ปัสสาวะเล็ด เกิดจากอะไร ไอ จามแล้วฉี่เล็ด รักษาอย่างไรดี

หน้าแรก » สุขภาพเพศ » ปัสสาวะเล็ด เกิดจากอะไร ไอ จามแล้วฉี่เล็ด รักษาอย่างไรดี
ว.66289
ปัสสาวะเล็ด
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ หรือออกกำลังกาย เป็นอาการที่หลายคนเจอและมักคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง แต่จริง ๆ แล้วอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของระบบประสาท ที่สำคัญคือควรสังเกตว่าเล็ดตอนออกแรง หรือปวดปัสสาวะขึ้นมาทันทีแล้วกลั้นไม่อยู่ เพราะอาการสองแบบนี้มีแนวทางดูแลต่างกัน

ปัสสาวะเล็ด คืออะไร

ปัสสาวะเล็ด คืออะไร

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence) หรือ ปัสสาวะเล็ด คือการที่มีปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ อาจเกิดเป็นครั้งคราวขณะไอหรือจาม สามารถเกิดได้ตั้งแต่การรั่วเพียงเล็กน้อยไปจนถึงปัสสาวะออกมาปริมาณมาก และอาจพบร่วมกับปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะฉับพลัน ตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน หรือปัสสาวะแสบขัดได้

ไอ จามทีไร ปัสสาวะเล็ดทุกที แบบนี้ปกติไหม

อาการนี้อาจเป็นอาการปัสสาวะเล็ดขณะออกแรง ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิงหลังคลอดหรือเมื่ออายุมากขึ้น แม้ไม่ได้อันตรายรุนแรงทันที แต่หมอไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องทน เพราะหากรบกวนการทำงาน การใช้ชีวิต หรือเสียความมั่นใจ ควรเข้ามาตรวจรักษา เนื่องจากหลายกรณีสามารถรักษาหรือควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้

แบบไหนเรียกว่าปัสสาวะเล็ด เช็กอาการที่พบบ่อย

อาการปัสสาวะเล็ด

มีหลายคนเลยที่ไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่ถือว่าผิดปกติหรือไม่ หมอแนะนำให้สังเกตว่าเคยมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหรือเปล่า เช่น

  • ไอ จาม หรือหัวเราะแล้วมีปัสสาวะออกมา
  • กระโดด วิ่ง หรือออกกำลังกายแล้วกางเกงชื้น
  • ยกของหนัก ลุกจากเก้าอี้ หรือเปลี่ยนท่าแล้วปัสสาวะเล็ด
  • ปวดปัสสาวะขึ้นมาทันทีและต้องรีบหาห้องน้ำ
  • รู้สึกว่าพอได้ยินเสียงน้ำหรือไขกุญแจเข้าบ้านแล้วกลั้นไม่อยู่
  • ต้องตื่นเข้าห้องน้ำหลายครั้งจนพักผ่อนไม่เต็มที่
  • ปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่รู้สึกปวดนำมาก่อน
  • ปัสสาวะหยดหลังเข้าห้องน้ำหรือรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุด
  • ต้องใส่แผ่นซับหรือผ้าอนามัยเพื่อป้องกันปัสสาวะเปื้อน
  • ไม่กล้าออกกำลังกาย เดินทางไกล หรือเข้าสังคมเพราะกลัวปัสสาวะเล็ด

แม้ว่าอาการปัสสาวะเล็ดจะเริ่มจากไม่กี่หยด แต่หากเกิดซ้ำ เริ่มรบกวนการใช้ชีวิต หรือต้องปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงอาการ ก็ถือว่าเป็นเหตุผลที่เหมาะสมในการเข้ารับการประเมิน

ปัสสาวะเล็ดมีกี่ชนิด ต่างกันอย่างไร

อาการปัสสาวะเล็ดที่พบบ่อยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปัสสาวะเล็ดขณะออกแรง ปัสสาวะเล็ดจากอาการปวดฉับพลัน และชนิดผสม ดังนี้

  • Stress Urinary Incontinence : ปัสสาวะเล็ดขณะออกแรง มักเกิดขณะไอ จาม หัวเราะ ออกกำลังกาย ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง
  • Urge Urinary Incontinence : ปัสสาวะเล็ดจากอาการปวดปัสสาวะฉับพลัน มีอาการปวดปัสสาวะรุนแรงและกะทันหัน จนเข้าห้องน้ำไม่ทัน
  • Mixed Urinary Incontinence : ปัสสาวะเล็ดชนิดผสม มีอาการร่วมกันทั้งปัสสาวะเล็ดขณะออกแรงและปวดปัสสาวะฉับพลัน

ปัสสาวะเล็ดเกิดจากอะไรได้บ้าง

ปัสสาวะเล็ดเกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุของปัสสาวะเล็ดไม่ได้มีเพียงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง แต่เกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและเนื้อเยื่อพยุงท่อปัสสาวะอ่อนแรง
  • การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร
  • อายุที่เพิ่มขึ้นและวัยหมดประจำเดือน
  • ภาวะน้ำหนักเกิน
  • ไอเรื้อรัง ท้องผูก หรือยกของหนักบ่อย
  • กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • โรคประจำตัว ยา และระบบประสาท

ใครบ้างที่เสี่ยงต่ออาการปัสสาวะเล็ด

อาการปัสสาวะเล็ดไม่ได้เกิดแค่กับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถพบได้ในหลายกลุ่มเลย โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือการควบคุมปัสสาวะทำงานได้ลดลง เช่น

  • ผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร
  • ผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงวัยหมดประจำเดือน
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • ผู้ที่ไอเรื้อรัง จามบ่อย หรือสูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังและต้องเบ่งบ่อย
  • ผู้ที่ออกแรงหรือยกของหนักเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือมีโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดหรือได้รับการรักษาบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการควบคุมปัสสาวะ
แต่หมอบอกก่อนว่าการมีปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดปัสสาวะเล็ดทุกคนนะ แต่หากเริ่มมีอาการซ้ำ ๆ หรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและชนิดของปัสสาวะเล็ดให้ชัดเจนจะดีกว่า

ปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะบ่อย กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต่างกันอย่างไร

แม้อาการปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะบ่อย และกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะดูคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุและอาการร่วมแตกต่างกัน ดังตารางต่อไปนี้

ภาวะ / อาการ ลักษณะเด่น อาการร่วม / ข้อสังเกต
ปัสสาวะเล็ด
(Urinary Incontinence)
ปัสสาวะไหลออกโดยควบคุมไม่ได้ เช่น ขณะไอ จาม หัวเราะ ออกแรง หรือปวดปัสสาวะจนเข้าห้องน้ำไม่ทัน โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีอาการแสบขัด
ปัสสาวะบ่อย
(Frequent Urination)
เข้าห้องน้ำถี่กว่าปกติ แต่ยังควบคุมปัสสาวะได้ และอาจไม่มีปัสสาวะเล็ด อาจเกิดจากดื่มน้ำมาก, คาเฟอีน, กระเพาะปัสสาวะไว หรือโรคบางชนิด จึงจัดเป็น “อาการ” มากกว่าชื่อโรค
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) ปัสสาวะบ่อยและปวดปัสสาวะเร่งด่วน มักปัสสาวะออกครั้งละน้อย มักมีอาการแสบขัด ปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นแรง หรือมีเลือดปน

หลักสังเกตง่าย ๆ : ปัสสาวะเล็ดจะเป็นอาการกลั้นไม่อยู่และมีปัสสาวะออกง่าย ส่วนกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักมีอาการแสบหรือเจ็บร่วมด้วย ขณะที่ปัสสาวะบ่อยอาจไม่มีทั้งสองอาการนี้

ปัสสาวะเล็ดหลังคลอด เป็นเรื่องปกติไหม

ปัสสาวะเล็ดหลังคลอดสามารถพบได้ทั่วไป โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ไอ จาม หัวเราะ หรืออุ้มลูก แต่คำว่าพบได้ไม่ได้หมายความว่าต้องปล่อยไว้โดยไม่ดูแล แม้ปกติแล้วอาการอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว แต่ไม่ควรปล่อยไว้ หากอาการไม่ดีขึ้น รบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีแสบขัดและปวด ควรปรึกษาหมอเพื่อประเมิน

ปัสสาวะเล็ดแก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง

การรักษาปัสสาวะเล็ดมีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็เหมาะกับอาการที่ต่างกันไป หมอจึงต้องดูทั้งชนิดของปัสสาวะเล็ด ความรุนแรง และสาเหตุร่วมกันก่อนเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน ซึ่งวิธีที่มักใช้กันก็มีดังนี้

ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

ให้นึกถึงการกลั้นลมหรือกลั้นปัสสาวะ จะรู้สึกกล้ามเนื้อรอบช่องคลอดและทวารหนักยกขึ้นด้านใน ไม่ใช่เกร็งก้น หนีบขา หรือเกร็งหน้าท้อง ไม่แนะนำให้ฝึกโดยหยุดปัสสาวะกลางสายเป็นประจำ เพราะอาจรบกวนการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ

ตัวอย่างการฝึก

  • เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน
  • นอนหรือนั่งในท่าที่สบาย
  • ขมิบและยกกล้ามเนื้อขึ้น
  • ค้างโดยไม่กลั้นหายใจ
  • คลายการขมิบให้สุด
  • สลับขมิบค้างและขมิบเร็ว
  • ฝึกทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

*แนะนำฝึกอย่างน้อย 8 ครั้งต่อชุด วันละ 3 ชุด โดยปรับตามความแข็งแรงของแต่ละคน

ฝึกกระเพาะปัสสาวะ

เป็นการค่อย ๆ ฝึกเว้นช่วงเข้าห้องน้ำให้นานขึ้น เพื่อช่วยควบคุมอาการปวดปัสสาวะฉับพลันและลดการเข้าห้องน้ำบ่อย โดยมักฝึกต่อเนื่องอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เหมาะกับผู้ที่ปวดปัสสาวะฉับพลัน ปัสสาวะบ่อย หรือกลั้นไม่ทัน

ยารักษาปัสสาวะเล็ด

เหมาะกับคนที่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อย ปวดฉับพลัน หรือกลั้นไม่ทัน มากกว่าคนที่ปัสสาวะเล็ดเวลาไอจามครับ หมอจะเลือกยาให้ตามอาการ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ปากแห้ง ท้องผูก หรือใจสั่นได้ จึงไม่แนะนำให้ซื้อยามากินเอง

ฮอร์โมนเฉพาะที่ในวัยหมดประจำเดือน

ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการช่องคลอดแห้ง แสบ ระคายเคือง หรือมีปัญหาเรื่องปัสสาวะร่วมด้วย หมออาจพิจารณาใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเฉพาะที่เพื่อช่วยให้อาการปัสสาวะเล็ดดีขึ้น แต่ก็ต้องประเมินประวัติสุขภาพและข้อห้ามของแต่ละคนก่อนด้วย

เก้าอี้กระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยคลื่นแม่เหล็ก

เป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดตัว โดยไม่ต้องสอดอุปกรณ์ ซึ่งที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็จะมีเก้าอี้ Emsella ซึ่งอาจช่วยลดปัสสาวะเล็ดในบางคนได้ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เท่ากันทุกคน หมอแนะนำให้ประเมินอาการก่อนว่าเหมาะกับวิธีนี้ไหม

เลเซอร์รีแพร์ (Vaginal Lift)

เลเซอร์รีแพร์ (Vaginal Lift) คือการใช้พลังงานเลเซอร์ภายในช่องคลอด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับของเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและรอบท่อปัสสาวะ ซึ่งวิธีนี้อาจช่วยลดปัสสาวะเล็ดขณะไอ จาม หรือออกแรงในบางราย

การผ่าตัดรักษาปัสสาวะเล็ด

เหมาะในผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ดแบบ Stress Urinary Incontinence รบกวนการใช้ชีวิต และไม่ดีขึ้นจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ซึ่งก่อนผ่าตัดต้องประเมินชนิดอาการ ความต้องการมีบุตร ประวัติผ่าตัด และความเสี่ยง เพราะการผ่าตัดอาจช่วยเฉพาะอาการเวลาไอจาม และอาจไม่ช่วยอาการปวดปัสสาวะฉับพลัน

ผู้ชายเป็นปัสสาวะเล็ดได้ไหม

ผู้ชายเป็นปัสสาวะเล็ดได้ไหม

ผู้ชายก็มีอาการปัสสาวะเล็ดได้เช่นกันเลย แม้จะพบได้น้อยกว่าผู้หญิง โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยก็จะมีอยู่หลายข้อ เช่น

  • ต่อมลูกหมากโต ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมดและมีปัสสาวะล้นออกมา
  • เคยผ่าตัดต่อมลูกหมากหรือรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
  • กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือกล้ามเนื้อหูรูดอ่อนแรง
  • กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ทำให้ปวดฉับพลันและกลั้นไม่ทัน
  • โรคเบาหวานที่ส่งผลต่อเส้นประสาทและการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
  • โรคหรือความผิดปกติของระบบประสาทที่กระทบการควบคุมปัสสาวะ

วิธีปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงปัสสาวะเล็ด

อาการปัสสาวะเล็ดอาจป้องกันไม่ได้ทุกกรณี แต่เราสามารถลดปัจจัยที่เพิ่มแรงต่ออุ้งเชิงกรานและช่วยให้ควบคุมปัสสาวะได้ดีขึ้นด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้ เช่น

  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในช่วงเหมาะสม
  • ไม่สูบบุหรี่และรักษาอาการไอเรื้อรัง
  • ป้องกันอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ไม่เข้าห้องน้ำเผื่อไว้ถี่เกินไป
  • ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธี
  • ปรับเทคนิคการยกของและการออกกำลังกาย
  • ฟื้นฟูอุ้งเชิงกรานหลังตั้งครรภ์และคลอดบุตร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัสสาวะเล็ด

ดื่มน้ำน้อยลง ช่วยให้ปัสสาวะเล็ดน้อยลงจริงไหม

ไม่เสมอไป การดื่มน้ำน้อยเกินไปอาจทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและระคายกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น หมอแนะนำให้ดื่มในปริมาณที่เหมาะสมมากกว่าการงดน้ำ

แค่ปัสสาวะเล็ดไม่กี่หยด จำเป็นต้องรักษาหรือเปล่า

แม้จะเล็ดเพียงไม่กี่หยดก็ไม่ควรมองข้าม ถ้าเกิดบ่อยขึ้นหรือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน แนะนำให้ตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า

หลังคลอดมานานแล้ว ทำไมยังไอจามแล้วปัสสาวะเล็ด

เพราะการตั้งครรภ์และการคลอดอาจทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและเนื้อเยื่อที่ช่วยพยุงกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงลง อาการจึงอาจยังคงอยู่แม้คลอดมานานแล้ว

ถ้าปล่อยปัสสาวะเล็ดไว้นาน อาการจะหนักขึ้นไหม

ไม่จำเป็นว่าจะหนักขึ้นทุกคน แต่หากอาการเกิดบ่อยหรือมากขึ้นเรื่อย ๆ หมอแนะนำให้ตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรรอจนเริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

เข้าห้องน้ำบ่อย ๆ เผื่อไว้ก่อน ทำให้กระเพาะปัสสาวะแย่ลงไหม

ถ้าเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังไม่ปวดบ่อย ๆ อาจทำให้เราเคยชินกับการปัสสาวะถี่ขึ้น ในคนที่ปวดบ่อยหรือปวดฉับพลัน หมอมักใช้การฝึกกระเพาะปัสสาวะเพื่อค่อย ๆ ยืดช่วงเวลาเข้าห้องน้ำแทน

สรุป

ปัสสาวะเล็ดมีหลายสาเหตุและหลายรูปแบบ ทั้งแบบเล็ดเวลาไอจาม ปวดปัสสาวะฉับพลัน หรือมีอาการร่วมกัน จึงควรดูว่าอาการเกิดตอนไหนและรบกวนชีวิตมากแค่ไหน การรักษามีหลายวิธีตั้งแต่ปรับพฤติกรรม ฝึกกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ หากมีอาการซ้ำ ๆ หมอแนะนำให้ตรวจหาสาเหตุเพื่อเลือกวิธีดูแลให้เหมาะกับแต่ละคน

แชร์บทความ
พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ว.66289
บทความโดย พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
เลเบีย

เลเบียคืออะไร ยื่น ใหญ่ ไม่เท่ากัน แบบไหนควรศัลยกรรม

เลเบีย คือส่วนหนึ่งของอวัยวะเพศภายนอกของผู้หญิง ซึ่งแต่ละคนอาจมีรูปร่าง ขนาด และความสมมาตรแตกต่างกันได้ เช่น เลเบียยื่น ใหญ่ หรือสองข้างไม่เท่ากัน
Viveve คืออะไร

Viveve คืออะไร ฟื้นฟูจุดซ่อนเร้น ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Viveve เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในกลุ่มผู้หญิงที่รู้สึกว่าช่องคลอดกระชับน้อยลง โดยเฉพาะหลังคลอดหรือเมื่ออายุมากขึ้น
Emsella

Emsella คืออะไร เก้าอี้สร้างสุข ช่วยกระชับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

Emsella เป็นเทคโนโลยีฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ดโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
เลเซอร์รีแพร์

เลเซอร์รีแพร์ คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้าง

เลเซอร์รีแพร์ เทคโนโลยีฟื้นฟูสุขภาพผู้หญิงที่ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและอาการแห้งขาดความชุ่มชื้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด