนียน และกลับมาสว่างกระจ่างใสขึ้น และยังดูเป็นธรรมชาติด้วย

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไร

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่สนใจจะสามารถเดินเข้ามาปรึกษาหรือนัดฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้เลย แต่หมออยากแนะนำให้ดูแลและเตรียมความพร้อมเบื้องต้นมาก่อน เพื่อความสะดวกในการทำหัตถการและป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น

  • เลือกสถานพยาบาลให้รอบคอบ และคุณหมอที่ดูแลการทำหัตถการให้ปลอดภัยได้
  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ทานประจำให้คุณหมอทราบอย่างละเอียด
  • งดยาที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • งดวิตามินและอาหารเสริม วิตามินอี น้ำมันปลา แปะก๊วย โสม และกระเทียม 1 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • งดกิจกรรมสูบฉีดเลือด งดเข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือตากแดดจัด 24 ชั่วโมง
  • งดเลเซอร์ โกนขน หรือใช้ครีมกลุ่ม AHA BHA Retinol บริเวณใบหน้าอย่างน้อย 3 วัน
  • วันฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรล้างหน้าให้สะอาด แต่งหน้าน้อยที่สุดเพื่อลดโอกาสติดเชื้อรอยเข็ม

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในแต่ละเคส จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้เวลานานอย่างที่คิด ซึ่งหากไม่รวมเวลาแปะยาชา ส่วนใหญ่จะใช้เวลาทำหัตถการจริงประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นดังนี้

  • ตรวจวิเคราะห์ปัญหา ประเมินโครงสร้างใบหน้าและวิเคราะห์ปัญหาใต้ตา
  • วางแผน เลือกชนิดหรือปริมาณที่เหมาะสม พร้อมอธิบายผลลัพธ์ให้เข้าใจตรงกัน
  • ทำความสะอาดผิวหน้า บริเวณที่จะฉีดอย่างทั่วถึง
  • ถ่ายรูปก่อนทำ บันทึกภาพก่อนฉีดฟิลเลอร์ไว้สำหรับเปรียบเทียบผลลัพธ์
  • แปะยาชา ทายาชาเฉพาะที่บริเวณใต้ตา ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที (ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส)
  • ทำการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาอย่างประณีตด้วยเทคนิคที่ดูแลให้ปลอดภัยได้
  • จัดแต่งทรงฟิลเลอร์ ปรับ กด หรือนวดเบา ๆ เพื่อให้เนื้อฟิลเลอร์เนียนกลืนไปกับผิว
  • ถ่ายรูปหลังทำ บันทึกภาพทันทีหลังฉีด เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงและเปรียบเทียบผลลัพธ์
  • นัดติดตามผล Follow-up เพื่อติดตามผลและความเรียบร้อยหลังฉีดประมาณ 1-2 สัปดาห์

แนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเรียบร้อยแล้ว การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวได้เต็มที่ และเห็นผลลัพธ์ตามที่คุณหมอวางแผนเอาไว้ ซึ่งก็จะมีการดูแลตัวเองเบื้องต้น ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการจับและนวด งดการแตะ บีบ หรือนวดบริเวณใต้ตา เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนตัวผิดรูป
  • ประคบเย็นเมื่อมีอาการ หากมีอาการบวมช้ำ สามารถประคบเย็นเบา ๆ ได้ (ระวังอย่ากดน้ำหนักแรง)
  • เลือกนอนหงายหนุนหมอนสูงในช่วง 2-3 คืนแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมได้ดีขึ้น ไม่กดทับจุดที่ฉีด
  • งดเข้าซาวน่า เลเซอร์ หรืออาบน้ำอุ่นจัดประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์สลายตัวไว
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ งดดื่มและสูบประมาณ 3-7 วัน เพื่อลดอาการบวมช้ำและให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • ปรับเรื่องอาหารการกิน เลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารดิบ รสจัด และการนั่งหน้าเตาประมาณ 1 สัปดาห์
  • ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรงดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ต้องก้ม ๆ เงย ๆ เพื่อลดการสูบฉีดเลือด
  • ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ วันละประมาณ 1.5 – 2 ลิตร เพราะฟิลเลอร์จะช่วยอุ้มน้ำ ทำให้ใต้ตาดูสวย ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

โดยปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ในบางเคสก็อาจพบผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ซึ่งมีทั้งอาการทั่วไปที่หายได้เองและอาการรุนแรงที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนี้

ผลข้างเคียงทั่วไป ผลข้างเคียงรุนแรง
อาการบวมแดง
เกิดจากรอยเข็มหรือเนื้อเยื่อระบม มักยุบในประมาณ 2-3 วัน
ตาพร่ามัว/มองเห็นไม่ชัด
ฟิลเลอร์อาจอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา
รอยเขียวช้ำ
เกิดจากเข็มโดนเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ จะค่อย ๆ จางหายไปเองในประมาณ 1-2 สัปดาห์
ผิวหนังเปลี่ยนสี/ซีดขาว/คล้ำดำ
สัญญาณเตือนว่าเนื้อเยื่อขาดเลือดไปเลี้ยง
เนื้อฟิลเลอร์เป็นก้อนชั่วคราว
ช่วงแรกฟิลเลอร์ยังไม่กลืนกับผิว จะค่อย ๆ นิ่มและเรียบเนียนขึ้นใน 1-2 สัปดาห์
ปวดตึงรุนแรง
มีอาการปวดตุบ ๆ หรือปวดแสบปวดร้อนอย่างต่อเนื่องไม่ทุเลาลง
รู้สึกตึงหรือเจ็บแปลบเล็กน้อย
อาการระบมใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีด มักหายไปเองไม่กี่วัน
มีตุ่มหนอง/เนื้อตาย
เกิดจากการติดเชื้อรุนแรง หรือเนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดเป็นเวลานาน
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อแนะนำสำคัญ : หากพบอาการในช่องผลข้างเคียงรุนแรง ควรรีบติดต่อคลินิกหรือพบคุณหมอทันทีเพื่อทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ฉีดฟิลเลอร์ใกล้ตาแล้วตาจะบอดจริงไหม

ถ้าจะตอบตามจริง ก็ต้องบอกว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความเสี่ยงทำให้ตาบอดได้ หากเนื้อฟิลเลอร์หลุดเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่วิ่งไปเลี้ยงดวงตา แต่โอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย และมักเกิดจากคุณหมอขาดประสบการณ์หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม ดังนั้นถ้าเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาต และใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้องโดยคุณหมอ ก็จะช่วยควบคุมความปลอดภัยและลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยสาร HA ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก เบ้าตาโบ๋ และรอยหมองคล้ำให้ดูอิ่มฟู เรียบเนียนขึ้น โดยคุณหมอจะเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับผิวชั้นลึกและชั้นตื้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวย ดูเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นวิธีที่เห็นผลค่อนข้างไวและอยู่ได้นาน 6 – 18 เดือน แต่เนื่องจากรอบดวงตามีเส้นเลือดซับซ้อน หากฉีดกับหมอกระเป๋าหรือใช้ยาปลอม จะเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน เนื้อตาย หรืออันตรายถึงขั้นตาบอด

แชร์บทความ
นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
ว.21330
บทความโดย นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวและศัลยศาสตร์
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้าง เช็กลิสต์พฤติกรรมและอาหารที่ควรเลี่ยง

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นสิ่งที่ต้องรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดหลังจากเข้ารับบริการหัตถการเติมเต็มผิว เพราะถึงแม้ว่าฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยกู้ผิวใต้ตาคล้ำ
ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อไฮยาลูรอนกันจนคุ้นหู ในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาดูอิ่มน้ำ แต่ในวงการความงามนั้น ถูกนำมาพัฒนาเป็นฟิลเลอร์
Belotero Revive

Belotero Revive คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นไหม ช่วยอะไรบ้าง

Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยการผสมไฮยาลูรอนเข้ากับกลีเซอรอล เพื่อเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ต่างกันอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติของสารเติมเต็มที่ต้องมีความละเอียดและยืดหยุ่น