HIFU (ไฮฟู่) เป็นเครื่องยกกระชับ ที่เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อย อยากปรับภาพรวมให้ดูอ่อนเยาว์ โดยเฉพาะคนที่กลัวเข็มหรือไม่อยากผ่าตัด เพราะใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ ช่วยให้ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยดูกระชับขึ้น ซึ่งการดูแลตัวเองหลังทำก็ไม่ยุ่งยาก แต่จะมีข้อดีและเหมาะกับใครอีกบ้าง วันนี้เราพร้อมตอบแล้ว
HIFU คืออะไร
HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound คือการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งความร้อนแล้วไปโฟกัส รวมกันเป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ซึ่งลงถึงชั้น SMAS กระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ด้วยการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เหมาะกับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด และไม่ใช้เข็มในการส่งพลังงาน
การทำงานของเครื่อง HIFU
เครื่อง HIFU จะปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์เป็นจุดความร้อน (Thermal Coagulation Zone) ในชั้นผิวประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส (ขึ้นอยู่กับเครื่อง) ลงสู่ชั้นผิวทำให้เส้นใยคอลลาเจนเก่าหดตัว พร้อมส่งสัญญาณกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยหลั่งสารและเร่งสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ เพื่อดึงผิวให้กระชับและยืดหยุ่นขึ้นจากภายใน
*ลักษณะการทำงานและอุณหภูมิอาจต่างกันไปตามเครื่อง HIFU ที่ใช้
อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มทำ HIFU ได้
จริง ๆ การทำ HIFU ไม่ได้มีเกณฑ์อายุที่ตายตัว แต่คุณหมอมักแนะนำให้ทำในช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป แต่ถ้าเริ่มเห็นปัญหาแก้มหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัดจากไลฟ์สไตล์ก็เริ่มทำได้เลย เพราะการทำ HIFU ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเหมือนการเข้าไปช่วยไม่ให้หย่อนคล้อยไปตามวัยในบางเคส หากประเมินและทำในช่วงเวลาที่เหมาะสม
HIFU ทำแล้วช่วยหน้าเรียวจริงไหม
เนื่องจาก HIFU ช่วยกระชับชั้นเนื้อเยื่อ SMAS และลดความหย่อนคล้อยของผิว จึงส่งผลให้กรอบหน้าดูคม ผิวดูตึงกระชับขึ้น โดยพลังงานจะเข้าไปหดชั้นผิวที่หย่อนคล้อยพร้อมช่วยให้แก้มล่างหรือเหนียงดูเล็กลงในเคสที่มีชั้นไขมันเหมาะสม กรอบหน้าจึงดูเรียวกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้นตามไปด้วย
HIFU ช่วยอะไรได้บ้าง
HIFU จะเน้นช่วยเรื่องความกระชับ และกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งส่วนนี้ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละคนได้ เช่น
- ช่วยให้ผิวบริเวณแก้มดูยกกระชับขึ้น
- ช่วยให้กรอบหน้าและแนวกรามดูชัดขึ้นในบางเคส
- ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางหรือเหนียง
- ช่วยให้ผิวบริเวณลำคอดูกระชับขึ้น
- ช่วยให้ริ้วรอยตื้นตรงหางตา หน้าผาก หรือรอบปากดูจางลง
- ช่วยให้คิ้วหรือหางตาที่เริ่มตกดูยกขึ้นเล็กน้อย
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้น
ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ตำแหน่งที่ทำ ปริมาณช็อต และระดับพลังงานที่คุณหมอเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละเคสด้วย
ลักษณะการปล่อยพลังงานของเครื่อง HIFU
HIFU ปัจจุบันมีการปล่อยพลังงานหลายรูปแบบ ทั้งแบบจุดไข่ปลาและเส้นตรง ซึ่งเปรียบเทียบความแตกต่างแต่ละรูปแบบได้ตามนี้เลย
ตารางเปรียบเทียบตามรูปแบบการปล่อยพลังงาน (Dot vs. Linear)
| รูปแบบพลังงาน | ลักษณะการปล่อยพลังงาน | อุณหภูมิโดยประมาณ | ผลลัพธ์หลัก | บริเวณที่เหมาะ |
|---|---|---|---|---|
| Dot Mode (จุดไข่ปลา) | ยิงเป็นจุด ๆ เรียงกัน | 65 °C | เน้นยกกระชับ กระตุ้นคอลลาเจน | ใบหน้าที่หย่อนคล้อย ต้องการความตึงกระชับ |
| Linear Mode (เส้นตรง) | ยิงเป็นเส้นตรงต่อเนื่อง ไม่มีช่องว่าง | 58 °C | ลดไขมันบางส่วน ลดขนาดและปริมาณเนื้อผิว | แก้มป่อง เหนียงใต้คาง ให้กรอบหน้าชัด |
ตารางเปรียบเทียบตามขนาดของจุดโฟกัส (Micro vs. Macro)
| รูปแบบพลังงาน | ขนาดจุดโฟกัสและความแรง | การทำงานของพลังงาน | บริเวณที่เหมาะสมในการรักษา |
|---|---|---|---|
| Micro Focused | ขนาดเล็ก แม่นยำ ค่อนข้างสูง | ส่งความร้อนลงลึกใต้ผิว โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง | ใบหน้า รอบดวงตา และลำคอ |
| Macro Focused | ขนาดใหญ่และให้พลังงานความร้อนสูงกว่า | สะสมพลังงานได้ลึกและกว้างกว่า เพื่อทำลายเซลล์ไขมัน | ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เหนียงหนา |
HIFU มีหัวขนาดไหนบ้าง
เพราะปัญหาผิวในแต่ละชั้นหนา-บางไม่เท่ากัน เครื่อง HIFU จึงมีหัวยิงหลายระดั เพื่อให้หมอเลือกใช้ดูแลปัญหาได้ ดังนี้
- หัวความลึก 1.5 mm : เน้นส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ส่วนบน ช่วยให้ริ้วรอยร่องตื้นดูจางลง และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น
- หัวความลึก 3.0 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อชั้นกลาง กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อลดความหย่อนคล้อยและกระชับรูขุมขน
- หัวความลึก 4.5 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นพังผืดที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิว ช่วยให้ใบหน้าดูมีกรอบคมชัด
- หัวความลึก 6 mm / 9 mm / 13 mm : เป็นหัวระดับลึกที่มักใช้สำหรับกระชับสัดส่วนบนร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง
เครื่อง HIFU ที่นิยมใช้ มีเครื่องไหนบ้าง
เครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยี HIFU มีการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน โดยแต่ละเครื่องก็จะมีจุดเด่น ดังนี้เลย
| เครื่อง | ประเภทพลังงาน | หลักการทำงาน | ระดับความรู้สึก (โดยประมาณ) | ระยะเวลาคงผลลัพธ์ (โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|---|
| Ulthera (Ultherapy) | Micro-Focused Ultrasound | ส่งพลังงานลงชั้นผิว เปลี่ยนเป็นความร้อนจุดเล็ก ๆ | รู้สึกอุ่นหน่วง หรือร้อนลึก | 1 ปี |
| Ultraformer III / MPT | MMFU (Micro & Macro Focused) | ปล่อยพลังงานทั้งจุดเล็กและกว้าง ครอบคลุมชั้นผิวและชั้นไขมัน | รู้สึกจี๊ดหรือปวดหน่วง | 6 เดือน – 1 ปี |
| LinearZ | Linear & Dot HIFU | เลือกปล่อยพลังงานแบบเส้นเพื่อกระจายความร้อนได้กว้าง หรือแบบจุด | รู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า | 6 เดือน – 1 ปี |
HIFU ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง
เครื่อง HIFU สามารถนำมาใช้ได้หลายบริเวณ โดยเฉพาะจุดที่มีความหย่อนคล้อยและริ้วรอยตามวัย ดังนี้
- แก้มและร่องแก้ม : เพื่อช่วยยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย และช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
- กรอบหน้าและแนวกราม : ปรับภาพรวมของใบหน้า เสริมให้แนวกรามคมชัดและดูเรียวสวย
- ใต้คาง (เหนียง) : ช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางที่หย่อนคล้อยให้ดูดึงรั้งขึ้น
- รอบดวงตาและคิ้ว : ช่วยยกคิ้วที่ตกให้ดูสูงขึ้น และช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณหางตา
- หน้าผาก : เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณหน้าผากดูตึงกระชับและลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น
- ลำคอ : แก้ไขปัญหาผิวบริเวณลำคอที่มีความหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอยตามวัย
- ผิวกายส่วนต่าง ๆ : เช่น ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง เพื่อช่วยกระชับสัดส่วนในระดับเบื้องต้น
อย่างถ้าเคสไหนเดินเข้ามาด้วยปัญหาแก้มห้อยย้อยจนกรอบหน้าไม่ชัด หมอก็อาจจะเน้นยิงบริเวณแก้มล่างและเหนียงใต้คาง ร่วมกับการประเมินความหนาของชั้นไขมันเพื่อเลือกความลึกของหัวยิง ซึ่งจะพิจารณาเป็นเคส ๆ ไป
HIFU เหมาะกับใคร
เครื่อง HIFU ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้เกิดแผลใหญ่ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีรายละเอียดที่แนะนำ ดังนี้
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาความไม่กระชับแต่ยังไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด
- ผู้ที่แนวคางและกรามดูคมชัดขึ้น รวมถึงลดปัญหาแก้มห้อยหรือเหนียง
- ผู้ที่มีริ้วรอยร่องตื้นบนใบหน้า เช่น รอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้ม
- ผู้ที่มีปัญหาคิ้วหรือหางตาตก ต้องการยกกระชับเนื้อเยื่อส่วนบน
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องพักฟื้น กังวลเรื่องเข็มหรือรอยแผล
HIFU ไม่เหมาะกับใคร
ข้อจำกัดด้านสุขภาพและสภาพผิว อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ โดยกลุ่มบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาคุณหมอก่อนทำ HIFU มีดังนี้
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควบคุมไม่ได้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง
- ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณใบหน้า เช่น มีสิวอักเสบรุนแรง
- ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
- ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการบางประเภท เช่น การฉีดสารเติมเต็ม
หลังทำ HIFU มีผลข้างเคียงไหม
หลังทำ HIFU อาจมีผลข้างเคียงได้เป็นปกติเลย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาการชั่วคราวที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง หรือในบางเคสอาจมีอาการรุนแรงได้ ซึ่งอยากให้สังเกตอาการตามนี้
| ผลข้างเคียงทั่วไป (พบบ่อย หายได้เอง) | ผลข้างเคียงรุนแรง (พบน้อย ควรรีบพบแพทย์) |
|---|---|
| รอยแดงชมพูจากความร้อน หายได้เองประมาณ 1–2 ชั่วโมง | ผิวไหม้ พอง เพราะพลังงานสูงเกินไปรหรือหัวไม่แนบผิว จนเกิดเป็นตุ่มน้ำ |
| ผิวบวมระบม (แก้มหรือกรอบหน้า) ดีขึ้นประมาณ 3–7 วัน | หน้าเบี้ยว ปากตก ความร้อนไปโดนเส้นประสาทชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง |
| รู้สึกตึง ๆ หรือเจ็บแปล๊บใต้ผิวหนัง ประมาณ 1–2 สัปดาห์ | อาการชาไม่หาย สูญเสียความรู้สึกชั่วคราวในจุดที่ทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ |
| รอยช้ำเล็ก ๆ (กรณีผิวบาง) หายได้เองประมาณ 1–2 สัปดาห์ | ผิวบุ๋ม เป็นคลื่น ไขมันใต้ผิวถูกทำลายไม่เท่ากัน ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน |
หมอแนะนำว่าหากมีอาการทั่วไปสามารถดูแลตัวเองและสังเกตอาการไปก่อนได้ แต่ถ้าเริ่มมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ควรรีบติดต่อคุณหมอทันที
ก่อนทำ HIFU ควรเตรียมตัวอย่างไร
การเตรียมผิวให้พร้อมก่อนทำ HIFU ถือว่ามีความสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและเซฟผิวเราด้วย ดังนี้
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดโอกาสผิวบวมช้ำ
- งดเลเซอร์หรือขัดผิว 1-2 สัปดาห์ งดโบท็อกซ์ 2 สัปดาห์ และฟิลเลอร์ 4 สัปดาห์
- งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ประมาณ 1 สัปดาห์
- งดครีมผลัดเซลล์ผิว เช่น กลุ่มเรตินอล AHA BHA หรือยารักษาสิว 3-5 วัน ป้องกันผิวระคายเคือง
- เตรียมผิววันทำเครื่อง HIFU งดแต่งหน้าจัด ล้างหน้าให้สะอาด และงดใส่เครื่องประดับโลหะมาคลินิก
ขั้นตอนการทำ HIFU มีอะไรบ้าง ใช้เวลานานไหม
โดยทั่วไปแล้ว การทำ HIFU หากนับเฉพาะขั้นตอนการยิงพลังงานของคุณหมอ จะใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ซึ่งมีขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้
- หมอประเมินความหย่อนคล้อยและชั้นไขมัน เพื่อวางแผนการยิงพลังงาน
- เลือกหัวและคำนวณช็อต ตามปัญหา เช่น หัว 1.5 มม. สำหรับริ้วรอยตื้น
- กำหนดปริมาณช็อตและระดับพลังงานแยกตามแก้ม กรอบหน้า หรือใต้คาง
- เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและความมัน เพื่อให้คลื่นผ่านผิวได้ดี
- ทายาชาทิ้งไว้ 20–40 นาทีพร้อมคลุมพลาสติก เพื่อให้ยาซึมได้ลึกและไวขึ้น
- เช็ดยาชาแล้วลงเจลเย็นเพื่อเป็นสื่อนำคลื่นและช่วยเซฟผิวชั้นบน
- หมอแนบหัวเครื่องยิงคลื่นอัลตราซาวด์เป็นแนวเส้นตามทิศทางยกกระชับ
- หลังเสร็จหัตถการ คุณหมอจะแนะนำวิธีดูแลผิวให้กับผู้รับบริการ
- ทำความสะอาด ดูแลความเรียบร้อยหลังทำ ทาครีมบำรุง กันแดด
ข้อควรระวังระหว่างทำ : หากรู้สึกเจ็บมากจนทนไม่ไหว หรือมีความรู้สึกผิดปกติใด ๆ ควรแจ้งคุณหมอทันที เพื่อปรับระดับพลังงานหรือปรับเทคนิคให้เหมาะสม
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ HIFU
หลังจากทำ HIFU เสร็จ ผิวต้องการการดูแลเป็นพิเศษนิดนึง จากความร้อนใต้ผิว เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้เต็มที่ และช่วยประคองผลลัพธ์ให้เป็นไปตามแผน โดยมีวิธีดูแลตามนี้เลย
- งดนวดหรือถูหน้าแรง : หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าอย่างรุนแรงในบริเวณที่ทำประมาณ 1 สัปดาห์
- เลี่ยงความร้อนสะสม : งดซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด หรือกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- เน้นความชุ่มชื้น : ทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวและเสริมปราการผิวให้แข็งแรง
- ปกป้องผิวจากแสงแดด : ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : เพื่อส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นตัวของเซลล์ผิว
- งดปัจจัยทำลายผิว : หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้เหมาะสม
โดยรวมหลังทำ HIFU มาก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลย แต่อาจมีอาการตึงหรือระบมเล็กน้อยในบางจุด ซึ่งมักดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วันตามการดูแลอย่างเหมาะสม
ทำไมบางคนทำ HIFU แล้วไม่เห็นผล
เหตุผลที่บางเคสเข้ามาทำ HIFU แล้วหน้ายังไม่ต่างจากเดิม ส่วนใหญ่เกิดจากระดับพลังงานและจำนวนช็อตที่ใช้ยังน้อยเกินไปจนกระตุ้นชั้น SMAS ได้ไม่เต็มที่ รวมถึงสภาพผิวของบางเคสอาจมีความหย่อนคล้อยสะสมเกินกว่าที่เครื่องยกกระชับทั่วไปจะรั้งขึ้น รวมถึงปัจจัยภายในร่างกาย เช่น กระบวนการฟื้นฟูผิวหรือการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำงานได้ลดลง
HIFU ราคาเท่าไหร่
ค่าบริการในการทำ HIFU จะต่างกันไปตามเทคโนโลยีและจำนวนพลังงานที่ใช้ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง รวมถึงจำนวนไลน์หรือช็อตที่เหมาะสม โดยมีราคาเบื้องต้น ดังนี้
- Ulthera SPT ราคาประมาณ 39,000 – 110,000 บาท (ประมาณ 400 – 1,000 Lines)
- Ultherap Prime ราคาประมาณ 51,000 – 130,000 บาท (ประมาณ 400 – 1,000 Lines)
- Ultraformer III ราคาประมาณ 5,000 – 25,000 บาท (ประมาณ 300 – 1,100 Shots)
- Ultraformer MPT ราคาประมาณ 15,000 – 40,000 บาท (ประมาณ 400 – 900 Shots)
- Linear Z ราคาประมาณ 12,000 – 30,000 บาท (ประมาณ 300 – 600 Shots)
ก่อนใช้บริการแนะนำให้สอบถามราคา หรือโปรโมชันของทางคลินิกในวันที่เข้ารับบริการอีกครั้ง
ตัวอย่างเคสที่เคยทำเครื่อง HIFU
เคสที่ 1 : แก้มมีความหย่อนคล้อย
เคสคุณกำปั้นกัน เป็นเคสที่พวงแก้มและเหนียงทิ้งตัว ค่อนข้างหย่อนคล้อย ทำให้หน้าตรงดูไม่เรียว จึงใช้โปรแกรม Ulthera ยิงเพื่อแก้ความหย่อนคล้อย หลังทำจะเห็นว่าเนื้อแก้มที่ห้อยถูกดึงยกขึ้น แนวกรามคมชัดขึ้นหลังทำหัตถการ
เคสที่ 2 : แก้มเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
สำหรับคุณเติร์ท เข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลเพราะรู้สึกว่าเนื้อแก้มเริ่มหย่อนคล้อยลงมานิด ๆ ก็เลยอยากเก็บกรอบหน้าให้มีความคมชัด จึงเลือกใช้โปรแกรม LinearZ เข้ามาช่วยกระชับผิว ซึ่งหลังทำทันทีจะเห็นว่าช่วงแก้มที่เคยย้อยดูเฟิร์มขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูเรียวและคมขึ้น
เคสที่ 3 : หย่อนคล้อย มีเหนียง
เคสของคุณกันเข้ามาด้วยโจทย์ที่อยากปรับหน้าให้ดูเรียวสมาร์ทขึ้น เนื่องจากมีเหนียง มีปัญหาช่วงแก้มที่ค่อนข้างทิ้งตัวลงเล็กน้อย ทำให้บดบังแนวกรอบหน้า จึงใช้โปรแกรม Ultraformer MPT เพื่อลดชั้นไขมันพร้อมยกกระชับผิว ซึ่งหลังทำเสร็จทันทีพวงแก้มดูเล็กลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
**เป็นผลลัพธ์เฉพาะราย และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU
HIFU กี่ช็อตถึงจะเห็นผล
จากหลาย ๆ เคสคุณหมอมักประเมินการใช้พลังงานเริ่มต้นที่ 300 – 1,000 ช็อตทั่วใบหน้าเพื่อให้ครอบคลุมชั้น SMAS แต่อาจมีการปรับได้ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละเคส
HIFU ควรทำทุกกี่เดือน
หลังจากทำ HIFU ไปแล้ว ผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา จนเต็มที่ในเดือนที่ 2-3 หมอจึงมักแนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6 ถึง 12 เดือน เพื่อช่วยประคองผิวไม่ให้หย่อนคล้อย
ทํา HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์หลังการทำ HIFU สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ทั้งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตัวเอง รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วย
HIFU ลดร่องแก้มได้ไหม
ช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นได้ ในกรณีที่ร่องแก้มนั้นเกิดจากเนื้อแก้มด้านบนหย่อนคล้อยลงมากองทับ แต่ถ้าปัญหาร่องแก้มเกิดจากกระดูกเบ้าหน้าทรุดตัวตามอายุ หมอก็อาจจะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย
ทำไมทำ HIFU แล้วหน้าบวม
อาการบวมเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวตอบสนองต่อความร้อนที่ยิงลงไปใต้ผิว ซึ่งความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงและหายดีไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
ทำ HIFU ต้องพักฟื้นไหม
ส่วนใหญ่เคสที่เข้ามาทำ HIFU แทบไม่ต้องพักฟื้นเลย เพราะไม่มีแผลหรือรอยเย็บใด ๆ บนผิวชั้นนอก หลังทำเสร็จสามารถไปทำงาน หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรระวังเรื่องความร้อนหรือแดด
สรุป
HIFU คือหัตถการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ ลงลึกได้ถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด มักเริ่มทำกันตั้งแต่มีอายุ 25 ปีที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเริ่มต้นถึงปานกลาง ในเคสส่วนใหญ่คุณหมอจะประเมินเลือกเครื่องมือและจำนวนช็อตให้เหมาะกับโครงสร้างผิว โดยใช้เวลาทำรวมแปะยาชาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงประมาณ 2-3 เดือน และคงอยู่ได้นาน 6 เดือนถึง 1 ปี








