ปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ หรือออกกำลังกาย เป็นอาการที่หลายคนเจอและมักคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง แต่จริง ๆ แล้วอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของระบบประสาท ที่สำคัญคือควรสังเกตว่าเล็ดตอนออกแรง หรือปวดปัสสาวะขึ้นมาทันทีแล้วกลั้นไม่อยู่ เพราะอาการสองแบบนี้มีแนวทางดูแลต่างกัน
ปัสสาวะเล็ด คืออะไร
ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence) หรือ ปัสสาวะเล็ด คือการที่มีปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ อาจเกิดเป็นครั้งคราวขณะไอหรือจาม สามารถเกิดได้ตั้งแต่การรั่วเพียงเล็กน้อยไปจนถึงปัสสาวะออกมาปริมาณมาก และอาจพบร่วมกับปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะฉับพลัน ตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน หรือปัสสาวะแสบขัดได้
ไอ จามทีไร ปัสสาวะเล็ดทุกที แบบนี้ปกติไหม
อาการนี้อาจเป็นอาการปัสสาวะเล็ดขณะออกแรง ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิงหลังคลอดหรือเมื่ออายุมากขึ้น แม้ไม่ได้อันตรายรุนแรงทันที แต่หมอไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องทน เพราะหากรบกวนการทำงาน การใช้ชีวิต หรือเสียความมั่นใจ ควรเข้ามาตรวจรักษา เนื่องจากหลายกรณีสามารถรักษาหรือควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้
แบบไหนเรียกว่าปัสสาวะเล็ด เช็กอาการที่พบบ่อย
มีหลายคนเลยที่ไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่ถือว่าผิดปกติหรือไม่ หมอแนะนำให้สังเกตว่าเคยมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหรือเปล่า เช่น
- ไอ จาม หรือหัวเราะแล้วมีปัสสาวะออกมา
- กระโดด วิ่ง หรือออกกำลังกายแล้วกางเกงชื้น
- ยกของหนัก ลุกจากเก้าอี้ หรือเปลี่ยนท่าแล้วปัสสาวะเล็ด
- ปวดปัสสาวะขึ้นมาทันทีและต้องรีบหาห้องน้ำ
- รู้สึกว่าพอได้ยินเสียงน้ำหรือไขกุญแจเข้าบ้านแล้วกลั้นไม่อยู่
- ต้องตื่นเข้าห้องน้ำหลายครั้งจนพักผ่อนไม่เต็มที่
- ปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่รู้สึกปวดนำมาก่อน
- ปัสสาวะหยดหลังเข้าห้องน้ำหรือรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุด
- ต้องใส่แผ่นซับหรือผ้าอนามัยเพื่อป้องกันปัสสาวะเปื้อน
- ไม่กล้าออกกำลังกาย เดินทางไกล หรือเข้าสังคมเพราะกลัวปัสสาวะเล็ด
แม้ว่าอาการปัสสาวะเล็ดจะเริ่มจากไม่กี่หยด แต่หากเกิดซ้ำ เริ่มรบกวนการใช้ชีวิต หรือต้องปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงอาการ ก็ถือว่าเป็นเหตุผลที่เหมาะสมในการเข้ารับการประเมิน
ปัสสาวะเล็ดมีกี่ชนิด ต่างกันอย่างไร
อาการปัสสาวะเล็ดที่พบบ่อยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปัสสาวะเล็ดขณะออกแรง ปัสสาวะเล็ดจากอาการปวดฉับพลัน และชนิดผสม ดังนี้
- Stress Urinary Incontinence : ปัสสาวะเล็ดขณะออกแรง มักเกิดขณะไอ จาม หัวเราะ ออกกำลังกาย ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง
- Urge Urinary Incontinence : ปัสสาวะเล็ดจากอาการปวดปัสสาวะฉับพลัน มีอาการปวดปัสสาวะรุนแรงและกะทันหัน จนเข้าห้องน้ำไม่ทัน
- Mixed Urinary Incontinence : ปัสสาวะเล็ดชนิดผสม มีอาการร่วมกันทั้งปัสสาวะเล็ดขณะออกแรงและปวดปัสสาวะฉับพลัน
ปัสสาวะเล็ดเกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุของปัสสาวะเล็ดไม่ได้มีเพียงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง แต่เกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
- กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและเนื้อเยื่อพยุงท่อปัสสาวะอ่อนแรง
- การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร
- อายุที่เพิ่มขึ้นและวัยหมดประจำเดือน
- ภาวะน้ำหนักเกิน
- ไอเรื้อรัง ท้องผูก หรือยกของหนักบ่อย
- กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน
- การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- โรคประจำตัว ยา และระบบประสาท
ใครบ้างที่เสี่ยงต่ออาการปัสสาวะเล็ด
อาการปัสสาวะเล็ดไม่ได้เกิดแค่กับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถพบได้ในหลายกลุ่มเลย โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือการควบคุมปัสสาวะทำงานได้ลดลง เช่น
- ผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร
- ผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงวัยหมดประจำเดือน
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- ผู้ที่ไอเรื้อรัง จามบ่อย หรือสูบบุหรี่
- ผู้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังและต้องเบ่งบ่อย
- ผู้ที่ออกแรงหรือยกของหนักเป็นประจำ
- ผู้ที่มีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง
- ผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือมีโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
- ผู้ที่เคยผ่าตัดหรือได้รับการรักษาบริเวณอุ้งเชิงกราน
- ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการควบคุมปัสสาวะ
ปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะบ่อย กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต่างกันอย่างไร
แม้อาการปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะบ่อย และกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะดูคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุและอาการร่วมแตกต่างกัน ดังตารางต่อไปนี้
| ภาวะ / อาการ | ลักษณะเด่น | อาการร่วม / ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| ปัสสาวะเล็ด (Urinary Incontinence) |
ปัสสาวะไหลออกโดยควบคุมไม่ได้ เช่น ขณะไอ จาม หัวเราะ ออกแรง หรือปวดปัสสาวะจนเข้าห้องน้ำไม่ทัน | โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีอาการแสบขัด |
| ปัสสาวะบ่อย (Frequent Urination) |
เข้าห้องน้ำถี่กว่าปกติ แต่ยังควบคุมปัสสาวะได้ และอาจไม่มีปัสสาวะเล็ด | อาจเกิดจากดื่มน้ำมาก, คาเฟอีน, กระเพาะปัสสาวะไว หรือโรคบางชนิด จึงจัดเป็น “อาการ” มากกว่าชื่อโรค |
| กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) | ปัสสาวะบ่อยและปวดปัสสาวะเร่งด่วน มักปัสสาวะออกครั้งละน้อย | มักมีอาการแสบขัด ปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นแรง หรือมีเลือดปน |
หลักสังเกตง่าย ๆ : ปัสสาวะเล็ดจะเป็นอาการกลั้นไม่อยู่และมีปัสสาวะออกง่าย ส่วนกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักมีอาการแสบหรือเจ็บร่วมด้วย ขณะที่ปัสสาวะบ่อยอาจไม่มีทั้งสองอาการนี้
ปัสสาวะเล็ดหลังคลอด เป็นเรื่องปกติไหม
ปัสสาวะเล็ดหลังคลอดสามารถพบได้ทั่วไป โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ไอ จาม หัวเราะ หรืออุ้มลูก แต่คำว่าพบได้ไม่ได้หมายความว่าต้องปล่อยไว้โดยไม่ดูแล แม้ปกติแล้วอาการอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว แต่ไม่ควรปล่อยไว้ หากอาการไม่ดีขึ้น รบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีแสบขัดและปวด ควรปรึกษาหมอเพื่อประเมิน
ปัสสาวะเล็ดแก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง
การรักษาปัสสาวะเล็ดมีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็เหมาะกับอาการที่ต่างกันไป หมอจึงต้องดูทั้งชนิดของปัสสาวะเล็ด ความรุนแรง และสาเหตุร่วมกันก่อนเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน ซึ่งวิธีที่มักใช้กันก็มีดังนี้
ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
ให้นึกถึงการกลั้นลมหรือกลั้นปัสสาวะ จะรู้สึกกล้ามเนื้อรอบช่องคลอดและทวารหนักยกขึ้นด้านใน ไม่ใช่เกร็งก้น หนีบขา หรือเกร็งหน้าท้อง ไม่แนะนำให้ฝึกโดยหยุดปัสสาวะกลางสายเป็นประจำ เพราะอาจรบกวนการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
ตัวอย่างการฝึก
- เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน
- นอนหรือนั่งในท่าที่สบาย
- ขมิบและยกกล้ามเนื้อขึ้น
- ค้างโดยไม่กลั้นหายใจ
- คลายการขมิบให้สุด
- สลับขมิบค้างและขมิบเร็ว
- ฝึกทุกวันอย่างสม่ำเสมอ
*แนะนำฝึกอย่างน้อย 8 ครั้งต่อชุด วันละ 3 ชุด โดยปรับตามความแข็งแรงของแต่ละคน
ฝึกกระเพาะปัสสาวะ
เป็นการค่อย ๆ ฝึกเว้นช่วงเข้าห้องน้ำให้นานขึ้น เพื่อช่วยควบคุมอาการปวดปัสสาวะฉับพลันและลดการเข้าห้องน้ำบ่อย โดยมักฝึกต่อเนื่องอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เหมาะกับผู้ที่ปวดปัสสาวะฉับพลัน ปัสสาวะบ่อย หรือกลั้นไม่ทัน
ยารักษาปัสสาวะเล็ด
เหมาะกับคนที่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อย ปวดฉับพลัน หรือกลั้นไม่ทัน มากกว่าคนที่ปัสสาวะเล็ดเวลาไอจามครับ หมอจะเลือกยาให้ตามอาการ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ปากแห้ง ท้องผูก หรือใจสั่นได้ จึงไม่แนะนำให้ซื้อยามากินเอง
ฮอร์โมนเฉพาะที่ในวัยหมดประจำเดือน
ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการช่องคลอดแห้ง แสบ ระคายเคือง หรือมีปัญหาเรื่องปัสสาวะร่วมด้วย หมออาจพิจารณาใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเฉพาะที่เพื่อช่วยให้อาการปัสสาวะเล็ดดีขึ้น แต่ก็ต้องประเมินประวัติสุขภาพและข้อห้ามของแต่ละคนก่อนด้วย
เก้าอี้กระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยคลื่นแม่เหล็ก
เป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดตัว โดยไม่ต้องสอดอุปกรณ์ ซึ่งที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็จะมีเก้าอี้ Emsella ซึ่งอาจช่วยลดปัสสาวะเล็ดในบางคนได้ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เท่ากันทุกคน หมอแนะนำให้ประเมินอาการก่อนว่าเหมาะกับวิธีนี้ไหม
เลเซอร์รีแพร์ (Vaginal Lift)
เลเซอร์รีแพร์ (Vaginal Lift) คือการใช้พลังงานเลเซอร์ภายในช่องคลอด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับของเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและรอบท่อปัสสาวะ ซึ่งวิธีนี้อาจช่วยลดปัสสาวะเล็ดขณะไอ จาม หรือออกแรงในบางราย
การผ่าตัดรักษาปัสสาวะเล็ด
เหมาะในผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ดแบบ Stress Urinary Incontinence รบกวนการใช้ชีวิต และไม่ดีขึ้นจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ซึ่งก่อนผ่าตัดต้องประเมินชนิดอาการ ความต้องการมีบุตร ประวัติผ่าตัด และความเสี่ยง เพราะการผ่าตัดอาจช่วยเฉพาะอาการเวลาไอจาม และอาจไม่ช่วยอาการปวดปัสสาวะฉับพลัน
ผู้ชายเป็นปัสสาวะเล็ดได้ไหม
ผู้ชายก็มีอาการปัสสาวะเล็ดได้เช่นกันเลย แม้จะพบได้น้อยกว่าผู้หญิง โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยก็จะมีอยู่หลายข้อ เช่น
- ต่อมลูกหมากโต ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมดและมีปัสสาวะล้นออกมา
- เคยผ่าตัดต่อมลูกหมากหรือรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
- กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือกล้ามเนื้อหูรูดอ่อนแรง
- กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ทำให้ปวดฉับพลันและกลั้นไม่ทัน
- โรคเบาหวานที่ส่งผลต่อเส้นประสาทและการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
- โรคหรือความผิดปกติของระบบประสาทที่กระทบการควบคุมปัสสาวะ
วิธีปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงปัสสาวะเล็ด
อาการปัสสาวะเล็ดอาจป้องกันไม่ได้ทุกกรณี แต่เราสามารถลดปัจจัยที่เพิ่มแรงต่ออุ้งเชิงกรานและช่วยให้ควบคุมปัสสาวะได้ดีขึ้นด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้ เช่น
- รักษาน้ำหนักให้อยู่ในช่วงเหมาะสม
- ไม่สูบบุหรี่และรักษาอาการไอเรื้อรัง
- ป้องกันอาการท้องผูก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ไม่เข้าห้องน้ำเผื่อไว้ถี่เกินไป
- ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธี
- ปรับเทคนิคการยกของและการออกกำลังกาย
- ฟื้นฟูอุ้งเชิงกรานหลังตั้งครรภ์และคลอดบุตร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัสสาวะเล็ด
ดื่มน้ำน้อยลง ช่วยให้ปัสสาวะเล็ดน้อยลงจริงไหม
ไม่เสมอไป การดื่มน้ำน้อยเกินไปอาจทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและระคายกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น หมอแนะนำให้ดื่มในปริมาณที่เหมาะสมมากกว่าการงดน้ำ
แค่ปัสสาวะเล็ดไม่กี่หยด จำเป็นต้องรักษาหรือเปล่า
แม้จะเล็ดเพียงไม่กี่หยดก็ไม่ควรมองข้าม ถ้าเกิดบ่อยขึ้นหรือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน แนะนำให้ตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า
หลังคลอดมานานแล้ว ทำไมยังไอจามแล้วปัสสาวะเล็ด
เพราะการตั้งครรภ์และการคลอดอาจทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและเนื้อเยื่อที่ช่วยพยุงกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงลง อาการจึงอาจยังคงอยู่แม้คลอดมานานแล้ว
ถ้าปล่อยปัสสาวะเล็ดไว้นาน อาการจะหนักขึ้นไหม
ไม่จำเป็นว่าจะหนักขึ้นทุกคน แต่หากอาการเกิดบ่อยหรือมากขึ้นเรื่อย ๆ หมอแนะนำให้ตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรรอจนเริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
เข้าห้องน้ำบ่อย ๆ เผื่อไว้ก่อน ทำให้กระเพาะปัสสาวะแย่ลงไหม
ถ้าเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังไม่ปวดบ่อย ๆ อาจทำให้เราเคยชินกับการปัสสาวะถี่ขึ้น ในคนที่ปวดบ่อยหรือปวดฉับพลัน หมอมักใช้การฝึกกระเพาะปัสสาวะเพื่อค่อย ๆ ยืดช่วงเวลาเข้าห้องน้ำแทน
สรุป
ปัสสาวะเล็ดมีหลายสาเหตุและหลายรูปแบบ ทั้งแบบเล็ดเวลาไอจาม ปวดปัสสาวะฉับพลัน หรือมีอาการร่วมกัน จึงควรดูว่าอาการเกิดตอนไหนและรบกวนชีวิตมากแค่ไหน การรักษามีหลายวิธีตั้งแต่ปรับพฤติกรรม ฝึกกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ หากมีอาการซ้ำ ๆ หมอแนะนำให้ตรวจหาสาเหตุเพื่อเลือกวิธีดูแลให้เหมาะกับแต่ละคน




