บทความเกี่ยวกับ : หนังตาตก

โปรเสริมหน้าอก 69000
ทำตาสองชั้น 25000
เสริมหน้าอก Mentor 69000
โปรเสริมหน้าอก 69000

หนังตาตก ต้องผ่าตัดไหม ? ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจแก้ทรงตา
หนังตาตกแก้ยังไงดี ? ไขข้อสงสัยเรื่องผ่าตัดหนังตา และทริคตัดสินใจที่เหมาะสม
ปัญหาหนังตาตกกวนใจ อาจเป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม แต่เชื่อไหมว่าการมีหนังตาตกนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตมากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่สดใส ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการรุนแรง ซึ่งทำให้หนังตาที่ตกลงมาอาจบดบังสายตา ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังสัมพันธ์กับสุขภาพดวงตา และการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม

จากผลกระทบเหล่านี้ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะตั้งคำถามว่า การ ‘ผ่าตัดหนังตา’ เป็นทางออกที่ดีที่สุดจริงหรือไม่? และเราควรมีหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกวิธีแก้ไขปัญหาหนังตาตกอย่างไร ? บทความนี้ APEX จะพาทุกคนไปไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษาหนังตาตก พร้อมแนะแนวทางเพื่อการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด

หนังตาตกคืออะไร ?
หนังตาตก (Ptosis หรือ Blepharoptosis) คือภาวะที่เปลือกตาบนหย่อนคล้อยหรือตกลงมาอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปกติ โดยลักษณะที่สังเกตได้คือ ขอบเปลือกตาบนมักจะลงมาปิดทับตาดำมากกว่าที่ควร หรืออาจมีหนังตาส่วนเกินพับลงมาทำให้ชั้นตาดูหนาขึ้นหรือไม่ชัดเจน ซึ่งภาวะหนังตาตกนี้ส่งผลให้ดวงตาดูเล็กลง ไม่สดใส ดูเหนื่อยล้า หรือเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา และอาจบดบังการมองเห็นได้หากเป็นมาก

ความรุนแรงของอาการหนังตาตก
ระดับความรุนแรงของอาการหนังตาตกสามารถแบ่งได้หลายระดับ โดยพิจารณาจากตำแหน่งของขอบเปลือกตาบนเมื่อเทียบกับรูม่านตา ดังนี้

หนังตาตกเล็กน้อย
หนังตาตกเล็กน้อย ถือเป็นปัญหาในระยะแรกเริ่ม จะมีลักษณะขอบเปลือกตาบนที่ตกลงมาเล็กน้อย แต่ยังอยู่เหนือหรือเพิ่งแตะขอบบนของรูม่านตา ซึ่งอาจสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างตาสองข้างได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่มักไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น แต่จะเป็นปัญหาด้านความสวยงาม ทำให้ตาดูไม่เท่ากัน หรือดูง่วงเล็กน้อย

หนังตาตกปานกลาง
ในระยะของหนังตาตกปานกลาง มักเป็นอาการที่รุนแรงมากขึ้น โดยขอบเปลือกตาบนตกลงมาปิดทับรูม่านตาบางส่วน (ประมาณ 1 ใน 3 ถึงครึ่งหนึ่งของรูม่านตา) เริ่มส่งผลกระทบต่อการมองเห็น โดยเฉพาะการมองในส่วนบน อาจทำให้ต้องเงยหน้าหรือเลิกคิ้วขึ้นเพื่อช่วยในการมองเห็น ใบหน้าโดยรวมจะดูเหนื่อยล้าชัดเจนขึ้น

หนังตาตกรุนแรง
หนังตาตกรุนแรง เป็นอาการที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะขอบเปลือกตาบนตกลงมาปิดทับรูม่านตาเกินกว่าครึ่งหนึ่ง หรือปิดเกือบทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นอย่างชัดเจน ทำให้ลานสายตาแคบลงมาก จำเป็นต้องเงยหน้า หรือใช้มือช่วยยกเปลือกตาขึ้นตลอดเวลาเพื่อมองเห็น ซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก และในเด็กเล็กอาจส่งผลให้เกิดภาวะตาขี้เกียจได้

ลักษณะของอาการหนังตาตกที่พบบ่อย
ลักษณะอาการของหนังตาตกนั้นมีความหลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของอาการที่เป็น อย่างไรก็ตามอาการหนังตาตกที่พบบ่อย ก็จะมีลักษณะร่วมที่บ่งบอกถึงภาวะนี้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเปลือกตาที่ต่ำลง การเปลี่ยนแปลงของชั้นตา หรือดวงตาที่ดูอ่อนล้า ซึ่งสามารถสังเกตได้ดังนี้ เช่น

• อาการหนังตาตก มักมีตำแหน่งขอบเปลือกตาบนต่ำกว่าปกติ โดยปกติขอบเปลือกตาบนจะคลุมตาดำลงมาประมาณ 1-2 มิลลิเมตร แต่ในคนที่มีหนังตาตก ขอบเปลือกตาจะตกลงมาต่ำกว่านั้น อาจปิดถึงขอบบนของรูม่านตา หรือปิดทับรูม่านตาบางส่วนหรือทั้งหมดในกรณีที่เป็นรุนแรง
• อาการหนังตาตก มักมีชั้นตาเล็กลงหรือหายไป เพราะหนังส่วนเกินที่หย่อนลงมาอาจพับทับจนทำให้ชั้นตาเดิมดูเล็กลง หลบใน หรือมองไม่เห็นชั้นตาเลย
• อาการหนังตาตก มักมีชั้นตาหลายชั้น อาจเห็นเป็นรอยพับย่นหลาย ๆ ชั้นเหนือเปลือกตา
• อาการหนังตาตก มักมีชั้นตาหนาขึ้น เพราะในบางกรณี หนังที่หย่อนลงมาพับทับกันทำให้ดูเหมือนชั้นตาหนาและบวม
• อาการหนังตาตก มักทำให้ดวงตาดูไม่สดใส ตาจะดูปรือ ๆ เหมือนคนง่วงนอน ดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่กว่าวัย หรือดูไม่กระฉับกระเฉง
• อาการหนังตาตก มักมีตาดูเล็กลงหรือไม่เท่ากัน หากเป็นข้างเดียว หรือเป็นสองข้างแต่ระดับการตกไม่เท่ากัน จะทำให้สังเกตเห็นว่าดวงตาสองข้างมีขนาดหรือรูปทรงไม่สมมาตรกัน
• อาการหนังตาตก มักมีผิวหนังเปลือกตาหย่อนคล้อย มีผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาบนมาก ทำให้เกิดการพับย่น หรือมีลักษณะนูนและหนาขึ้นบริเวณเปลือกตา

หนังตาตก

หนังตาตก คืออะไร ต้องผ่าตัดไหม ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจแก้ทรงตา

ผลลัพธ์หลังรับบริการ แก้ไขปัญหาหนังตาตก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

สาเหตุของหนังตาตก มีอะไรบ้าง ?
โดยส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาหนังตาตกไม่ได้เกิดจากความเสื่อมตามวัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยกระตุ้นซ่อนอยู่มากมายหลายประการ ที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตาโดยตรง และบ่อยครั้งสาเหตุเหล่านั้น อาจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราอาจมองข้าม หรือไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลยก็ได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างสามารถเช็กในหัวข้อนี้กันได้เลย

• หนังตาตกจากอายุที่เพิ่มขึ้น (Aging) ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของ การสูญเสียหรือเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนแอลง รวมทั้งทำให้ผิวหนังและไขมันหย่อนคล้อยลงมา ส่งผลให้เกิดปัญหาหนังตาตก
• หนังตาตกจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด เกิดขึ้นเมื่อ กล้ามเนื้อยกเปลือกตา ซึ่งมีหน้าที่หลักในการเปิดตา ไม่ได้พัฒนาอย่างสมบูรณ์ตามปกติ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลให้ตัวกล้ามเนื้อเองมีความอ่อนแรง หรือมีโครงสร้างที่ผิดปกติ หรือเกิดเป็นอาการหนังตาตกตั้งแต่กำเนิด
• หนังตาตกจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อ เป็นสาเหตุที่พบบ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เกิดจากการที่ พังผืดของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาซึ่งทำหน้าที่เหมือนเอ็นยึดกล้ามเนื้อไว้กับแผ่นเปลือกตา เกิดการยืดออก บางลง หรือหลุดออกจากตำแหน่งเกาะปกติ ทำให้หนังตาตกลงได้
• หนังตาตกจากปัญหาเส้นประสาท โรคหรือภาวะที่กระทบต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 ซึ่งควบคุมกล้ามเนื้อยกเปลือกตา เช่น โรคเบาหวาน, เนื้องอก, เส้นเลือดโป่งพอง, หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MG (Myasthenia Gravis) ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาหนังตาตกได้
• หนังตาตกจากการบาดเจ็บ อุบัติเหตุบริเวณรอบดวงตาหรือเปลือกตาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการถูกกระแทกอย่างรุนแรง การเกิดบาดแผล หรือแม้กระทั่งหลังการผ่าตัดบริเวณใกล้เคียง เป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา และทำให้หนังตาตกได้
• หนังตาตกจากการใช้คอนแทคเลนส์ การใส่และถอดคอนแทคเลนส์เป็นประจำทุกวันในระยะยาว การกระทำนี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างที่ละเอียดอ่อนภายในเปลือกตาได้ โดยเฉพาะพังผืดของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ทำให้การส่งแรงยกเปลือกตาลดลง และเกิดภาวะหนังตาตกตามมา
• หนังตาตกจากปัจจัยอื่น ๆ นอกจากปัจจัยที่พบได้บ่อยแล้ว ปัญหาหนังตาตกยังอาจเกิดจากปัจจัยอื่นได้ เช่น เนื้องอกหรือการอักเสบที่เปลือกตาโดยตรง หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบประสาท และภาวะเจ็บป่วยอื่นในร่างกาย ที่จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ต้นเหตุอย่างถูกต้อง

ข้อเสียจากปัญหาหนังตาตก
ในระยะเริ่มต้นปัญหาหนังตาตกอาจดูเหมือนส่งผลกระทบเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใสหรือดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ แต่ในความเป็นจริงนั้นภาวะหนังตาตกนี้ อาจแฝงข้อเสียและผลกระทบที่รุนแรงเอาไว้อีกมากกว่าที่คิด ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงปัญหาเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อจะได้ช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงความจำเป็นในการหาทางแก้ไขอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ดังนี้

• ปัญหาหนังตาตกอาจบดบังการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในส่วนบน ซึ่งหนังตาตกลงมาปิดรูม่านตาทำให้มุมมองของสายตาแคบลง
• ปัญหาหนังตาตกทำให้ต้องเงยหน้าหรือเลิกคิ้วเพื่อช่วยมอง จนอาจติดเป็นนิสัยเงยหน้าหรือยักคิ้วตลอดเวลา ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ
• ปัญหาหนังตาตกทำให้เกิดอาการตาล้า ปวดตา หรือปวดกระบอกตาได้ง่าย เพราะการพยายามเพ่งมองผ่านเปลือกตาที่ตก หรือการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยยกคิ้วตลอดเวลา ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและหน้าผากทำงานหนักเกินไป
• ปัญหาหนังตาตกทำให้ปวดศีรษะ ปวดคอ หรือปวดบ่า เพราะการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผากและการเงยหน้าค้างไว้เป็นเวลานาน สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ หรือส่งผลต่อกล้ามเนื้อคอและบ่าได้
• ปัญหาหนังตาตกทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส ดูแก่กว่าวัย เพราะดวงตาที่ดูปรือเหมือนง่วงนอนตลอดเวลา ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น และอาจดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง
• ปัญหาหนังตาตกส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ เพราะรูปลักษณ์ที่ดูไม่สดใส อาจลดทอนความมั่นใจในตัวเอง และส่งผลต่อบุคลิกภาพโดยรวมได้
• ปัญหาหนังตาตกทำให้ดวงตาดูไม่เท่ากัน หากหนังตาตกเพียงข้างเดียว หรือตกไม่เท่ากันทั้งสองข้าง จะทำให้ดวงตาดูไม่สมมาตรอย่างเห็นได้ชัด
• ปัญหาหนังตาตกทำให้ชั้นตาเปลี่ยนไป ดูไม่สวยงาม เพราะหนังตาตกอาจทำให้ชั้นตาเดิมหายไป เล็กลง หรือเกิดรอยพับย่นหลายชั้น ดูไม่สวยงาม
• ปัญหาหนังตาตกอาจรบกวนการทำกิจวัตรประจำวัน เพราะการมองเห็นที่ไม่ชัดเจนอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอ่านหนังสือ การขับรถ หรือการทำงานที่ต้องใช้สายตา
• ปัญหาหนังตาตกอาจทำให้ตาแห้งหรือระคายเคืองง่ายขึ้น ในบางกรณี ตำแหน่งเปลือกตาที่ผิดปกติอาจส่งผลต่อการกระจายตัวของน้ำตา หรือทำให้ขนตาบางส่วนทิ่มตา ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือตาแห้งได้
• ปัญหาหนังตาตกอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังบริเวณเปลือกตา เพราะผิวหนังส่วนเกินที่พับทับกัน อาจทำให้เกิดความอับชื้น หมักหมม หรือเสียดสี จนเกิดการระคายเคืองหรือผื่นคันได้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น

ทางเลือกในการแก้ไขหนังตาตก ไม่ผ่าตัด vs ผ่าตัด ต่างกันไหม
การเลือกวิธีจัดการกับปัญหาหนังตาตกในปัจจุบัน จะมีอยู่สองแนวทางหลัก คือการใช้วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด และการผ่าตัดหนังตาโดยตรง ซึ่งทั้งสองวิธีมีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

การแก้ไขหนังตาตกแบบไม่ผ่าตัด
การแก้ไขหนังตาตกแบบไม่ผ่าตัด มักเน้นใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย เช่น การใช้เครื่องมืออย่างโปรแกรม Ulthera , โปรแกรม Thermage หรือโปรแกรมเลเซอร์บางชนิด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวหนังบริเวณรอบดวงตาและคิ้ว รวมถึงการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกเพื่อช่วยยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทำให้ตาดูเปิดขึ้น หรือการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มส่วนที่ยุบตัว

• เหมาะกับปัญหาหนังตาตกแบบไหน วิธีนี้มักจะได้ผลดีกับผู้ที่มีปัญหาหนังตาตกใน ระดับน้อยถึงปานกลางตอนต้น โดยเฉพาะที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนัง หรือต้องการยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากกล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรงอย่างชัดเจน หรือกรณีมีหนังตาส่วนเกินมากๆ ได้
• ผลลัพธ์และความคงทน ผลลัพธ์ที่ได้มักจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ชัดเจนมากนัก และส่วนใหญ่จะไม่ถาวร จำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำเป็นระยะ ๆ ขึ้นอยู่กับหัตถการรักษาหนังตาตกที่ใช้
• การพักฟื้นและความเสี่ยง ข้อดีคือเจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย และแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ความเสี่ยงต่ำ อาจมีเพียงรอยแดง บวม หรือช้ำเล็กน้อยที่หายได้เอง (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
• ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายต่อครั้งอาจไม่สูงเท่าการผ่าตัดหนังตา แต่เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ต้องทำซ้ำ อาจมีค่าใช้จ่ายรวมที่สูงได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

การแก้ไขหนังตาตกแบบผ่าตัด
การแก้ไขหนังตาตกแบบผ่าตัด เป็นการแก้ไขปัญหาหนังตาตกที่โครงสร้างภายในของเปลือกตาโดยตรง โดยแพทย์จะทำการผ่าตัด โดยใช้เทคนิคแตกต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น การตัดหนังตาส่วนเกินออก ใช้การเย็บซ่อมแซมหรือปรับตำแหน่งพังผืดของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา หรือการใช้เทคนิคอื่น ๆ ในกรณีกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก เช่น การดึงกล้ามเนื้อหน้าผากมาช่วยยก ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาหนังตาตกและการประเมินของแพทย์ผู้ให้บริการ

• เหมาะกับปัญหาหนังตาตกแบบไหน การศัลยกรรมตา หรือผ่าตัดหนังตา สามารถแก้ไขปัญหาได้ ครอบคลุมและตรงจุดกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังตาตกระดับปานกลางถึงรุนแรง มีหนังตาส่วนเกินเยอะ มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ชัดเจน หนังตาตกแต่กำเนิด หรือกรณีที่หนังตาตกส่งผลกระทบต่อการมองเห็น

• ผลลัพธ์และความคงทน ให้ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจน สามารถยกเปลือกตาให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ดวงตาดูเปิด สดใส และแก้ปัญหาการบดบังการมองเห็นได้ ผลลัพธ์ถือว่า ค่อนข้างถาวรหรืออยู่ได้นานหลายปี (แต่อย่างไรก็ตามผิวหนังและกล้ามเนื้อก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยได้ในอนาคต)

• การพักฟื้นและความเสี่ยง การผ่าตัดหนังตา เป็นกระบวนการที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บ บวม หรือช้ำ ที่จำเป็นต้องมีระยะเวลาพักฟื้น นอกจากนั้นก็อาจจะทำให้มีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด และมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เลือดออก ติดเชื้อ แผลเป็นนูน ตาแห้ง หลับตาไม่สนิท ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

• ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดหนังตาต่อครั้ง อาจสูงกว่าหัตถการแก้ไขหนังตาตกทั่วไปแต่หากพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดเจนและคงทน อาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

หนังตาตกแบบไหนควรทำศัลยกรรมตา
การตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกนั้น อาจไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับทุกคนเสมอไป เนื่องจากความรุนแรงของปัญหาหนังตาตกในแต่ละเคสก็แตกต่างกัน แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหารุนแรง หรือไม่ตอบโจทย์ด้วยวิธีการทั่วไป การศัลยกรรมตาจะเข้าไปแก้ไขที่โครงสร้างต้นเหตุโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นหนังตาส่วนเกิน หรือความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้ยกเปลือกตา ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้ดีมากกว่า ทั้งยังตอบโจทย์ได้ดีกับปัญหาเหล่านี้

• ปัญหาหนังตาตกในระดับปานกลางถึงรุนแรง สังเกตได้ว่าขอบเปลือกตาบนตกลงมา ปิดทับรูม่านตาบางส่วนหรือทั้งหมด อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ผิวหนังหย่อนเล็กน้อย
• ปัญหาหนังตาตกที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นโดยเฉพาะการมองภาพในส่วนบน หรือต้อง คอยเงยหน้า หรือเลิกคิ้วขึ้นสูง ๆ เพื่อช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
• ปัญหาหนังตาตกที่มีหนังตาส่วนเกินหย่อนคล้อยมาก มีปริมาณผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนมากเกินไป จนเกิดการพับลงมาทับชั้นตาเดิม ทำให้บดบังการมองเห็น
• ปัญหาหนังตาตกที่เกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือพังผืดกล้ามเนื้อยืด หลุด มักพบในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยตรง หรือหลังการผ่าตัดตาบางชนิด
• ปัญหาหนังตาตกที่เป็นแต่กำเนิด อาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินและอาจต้องผ่าตัดหนังตา ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์
• ปัญหาหนังตาตกที่เริ่มมีอาการตาล้า ปวดศีรษะ หรือปวดคอบ่าเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลมาจากการต้องพยายามเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผากเพื่อยกเปลือกตา หรือต้องเงยหน้ามองตลอดเวลา
• ปัญหาหนังตาตกที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดเจนและอยู่ได้นาน
• ปัญหาหนังตาตกที่มีความไม่สมมาตรของตาสองข้างอย่างชัดเจน หากหนังตาตกเพียงข้างเดียว หรือตกสองข้างไม่เท่ากันมาก จนส่งผลต่อความสวยงามหรือรบกวนการมองเห็น การผ่าตัดศัลยกรรมตาจะช่วยปรับให้ตาสองข้างใกล้เคียงกันมากขึ้น

วิธีการผ่าตัดหนังตาตก เพื่อยกหนังตาสวย ดูอ่อนเยาว์
การเลือกเทคนิคผ่าตัดหนังตาเพื่อแก้ไขปัญหาหนังตาตกมีความเฉพาะเจาะจงและแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ทำให้เปลือกตาตกลง โดยแพทย์จะประเมินอย่างละเอียดว่าต้นตอของปัญหาคืออะไร เพื่อจะได้วางแผนการศัลยกรรมตา ด้วยเทคนิคที่สามารถเข้าไปแก้ไขโครงสร้างที่เป็นปัญหาได้อย่างตรงจุด และเหมาะสมที่สุด เช่น

• ผ่าตัดหนังตาตกด้วยการผ่าตัดกล้ามเนื้อยกเปลือกตา การผ่าตัดที่พบได้บ่อยที่สุดในการรักษาภาวะหนังตาตก โดยเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อหลักซึ่งทำหน้าที่ยกเปลือกตาบน ทำได้โดยการทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวมากขึ้น หรืออาจตัดส่วนปลายของกล้ามเนื้อนี้ให้สั้นลง จากนั้นเย็บกล้ามเนื้อติดกับแผ่นเปลือกตา ในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม
• ผ่าตัดหนังตาตกด้วยการดึงเปลือกตาด้วยกล้ามเนื้อหน้าผาก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหนังตาตกอย่างรุนแรง ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรงมากหรือแทบไม่ทำงานเลย โดยแพทย์จะใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ มาทำหน้าที่เป็นเสมือนสลิงเพื่อเชื่อมโยงระหว่างเปลือกตาบนกับกล้ามเนื้อหน้าผาก
• ผ่าตัดหนังตาตกด้วยการผ่าตัดหนังตาส่วนเกิน การผ่าตัดหนังตาตกด้วยการกำจัดหนังตาส่วนเกิน เป็นวิธีที่มุ่งเน้นไปที่การกำจัดผิวหนังส่วนเกิน และอาจรวมถึงไขมันส่วนเกินออกไป เพื่อทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างขึ้น

เนื่องจากแต่ละคลินิกหรือโรงพยาบาล อาจมีเทคนิคและแนวทางการผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจรายละเอียดของกระบวนการที่จะใช้ และผลลัพธ์ที่เป็นไปได้จากแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงก่อนตัดสินใจ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนได้รับผลการรักษาที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด

ใครเหมาะกับการศัลยกรรมตา แก้หนังตาตก
การศัลยกรรมตาเพื่อแก้ไขหนังตาตกถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับหลายคน อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็อาจมีข้อจำกัดหรือไม่เหมาะสมกับบุคคลบางกลุ่ม ด้วยปัจจัยทางสุขภาพ หรือลักษณะเฉพาะบางประการ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสมบัติของตัวเองเหมาะกับการรักษาหนังตาตกแบบนี้หรือไม่ ดังนี้

ผู้ที่เหมาะสำหรับศัลยกรรมตาแก้หนังตาตก
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังตาตกในระดับปานกลางถึงรุนแรง
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่หนังตาตกส่งผลกระทบต่อการมองเห็น
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังตาบนหย่อนคล้อยมาก
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขที่กล้ามเนื้อหรือพังผืดโดยตรง
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาหนังตาตกโดยตรง
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถบรรเทาอาการด้วยหัตถการอื่น ๆ ได้เท่าที่ควร
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด หรือหากมีโรคประจำตัว ควรได้รับอนุญาตจากแพทย์ผู้ให้บริการ
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่มีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล เข้าใจถึงข้อจำกัด ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกเหมาะสำหรับผู้ที่สามารถดูแลตัวเองหลังผ่าตัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ได้ รวมถึงมีความพร้อมในการพักฟื้น

ผู้ที่ไม่เหมาะสำหรับศัลยกรรมตาแก้หนังตาตก
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพรุนแรง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดที่รุนแรง โรคปอดรุนแรง หรือโรคเบาหวาน รวมถึงโรคที่ต้องผ่านการพิจารณาของแพทย์
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือกำลังทานยาละลายลิ่มเลือด รวมถึงยาต้านเกล็ดเลือด
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้งอย่างรุนแรง
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีการติดเชื้อที่ตาหรือเปลือกตา ในช่วงเวลาที่ต้องทำการผ่าตัดหนังตา
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากโรคทางระบบประสาท
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยาชาหรือยาสลบอย่างรุนแรง
• ศัลยกรรมตาแก้หนังตาตกไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

หนังตาตก

หนังตาตก คืออะไร ต้องผ่าตัดไหม ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจแก้ทรงตา

ผลลัพธ์หลังรับบริการ แก้ไขปัญหาหนังตาตก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หลังผ่าตัดหนังตาตก
การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก แม้จะเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่การผ่าตัดอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจตามมา จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ เพื่อเตรียมพร้อมและจัดการได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

• เลือดออกหรือเลือดคั่ง หลังผ่าตัดหนังตาอาจทำให้มีเลือดซึมออกมาจากแผลได้เล็กน้อย หรือในบางกรณีอาจเกิดก้อนเลือดคั่งสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้เปลือกตาบวมช้ำมากผิดปกติ
• การติดเชื้อ แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่หลังการผ่าตัดก็อาจทำให้มีความเสี่ยง ที่แผลผ่าตัดอาจเกิดการติดเชื้อได้
• แผลเป็น การผ่าตัดทุกชนิดย่อมทิ้งรอยแผลเป็นไว้ ซึ่งโดยปกติรอยแผลจากการผ่าตัดหนังตาตกจะถูกซ่อนอยู่ในรอยพับเปลือกตาและค่อย ๆ จางลงตามเวลา ขึ้นอยู่กับแพทย์และการดูแลของแต่ละคน
• ความไม่สมมาตรของตาสองข้าง เป็นไปได้ว่าหลังการผ่าตัดและเมื่ออาการบวมยุบลงแล้ว ระดับความสูงของเปลือกตา รูปร่าง หรือขนาดของชั้นตาของตาสองข้างอาจยังคงมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง
• การเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกหรืออาการชา บริเวณเปลือกตาหรือตามแนวแผลผ่าตัดอาจมีความรู้สึกชา หรือการรับความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราวและจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติได้เอง

ทีม APEX แนะนำการพักฟื้นและการดูแลหลังผ่าตัดหนังตาตก
หลังการผ่าตัดหนังตาตก หนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ก็คือการพักฟื้นและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้แผลผ่าตัดสมานตัวได้ดี ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเสริมผลลัพธ์ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสามารถนำเอาวิธีการต่าง ๆ ไปปรับใช้ได้ ดังนี้

• ประคบเย็น ในช่วง 1-2 วันแรกหลังผ่าตัด ควรประคบเย็นบริเวณรอบดวงตา (ไม่ใช่บนแผลโดยตรง) เพื่อช่วยลดอาการบวมและห้อเลือดหลังผ่าตัดหนังตา
• นอนหนุนศีรษะสูง เวลานอนในช่วงสัปดาห์แรก ควรใช้หมอน 2-3 ใบหนุนศีรษะให้สูงกว่าระดับลำตัว เพื่อช่วยลดอาการบวมบริเวณเปลือกตา พยายามนอนหงาย หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือตะแคงทับด้านที่ผ่าตัด
• ทำความสะอาดแผลเป็นประจำ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงรักษาความสะอาดของแผลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรให้แผลเปียกน้ำในระยะเวลานี้
• ทานยาตามแพทย์สั่ง ทานยาแก้ปวดตามอาการ และยาปฏิชีวนะ (หากแพทย์สั่ง) ให้ครบตามกำหนด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
• หลีกเลี่ยงการสัมผัส ขยี้ หรือเกาบริเวณแผล เพราะการสัมผัสแผลอาจนำไปสู่การติดเชื้อ หรือทำให้ไหมหลุดก่อนเวลาได้
• การป้องกันดวงตา โดยการสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกนอกอาคาร เพื่อป้องกันแสงแดด ลม และฝุ่นละออง งดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา และงดใส่คอนแทคเลนส์ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
• หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและอาการบวม ในขณะที่การสูบบุหรี่จะขัดขวางกระบวนการสมานตัวของแผล
• ทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารอ่อน ย่อยง่าย และดื่มน้ำให้เพียงพอ รวมถึงอาจหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัดที่อาจส่งเสริมอาการบวม
• สังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ บวมแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ มีหนองไหลจากแผล เลือดออกไม่หยุด หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที
• เข้าพบแพทย์ตามนัด เข้ารับการตรวจติดตามผลและตัดไหมตามที่แพทย์นัดหมายอย่างสม่ำเสมอ

สรุปหนังตาตกควรแก้ด้วยวิธีไหน การผ่าตัดตอบโจทย์ได้จริงไหม ?
การเลือกวิธีแก้ไขหนังตาตกที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความรุนแรงของปัญหา และความคาดหวังเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล หากเป็นกรณีที่หนังตาตกเพียงเล็กน้อย หรือเกิดจากผิวหย่อนคล้อยเพียงบางส่วน วิธีการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดอาจช่วยปรับปรุงอาการได้ในระดับหนึ่ง แต่ในกรณีที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาส่วนเกินมาก หรือปัญหาเริ่มส่งผลกระทบต่อการมองเห็น การผ่าตัดหนังตาจะเป็นทางเลือกที่ตรงจุดและให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดเจน

ซึ่งใครที่ยังลังเล การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้สามารถหาทางรักษาหนังตาตกที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างแท้จริง สามารถติดต่ที่ อเพื่อขอคำปรึกษาในการทำศัลยกรรมแก้หนังตาตก หรือสอบถามรายละเอียดของหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ค่ะ

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ หนังตาตก คืออะไร ต้องผ่าตัดไหม รู้ก่อนตัดสินใจแก้ทรงตา,หนังตาตก หรือสอบถามรายละเอียด โปรโมชั่นพิเศษ หรือ หัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางค่ะ

Apex
Apex

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ Apex Clinic สาขาเพลินจิต

หนังตาตกแก้ได้ แต่ควรเลือกวิธีไหน? ไขทุกข้อสงสัยเรื่องผ่าตัดหนังตา พร้อมทริคช่วยตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองที่สุด เช็กเลย หนังตาตก ต้องผ่าตัดไหม ? ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจแก้ทรงตา

978
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
รับโปรโมชั่นพิเศษ
รับโปรโมชั่นพิเศษ
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี
โทรสอบถามโปรโมชั่น
โทรสอบถามโปรโมชั่น