UltraClear คือเทคโนโลยีเลเซอร์เพื่อการฟื้นฟูสภาพผิวที่ถูกออกแบบมา เพื่อปรับปรุงคุณภาพผิวอย่างเป็นขั้นตอนและอ่อนโยน โดยไม่ก่อให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนเกิน แต่การจะเลือกหัตถการดูแลผิวพรรณให้คงความอ่อนเยาว์และสุขภาพดีนั้น ที่ต้องอาศัยความเข้าใจที่เหมาะสม วันนี้เราจึงจะพามาทำความรู้จักกับหลักการทำงาน ปัญหาผิวที่สามารถแก้ไขได้ และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การดูแลผิวของทุกคนเป็นไปอย่างน่าพอใจ
UltraClear คืออะไร
UltraClear คือเทคโนโลยีเลเซอร์ในกลุ่ม Cold Fiber Laser หรือเลเซอร์ไฟเบอร์แบบเย็น โดยใช้พลังงานที่มีความยาวคลื่นถึง 2,910 นาโนเมตร ในการฟื้นฟูสภาพผิวพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวอย่างอ่อนโยน ถูกออกแบบมาเพื่อปรับสมดุลผิวและลดเลือนร่องรอยความเสื่อมสภาพ โดยให้ความสำคัญกับการลดผลข้างเคียงและระยะเวลาการพักฟื้น
UltraClear Laser ทำงานอย่างไร
กลไกการทำงานของ UltraClear อาศัยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ผสานการทำงานกันอย่างเหมาะสม เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวทั้งในระดับชั้นบนและโครงสร้างผิวชั้นลึกไปพร้อมกัน โดยมีหลักการทำงานคร่าว ๆ ดังนี้
- UltraClear ใช้เทคโนโลยี Cold Fiber Laser ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำในผิวดูดซับพลังงานได้ดี
- เครื่องจะส่งพลังงานเลเซอร์แบบแบ่งส่วน (Fractional) ลงไปสร้างช่องขนาดเล็กจิ๋วจำนวนมากในชั้นผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง
- พลังงานส่วนแรกจะทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพและหมองคล้ำ ให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนเพื่อเผยผิวใหม่ที่เรียบเนียน
- พลังงานส่วนที่สองจะส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวอิ่มฟูและตึงกระชับ
- ระบบควบคุมความร้อนที่ช่วยลดการสะสมความร้อนส่วนเกินบนผิวชั้นนอก จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยดำหลังทำ UltraClear
- ปรับระดับความลึกของพลังงานได้ตามสภาพปัญหาผิวรายบุคคล ตั้งแต่ริ้วรอยตื้น ๆ ไปจนถึงรอยแผลเป็นหรือหลุมสิว
UltraClear ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง
UltraClear เน้นการส่งผ่านพลังงาน เพื่อกระตุ้นกลไกการซ่อมแซมผิว ตอบโจทย์สำหรับการดูแลปัญหาผิวที่หลากหลาย ตั้งแต่การปรับสภาพผิวภายนอกไปจนถึงการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระดับชั้นผิว ดังนี้
- ริ้วรอย : ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูอิ่มฟู ลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบดวงตา ปาก หรือร่องแก้ม
- หลุมสิวและรูขุมขน : ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นและรูขุมขนกระชับ
- จุดด่างดำและฝ้ากระ : ผลัดเซลล์ผิวที่มีเม็ดสีผิดปกติ ทำให้โทนสีผิวดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น
- ผิวไม่กระชับ : ความร้อนที่ลงลึกจะช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมผิว ให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นตามธรรมชาติ
UltraClear มีทั้งหมดกี่โหมด
UltraClear ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมโหมดการทำงานที่หลากหลายเพื่อการดูแลปัญหาผิวอย่างเฉพาะเจาะจง โดยสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิว และความต้องการส่วนบุคคลได้ โดยมีโหมดการทำงานที่นิยมใช้กัน ดังนี้
โหมดที่ 1 Clear Mode
เน้นการฟื้นฟูผิวในระดับเริ่มต้นเพื่อปรับโทนสีผิวให้แลดูกระจ่างใสสม่ำเสมอ โดยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่หมองคล้ำ และลดเลือนรอยดำรอยแดงจากแสงแดดหรือสิวอย่างอ่อนโยน
โหมดที่ 2 Clear+ Mode
ยกระดับการดูแลผิวให้ลึกขึ้นเพื่อจัดการกับริ้วรอยแรกเริ่มและจุดด่างดำที่เห็นชัด ช่วยปรับสภาพผิวให้มีความเรียบเนียนละเอียด และดูเปล่งประกายกว่าการฟื้นฟูผิวแบบพื้นฐาน
โหมดที่ 3 Ultra Mode
มุ่งเน้นการส่งพลังงานลงลึกสู่ชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินโดยตรง ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกและคืนความยืดหยุ่นให้ผิวกลับมาตึงกระชับแลดูอ่อนเยาว์
โหมดที่ 4 UltraClear Mode
ผสานประสิทธิภาพการทำงานของโหมด Clear+ และ Ultra เข้าด้วยกันเพื่อการดูแลผิวแบบครอบคลุม ทั้งการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและยกกระชับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงในหนึ่งเดียว
โหมดที่ 5 Laser-Coring Mode
เป็นโหมดของ UltraClear ที่ช่วยยกกระชับผิวและกรอบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการสร้างจุดรับพลังงานขนาดเล็กเพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยลดความหย่อนคล้อยได้
โหมดที่ 6 Surgical Mode
เป็นโหมดที่ค่อนข้างแม่นยำ ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะจุด เช่น ติ่งเนื้อ ไฝ หรือเนื้องอกขนาดเล็ก โดยทำงานอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อรักษาเนื้อเยื่อรอบข้างและช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม
UltraClear เหมาะกับใคร
ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของเทคโนโลยี UltraClear ที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีสภาพผิวและปัญหาที่แตกต่างกันอย่างหลากหลาย จึงเหมาะสำหรับผู้รับบริการที่มีปัญหาและความต้องการ ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย : ครอบคลุมทั้งริ้วรอยแรกเริ่มและริ้วรอยร่องลึกตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า
- ผู้ที่มีผิวไม่เรียบเนียน : ต้องการกระชับรูขุมขน ปรับผิวให้ละเอียด และจัดการปัญหาหลุมสิว
- ผู้ที่มีปัญหาเม็ดสี : ต้องการลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ และฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้ดูกระจ่างใส
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย : ต้องการยกกระชับกรอบหน้าและลำคอ ให้ดูเต่งตึงโดยไม่ต้องศัลยกรรม
- ผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะจุด : ต้องการกำจัดติ่งเนื้อ ไฝ หรือเนื้องอกขนาดเล็กอย่างเหมาะสม
- ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นจำกัด : ต้องการเทคโนโลยีที่ดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความระคายเคืองที่ผิวหนัง
UltraClear ไม่เหมาะกับใคร
เนื่องจากการทำหัตถการด้วยพลังงานเลเซอร์ เป็นกระบวนการที่อาจมีผลข้างเคียงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผู้รับบริการควรตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นว่าตนเองเหมาะสมกับการเข้ารับบริการหรือไม่ ดังนี้
- สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่ผิวเพิ่งโดนแดดจัดหรือไหม้แดด
- ผู้ที่ใช้ยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น สิวอักเสบรุนแรง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
UltraClear มีแพ็กเกจไหนบ้างที่เอเพ็กซ์
ด้วยหลักการทำงานและฟังก์ชันของ UltraClear ซึ่งมีความหลากหลาย ทำให้ปัจจุบันมีแพ็กเกจที่ช่วยตอบโจทย์ปัญหาของผู้เข้ารับบริการได้ครอบคลุม ดังนี้
- PACKAGE A เลเซอร์ผิวใส 3DMIRACL : มุ่งเน้นการปรับสภาพผิวโดยรวมให้เรียบเนียนกระจ่างใสด้วยการกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และปัญหาเม็ดสีอย่างฝ้ากระให้ดูจางลง
- PACKAGE B เลเซอร์เย็นรอบดวงตา UltraClear : ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูความอ่อนเยาว์รอบดวงตาโดยเฉพาะ ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ลดถุงไขมันใต้ตา และแก้ไขปัญหาหนังตาตกให้ดูสดใสขึ้น
- PACKAGE C เลเซอร์เย็นลบแผลเป็น Cold-Coring : เทคโนโลยีเลเซอร์ไฟเบอร์แบบเย็นที่รองรับการรักษาแผลเป็นได้ ตั้งแต่แผลเป็นคีลอยด์ไปจนถึงหลุมสิวลึก โดยไม่สะสมความร้อนแ
- PACKAGE D เลเซอร์ดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด Laser-Coring : เน้นการยกกระชับและปรับภาพรวมของหน้าให้ดูระชับ ด้วยการขจัดผิวหนังส่วนเกินและกระตุ้นอีลาสตินในชั้นผิว ช่วยลดความหย่อนคล้อยและริ้วรอยร่องลึกให้แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ทำ UltraClear แล้วมีผลข้างเคียงไหม
แม้ว่า UltraClear จะเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ค่อนข้างมีความอ่อนโยนต่อผิว แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่การทำหัตถการด้วยเลเซอร์ทั่วไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงชั่วคราวได้บ้าง ดังนี้
- อาการแดงหรือบวมเล็กน้อย : ผิวอาจมีอาการแดงระเรื่อหรือบวมเพียงเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรกหลังเข้ารับบริการ
- ความรู้สึกอุ่นใต้ผิวหนัง : อาจมีความรู้สึกอุ่นหรือระคายเคืองยิบ ๆ ชั่วคราวหลังทำ ซึ่งจะค่อย ๆ ทุเลาลงเอง
- การผลัดเซลล์ผิว : อาจมีสะเก็ดขนาดเล็กจิ๋วหรือการลอกของผิวบางส่วน ซึ่งเป็นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามปกติ
- ผิวแห้งและไวต่อแสง : ในช่วงแรกผิวอาจแห้งขึ้นและไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ จึงควรเน้นการบำรุงและปกป้องผิว
- สีผิวดูเข้มขึ้นชั่วคราว : อาจเกิดลักษณะผิวสีบรอนซ์จาง ๆ จากการผลัดเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพออกก่อนเผยผิวใหม่
ก่อนทำ UltraClear เตรียมตัวอย่างไรดี
นอกจากการเลือกใช้บริการกับสถานพยาบาลที่บริการดีแล้ว การเตรียมความพร้อมก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผิวอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการรับพลังงานเลเซอร์ และลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง โดยควรปฏิบัติตามแนวทางการเตรียมตัวเบื้องต้น ดังนี้
- แจ้งโรคประจำตัว : หากมีประวัติโรคเริมในบริเวณที่จะทำหัตถการ หรือมีประวัติแพ้ยาชา ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า
- แจ้งประวัติการใช้ยา : ปรึกษาแพทย์หากมีการใช้ยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin หรือยากลุ่มที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด : งดการอาบแดดหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ทำให้ผิวไหม้แดดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว : หยุดใช้สกินแคร์กลุ่มเรตินอล หรือกรดผลัดผิว (AHA, BHA) ล่วงหน้า 3-5 วัน
- เว้นระยะหัตถการอื่น : ควรเว้นช่วงจากการเลเซอร์หรือฉีดสารเติมเต็ม ในบริเวณเดียวกันอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
- งดการสครับผิว : หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวหน้าอย่างรุนแรงก่อนรับบริการ UltraClear เพื่อลดการระคายเคืองของปราการผิว
แนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังทำ UltraClear
การดูแลผิวอย่างถูกวิธีหลังเข้ารับบริการ จะช่วยส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ผิวตามให้เป็นไปอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผิวได้รับการปลอบประโลมและคงประสิทธิภาพของผลลัพธ์ โดยมีวิธีการเบื้องต้น ดังนี้
- ปกป้องผิวจากแสงแดด : หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวันอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- เน้นการบำรุงด้วยความชุ่มชื้น : ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยนเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ผิว และเสริมสร้างปราการผิวให้แข็งแรงในช่วงที่ผิวแห้งง่าย
- หลีกเลี่ยงการสครับหรือลอกผิว : งดการขัดผิว หรือการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของกรดผลัดผิวและเรตินอลประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ UltraClear
- ไม่แกะหรือเกาผิว : หากมีสะเก็ดขนาดเล็กจิ๋วเกิดขึ้นจากการผลัดเซลล์ผิว ควรปล่อยให้หลุดลอกออกเองตามธรรมชาติเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ
- งดกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อน : หลีกเลี่ยงการซาวน่า การออกกำลังกายหนัก หรือการว่ายน้ำในสระคลอรีนในช่วง 3-5 วันแรกเพื่อลดการระคายเคือง
- ทำความสะอาดผิวอย่างเบามือ : ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน และซับหน้าเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาดแทนการถูหน้าอย่างรุนแรง
รีวิว UltraClear ภาพก่อนและหลังทำ
ภาพสำหรับใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ UltraClear
ทำ UltraClear เจ็บไหม
ระดับความรู้สึกระหว่างทำ UltraClear จะค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์เย็น โดยผู้รับบริการส่วนใหญ่อาจรู้สึกเพียงความอุ่นหรือระคายเคืองเล็กน้อยในบางโหมดการทำหัตถการ
UltraClear ต้องทำกี่ครั้ง
จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้ในครั้งแรก และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดยิ่งขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์
UltraClear เห็นผลถาวรไหม
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ UltraClear คือการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในซึ่งให้ผลต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ผิวหนังยังคงมีการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการร่วงโรยตามวัยและปัจจัยจากการใช้ชีวิตประจำวัน
UltraClear พักฟื้นนานไหม
ระยะเวลาการพักฟื้นสั้นกว่าเลเซอร์แบบดั้งเดิม โดยทั่วไปผิวอาจมีอาการแดงเพียง 1-3 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติภายในระยะเวลาอันสั้น
UltraClear ทำได้ทุกสีผิวไหม
UltraClear ได้รับการออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งาน และสามารถทำได้ทุกสีผิว โดยช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการเลเซอร์ (PIH) ที่มักพบในผู้ที่มีสีผิวเข้ม
สรุป
UltraClear คือเลเซอร์ฟื้นฟูผิวแบบ Cold Fiber Laser ที่โดดเด่นด้วยพลังงานช่วงคลื่น 2,910 นาโนเมตร ซึ่งทำงานเพื่อผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างอ่อนโยน โดยมีโหมดการรักษาที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การปรับผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ไปจนถึงการยกกระชับ ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การฟื้นฟูผิว เจ็บน้อย และมีระยะเวลาพักฟื้นค่อนข้างสั้นกว่าเลเซอร์หลาย ๆ รุ่น






