ดริปวิตามินกับกินวิตามินต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

หน้าแรก » วิตามิน » ดริปวิตามินกับกินวิตามินต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
ว.66289
ดริปวิตามินกับกินวิตามินต่างกันอย่างไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ดริปวิตามินกับกินวิตามินต่างกันอย่างไร จริง ๆ แล้วข้อแรกเลยก็จะต่างกันที่การดริปคือการให้สารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ส่วนวิตามินแบบกินต้องผ่านการย่อยและดูดซึมในลำไส้ แต่การเข้าสู่เลือดเร็วกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าหรือจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะหมอแนะนำว่าควรเลือกจากชนิดวิตามิน สาเหตุอาการ สุขภาพโดยรวม และความคุ้มค่า ไม่ใช่ดูแค่ความเร็วในการออกฤทธิ์

ดริปวิตามินกับกินวิตามินต่างกันอย่างไร

ดริปวิตามินกับกินวิตามินต่างกันอย่างไร

แม้การ ดริปวิตามิน และการกินวิตามินจะมีจุดประสงค์คล้ายกัน คือการเสริมสารอาหารให้ร่างกาย แต่ส่วนตัวหมอมองว่าทั้งสองวิธีมีความแตกต่างกันในหลายด้าน เช่น

  • การดริปวิตามินนำสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง จึงไม่ต้องผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เหมือนวิตามินแบบกิน
  • วิตามินแบบกินต้องผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึมก่อน โดยปริมาณที่ร่างกายได้รับอาจแตกต่างกันตามชนิดของวิตามิน ปริมาณที่กิน และสภาพร่างกายของแต่ละคน
  • หลังดริป ระดับวิตามินบางชนิดในเลือดอาจเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่แบบกินต้องใช้เวลาในการย่อยและดูดซึม
  • ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหาร การดูดซึมผิดปกติ หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อาจได้รับการพิจารณาให้ดริปวิตามินภายใต้การดูแลของคุณหมอ ส่วนวิตามินแบบกินเหมาะกับการเสริมสารอาหารทั่วไปตามความจำเป็น
  • ด้านความสะดวกและค่าใช้จ่าย วิตามินแบบกินมักเข้าถึงง่ายกว่า ส่วนการดริปต้องรับบริการในสถานพยาบาล ใช้เข็ม และต้องเผื่อเวลาระหว่างทำ

ตารางเปรียบเทียบความต่างของการดริปวิตามินกับกินวิตามิน

เปรียบเทียบ การดริปวิตามิน การกินวิตามิน
วิธีเข้าสู่ร่างกาย ให้สารผ่านหลอดเลือดโดยตรง ผ่านกระเพาะและลำไส้ก่อนดูดซึม
กระบวนการ ไม่ต้องผ่านการดูดซึมในทางเดินอาหาร ต้องผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึม
ความสะดวก ต้องเดินทาง เปิดเส้น และมีผู้ดูแล สามารถกินเองได้ตามคำแนะนำ
ค่าใช้จ่าย มักสูงกว่า และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม โดยทั่วไปราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า

วิตามินแบบกินเข้าสู่ร่างกายอย่างไร

วิตามินแบบกินต้องผ่านกระเพาะและลำไส้ก่อนดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกทำลายจนหมด วิตามินแต่ละชนิดมีวิธีดูดซึมต่างกัน บางชนิดดูดซึมได้ตามปกติ ขณะที่บางชนิดต้องอาศัยไขมันหรือกระบวนการเฉพาะ

ตัวอย่างเช่น วิตามินดีดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อมีไขมัน ส่วนวิตามินบี 12 ต้องผ่านหลายขั้นตอน จึงอาจดูดซึมลดลงในผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ชนิดของวิตามินหรือแร่ธาตุ
  • รูปแบบของผลิตภัณฑ์
  • ปริมาณที่กินในแต่ละครั้ง
  • การกินพร้อมอาหารหรือขณะท้องว่าง
  • ไขมันในอาหารสำหรับวิตามินบางกลุ่ม
  • สุขภาพของกระเพาะและลำไส้
  • อายุและโรคประจำตัว
  • ประวัติผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้
  • ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
  • วิตามิน แร่ธาตุ หรืออาหารเสริมอื่นที่กินร่วมกัน

วิตามินแบบกินเข้าสู่ร่างกายอย่างไร

ดริปวิตามินเข้าสู่ร่างกายอย่างไร

การดริปวิตามิน คือการให้สารน้ำ วิตามิน หรือแร่ธาตุเข้าสู่หลอดเลือดโดยตรง จึงเข้าสู่กระแสเลือดได้ค่อนข้างเร็วโดยไม่ผ่านระบบย่อยอาหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะนำไปใช้ได้ทั้งหมด หรือให้ผลด้านผิวและสุขภาพดีกว่าการกินวิตามินในทุกคน เพราะฉะนั้นต้องดูเป็นเคส ๆ ไป

การดริปวิตามินดูดซึมดีกว่ากินวิตามินจริงไหม

หากคำว่า “ดูดซึมดีกว่า” หมายถึงไม่ต้องผ่านทางเดินอาหาร การดริปสามารถนำสารเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง แต่ถ้าหมายถึงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ ยังไม่สามารถสรุปได้เหมือนกันในทุกวิตามินและทุกคน

ซึ่งก็จะมีตัวอย่างงานศึกษาเกี่ยวกับการดริปและการกินวิตามินซีพบว่า การให้ทางหลอดเลือดทำให้ระดับในเลือดค่อนข้างสูงกว่าแบบกิน แต่ข้อมูลนี้สะท้อนแค่ระดับสาร ไม่ได้ยืนยันว่าดริปจะให้ผลดีกว่าในคนทั่วไป

จึงควรแยก 2 เรื่องให้ชัดเจน

  • สารเข้าสู่กระแสเลือดมากแค่ไหน
  • สารนั้นให้ประโยชน์ตามเป้าหมายหรือไม่

หมอคิดว่าการนำสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดมากกว่า ไม่ได้แปลว่าร่างกายจำเป็นต้องใช้มากกว่า ต้องดูด้วยว่าเราขาดสารนั้นจริงหรือไม่ต่างหาก

ข้อดีและข้อจำกัดของการดริปวิตามิน

ข้อดี ข้อจำกัด / ข้อควรระวัง
นำวิตามินและสารน้ำเข้าสู่กระแสเลือด โดยไม่ผ่านระบบย่อยอาหาร ต้องใช้เข็มแทงเข้าหลอดเลือด และต้องใช้เวลานั่ง/นอนรับบริการ
ระดับวิตามินบางชนิดในเลือดเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว ระดับวิตามินที่สูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ทางสุขภาพดีกว่าเสมอไป
สามารถกำหนดชนิดและปริมาณสารให้เหมาะกับรายบุคคลภายใต้การดูแลของคุณหมอ ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ แพ้สารบางชนิด หรือใช้ยาบางประเภท
อาจให้สารน้ำร่วมด้วย จึงมีประโยชน์ในผู้ที่มีภาวะขาดน้ำตามความเหมาะสม อาจได้รับวิตามินและสารน้ำมากเกินไปจนเกิดผลเสีย

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากหมอ สำหรับใครที่สนใจดริปวิตามิน ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมิน ตรวจร่างกาย และซักประวัติก่อน ไม่ควรซื้อบริการจากสถานพยาบาลที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ทราบตัวยาที่ชัดเจน

ข้อดีและข้อจำกัดของการกินวิตามิน

การกินวิตามินเป็นวิธีเสริมสารอาหารที่สะดวกและเข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวันสำหรับหลาย ๆ คน แต่ก็มีข้อจำกัดด้านการดูดซึมและระยะเวลาในการเห็นผลที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้

ข้อดี ข้อจำกัด / ข้อควรระวัง
ไม่ต้องใช้เข็ม หรือเข้ารับบริการที่สถานพยาบาล ต้องผ่านระบบย่อยอาหารและกระบวนการดูดซึมก่อนเข้าสู่กระแสเลือด
มีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น เม็ด แคปซูล ผง หรือแบบน้ำ ปริมาณที่ดูดซึมได้อาจแตกต่างกันตามชนิดวิตามิน อาหาร ยา และสภาพร่างกาย
เหมาะสำหรับการเสริมวิตามินในชีวิตประจำวัน อาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าระดับวิตามินในร่างกายจะเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปน้อยกว่าการดริปวิตามิน วิตามินบางชนิดอาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้มีอาการคลื่นไส้ หรือท้องผูกได้

คนทั่วไปควรกินวิตามินหรือดริปวิตามิน

สำหรับคนทั่วไปควรเน้นรับวิตามินจากอาหารให้ครบถ้วนในเบื้องต้นก่อน แล้วค่อยเลือกกินวิตามินเสริมเมื่อมีภาวะขาดสารอาหาร มีความเสี่ยง หรือได้รับคำแนะนำ ซึ่งการดริปวิตามินเหมาะกับผู้ที่มีข้อบ่งชี้ ต้องการการบำรุง หรือจำเป็นต้องได้รับสารทางหลอดเลือดภายใต้การดูแลของคุณหมอ

ดริปวิตามินกับกินวิตามิน แบบไหนมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

โดยทั่วไป การดริปวิตามินมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิตามินแบบกิน เพราะต้องทำในสถานพยาบาลและมีค่าอุปกรณ์กับค่าบริการร่วมด้วย หมอแนะนำให้เลือกจากความจำเป็นและข้อบ่งชี้ของร่างกายก่อน ไม่ควรตัดสินใจจากเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว

ดริปวิตามินกับกินวิตามิน สามารถทำร่วมกันได้ไหม

ดริปวิตามินกับกินวิตามิน สามารถทำร่วมกันได้ไหม

จริง ๆ ก็สามารถทำร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ต้องดูก่อนว่าวิตามินที่กินและที่ดริปไม่ซ้ำกันหรือเกินปริมาณที่เหมาะสม เพราะวิตามินบางชนิดอาจสะสมหรือเกิดผลข้างเคียงได้ แนะนำให้แจ้งชื่อและปริมาณอาหารเสริมที่ใช้อยู่ทั้งหมดก่อนดริปวิตามิน เพื่อประเมินความจำเป็นและป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดริปวิตามินและกินวิตามิน

ดริปวิตามินกับกินวิตามิน ให้ผลเหมือนกันหรือไม่

เป้าหมายของสองวิธีอาจเหมือนกันคือเสริมสารอาหารที่ขาด แต่ความเร็วและผลที่ได้รับอาจต่างกันตามชนิดวิตามิน ปริมาณ และสภาพร่างกาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคนด้วย

ดริปวิตามินกับกินวิตามิน เลือกจากอะไร

หมอจะพิจารณาจากผลตรวจ สาเหตุของภาวะขาด ความสามารถในการดูดซึม โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และความจำเป็นของแต่ละคน

กรณีไหนควรเลือกดริปวิตามินแทนการกิน

มักพิจารณาเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น ขาดสารอาหารมาก ดูดซึมผิดปกติ กินไม่ได้ หรือจำเป็นต้องเพิ่มระดับสารในเลือด ซึ่งบางสถานพยาบาลอาจมีการปรับสูตรให้เหมาะกับผู้รับบริการด้วย

ดริปวิตามินกับกินวิตามิน แบบไหนดูดซึมได้มากกว่า

ดริปวิตามินเป็นการนำสารเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงโดยไม่ผ่านการดูดซึมในทางเดินอาหาร จึงอาจเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะนำวิตามินทั้งหมดไปใช้หรือให้ผลดีกว่าเสมอไป

สรุป

ดริปวิตามินกับกินวิตามินต่างกันอย่างไร เป็นสิ่งที่ผู้รับบริการของเราและคนทั่วไปอยากรู้ ซึ่งจริง ๆ แล้วการดริปวิตามินนำสารเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงและเพิ่มระดับสารบางชนิดได้ค่อนข้างเร็วกว่า ส่วนวิตามินแบบกินต้องผ่านการย่อยและดูดซึม แต่สะดวกและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ทั้งนี้การจะบอกว่าแบบไหนดีกว่า ก็อาจขึ้นอยู่กับความต้องการ และปัจจัยด้านสุขภาพของแต่ละคนด้วย

แชร์บทความ
พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ว.66289
บทความโดย พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดริปวิตามิน ราคา

ดริปวิตามิน ราคาเท่าไหร่ รายครั้งหรือซื้อคอร์ส แบบไหนคุ้มกว่า

ดริปวิตามิน ราคา ในตอนนี้ก็จะมีตั้งแต่หลักร้อยในช่วงโปรโมชัน ไปจนถึงหลักพันหรือมากกว่านั้นต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสูตร ส่วนประกอบ ปริมาณ และบริการที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
NAD+ IV Therapy

NAD+ Therapy คืออะไร ชะลอวัยล้ำลึก ช่วยฟื้นฟูให้อ่อนเยาว์จริงไหม

NAD+ Therapy เป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับ NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) ซึ่งเป็นโคเอนไซม์สำคัญที่มีบทบาทต่อการผลิตพลังงาน
IV Weight Loss

IV Weight Loss คืออะไร ช่วยเผาผลาญ ลดไขมันได้อย่างไร

IV Weight Loss คือหัตถการที่ส่งผ่านสารอาหารและวิตามิน เพื่อสนับสนุนกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย
IV DRIP

IV DRIP คืออะไร ช่วยเรื่องไหนบ้าง ดริปกี่ครั้งเห็นผล

IV DRIP คือการให้วิตามินและสารอาหารผ่านทางหลอดเลือด ช่วยฟื้นฟูร่างกายด้วยการส่งผ่านสารจำเป็นเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง