วิธีสร้างผิวกระจ่างใส ในแต่ละวัย รักษาจุดด่างดำ และฝ้า

อยากได้ผิวขาวใส ทำอะไรได้บ้าง

ความนิยมผิวขาวใสในบ้านเรายังคงเป็นเทรนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ดังนั้นบรรดาเครื่องสำอางค์ และคอร์สความงามทั้งหลายจึงมีผลิตภัณฑ์ และโปรแกรมผิวขาวใสออกมาแนะนำมากมายจนเลือกกันไม่ถูก เราลองมาดูกันว่ามีวิธีอะไรที่ทำให้ผิวกระจ่างใสได้บ้างและใครเหมาะกับวิธีแบบไหน

image

ผิวสาวๆ คอลลาเจนยังสมบูรณ์แค่ผลัดเซลล์ผิว ก็ขาวใส เปล่งประกายได้แล้ว

สำหรับผิววัยแรกสาว โครงสร้างของผิวยังไม่มีปัญหา การช่วยเอาเซลล์ผิวเก่าๆที่ตายแล้วออก เพื่อเผยผิวใหม่สดใส ก็เพียงพอแล้วค่ะ ถ้าไม่มีรอยแดงจากสิว หรือกระ ฝ้า ทำไมจึงต้องผลัดเซลล์ผิว ธรรมชาติของผิว เมืออายุมากขึ้นผิวจะผลัดเซลล์ช้าลงทำให้ผิวดูไม่สดใส ดูหมองคล้ำ การได้ผลัดเซลล์ผิว ไม่ว่าจะเป็นกรดผลไม้ เกร็ดอัญมณี หรือผลัดเซลล์ด้วยอณูของน้ำ จะช่วยเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วและตกค้างอยู่ออกไป เผยให้เห็นผิวใหม่ที่สดใส คนทุกวัยควรผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำ ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งจำเป็นต้องช่วยผลัดเซลล์มากขึ้น เพราะร่างกายจะไม่ค่อยผลัดเซลล์ผิวเหมือนผิวเด็กๆ ควรทำเป็นประจำ ประมาณ 2 สัปดาห์ครั้ง

เลเซอร์แก้ปัญหารอยดำ รอยแดงจากสิว ผิวหมองคล้ำและฝ้า

ถ้าเป็นรอยดำ รอยแดงจากสิว ผิวหมองคล้ำจากแสงแดด จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่ลงไปทำงานลึกขึ้นในชั้นผิวหนังแท้ ที่มีเส้นเลือด และเซลล์สร้างเม็ดสีอยู่ เป็นเครื่องมือในกลุ่มเลเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Fraxel Laser หรือ Bright Laser เพื่อจัดการกับเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติ และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทน

เลซอร์ที่ใช้ในการรักษารอยดำ รอยแดง และฝ้ามีหลากหลายชนิด การเลือกใช้เลเซอร์ก็ขึ้นอยู่กับปัญหาด้วย ว่าจุดด่างดำนั้น ลึกหรือตื้นขนาดไหน การรักษาจุดด่างดำ หรือฝ้าที่เกิดจากเส้นเลือด ก็ควรใช้ เลเซอร์แบบ Long Pulse Yag , Pulsed Dye Laser, Dual Yellow Laser ถ้าเป็นรอยตื้นๆ ก็รักษาได้ด้วยเลเซอร์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น IPL, Medlite Q Switch Yag รวมถึงวิธีการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ TCA,AHA , การใช้ครีมที่มีตัวยาฟอกสี รวมถึงทรีตเม้นต์ในกลุ่มผลัดเซลล์ผิว อย่าง Fraxel ด้วย
สิ่งที่ต้องพึงระวังก็คือ การใช้เลเซอร์จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง ถ้าทำได้ถูกต้อง ทั้งเทคนิคในการใช้เครื่องมือ การปล่อยพลังงาน และการเลือกชนิดของเครื่องมือให้เหมาะกับชนิดของรอยดำ รอยแดง หรือฝ้า ก็จะทำให้เม็ดสีที่ผิดปกติจางลงได้ แต่ถ้าทำผิดวิธี หรือทำมากๆ ทำบ่อยเกินไปก็จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะทำให้ผิวไวต่อแสงแดด และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีมากขึ้น ทำให้จุดด่างดำมีสีที่เข้มขึ้น และรักษาได้ยากขึ้น การรักษาด้วยเลเซอร์จึงต้องมั่นใจว่าอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง

image

IPL ..ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร

IPL หรือ Intense Pulsed Light เป็นพลังงานแสงความเข้มสูง ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในคลีนิคผิวหนัง และความงาม ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นบนๆ รักษา ฝ้า กระ และรอยแดงที่เกิดจากแสงแดดทำลาย รวมถึงอายุที่มากขึ้นเซลล์ผิวหนังเริ่มเสื่อมสภาพ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ช่วงคลื่นของพลังงานที่ใช้จะอยู่ระหว่าง 500 to 1200 nm. โดยพลังงาน จะไปจับกับเซลล์เม็ดสีที่เราไม่ชอบนั่นเอง และทำลายโครงสร้างของเม็ดสี ประโยชน์หลักๆของIPL จึงเป็นเรื่องการช่วยทำให้หน้าใส ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ ผิวดูกระจ่างใสมีออร่า แล้วก็ยังช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้กระฝ้าที่อยู่บนๆหายไปได้ หน้าดูสดใสขึ้น ควรทำทุกๆ 2-3 สัปดาห์หรือ 1เดือน ในการรักษาฝ้าหรือกระบนๆ อาจจะต้องทำต่อเนื่องประมาณ 5 ครั้ง

จุดที่ต้องระวังก็คือ ไม่ควรทำติดต่อกันบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น และมีผลทำให้เกิดฝ้า กระ มากขึ้น ในระยะยาว รักษาได้ยากขึ้น นอกจากนี้ อาจไม่เหมาะกับคนที่ผิวคล้ำเพราะมีโอกาสเสี่ยงที่ผิวจะไหม้ได้สูง เพราะอย่างที่เกริ่นไว้ในตอนแรก ว่า IPL เป็นพลังงานแสงที่ส่งความร้อนไปจับกับเม็ดสี คนผิวคล้ำก็ต้องระวังเป็นพิเศษ หรือหลีกเลี่ยงไปใช้ทรีตเม้นต์ตัวอื่นจะดีกว่า

Deep Hya ทำให้ผิวกลับมากระจ่างใส เมื่ออายุมากขึ้น

อายุที่มากขึ้น ส่วนประกอบสำคัญของผิวก็เริ่มเสื่อมไปตามวัย ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน อีลาสติน และสารอุ้มน้ำในผิวที่เรียกว่าไฮยาลูรอนิค แอซิค เมื่องโครงสร้างสำคัญของผิวเสื่อมสภาพ คอลลาเจนก็จะแข็งทื่อ สีซีดๆ ไฮยาลดจำนวนลง สิ่งที่สะท้อนออกมาที่ผิวด้านนอกก็คือผิวหมองคล้ำและริ้วรอยที่เพิ่มมากขึ้น ผิวขาดความยืดหยุ่น และขาดความเปล่งปลั่ง จะเห็นว่าผิวของคนที่มีอายุจะดูเหลืองๆ ไม่เปล่งปลั่งอมชมพู เหมือนผิวเด็ก นั่นเป็นสัญญานของโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพ ผิวลักษณะนี้แค่การผลัดเซลล์ผิวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องฟื้นฟูโครงสร้างทั้ง 3 ส่วนไปพร้อมๆกัน โดยสามารถเลือกทรีตเม้นต์ที่ฟื้นฟูคอลลเจนควบคู่ไปกับการเพิ่มสารไฮยาฯให้กับผิว เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีเครื่องมือใหม่ที่ทำงานด้วยการฟื้นฟูส่วนประกอบของผิวทั้ง 3 ส่วนไปพร้อมๆกัน มีชื่อเรียกว่า Fractional RF Needle หรือ Deep Hya ทำงานโดยการส่งพลังงาน RF ผ่านเข็มนาโนที่ออกแบบพิเศษ ทำให้พลังงานลงสู่ผิวชั้นลึกที่ต้องการโดยตรง โดยไม่เกิดการสูญเสียพลังงานไประหว่างชั้นผิว และไม่ทำลายเซลล์ผิวส่วนอื่นๆ ทำให้เกิดการฟื้นฟู คอลลาเจน และเส้นใย อีลาสตินได้เต็มที่ ตลอดจนพิ่มปริมาณ สารอุ้มน้ำตามธรรมชาติ หรือ กรดไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่ทำให้ผิวดูกระจ่างใส เหมือนผิวเด็ก จึงเป็นอีกทางเลือกในการสร้างความเปล่งปลั่ง สดใสให้กับผิวที่มีอายุ

image

ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า กระ เกิดจากอะไร

ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า กระ เกิดจาก ความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี ใต้ผิวหนังกำพร้า หรือในทางวิชาการ เรียกว่า Epidermis ซึ่งเปรีบยเสมือนโรงงานผลิตเซลล์ผิวสวย จะทำหน้าที่สร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนผิวหนังที่ตายแล้วอยู่ตลอดเวลา โดยเซลล์ผิวที่ตายแล้วจะอยู่ชั้นบนสุด เราเรียกวันว่า horny layer เป็นชั้นบาง ๆ (บางยิ่งกว่ากระดาษทิชชูเสียอีก) หลังจากมีอายุราว 14 วัน ก็จะสลัด….สะบัดตัวเองออกไป ซึ่งก็จะพอดีกับเซลล์ผิวใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทน ซึ่งจะกินเวลาราว 14 วันเช่นกัน ทำให้คนเรามีผิวใหม่ที่สวยใสอยู่เสมอ

มีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุแห่งความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ไม่ว่าจะเป็น มลภาวะ รังสี Ultraviolet UV ในแสงแดด และการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนภายในร่างกายซึ่งเกิดขึ้นได้บางสภาวะ เช่น ระยะตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมกำเนิด ระยะใกล้หมดประจำเดือน การได้รับฮฮร์โมนเช่น รับประทานยาคุมกำเนิด เป็นต้น ในรายที่เป็นฝ้าแดด หรือฝ้าหลังคลอด มักเกิดจากการผิดปกติของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เซลล์สร้างเม็ดสีผลิตเม็ดสีออกมามากเกินไป เมื่อซ้อนทับกันหลายชั้น จึงเป็นสีเข้ม หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งวิธีแก้ไขมีหลายวิธี การรักษาด้วยการยิงเลเซอร์หรือการยับยั้งเม็ดสี เป็นอีกวิธีหนึ่งแต่ต้องไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีอย่างถาวร เพราะเมื่อเราทำลายเซลล์เม็ดสีแล้ว ผลที่ตามมาคือการหยุดสร้างเม็ดสี ซึ่งทำให้เป็นด่างขาว คือผิวขาวเป็นจุดๆ แต่จะทำให้เซลล์ผิวชั้นนอก ผลัดเซลล์ผิวได้เร็ว และหลุดออก อย่างปลอดภัย ทางเลือกหนึ่งควรป้องกัน หรือใช้ ซันบล็อก ก่อนออกแดด หรือใช้ร่มกาง เมื่อเผชิญกับแดดแรง สวมหมวก เพื่อป้องกันแดด หรือรังสี UVA UVB เป็นวิธีที่ป้องกันขั้นต้นน่ะค่ะ ก่อนที่จะเกิดฝ้า และต้องทนกับระยะเวลา ที่จะทำให้ฝ้าจางลง

ฝ้า รักษาได้หรือไม่

ปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ เป็นปัญหาหนักใจของหลายๆคน และคนจำนวนไม่น้อยหมดเงินไปกับสารพัดวิธี แต่ก็ทำให้ดูดีได้ชั่วขณะ พอเวลาผ่านไป ฝ้าก็กลับมาอีก และที่แย่ก็คือหลายคนเป็นมากกว่าเดิม ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลเพื่อการรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้รักษาได้ถูกวิธี ไม่ซ้ำเติม ให้ฝ้าตื้นกลายเป็นฝ้าลึก

ฝ้า ก็เหมือนกับริ้วรอย และความชราอื่นๆ เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ แต่เป็นความเสื่อม หรือผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเซลล์ที่ผลิตเม็ดสี (Melanin) ที่ชื่อว่า เมลาโนไชต์ (melanocyte) เป็นเซลล์ที่เจริญมาจากเซลล์ระบบประสาท ซึ่งแทรกตัวอยู่ในชั้นหนังกำพร้าส่วนล่างสุด เมื่อเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ ก็ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสี หรือ เมลานิน มากกว่าปกติ เพื่อทำหน้าที่กรองรังสีที่จะมาทำอันตรายเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นจุดด่างดำ หรือฝ้านั่นเอง ฝ้าจึงไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่รักษาให้ดีขึ้นได้ ทำให้เม็ดสีจางลงได้ แต่เมื่อไหร่ที่ถูกสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติอีก ฝ้าก็จะกลับมาอีก การรักษาก็จะต้องทำให้สีจางลงอีก ที่สำคัญการรักษานั้นๆต้องไม่ทำร้ายเซลล์ให้ผิดปกติมากขึ้น ไม่เช่นนั้นนอกจากจะไม่หายในระยะยาวแต่จะกลับมาเป็นมากกว่าเดิม และรักษาได้ยากขึ้นด้วย

Q&A

Q : ทานยารักษาฝ้า ได้ผลจริงหรือ
A : ตัวยาที่ชื่อว่า ทรานซามีน (transamine) สามารถใช้เพื่อการหยุดเลือด พบว่ามีการนำไปใช้ในการรักษาฝ้า แต่ก็มีผลข้างเคียงในการรักษา คนไข้บางรายอาจเกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน หรือ มีปัญหากับไตได้ นอกจากนั้น ฝ้าจะหายไปเมื่อทานยา แต่เมื่อหยุดทานก็จะกลับมาใหม่

Q: การทาครีมรักษาฝ้าเพียงอย่างเดียว สามารถรักษาฝ้าให้หายได้ จริงหรือ
A: รักษาได้จริง เมื่อฝ้าอยู่ในระดับผิวตื้นๆ แต่ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกครีม เพราะครีมที่มีตัวยาฟอกสีแรง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายเร็ว หรือหายในทันที แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆในระยะยาว จะไม่สามารถหยุดการสร้างเม็ดสี แต่ฝ้าจะกลับมาเข้มมากขึ้น และกลายเป็นฝ้าลึก ซึ่งจะทำให้รักษาได้ยากขึ้น

Q : ทำไมบางคนรักษาแล้วฝ้าหาย แต่ทำไมบางคนก็ไม่ดีขึ้น
A : ขึ้นอยู่กับชนิดของฝ้าค่ะ ฝ้าที่อยู่ตื้นๆ รักษาง่ายที่สุด มีโอกาสหายได้มาก แต่ฝ้าที่อยู่ลึก รักษาให้หายได้ยากมาก ส่วนฝ้าที่เกิดจากเส้นเลือด ก็สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

Q : การรักษาฝ้าด้วยการฉีด เป็นอย่างไร
A : การรักษาด้วยการฉีด ไม่ได้หยุดการสร้างเม็ดสี แต่เป็นการฉีดสารละลายเม็ดสี เป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ไม่ทำให้ฝ้าเข้มขึ้น หรือกลายเป็นฝ้าลึก และไม่ต้องคอยหลบแดด เหมือนวิธีการอื่นๆ ทั้งเลเซอร์ และการผลัดเซลล์ผิว สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากฉีดในครั้งแรก สามารถรักษาได้ในทุกสภาพผิว

เหนือสิ่งอื่นใด เครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยไม่ว่าจะในวัยไหน สำหรับผิวกระจ่างใส ก็คือครีมกันแดด ถ้ารักผิวและต้องการให้ผิวกระจ่างใส ก็ต้องหมั่นทาครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแสงแดดจัดเป็นเวลานานๆ