HIFU คืออะไร ช่วยหน้าเรียว ยกกระชับได้แค่ไหน ราคาและรีวิวก่อนทำ

หน้าแรก » Hifu » HIFU คืออะไร ช่วยหน้าเรียว ยกกระชับได้แค่ไหน ราคาและรีวิวก่อนทำ
ว.41082
HIFU คืออะไร ช่วยหน้าเรียว ยกกระชับได้แค่ไหน
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

HIFU (ไฮฟู่) เป็นเครื่องยกกระชับ ที่เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อย อยากปรับภาพรวมให้ดูอ่อนเยาว์ โดยเฉพาะคนที่กลัวเข็มหรือไม่อยากผ่าตัด เพราะใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ ช่วยให้ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยดูกระชับขึ้น ซึ่งการดูแลตัวเองหลังทำก็ไม่ยุ่งยาก แต่จะมีข้อดีและเหมาะกับใครอีกบ้าง วันนี้เราพร้อมตอบแล้ว

HIFU คืออะไร

HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound คือการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งความร้อนแล้วไปโฟกัส รวมกันเป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ซึ่งลงถึงชั้น SMAS กระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ด้วยการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เหมาะกับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด และไม่ใช้เข็มในการส่งพลังงาน

การทำงานของเครื่อง HIFU

เครื่อง HIFU จะปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์เป็นจุดความร้อน (Thermal Coagulation Zone) ในชั้นผิวประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส (ขึ้นอยู่กับเครื่อง) ลงสู่ชั้นผิวทำให้เส้นใยคอลลาเจนเก่าหดตัว พร้อมส่งสัญญาณกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยหลั่งสารและเร่งสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ เพื่อดึงผิวให้กระชับและยืดหยุ่นขึ้นจากภายใน

*ลักษณะการทำงานและอุณหภูมิอาจต่างกันไปตามเครื่อง HIFU ที่ใช้

อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มทำ HIFU ได้

จริง ๆ การทำ HIFU ไม่ได้มีเกณฑ์อายุที่ตายตัว แต่คุณหมอมักแนะนำให้ทำในช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป แต่ถ้าเริ่มเห็นปัญหาแก้มหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัดจากไลฟ์สไตล์ก็เริ่มทำได้เลย เพราะการทำ HIFU ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเหมือนการเข้าไปช่วยไม่ให้หย่อนคล้อยไปตามวัยในบางเคส หากประเมินและทำในช่วงเวลาที่เหมาะสม

HIFU ทำแล้วช่วยหน้าเรียวจริงไหม

เนื่องจาก HIFU ช่วยกระชับชั้นเนื้อเยื่อ SMAS และลดความหย่อนคล้อยของผิว จึงส่งผลให้กรอบหน้าดูคม ผิวดูตึงกระชับขึ้น โดยพลังงานจะเข้าไปหดชั้นผิวที่หย่อนคล้อยพร้อมช่วยให้แก้มล่างหรือเหนียงดูเล็กลงในเคสที่มีชั้นไขมันเหมาะสม กรอบหน้าจึงดูเรียวกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้นตามไปด้วย

HIFU ช่วยอะไรได้บ้าง

HIFU จะเน้นช่วยเรื่องความกระชับ และกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งส่วนนี้ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละคนได้ เช่น

  • ช่วยให้ผิวบริเวณแก้มดูยกกระชับขึ้น
  • ช่วยให้กรอบหน้าและแนวกรามดูชัดขึ้นในบางเคส
  • ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางหรือเหนียง
  • ช่วยให้ผิวบริเวณลำคอดูกระชับขึ้น
  • ช่วยให้ริ้วรอยตื้นตรงหางตา หน้าผาก หรือรอบปากดูจางลง
  • ช่วยให้คิ้วหรือหางตาที่เริ่มตกดูยกขึ้นเล็กน้อย
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้น

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ตำแหน่งที่ทำ ปริมาณช็อต และระดับพลังงานที่คุณหมอเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละเคสด้วย

ลักษณะการปล่อยพลังงานของเครื่อง HIFU

ลักษณะการปล่อยพลังงานของเครื่อง HIFU

HIFU ปัจจุบันมีการปล่อยพลังงานหลายรูปแบบ ทั้งแบบจุดไข่ปลาและเส้นตรง ซึ่งเปรียบเทียบความแตกต่างแต่ละรูปแบบได้ตามนี้เลย

ตารางเปรียบเทียบตามรูปแบบการปล่อยพลังงาน (Dot vs. Linear)

รูปแบบพลังงาน ลักษณะการปล่อยพลังงาน อุณหภูมิโดยประมาณ ผลลัพธ์หลัก บริเวณที่เหมาะ
Dot Mode (จุดไข่ปลา) ยิงเป็นจุด ๆ เรียงกัน 65 °C เน้นยกกระชับ กระตุ้นคอลลาเจน ใบหน้าที่หย่อนคล้อย ต้องการความตึงกระชับ
Linear Mode (เส้นตรง) ยิงเป็นเส้นตรงต่อเนื่อง ไม่มีช่องว่าง 58 °C ลดไขมันบางส่วน ลดขนาดและปริมาณเนื้อผิว แก้มป่อง เหนียงใต้คาง ให้กรอบหน้าชัด

ตารางเปรียบเทียบตามขนาดของจุดโฟกัส (Micro vs. Macro)

รูปแบบพลังงาน ขนาดจุดโฟกัสและความแรง การทำงานของพลังงาน บริเวณที่เหมาะสมในการรักษา
Micro Focused ขนาดเล็ก แม่นยำ ค่อนข้างสูง ส่งความร้อนลงลึกใต้ผิว โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง ใบหน้า รอบดวงตา และลำคอ
Macro Focused ขนาดใหญ่และให้พลังงานความร้อนสูงกว่า สะสมพลังงานได้ลึกและกว้างกว่า เพื่อทำลายเซลล์ไขมัน ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เหนียงหนา

HIFU มีหัวขนาดไหนบ้าง

HIFU มีหัวขนาดไหนบ้าง

เพราะปัญหาผิวในแต่ละชั้นหนา-บางไม่เท่ากัน เครื่อง HIFU จึงมีหัวยิงหลายระดั เพื่อให้หมอเลือกใช้ดูแลปัญหาได้ ดังนี้

  • หัวความลึก 1.5 mm : เน้นส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ส่วนบน ช่วยให้ริ้วรอยร่องตื้นดูจางลง และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • หัวความลึก 3.0 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อชั้นกลาง กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อลดความหย่อนคล้อยและกระชับรูขุมขน
  • หัวความลึก 4.5 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นพังผืดที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิว ช่วยให้ใบหน้าดูมีกรอบคมชัด
  • หัวความลึก 6 mm / 9 mm / 13 mm : เป็นหัวระดับลึกที่มักใช้สำหรับกระชับสัดส่วนบนร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง

เครื่อง HIFU ที่นิยมใช้ มีเครื่องไหนบ้าง

เครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยี HIFU มีการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน โดยแต่ละเครื่องก็จะมีจุดเด่น ดังนี้เลย

เครื่อง ประเภทพลังงาน หลักการทำงาน ระดับความรู้สึก (โดยประมาณ) ระยะเวลาคงผลลัพธ์ (โดยประมาณ)
Ulthera (Ultherapy) Micro-Focused Ultrasound ส่งพลังงานลงชั้นผิว เปลี่ยนเป็นความร้อนจุดเล็ก ๆ รู้สึกอุ่นหน่วง หรือร้อนลึก 1 ปี
Ultraformer III / MPT MMFU (Micro & Macro Focused) ปล่อยพลังงานทั้งจุดเล็กและกว้าง ครอบคลุมชั้นผิวและชั้นไขมัน รู้สึกจี๊ดหรือปวดหน่วง 6 เดือน – 1 ปี
LinearZ Linear & Dot HIFU เลือกปล่อยพลังงานแบบเส้นเพื่อกระจายความร้อนได้กว้าง หรือแบบจุด รู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า 6 เดือน – 1 ปี

HIFU ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง

เครื่อง HIFU สามารถนำมาใช้ได้หลายบริเวณ โดยเฉพาะจุดที่มีความหย่อนคล้อยและริ้วรอยตามวัย ดังนี้

  • แก้มและร่องแก้ม : เพื่อช่วยยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย และช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • กรอบหน้าและแนวกราม : ปรับภาพรวมของใบหน้า เสริมให้แนวกรามคมชัดและดูเรียวสวย
  • ใต้คาง (เหนียง) : ช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางที่หย่อนคล้อยให้ดูดึงรั้งขึ้น
  • รอบดวงตาและคิ้ว : ช่วยยกคิ้วที่ตกให้ดูสูงขึ้น และช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณหางตา
  • หน้าผาก : เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณหน้าผากดูตึงกระชับและลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น
  • ลำคอ : แก้ไขปัญหาผิวบริเวณลำคอที่มีความหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอยตามวัย
  • ผิวกายส่วนต่าง ๆ : เช่น ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง เพื่อช่วยกระชับสัดส่วนในระดับเบื้องต้น

อย่างถ้าเคสไหนเดินเข้ามาด้วยปัญหาแก้มห้อยย้อยจนกรอบหน้าไม่ชัด หมอก็อาจจะเน้นยิงบริเวณแก้มล่างและเหนียงใต้คาง ร่วมกับการประเมินความหนาของชั้นไขมันเพื่อเลือกความลึกของหัวยิง ซึ่งจะพิจารณาเป็นเคส ๆ ไป

HIFU เหมาะกับใคร

HIFU เหมาะกับใคร

เครื่อง HIFU ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้เกิดแผลใหญ่ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีรายละเอียดที่แนะนำ ดังนี้

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาความไม่กระชับแต่ยังไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด
  • ผู้ที่แนวคางและกรามดูคมชัดขึ้น รวมถึงลดปัญหาแก้มห้อยหรือเหนียง
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องตื้นบนใบหน้า เช่น รอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้ม
  • ผู้ที่มีปัญหาคิ้วหรือหางตาตก ต้องการยกกระชับเนื้อเยื่อส่วนบน
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องพักฟื้น กังวลเรื่องเข็มหรือรอยแผล

HIFU ไม่เหมาะกับใคร

ข้อจำกัดด้านสุขภาพและสภาพผิว อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ โดยกลุ่มบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาคุณหมอก่อนทำ HIFU มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณใบหน้า เช่น มีสิวอักเสบรุนแรง
  • ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการบางประเภท เช่น การฉีดสารเติมเต็ม

หลังทำ HIFU มีผลข้างเคียงไหม

หลังทำ HIFU อาจมีผลข้างเคียงได้เป็นปกติเลย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาการชั่วคราวที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง หรือในบางเคสอาจมีอาการรุนแรงได้ ซึ่งอยากให้สังเกตอาการตามนี้

ผลข้างเคียงทั่วไป (พบบ่อย หายได้เอง) ผลข้างเคียงรุนแรง (พบน้อย ควรรีบพบแพทย์)
รอยแดงชมพูจากความร้อน หายได้เองประมาณ 1–2 ชั่วโมง ผิวไหม้ พอง เพราะพลังงานสูงเกินไปรหรือหัวไม่แนบผิว จนเกิดเป็นตุ่มน้ำ
ผิวบวมระบม (แก้มหรือกรอบหน้า) ดีขึ้นประมาณ 3–7 วัน หน้าเบี้ยว ปากตก ความร้อนไปโดนเส้นประสาทชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง
รู้สึกตึง ๆ หรือเจ็บแปล๊บใต้ผิวหนัง ประมาณ 1–2 สัปดาห์ อาการชาไม่หาย สูญเสียความรู้สึกชั่วคราวในจุดที่ทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์
รอยช้ำเล็ก ๆ (กรณีผิวบาง) หายได้เองประมาณ 1–2 สัปดาห์ ผิวบุ๋ม เป็นคลื่น ไขมันใต้ผิวถูกทำลายไม่เท่ากัน ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน

หมอแนะนำว่าหากมีอาการทั่วไปสามารถดูแลตัวเองและสังเกตอาการไปก่อนได้ แต่ถ้าเริ่มมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ควรรีบติดต่อคุณหมอทันที

ก่อนทำ HIFU ควรเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมผิวให้พร้อมก่อนทำ HIFU ถือว่ามีความสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและเซฟผิวเราด้วย ดังนี้

  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดโอกาสผิวบวมช้ำ
  • งดเลเซอร์หรือขัดผิว 1-2 สัปดาห์ งดโบท็อกซ์ 2 สัปดาห์ และฟิลเลอร์ 4 สัปดาห์
  • งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดครีมผลัดเซลล์ผิว เช่น กลุ่มเรตินอล AHA BHA หรือยารักษาสิว 3-5 วัน ป้องกันผิวระคายเคือง
  • เตรียมผิววันทำเครื่อง HIFU งดแต่งหน้าจัด ล้างหน้าให้สะอาด และงดใส่เครื่องประดับโลหะมาคลินิก

ขั้นตอนการทำ HIFU มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนการทำ HIFU มีอะไรบ้าง ใช้เวลานานไหม

โดยทั่วไปแล้ว การทำ HIFU หากนับเฉพาะขั้นตอนการยิงพลังงานของคุณหมอ จะใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ซึ่งมีขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้

  1. หมอประเมินความหย่อนคล้อยและชั้นไขมัน เพื่อวางแผนการยิงพลังงาน
  2. เลือกหัวและคำนวณช็อต ตามปัญหา เช่น หัว 1.5 มม. สำหรับริ้วรอยตื้น
  3. กำหนดปริมาณช็อตและระดับพลังงานแยกตามแก้ม กรอบหน้า หรือใต้คาง
  4. เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและความมัน เพื่อให้คลื่นผ่านผิวได้ดี
  5. ทายาชาทิ้งไว้ 20–40 นาทีพร้อมคลุมพลาสติก เพื่อให้ยาซึมได้ลึกและไวขึ้น
  6. เช็ดยาชาแล้วลงเจลเย็นเพื่อเป็นสื่อนำคลื่นและช่วยเซฟผิวชั้นบน
  7. หมอแนบหัวเครื่องยิงคลื่นอัลตราซาวด์เป็นแนวเส้นตามทิศทางยกกระชับ
  8. หลังเสร็จหัตถการ คุณหมอจะแนะนำวิธีดูแลผิวให้กับผู้รับบริการ
  9. ทำความสะอาด ดูแลความเรียบร้อยหลังทำ ทาครีมบำรุง กันแดด

ข้อควรระวังระหว่างทำ : หากรู้สึกเจ็บมากจนทนไม่ไหว หรือมีความรู้สึกผิดปกติใด ๆ ควรแจ้งคุณหมอทันที เพื่อปรับระดับพลังงานหรือปรับเทคนิคให้เหมาะสม

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ HIFU

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ HIFU

หลังจากทำ HIFU เสร็จ ผิวต้องการการดูแลเป็นพิเศษนิดนึง จากความร้อนใต้ผิว เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้เต็มที่ และช่วยประคองผลลัพธ์ให้เป็นไปตามแผน โดยมีวิธีดูแลตามนี้เลย

  • งดนวดหรือถูหน้าแรง : หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าอย่างรุนแรงในบริเวณที่ทำประมาณ 1 สัปดาห์
  • เลี่ยงความร้อนสะสม : งดซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด หรือกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • เน้นความชุ่มชื้น : ทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวและเสริมปราการผิวให้แข็งแรง
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด : ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : เพื่อส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นตัวของเซลล์ผิว
  • งดปัจจัยทำลายผิว : หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้เหมาะสม

โดยรวมหลังทำ HIFU มาก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลย แต่อาจมีอาการตึงหรือระบมเล็กน้อยในบางจุด ซึ่งมักดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วันตามการดูแลอย่างเหมาะสม

ทำไมบางคนทำ HIFU แล้วไม่เห็นผล

เหตุผลที่บางเคสเข้ามาทำ HIFU แล้วหน้ายังไม่ต่างจากเดิม ส่วนใหญ่เกิดจากระดับพลังงานและจำนวนช็อตที่ใช้ยังน้อยเกินไปจนกระตุ้นชั้น SMAS ได้ไม่เต็มที่ รวมถึงสภาพผิวของบางเคสอาจมีความหย่อนคล้อยสะสมเกินกว่าที่เครื่องยกกระชับทั่วไปจะรั้งขึ้น รวมถึงปัจจัยภายในร่างกาย เช่น กระบวนการฟื้นฟูผิวหรือการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำงานได้ลดลง

HIFU ราคาเท่าไหร่

ค่าบริการในการทำ HIFU จะต่างกันไปตามเทคโนโลยีและจำนวนพลังงานที่ใช้ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง รวมถึงจำนวนไลน์หรือช็อตที่เหมาะสม โดยมีราคาเบื้องต้น ดังนี้

  • Ulthera SPT ราคาประมาณ 39,000 – 110,000 บาท (ประมาณ 400 – 1,000 Lines)
  • Ultherap Prime ราคาประมาณ 51,000 – 130,000 บาท (ประมาณ 400 – 1,000 Lines)
  • Ultraformer III ราคาประมาณ 5,000 – 25,000 บาท (ประมาณ 300 – 1,100 Shots)
  • Ultraformer MPT ราคาประมาณ 15,000 – 40,000 บาท (ประมาณ 400 – 900 Shots)
  • Linear Z ราคาประมาณ 12,000 – 30,000 บาท (ประมาณ 300 – 600 Shots)

ก่อนใช้บริการแนะนำให้สอบถามราคา หรือโปรโมชันของทางคลินิกในวันที่เข้ารับบริการอีกครั้ง

ตัวอย่างเคสที่เคยทำเครื่อง HIFU

รีวิวทำ HIFU Apex Clinic

เคสที่ 1 : แก้มมีความหย่อนคล้อย

เคสคุณกำปั้นกัน เป็นเคสที่พวงแก้มและเหนียงทิ้งตัว ค่อนข้างหย่อนคล้อย ทำให้หน้าตรงดูไม่เรียว จึงใช้โปรแกรม Ulthera ยิงเพื่อแก้ความหย่อนคล้อย หลังทำจะเห็นว่าเนื้อแก้มที่ห้อยถูกดึงยกขึ้น แนวกรามคมชัดขึ้นหลังทำหัตถการ

รีวิวทำ HIFU Apex Clinic

เคสที่ 2 : แก้มเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

สำหรับคุณเติร์ท เข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลเพราะรู้สึกว่าเนื้อแก้มเริ่มหย่อนคล้อยลงมานิด ๆ ก็เลยอยากเก็บกรอบหน้าให้มีความคมชัด จึงเลือกใช้โปรแกรม LinearZ เข้ามาช่วยกระชับผิว ซึ่งหลังทำทันทีจะเห็นว่าช่วงแก้มที่เคยย้อยดูเฟิร์มขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูเรียวและคมขึ้น

รีวิวทำ HIFU Apex Clinic

เคสที่ 3 : หย่อนคล้อย มีเหนียง

เคสของคุณกันเข้ามาด้วยโจทย์ที่อยากปรับหน้าให้ดูเรียวสมาร์ทขึ้น เนื่องจากมีเหนียง มีปัญหาช่วงแก้มที่ค่อนข้างทิ้งตัวลงเล็กน้อย ทำให้บดบังแนวกรอบหน้า จึงใช้โปรแกรม Ultraformer MPT เพื่อลดชั้นไขมันพร้อมยกกระชับผิว ซึ่งหลังทำเสร็จทันทีพวงแก้มดูเล็กลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น

**เป็นผลลัพธ์เฉพาะราย และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU

HIFU กี่ช็อตถึงจะเห็นผล

จากหลาย ๆ เคสคุณหมอมักประเมินการใช้พลังงานเริ่มต้นที่ 300 – 1,000 ช็อตทั่วใบหน้าเพื่อให้ครอบคลุมชั้น SMAS แต่อาจมีการปรับได้ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละเคส

HIFU ควรทำทุกกี่เดือน

หลังจากทำ HIFU ไปแล้ว ผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา จนเต็มที่ในเดือนที่ 2-3 หมอจึงมักแนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6 ถึง 12 เดือน เพื่อช่วยประคองผิวไม่ให้หย่อนคล้อย

ทํา HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์หลังการทำ HIFU สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ทั้งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตัวเอง รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วย

HIFU ลดร่องแก้มได้ไหม

ช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นได้ ในกรณีที่ร่องแก้มนั้นเกิดจากเนื้อแก้มด้านบนหย่อนคล้อยลงมากองทับ แต่ถ้าปัญหาร่องแก้มเกิดจากกระดูกเบ้าหน้าทรุดตัวตามอายุ หมอก็อาจจะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย

ทำไมทำ HIFU แล้วหน้าบวม

อาการบวมเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวตอบสนองต่อความร้อนที่ยิงลงไปใต้ผิว ซึ่งความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงและหายดีไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์

ทำ HIFU ต้องพักฟื้นไหม

ส่วนใหญ่เคสที่เข้ามาทำ HIFU แทบไม่ต้องพักฟื้นเลย เพราะไม่มีแผลหรือรอยเย็บใด ๆ บนผิวชั้นนอก หลังทำเสร็จสามารถไปทำงาน หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรระวังเรื่องความร้อนหรือแดด

สรุป

HIFU คือหัตถการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ ลงลึกได้ถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด มักเริ่มทำกันตั้งแต่มีอายุ 25 ปีที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเริ่มต้นถึงปานกลาง ในเคสส่วนใหญ่คุณหมอจะประเมินเลือกเครื่องมือและจำนวนช็อตให้เหมาะกับโครงสร้างผิว โดยใช้เวลาทำรวมแปะยาชาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงประมาณ 2-3 เดือน และคงอยู่ได้นาน 6 เดือนถึง 1 ปี

แชร์บทความ
พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
ว.41082
บทความโดย พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Linear Z

Linear Z คืออะไร เทคโนโลยียกกระชับ ต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร

Linear Z คือเครื่องยกกระชับผิวที่หลายคนมักใช้เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย และลดการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิว
Ultraformer III คืออะไร

Ultraformer III คืออะไร เห็นผลกี่ช็อต และอยู่ได้นานแค่ไหน

Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัด สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
Ultraformer MPT คืออะไร

Ultraformer MPT คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นอย่างไร เหมาะกับปัญหาแบบไหน

Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นพัฒนาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน ท่ามกลางเครื่องยกกระชับหลากหลายรุ่นที่มีให้เลือก
Ultraformer

Ultraformer คืออะไร ควรทำกี่ช็อตเห็นผล ยกกระชับหน้าได้จริงไหม

Ultraformer คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้นผิว ทำให้ใบหน้าดูตึง กระชับ