ฉีดโบท็อกยกหางตา คืออะไร เจ็บไหม กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม

หน้าแรก » โบท็อก » ฉีดโบท็อกยกหางตา คืออะไร เจ็บไหม กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม
ฉีดโบท็อกยกหางตา
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ฉีดโบท็อกยกหางตา เป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการปรับลุคให้ดวงตาดูสดใส เฉี่ยวขึ้น และลดปัญหาหางตาตก ตาดูเศร้า หรือใบหน้าดูอ่อนล้า โดยการฉีดจะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณหางตาให้ยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีข้อสงสัยว่าการฉีดโบท็อกยกหางตา คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง และช่วยแก้ปัญหาตาตกได้จริงหรือไม่ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจทุกประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจ เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมที่สุด

ฉีดโบท็อกยกหางตา คืออะไร

การฉีดโบท็อกยกหางตา คือการใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อรอบดวงตาเพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงหางตาลงให้ทำงานน้อยลง ส่งผลให้หางตาดูเชิดขึ้นและช่วยเปิดพื้นที่เปลือกตาให้กว้างกว่าเดิม

ฉีดโบท็อกหางตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

การทำฉีดโบท็อกยกหางตา ช่วยจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยรอบดวงตาได้อย่างครอบคลุม ทั้งในเรื่องของความสวยงามและการปรับสมดุลใบหน้า ดังนี้

  • ยกหางตาที่ตกลงให้เชิดขึ้น : ช่วยปรับลุคที่ดูเศร้าหรือเหนื่อยล้าให้กลับมาดูสดใสและมีชีวิตชีวา
  • ลดเลือนริ้วรอยตีนกา : การฉีดโบยกหางตาช่วยคลายกล้ามเนื้อ ที่ทำให้เกิดรอยพับรอบดวงตาให้เรียบเนียน
  • ปรับทรงตาให้โฉบเฉี่ยว : เพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาดูมีความเป็น Fox Eyes และดูมั่นใจมากขึ้น
  • ยกคิ้วให้ได้รูปสวย : ช่วยดึงตำแหน่งคิ้วที่ตกให้สูงขึ้น ทำให้พื้นที่เปลือกตาเปิดกว้างและดูตาโตขึ้น
  • ช่วยให้การแต่งตาทำได้ง่ายขึ้น : การยกหางตาช่วยลดเนื้อส่วนเกินที่พับลงมาบังชั้นตา ทำให้กรีดอายไลเนอร์ได้สวยและชัดเจนกว่าเดิม
  • ปรับสมดุลใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ : การฉีดโบยกหางตาช่วยคืน ความกระชับให้ผิวรอบดวงตา ซึ่งเป็นจุดที่บ่งบอกสัญญาณแห่งวัย

ฉีดโบท็อกยกหางตา ช่วยแก้ตาตกได้ไหม

การฉีดโบท็อกยกหางตา สามารถช่วยแก้ปัญหาตาตกได้จริง โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดจากแรงดึงของกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ทำงานมากเกินไป จนดึงหางตาให้ดูคว่ำลง การฉีดโบท็อกจะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อส่วนนี้ ทำให้หางตาถูกยกเชิดขึ้นและช่วยให้ดวงตาดูเปิดกว้างสดใสขึ้น

ฉีดโบท็อกยกหางตา ทำให้ตาดูเฉี่ยวขึ้นจริงไหม

การฉีดโบท็อกหางตา สามารถทำให้ตาดูโฉบเฉี่ยวขึ้นได้จริง ด้วยเทคนิค Foxy Eyes ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา ส่วนที่คอยฉุดหางตาให้ตกลง เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้คลายตัว กล้ามเนื้อส่วนที่ทำหน้าที่ดึงยกขึ้นจะทำงานได้โดดเด่นยิ่งขึ้น ส่งผลให้หางตาดูเชิดและเปิดกว้างขึ้นอย่างชัดเจน

ฉีดโบท็อกยกหางตา เหมาะกับใครบ้าง

การฉีดโบยกหางตาเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์หลายกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างเร่งด่วน ซึ่งกลุ่มบุคคลที่เหมาะกับการทำหัตถการนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาหางตาตก : ช่วยยกหางตาที่ดูคว่ำหรือเศร้าให้เชิดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดชื่นไม่เหนื่อยล้า
  • ผู้ที่ต้องการลุคดูเฉี่ยว : เหมาะกับคนที่อยากปรับทรงตาให้ดูคม เซ็กซี่ และมีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยตีนกา : การฉีดโบท็อกยกหางตา ช่วยลดรอยพับรอบดวงตาขณะยิ้ม ไปพร้อมกับการยกกระชับผิว
  • ผู้ที่มีคิ้วตกหรือคิ้วไม่เท่ากัน : ช่วยปรับตำแหน่งคิ้วให้โก่งสวยได้รูปและดูสมดุลกับใบหน้าทั้งสองข้าง
  • ผู้ที่ไม่อยากผ่าตัด : เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดี เจ็บตัวน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนาน

ฉีดโบท็อกยกหางตา ไม่เหมาะกับใครบ้าง

แม้ว่าการฉีดโบท็อกยกหางตา จะเป็นหัตถการยอดฮิตที่ช่วยให้ดวงตาดูโฉบเฉี่ยวขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีเงื่อนไขสุขภาพบางประการ ดังนี้

  • ผู้ที่มีหนังตาตกมากเกินไป : หากปัญหาเกิดจากไขมันเปลือกตาหนาหรือผิวหนังหย่อนคล้อยมาก การทำฉีดโบท็อกหางตา อาจไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเท่ากับการทำศัลยกรรมตาสองชั้น
  • ผู้ที่มีปัญหาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง : สภาวะนี้มีความเสี่ยงต่อตัวยาโบท็อกที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อโดยตรง
  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร : เพื่อลดความเสี่ยงต่อมารดาและบุตร ควรหลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกที่หางตาในช่วงเวลานี้
  • ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณรอบดวงตาติดเชื้อหรืออักเสบ : ควรรักษาอาการทางผิวหนังให้หายสนิทก่อนเริ่มทำหัตถการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารโบทูลินัม ท็อกซิน : หากเคยมีอาการแพ้รุนแรงจากการฉีดโบท็อกในอดีต ไม่ควรฉีดโดยเด็ดขาด

ฉีดโบท็อกยกหางตา ต้องใช้กี่ยูนิต

การฉีดโบท็อกยกหางตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและหางตาเชิดสวยกำลังดีนั้น ปริมาณยูนิตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและปัญหาของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • ยกหางตาเพียงอย่างเดียว : ประมาณข้างละ 2-5 ยูนิต ซึ่งเพียงพอต่อการคลายกล้ามเนื้อที่ดึงหางตาให้ตกลง
  • ยกหางตาพร้อมลดริ้วรอยตีนกา : ประมาณ 12-24 ยูนิต เพื่อให้ดูเรียบเนียนและตาดูเฉี่ยวไปพร้อมกัน
  • เทคนิคยกหางตา : ประมาณ 25-50 ซึ่งแพทย์อาจปรับปริมาณยูนิตตามความเหมาะสมของโครงสร้างรูปตาแต่ละท่าน

ฉีดโบท็อกยกหางตา กี่วันเห็นผล

การฉีดโบท็อกหางตา เพื่อให้ได้ลุคดวงตาที่ดูเฉี่ยวและสดใสขึ้น จะมีระยะเวลาในการเริ่มออกฤทธิ์และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนตามลำดับเวลา ดังนี้

  • 3-5 วันแรก : เริ่มรู้สึกตึงบริเวณหางตาและผิวเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อย
  • 7-14 วัน : เห็นผลชัดเจน หางตาเริ่มเชิดขึ้นและดวงตาดูเปิดกว้างโฉบเฉี่ยว
  • 1 เดือน : ผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกยกหางตา เข้าที่และดูเป็นธรรมชาติ

ฉีดโบท็อกยกหางตา ต่างจากร้อยไหมยกหางตาอย่างไร

การเลือกทำฉีดโบท็อกหางตา หรือการร้อยไหมยกหางตา ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันตามกลไกการทำงานของแต่ละเทคนิค ดังนี้

  • หลักการทำงาน : การฉีดโบยกหางตา ใช้การคลายกล้ามเนื้อที่ดึงหางตาลง ส่วนการร้อยไหมใช้เงี่ยงไหมเกี่ยวและดึงยกชั้นผิวขึ้นโดยตรง
  • ผลลัพธ์ที่ได้ : โบท็อกให้ลุคที่ดูละมุนสดใสและเป็นธรรมชาติ ส่วนการร้อยไหมเน้นความโฉบเฉี่ยวที่เห็นผลยกหางตาได้ชัดเจนกว่า
  • ระยะเวลาพักฟื้น : การฉีดโบท็อกยกหางตา แทบไม่ต้องพักฟื้นและไร้รอยแผล ในขณะที่การร้อยไหมอาจมีอาการบวมช้ำหรือตึงผิวมากกว่าในช่วงแรก
  • ความคงทน : ฉีดโบท็อกหางตาอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ส่วนการร้อยไหมอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ตามชนิดของไหม

เตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกยกหางตา

ก่อนฉีดโบท็อกยกหางตาเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวที่ถูกต้องก่อนทำฉีดโบท็อกหางตา จะช่วยลดความเสี่ยงในการบวมช้ำและทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด : เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน E, น้ำมันปลา และกิงโกะ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด : ควรเลิกดื่มอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ก่อนฉีดโบท็อกยกหางตา เพื่อป้องกันอาการบวมช้ำง่าย
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมาก : เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ หรือการเข้าซาวน่า ก่อนเข้ารับบริการประมาณ 1 วัน
  • เช็กประวัติสุขภาพและอาการแพ้ : แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือมีประวัติแพ้ยาอย่างละเอียดก่อนเริ่มทำหัตถการ
  • ดูแลผิวหน้าให้สะอาด : งดการผลัดเซลล์ผิวหรือการทำทรีตเมนต์รุนแรงบริเวณรอบดวงตาก่อนทำ ฉีดโบยกหางตา ประมาณ 2-3 วัน

หลังฉีดโบท็อกยกหางตาดูแลตัวเองอย่างไร

การดูแลตัวเองที่ถูกต้องหลังทำฉีดโบท็อกหางตา จะช่วยให้ตัวยาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและเห็นผลลัพธ์ที่โฉบเฉี่ยวได้นานขึ้น ดังนี้

  • งดนอนราบและก้มหน้า : ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบยกหางตา เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายตัวไปผิดจุดจนอาจทำให้ตาตกลงได้
  • งดนวดหรือกดคลึงบริเวณที่ฉีด : หลีกเลี่ยงการสัมผัสรุนแรงรอบดวงตาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ถูกจุด
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด : งดการเข้าซาวน่า เลเซอร์หน้า หรือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนอาจทำให้ตัวยาสลายตัวไวขึ้น
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก : ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมช้ำบริเวณที่ฉีดโบท็อกยกหางตา
  • สังเกตอาการผิดปกติ : หากพบอาการตาพร่ามัว หนังตาตก หรือบวมแดงผิดปกติเกิน 1 สัปดาห์ ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กทันที

ฉีดโบท็อกยกหางตา ราคา

ฉีดโบท็อกยกหางตา ราคาเท่าไหร่

โดยทั่วไป ราคาฉีดโบท็อกยกหางตา จะอยู่ที่ประมาณ 4,000 – 9,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นกับยี่ห้อโบท็อก ปริมาณตัวยาที่ต้องใช้ และการประเมินของแพทย์แต่ละราย

ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามมาตรฐานคลินิกและเทคนิคการฉีด แพทย์จะประเมินก่อนทำเพื่อกำหนดจำนวน Units ที่เหมาะสม ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูยกกระชับเป็นธรรมชาติที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดโบท็อกยกหางตา

ฉีดโบท็อกยกหางตา ผลลัพธ์อยู่ได้กี่เดือน

โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและยี่ห้อโบท็อกที่เลือกใช้ในแต่ละบุคคล

ฉีดโบท็อกยกหางตา เจ็บไหม

ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ มักรู้สึกเหมือนมดกัดเพียงชั่วขณะ และมีการประคบเย็นหรือทายาชาเพื่อช่วยลดความกังวล

หลังฉีดโบท็อกยกหางตา แต่งหน้าได้ทันทีไหม

สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังจากผ่านไป 4 ชั่วโมง แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดทับหรือขยี้รุนแรงในบริเวณที่เพิ่งทำหัตถการมา

ฉีดโบท็อกยกหางตาทำร่วมกับการร้อยไหมได้ไหม

สามารถทำร่วมกันได้เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ความเชิดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจัดลำดับการทำหัตถการที่เหมาะสม

ฉีดโบท็อกยกหางตาแล้วตาจะดูแข็งไหม

หากใช้ปริมาณยูนิตที่เหมาะสมและฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ดวงตาจะดูโฉบเฉี่ยวสดใสและขยับสื่อสารอารมณ์ได้เป็นปกติ

สรุป

การฉีดโบท็อกยกหางตาเป็นหัตถการที่ช่วยปรับตำแหน่งกล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้หางตาดูยกขึ้นและลดความรู้สึกอ่อนล้าของใบหน้า โดยเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นน้อย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และเทคนิคการฉีด การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำจึงมีความสำคัญ เพื่อให้เลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย พร้อมช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับรูปหน้ามากที่สุด

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Allergan Botox

Allergan Botox (อเมริกา) อยู่ได้นานแค่ไหน ฉีดจุดไหนได้บ้าง

Allergan Botox คือโบทูลินัมท็อกซินชนิด Botulinum Toxin Type A ที่พัฒนาโดยบริษัท Allergan ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา
Dysport Botox

Dysport Botox (ดิสพอร์ต) ดีไหม ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร

Dysport Botox เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ Dysport Botox คืออะไร
โบท็อกซ์ Neuronox

โบท็อกซ์ Neuronox คืออะไร ลดริ้วรอยลึกได้ไหม มีรุ่นไหนบ้าง

โบท็อกซ์ Neuronox คือหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนเริ่มมองหา เมื่อการบำรุงผิวด้วยสกินแคร์แบบเดิม อาจไม่สามารถจัดการกับปัญหาริ้วรอย
BTXA Botox

โบท็อกซ์ BTXA คืออะไร อันตรายไหม เหมาะกับปัญหาแบบไหนบ้าง

โบท็อกซ์ BTXA เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนนิยมใช้เพื่อช่วยดูแลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังมีความกังวลใจ