ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นฟิลเลอร์ HA จากอเมริกา มีหลายรุ่นให้แพทย์เลือกตามตำแหน่งและปัญหา เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง ขมับ ริมฝีปาก และกรอบหน้า จุดเด่นคือมีทั้งรุ่นที่เน้นความฟู อุ้มน้ำ และรุ่นที่เน้นแรงพยุง บวมน้ำน้อย จึงต้องเลือกรุ่นให้เหมาะกับชั้นผิว บทความนี้หมอจะอธิบายว่า Juvederm แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร เหมาะกับจุดไหน อยู่ได้นานไหม ราคาเท่าไหร่ และควรเช็กของแท้อย่างไรก่อนฉีด
ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร
ฟิลเลอร์ Juvederm คือฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid หรือ HA จากอเมริกา ภายใต้บริษัท Allergan Aesthetics ใช้สำหรับเติมเต็มร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม และปรับสัดส่วนใบหน้าในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยมีเทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ที่ให้เนื้อเจลแตกต่างกัน ทั้งรุ่นที่เน้นความฟู ความยืดหยุ่น และแรงพยุง เพื่อให้แพทย์เลือกรุ่นได้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า
ฟิลเลอร์ Juvederm เหมาะกับใคร
ฟิลเลอร์ Juvederm อาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาดังนี้
- มีร่องลึกบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือรอบปาก
- ใต้ตาดูลึก โทรม หรือมีเงาใต้ตาจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อ
- ขมับตอบ แก้มตอบ หรือใบหน้าดูขาดวอลลุ่ม
- คางสั้น คางถอย หรืออยากปรับสัดส่วนใบหน้าส่วนล่าง
- ริมฝีปากบาง ปากแห้ง หรืออยากปรับทรงปากให้ได้รูปขึ้น
- ต้องการปรับกรอบหน้า แนวกราม หรือหน้าส่วนกลางในเคสที่เหมาะสม
- ต้องการฟิลเลอร์ที่มีหลายเนื้อเจลให้แพทย์เลือกตามตำแหน่ง
ฟิลเลอร์ Juvederm ไม่เหมาะกับใคร
บางกลุ่มควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนฉีด เช่น
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ ผื่นอักเสบ สิวอักเสบมาก หรือแผลบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่เคยแพ้ฟิลเลอร์ HA หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่แพ้ยาชา ในกรณีที่ใช้รุ่นที่มี Lidocaine
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์เกินจริง เช่น ต้องการเปลี่ยนรูปหน้าแบบชัดมากด้วยการฉีดเพียงครั้งเดียว
- ผู้ที่มีผิวหย่อนมาก ซึ่งอาจต้องใช้การยกกระชับร่วมด้วยมากกว่าการเติมฟิลเลอร์อย่างเดียว
หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ หรือเคยมีประวัติแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
Hylacross และ Vycross ของ Juvederm ต่างกันอย่างไร
ฟิลเลอร์ Juvederm มีเทคโนโลยีหลักที่มักพูดถึง 2 กลุ่ม คือ Hylacross และ Vycross ซึ่งให้ลักษณะเนื้อเจลต่างกัน
- Hylacross Technology เป็นเทคโนโลยีที่ให้เนื้อฟิลเลอร์มีความฟูและอุ้มน้ำได้ดี เหมาะกับบริเวณที่ต้องการวอลลุ่ม หรือร่องลึกที่ต้องการการเติมเต็มชัดขึ้น เช่น ร่องแก้มลึก ริมฝีปาก หรือบริเวณที่ต้องการความอิ่มฟู
- Vycross Technology เป็นเทคโนโลยีที่ผสม HA หลายน้ำหนักโมเลกุลเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อเจลมีความคงตัว บวมน้ำน้อยลง และเหมาะกับการปรับรูปหน้าในหลายตำแหน่ง เช่น คาง กรอบหน้า ขมับ แก้ม ร่องแก้ม หรือริมฝีปาก ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้
สรุปง่าย ๆ คือ Hylacross มักเด่นเรื่องความฟูและการอุ้มน้ำ ส่วน Vycross มักเด่นเรื่องความคงตัว บวมน้ำน้อย และการใช้ในตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น
ฟิลเลอร์ Juvederm มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร
ฟิลเลอร์ Juvederm มีหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นมีลักษณะเนื้อเจล ความฟู แรงพยุง และตำแหน่งที่เหมาะสมแตกต่างกัน ตารางนี้เป็นภาพรวมเพื่อช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น
| รุ่น Juvederm | เทคโนโลยี | ลักษณะเนื้อโดยรวม | จุดเด่น | ตำแหน่งที่มักใช้ | อยู่ได้นานโดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|---|
| Juvederm Volux | Vycross | เนื้อแน่น คงรูปสูง | พยุงโครงสร้าง | คาง กรอบหน้า แนวกราม | 18-24 เดือน |
| Juvederm Voluma | Vycross | เนื้อแน่นปานกลาง ยืดหยุ่น | เติมวอลลุ่มชั้นลึก | ขมับ แก้มส้ม แก้มตอบ คางบางเคส | 18-24 เดือน |
| Juvederm Volift / Vollure | Vycross | เนื้อฟู ยืดหยุ่น | เติมร่องที่ขยับบ่อย | ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มุมปาก | 12-18 เดือน |
| Juvederm Volbella | Vycross | เนื้อละเอียด บางเบา | เหมาะกับผิวบาง | ใต้ตา ริมฝีปาก ริ้วรอยเล็ก | 12 เดือน |
| Juvederm Volite | Vycross | เนื้อละเอียดสำหรับผิว | เพิ่มความชุ่มชื้นผิว | ผิวหน้า ลำคอ หลังมือ | 8-12 เดือน |
| Juvederm Ultra Plus / Ultra XC | Hylacross | เนื้อฟู อุ้มน้ำดี | เติมวอลลุ่มและร่องลึก | ร่องแก้มลึก ริมฝีปาก แก้มบางเคส | 12 เดือน |
ระยะเวลาการคงอยู่เป็นเพียงการประเมินโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามรุ่น ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณฟิลเลอร์ การขยับของกล้ามเนื้อ การเผาผลาญของร่างกาย และการดูแลหลังทำ
ฟิลเลอร์ Juvederm ฉีดจุดไหนได้บ้าง ใช้กี่ CC
ปริมาณฟิลเลอร์ Juvederm ที่ใช้ขึ้นอยู่กับปัญหา โครงหน้า ความลึกของร่อง และรุ่นที่เลือกใช้ ตัวเลขต่อไปนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่ปริมาณตายตัวสำหรับทุกคน
| ตำแหน่งที่ฉีด | ปริมาณโดยประมาณ | รุ่น Juvederm ที่อาจใช้ |
|---|---|---|
| ใต้ตา | 1-2 cc ต่อข้าง | Volbella หรือรุ่นที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะกับผิวบาง |
| ร่องแก้ม | 1-3 cc | Volift, Ultra Plus, Voluma บางเคส |
| ขมับ | 1-2 cc ต่อข้าง | Voluma |
| แก้มส้ม/หน้าส่วนกลาง | 1-2 cc | Voluma |
| ริมฝีปาก | ประมาณ 1 cc | Volbella, Volift, Ultra Plus บางเคส |
| คาง | 1-2 cc | Volux, Voluma |
| กรอบหน้า/สันกราม | 2-4 cc | Volux |
| ร่องน้ำหมาก/มุมปาก | 1-2 cc | Volift, Volbella บางเคส |
| ผิวหน้า/คอ/หลังมือ | ขึ้นอยู่กับพื้นที่ | Volite หรือกลุ่ม Skin Quality Filler |
หมอจะไม่ได้ดูแค่จำนวน CC แต่จะประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากอะไร เช่น ร่องแก้มลึกเกิดจากร่องจริง หรือเกิดจากแก้มส่วนบนหย่อนลงมากดทับ หากเติมเฉพาะร่องโดยไม่ประเมินโครงสร้างใบหน้า อาจทำให้หน้าดูหนักหรือไม่สมดุลได้
ฟิลเลอร์ Juvederm อยู่ได้นานแค่ไหน
ฟิลเลอร์ Juvederm โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 8-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณฟิลเลอร์ การขยับของกล้ามเนื้อ และการดูแลหลังทำ
รุ่นที่ใช้ในตำแหน่งลึกและมีแรงพยุงสูง เช่น Volux หรือ Voluma มักอยู่ได้นานกว่ารุ่นที่ใช้ในบริเวณที่ขยับบ่อย เช่น ริมฝีปากหรือร่องแก้ม ส่วนกลุ่มที่เน้นคุณภาพผิว เช่น Volite มักมีระยะเวลาสั้นกว่า เพราะเป็นการปรับคุณภาพผิวมากกว่าการเติมโครงสร้าง
การเติมซ้ำควรให้แพทย์ประเมินจากปริมาณฟิลเลอร์เดิม สภาพผิว และเป้าหมายผลลัพธ์ ไม่ควรเติมถี่หรือเติมมากเกินไป
หลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm กี่วันเห็นผล
หลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องวอลลุ่มและรูปทรงได้ค่อนข้างเร็ว แต่ในช่วงแรกอาจยังมีอาการบวม ตึง หรือมีรอยเข็มเล็กน้อย ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่ใช่ภาพสุดท้าย
โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะค่อย ๆ เข้าที่มากขึ้นในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากอาการบวมลดลงและเนื้อเจลเริ่มกลืนกับเนื้อเยื่อมากขึ้น ตำแหน่งที่ผิวบาง เช่น ใต้ตาหรือริมฝีปาก อาจต้องใช้เวลาประเมินผลลัพธ์อย่างละเอียดหลังอาการบวมยุบ
ฟิลเลอร์ Juvederm ราคาเท่าไหร่
ราคาฟิลเลอร์ Juvederm อาจแตกต่างกันตามรุ่น ปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด และโปรโมชันของแต่ละช่วงเวลา โดยตัวอย่างราคาต่อ 1 cc ดังนี้
- Juvederm Volbella ราคา 20,000 บาท
- Juvederm Volift ราคา 20,000 บาท
- Juvederm Ultra XC ราคา 20,000 บาท
- Juvederm Voluma ราคา 20,000 บาท
- Juvederm Volux ราคา 25,000 บาท
ราคาประเมินอาจแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละบุคคล รุ่นที่ใช้ ปริมาณฟิลเลอร์ และโปรโมชันของแต่ละช่วงเวลา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมก่อนทำ
วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ Juvederm แท้
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ Juvederm ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ร่วมกับคลินิกทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากฟิลเลอร์ปลอมหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยสังเกตได้จากจุดสำคัญดังนี้
- เลข Lot. และวันหมดอายุบนกล่อง ซองหรือถาดบรรจุ สติกเกอร์ และหลอดไซริงค์ควรตรงกันทั้งหมด
- กล่องต้องปิดสนิท ไม่มีรอยแกะหรือรอยเปิดมาก่อน และมีฉลากภาษาไทยระบุเลขทะเบียน อย. ชัดเจน
- ภายในกล่องควรมีเอกสารกำกับยาภาษาไทยบรรจุอยู่คู่กับตัวฟิลเลอร์
- โดยทั่วไป Juvederm 1 กล่อง จะมีตัวยารวม 2 cc แบ่งเป็นหลอดละ 1 cc จำนวน 2 หลอด ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้
- สามารถจดเลข Lot. และชื่อคลินิก เพื่อตรวจสอบกับบริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) ได้ที่โทร. 02-640-4999 ต่อ 1
ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นไหนเช็ก อย. ไทยได้
ฟิลเลอร์ Juvederm ที่นำเข้าอย่างถูกต้องควรมีฉลากภาษาไทยและเลขทะเบียนที่สามารถตรวจสอบผ่านระบบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ โดยควรตรวจสอบจากข้อมูลบนกล่องจริงทุกครั้งก่อนฉีด
- Juvederm Volux เลขทะเบียน อย. ไทย น. 76/2563
- Juvederm Voluma เลขทะเบียน อย. ไทย 2C 1/57 (NBC)
- Juvederm Volift (Vollure) เลขทะเบียน อย. ไทย 2C 2/60 (NBC)
- Juvederm Volbella เลขทะเบียน อย. ไทย 2C 5/57 (NBC)
- Juvederm Volite เลขทะเบียน อย. ไทย 2C 4/62 (NBC)
- Juvederm Ultra Plus เลขทะเบียน อย. ไทย 2C 3/57 (NBC)
เลขทะเบียน อย. อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างตามรุ่นและรอบการนำเข้า ควรยืนยันจากฉลากบนกล่อง ผลิตภัณฑ์จริง และระบบตรวจสอบของ อย. ก่อนเผยแพร่หรือเข้ารับบริการ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm
หลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm อาจพบอาการข้างเคียงชั่วคราวได้ เช่น บวม แดง ช้ำ รอยเข็ม หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ในบางกรณีอาจพบอาการเป็นก้อน ผิวไม่เรียบ หรือผลลัพธ์ไม่สมดุล หากใช้รุ่นไม่เหมาะกับตำแหน่ง ฉีดในชั้นผิวไม่ถูกต้อง หรือใช้ปริมาณมากเกินไป หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ ผิวซีดคล้ำเป็นปื้น บวมแดงรุนแรง หรือมองเห็นผิดปกติ ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที
ตัวอย่างเคสฟิลเลอร์ Juvederm
เคสที่ 1 : แก้มตอบ ขมับยุบ และคางสั้น
เคสที่มีปัญหาใบหน้าดูขาดวอลลุ่มจากแก้มตอบ ขมับยุบ ร่องลึก และคางสั้น แก้ปัญหาด้วยฟิลเลอร์ Juvederm รวม 9.2 ซีซี หลายรุ่นร่วมกันตามตำแหน่ง เพื่อเติมพยุงหน้าส่วนกลาง ปรับขมับ เติมคาง และเก็บรายละเอียดร่องลึก
หลังฉีด ใบหน้าอาจดูอิ่มขึ้น สัดส่วนดูสมดุลขึ้น และร่องบางตำแหน่งดูตื้นลง ทั้งนี้ต้องประเมินตามโครงหน้าเดิมและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมของแต่ละคน
เคสที่ 2 : ร่องแก้มลึกและคางสั้น
ในเคสที่มีร่องแก้มลึกและรูปคางเดิมค่อนข้างสั้นหรือตัด แพทย์จะประเมินก่อนว่าร่องแก้มเกิดจากร่องลึกจริง หรือเกิดจากโครงสร้างหน้าส่วนกลางยุบตัวร่วมด้วย จากนั้นจึงเลือกฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง
หลังทำ ร่องแก้มอาจดูตื้นขึ้น ใบหน้าส่วนล่างดูสมดุลขึ้น และคางดูรับกับรูปหน้ามากขึ้น โดยควรเติมในปริมาณที่พอดีเพื่อไม่ให้ใบหน้าดูหนักเกินไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Juvederm
ฟิลเลอร์ Juvederm ฉีดแล้วอยู่ได้นานกี่เดือน
โดยทั่วไปฟิลเลอร์ Juvederm อยู่ได้ประมาณ 8-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณฟิลเลอร์ และการดูแลหลังทำ
ฟิลเลอร์ Juvederm มีกี่รุ่น
Juvederm มีหลายรุ่น เช่น Volux, Voluma, Volift, Volbella, Volite และ Ultra Plus / Ultra XC โดยแต่ละรุ่นมีลักษณะเนื้อเจลและตำแหน่งที่เหมาะสมต่างกัน
ฟิลเลอร์ Juvederm เหมาะกับฉีดจุดไหน
Juvederm สามารถใช้ได้หลายตำแหน่ง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ แก้มส้ม ริมฝีปาก คาง และกรอบหน้า โดยแพทย์จะเลือกรุ่นตามตำแหน่ง ชั้นผิว และลักษณะปัญหา
ฟิลเลอร์ Juvederm ฉีดปากได้ไหม
สามารถใช้ฉีดริมฝีปากได้ โดยแพทย์มักเลือกฟิลเลอร์ที่เนื้อนิ่มและยืดหยุ่น เพื่อช่วยเติมวอลลุ่ม ปรับทรงปาก และให้ริมฝีปากขยับได้เหมาะสม
ฟิลเลอร์ Juvederm ฉีดใต้ตาได้ไหม
Juvederm บางรุ่นสามารถใช้บริเวณฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้ในเคสที่เหมาะสม โดยควรใช้รุ่นที่ละเอียด ไม่ฟูมาก และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางและต้องระวังเป็นพิเศษ
ฟิลเลอร์ Juvederm ต่างจาก Restylane อย่างไร
ทั้ง Juvederm และ Restylane เป็นฟิลเลอร์ HA แต่มีเทคโนโลยีและลักษณะเนื้อเจลต่างกัน Juvederm มีเทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ส่วน Restylane มี NASHA และ OBT การเลือกใช้แบรนด์ใดควรดูจากตำแหน่งที่ฉีด ปัญหา และการประเมินของแพทย์
ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm แล้วเป็นก้อนได้ไหม
มีโอกาสเกิดได้หากใช้รุ่นไม่เหมาะกับตำแหน่ง ฉีดผิดชั้นผิว หรือใช้ปริมาณมากเกินไป จึงควรให้แพทย์ประเมินรุ่น ปริมาณ และตำแหน่งฉีดก่อนทำทุกครั้ง
ฟิลเลอร์ Juvederm สลายได้ไหม
Juvederm เป็นฟิลเลอร์ HA ที่สามารถสลายได้เองตามเวลา และในบางกรณีแพทย์อาจใช้เอนไซม์ Hyaluronidase เพื่อช่วยสลาย หากมีความจำเป็นทางการรักษาหรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
หลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm ต้องดูแลตัวเองอย่างไร
ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดแรง ๆ งดความร้อนจัดในช่วงแรก งดดื่มแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยลดโอกาสบวมช้ำและให้ฟิลเลอร์เข้าที่ดีขึ้น
สรุป
ฟิลเลอร์ Juvederm คือฟิลเลอร์ HA จากอเมริกา ภายใต้บริษัท Allergan Aesthetics มีหลายรุ่นให้เลือกตามตำแหน่งและปัญหา โดย Hylacross เด่นเรื่องความฟูและการอุ้มน้ำ ส่วน Vycross เด่นเรื่องความคงตัว บวมน้ำน้อย และแรงพยุง ก่อนฉีดควรให้แพทย์ประเมินโครงหน้า ชั้นผิว ปัญหาเดิม และการขยับของใบหน้า เพื่อเลือกรุ่น ปริมาณ และเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละเคส รวมถึงควรตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ เลข Lot ฉลากภาษาไทย และแหล่งที่มาก่อนฉีดทุกครั้ง




