Coolsculpting นวัตกรรมสลายไขมันด้วยความเย็น คืออะไร ได้ผลจริงไหม

หน้าแรก » Coolsculpting » Coolsculpting นวัตกรรมสลายไขมันด้วยความเย็น คืออะไร ได้ผลจริงไหม
ว.66289
Coolsculpting คืออะไร นวัตกรรมสลายไขมันด้วยความเย็น
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

CoolSculpting คือการลดไขมันด้วยความเย็น สำหรับคนที่ตั้งใจลดหุ่นแทบตายแต่พุงหมาน้อย เหนียง หรือต้นขาก็ยังไม่ยอมหาย ซึ่งถ้าใครกำลังสนใจว่าเครื่องนี้จะช่วยให้กลับมาหุ่นดีได้จริงไหม วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบ ตั้งแต่กลไกการทำงาน ข้อดี พร้อมกางพิกัดว่าทำจุดไหนได้บ้าง เพื่อให้เช็กกันไปเลยว่าหุ่นแบบเราเหมาะกับเครื่องนี้จริงหรือเปล่า

Coolsculpting คืออะไร

Coolsculpting คือเครื่องลดไขมันสะสม ด้วยกระบวนการ Cryolipolysis นำเข้าโดย Allergan Aesthetics ซึ่งใช้ความเย็นจัดในระดับอุณหภูมิติดลบประมาณ -11 องศาเซลเซียส ทำให้เซลล์ไขมันตายลง เหมาะกับคนที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินที่ลดยาก โดยลดการสะสมของไขมันประมาณ 27% หลังผ่านไป 6 เดือน จากข้อมูลของทางผู้ผลิตเอง

Coolsculpting ทำงานอย่างไร

CoolSculpting ลดไขมันด้วยกระบวนการ Cryolipolysis หรือการใช้ความเย็นจัดแช่แข็งเซลล์ไขมันให้ตายลง โดยมีกลไกการทำงาน ดังนี้

Coolsculpting ทำงานอย่างไร

  • ส่งความเย็นเจาะจงชั้นไขมัน : หัวสุญญากาศ (Vacuum) จะดึงก้อนไขมันขึ้นมา พร้อมปล่อยความเย็นลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยเฉพาะ
  • เซลล์ไขมันตกผลึกและสลายตัว : ความเย็นจัดจะทำให้ไขมันจับตัวเป็นผลึกแข็ง ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลล์ไขมันฝ่อและตายลงตามธรรมชาติ
  • เม็ดเลือดขาวกำจัดเซลล์ไขมัน : เมื่อเซลล์ไขมันตาย ภูมิคุ้มกันจะส่งเม็ดเลือดขาว เข้ามาย่อยสลายและเก็บซากเซลล์ไขมัน ก่อนส่งต่อไปยังระบบน้ำเหลือง
  • ขับไขมันออกจากร่างกาย : ร่างกายขับไขมันออกจากร่างกายผ่านระบบขับถ่ายตามธรรมชาติ ส่งผลให้ชั้นไขมันบริเวณที่ทำบางลง

Coolsculpting ต่างจากการลดไขมันทั่วไปอย่างไร

ความแตกต่างคือ CoolSculpting จะเข้าไปแช่แข็งเพื่อลดจำนวนเซลล์ไขมันให้ตายและขับทิ้งไป ขณะที่การลดน้ำหนักหรือคุมอาหารทั่วไป เป็นเพียงการทำให้ขนาดของเซลล์ไขมันเดิมหดเล็กลง แต่จำนวนเซลล์ยังอยู่เท่าเดิม แต่ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของไขมันก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมด้วย

ข้อดีของ Coolsculpting

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกทำ CoolSculpting ในการลดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด มีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้

  • ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใช้เข็ม
  • สัดส่วนค่อย ๆ ลดลง ดูเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยกำจัดไขมันใต้ผิวหนัง ณ บริเวณที่ทำ
  • ใช้เวลาทำน้อยและไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • มีเทคโนโลยี Freeze Detect ช่วยควบคุมอุณหภูมิ
  • เลือกใช้หัวให้เหมาะสมกับสรีระเฉพาะจุดได้

Coolsculpting ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง

Coolsculpting ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง

CoolSculpting สามารถทำได้เกือบทุกจุดทั่วร่างกายที่มีปัญหาไขมันดื้อลดเนื้อยาก โดยบริเวณที่เคสส่วนใหญ่มักเข้ามาทำก็จะมีหลัก ๆ มีดังนี้

  • ใต้คางและใต้ขอบกราม : ช่วยลดปัญหาคางสองชั้น และหน้าให้คมชัดขึ้น
  • หน้าท้อง : ทั้งหน้าท้องส่วนบนและส่วนล่าง เป็นจุดที่ทำเพื่อการดูแลรูปร่าง
  • เอวและข้างลำตัว : ช่วยสร้างส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายให้สมส่วนมากขึ้น
  • ต้นขา : ทำได้ทั้งต้นขาด้านในและต้นขาด้านนอก ช่วยปรับสัดส่วนส่วนล่าง
  • แผ่นหลัง : บริเวณไขมันใต้แถบเสื้อชั้นในหรือไขมันบริเวณสะบัก
  • ต้นแขน : ช่วยลดความหย่อนคล้อยและไขมันส่วนเกินบริเวณท้องแขน
  • ก้น : ไขมันส่วนเกินบริเวณใต้แก้มก้น หรือที่เรียกว่าบานาน่าโรล
  • หน้าอก (ในผู้ชาย) : ช่วยลดเนื้อนมที่เกิดจากไขมันสะสมในผู้ชาย
  • นมน้อย : ลดก้อนไขมันส่วนเกินที่ปลิ้นออกมาระหว่างหน้าอกกับรักแร้

ในบางเคสอาจเลือกทำเพียงจุดเดียวเพื่อแก้ไขเฉพาะจุด หรือทำควบคู่กันหลายจุดทั่วร่างกายเพื่อปรับสัดส่วน ซึ่งขึ้นอยู่กับการประเมินของแต่ละคนอีกครั้ง

Coolsculpting มีกี่หัว ต่างกันอย่างไร

Coolsculpting มีกี่หัว ต่างกันอย่างไร

หัวของ Coolsculpting (แอปพลิเคเตอร์) ถูกพัฒนาให้มีความหลากหลาย เพื่อให้สามารถแนบสนิทกับสรีระเฉพาะจุดที่มีความโค้งเว้าแตกต่างกันได้ ดังนี้

ชื่อหัว ลักษณะของหัวเครื่อง บริเวณที่นิยมใช้
CoolMini หัวขนาดเล็ก ออกแบบมาเพื่อพื้นที่แคบและโค้ง
  • ใต้คาง (เหนียง)
  • นมน้อย (ใกล้รักแร้)
  • ไขมันเหนือเข่า
CoolAdvantage Petite ขนาดเล็กกว่ารุ่นมาตรฐาน ออกแบบมาเพื่อรับสรีระที่เล็กลง
  • ต้นแขนด้านใน
  • ต้นขาด้านใน
  • พื้นที่หน้าท้องขนาดเล็ก
CoolAdvantage หัวขนาดมาตรฐานที่เป็นที่นิยม ให้ความเย็นครอบคลุมหลายตำแหน่ง
  • หน้าท้อง
  • เอว
  • ปีกนางฟ้า
  • แขน
  • ขาใน
  • หน้าอกผู้ชาย
  • ใต้ก้น
CoolAdvantage Plus หัวขนาดใหญ่ สำหรับพื้นที่กว้าง
  • หน้าท้อง
  • เอว
CoolSmooth Pro หัวแบนราบ ใช้การวางนาบผิว
  • ต้นขาด้านนอก
  • หน้าท้องที่มีไขมันหนาแน่นและแข็ง

*รายละเอียดของหัวและบริเวณที่เหมาะสมอาจต่างกันไปตามรุ่นของเครื่อง

Coolsculpting มีกี่รุ่น

เครื่องที่เป็นลิขสิทธิ์จากบริษัท Allergan Aesthetics หากแบ่งตามเจเนอเรชันหลัก ๆ ของตัวเครื่อง จะมี 2 รุ่น ได้แก่

CoolSculpting รุ่นเดิม

เป็นตัวเครื่องเจเนอเรชันแรกที่ใช้หัวเครื่อง (Applicator) ดีไซน์รูปตัวยู ซึ่งใช้เวลาในการรักษาประมาณ 35–60 นาทีต่อจุด โดยสามารถหนีบจับสลายไขมันด้วยความเย็นได้ครั้งละ 1 หัวเครื่องต่อการทำงานของตัวเครื่องหนึ่งเครื่อง

CoolSculpting Elite

CoolSculpting Elite เป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาหัวเครื่องใหม่ให้โค้งรับสรีระได้ดีขึ้นและเพิ่มพื้นที่สัมผัสความเย็นได้มากขึ้น อีกทั้งยังออกแบบมาให้มีหัวเครื่องคู่ (Dual Applicators) ทำให้สามารถรักษาพร้อมกันได้ถึง 2 จุด ช่วยประหยัดเวลาทำหัตถการลงได้ค่อนข้างมาก

ทำ Coolsculpting กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานไหม

การทำ Coolsculpting ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนตั้งแต่การทำเพียง 1 ครั้งในบริเวณนั้น ๆ โดยไขมันจะค่อย ๆ สลายตัวออกไปตามธรรมชาติและเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือน ซึ่งหลังจากทำแล้วก็สามารถมาทำซ้ำได้ตามคำแนะนำ

Coolsculpting ทำแล้วมีแผลเหมือนดูดไขมันไหม

การทำ Coolsculpting ไม่มีแผลกรีดหรือรอยเย็บเหมือนการดูดไขมัน เพราะจะใช้หัวเครื่องส่งความเย็นระดับติดลบผ่านผิวหนัง โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือมีดผ่าตัดเลย หลังจากทำเสร็จ ผิวบริเวณนั้นอาจจะมีแค่รอยแดง รอยช้ำ หรือความรู้สึกระบมคล้ายตอนที่เราไปออกกำลังกายหนัก ๆ (ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส)

Coolsculpting เหมาะกับใคร

Coolsculpting เหมาะกับใคร

ถ้ากำลังสงสัยว่าตัวเองเหมาะกับการทำ CoolSculpting ไหม ลองเช็กลิสต์เหล่านี้ดู เพราะตอบโจทย์กลุ่มคนที่มีปัญหา ดังนี้

  • ผู้ที่มีก้อนไขมันส่วนเกินในบริเวณต่าง ๆ เช่น หน้าท้อง เอว หรือต้นขา
  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ เพราะไม่ใช่การลดน้ำหนักเพื่อรักษาโรคอ้วน
  • ผู้ที่กังวลเรื่องการวางยาสลบ หรือไม่มีเวลาพักฟื้นหลังทำ Coolsculpting
  • ผู้ที่ต้องการให้สัดส่วนดูเล็กลงอย่างดูเป็นธรรมชาติ ตามกลไกของร่างกาย
  • ผู้ที่มีความยืดหยุ่นของผิวหนังในระดับที่ดี ช่วยให้ผิวหนังไม่หย่อนคล้อยเกินไป

Coolsculpting ไม่เหมาะกับใคร

เนื่องจาก Coolsculpting เป็นการใช้ความเย็นจัดระดับติดลบ จึงมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่แนะนำให้ทำ หรือต้องหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับความเย็น เช่น โรคแพ้ความเย็น
  • สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ)
  • ผู้ที่มีแผลสดหรือผิวหนังอักเสบ ไม่ควรมีแผล เปิด ผื่นคัน หรือการติดเชื้อ
  • ผู้ที่มีภาวะไส้เลื่อน โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องการทำ เช่น หน้าท้อง
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดในบริเวณที่จะทำ ควรเว้นให้แผลผ่าตัดหายสนิทก่อน
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • ผู้ที่มีความคาดหวังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น ใช้เพื่อลดน้ำหนัก

หลังทำ Coolsculpting มีผลข้างเคียงไหม

หลายคนมักจะกังวลเรื่องผลข้างเคียงกันเยอะ ซึ่งปกติจากหลาย ๆ เคส การลดไขมันวิธีนี้จะไม่ได้มีผลข้างเคียงอันตราย แต่เนื่องจากเป็นการใช้ความเย็นจัดระดับติดลบไปแช่แข็งไขมัน ร่างกายจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองบางอย่างเกิดขึ้น เช่น

ระยะเวลา อาการที่พบได้ การดูแลตัวเองเบื้องต้น
ทันทีหลังทำ ผิวแดง เย็นจัด ผิวเป็นก้อนแข็งชั่วคราว เจ้าหน้าที่จะนวดคลายชั้นไขมันให้ อาการจะดีขึ้นประมาณไม่กี่ชั่วโมง
1 – 2 สัปดาห์แรก ระบม ตึงผิว (คล้ายปวดกล้ามเนื้อ), มีรอยช้ำ, คันหรือเสียวแปล๊บใต้ผิว ทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ และแนะนำให้สวมเสื้อผ้าหลวม ๆ
3 – 4 สัปดาห์ขึ้นไป อาการระบมหายสนิท แต่อาจยังรู้สึกชาผิวอ่อน ๆ หลงเหลืออยู่ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยเร่งการขับถ่ายเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกจากร่างกาย

ซึ่งเคสไหนถ้าทำ Coolsculpting ไปแล้วมีอาการปวดรุนแรงขึ้นจนทนไม่ไหว ผิวหนังพุพองเป็นตุ่มน้ำคล้ายโดนหิมะกัด หรือผ่านไปหลายเดือนแล้วผิวหนังผิดปกติ ควรรีบกลับมาเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที

ก่อนทำ Coolsculpting เตรียมตัวอย่างไร

ก่อนทำ Coolsculpting เตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนทำ Coolsculpting ไม่ยุ่งยากเลย แค่เคลียร์ร่างกายให้พร้อมและเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะ เพื่อให้ตอนทำและหลังทำสบายตัว ดังนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติการแพ้ความเย็น หรือการผ่าตัด
  • ปรึกษาและประเมินสรีระกับผู้ให้บริการ เพื่อวางแผนและเลือกหัวให้เหมาะสม
  • เข้ารับบริการในวันที่ร่างกายปกติ ไม่มีไข้ หรือไม่มีอาการอักเสบของผิวหนัง
  • แนะนำให้ใส่ชุดที่หลวมสบาย เพื่อความสะดวกในการติดหัวเครื่องมือ
  • ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร แต่ควรหลีกเลี่ยงมื้อหนักที่ทำให้แน่นท้อง
  • เตรียมความพร้อมด้านเวลา เผื่อเวลาสำหรับการนวดหลังทำ Coolsculpting

ขั้นตอนการทำ Coolsculpting

ขั้นตอนการทำ Coolsculpting ถ้าทำจุดเล็ก ๆ อย่างเหนียงจะใช้เวลาประมาณ 35 นาที แต่ถ้าเป็นจุดใหญ่ที่เนื้อเยอะหน่อยอย่างหน้าท้องหรือต้นขา อาจจะขยับไปที่ 45 นาทีต่อจุด โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้

  • ตรวจประเมิน วัดความหนาไขมัน วาดจุดทำหัตถการ และออกแบบแผนร่วมกัน
  • แปะแผ่นเจลป้องกัน วางแผ่นเจลลดอุณหภูมิ เพื่อเซฟผิวชั้นบนไม่ให้เบิร์นเย็น
  • ติดหัวเครื่องแช่แข็ง เครื่องจะดูดและปล่อยความเย็นจัด ช่วงแรกจะตึงและเย็นจัดจนชา
  • นอนรอเครื่องทำงาน ใช้เวลาประมาณ 35-45 นาทีต่อจุด ขึ้นอยู่กับว่าทำจุดไหน
  • ถอดเครื่องแล้วนวด โดยนวดทันที 2 นาที เพื่อให้เซลล์ไขมันแตกตัวและสลายได้ดีขึ้น

การดูแลตัวเองหลังทำ Coolsculpting

เคล็ดลับหลังจากทำ Coolsculpting ไปแล้ว แนะนำให้ดูแลตัวเองตามนี้ เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ดังนี้

  • นวดคลึงเบา ๆ บริเวณที่ทำช่วง 2-3 วันแรก เพื่อช่วยเร่งการกำจัดเซลล์ไขมัน
  • ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายเซลล์ไขมันตามธรรมชาติ
  • คุมอาหาร-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อบล็อกไขมันใหม่และคงสัดส่วน
  • งดชุดรัดแน่น 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อลดการเสียดสีและลดอาการระบมผิว
  • เลี่ยงซาวน่าหรือน้ำอุ่นจัดใน 1-2 วันแรก หากผิวยังมีรอยบวมแดง
  • ติดตามผลตามนัด เข้าประเมินสัดส่วนกับผู้ให้บริการเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง (ถ้ามี)

รีวิว Coolsculpting เคสตัวอย่าง

รีวิว Coolsculpting เคสที่ 1 : ไขมันสะสมบริเวณท้องแขน

รีวิว Coolsculpting

มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณท้องแขน (Upper Arm) ที่หย่อนคล้อยเป็นถุงกาแฟ ทำให้แขนดูใหญ่ ซึ่งพอติดตามในสัปดาห์ที่ 4 ไขมันจะลดลงเล็กน้อย ในขณะที่สัปดาห์ที่ 8 จะเห็นว่าท้องแขนที่เคยห้อยย้อยหดกระชับและดูลีนขึ้น

รีวิว Coolsculpting เคสที่ 2 : มีไขมันส่วนเกิน Bra Fat และขอบเอว

รีวิว Coolsculpting

มีปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณขอบชุดชั้นใน (Bra Fat) และเนื้อปลิ้นขอบเอว (Love Handles) ที่ทำให้เวลาใส่เสื้อรัดรูปหรือสปอร์ตบราแล้วดูไม่มั่นใจ ซึ่งหลังทำไปแล้วในสัปดาห์ที่ 8 จะเห็นว่าห่วงยางรอบเอวและเนื้อปลิ้นใต้บราลดลง

รีวิว Coolsculpting เคสที่ 3 : ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง

รีวิว Coolsculpting

มีชั้นไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง ที่พองยื่นออกมาจนทำให้พุงดูป่องและหาเสื้อผ้าใส่เพื่ออำพรางหุ่นได้ยาก ซึ่งหลังทำไปในสัปดาห์ที่ 8 หน้าท้องหนา ๆ ดูยุบลง หุ่นดูสมส่วนขึ้น

Coolsculpting ราคาเท่าไหร่

โปรแกรม Coolsculpting ในบ้านเราส่วนใหญ่จะคิดราคาเป็นรายหนีบ (รายจุด/แอปพลิเคเตอร์) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8,000 ถึง 15,000 บาทต่อจุด ถ้าเป็นพื้นที่ใหญ่ ๆ อย่างหน้าท้องหรือสะโพก ค่าใช้จ่ายโดยรวมก็อาจจะขยับขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไปทางคลินิกมักจะมีแพ็กเกจเหมาหลายจุดให้

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Coolsculpting

Coolsculpting ต้องทํากี่ครั้ง

ส่วนใหญ่ทำแค่ครั้งเดียวก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่จะได้สัดส่วนตามใจคิดไหม หรือต้องซ้ำอีกรอบ อันนี้ขึ้นอยู่กับความหนาของก้อนไขมันดั้งเดิม และเป้าหมายของแต่ละคนตอนที่ประเมิน

Coolsculpting ใช้เวลากี่วันถึงจะเห็นผล

สัดส่วนจะไม่ได้ยุบฮวบทันทีหลังทำ ร่างกายต้องใช้เวลาเคลียร์เซลล์ไขมันที่ตายแล้ว โดยจะเริ่มสังเกตเห็นว่าเนื้อนิ่มลงและสัดส่วนเริ่มเปลี่ยนในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ประมาณ 3 เดือน

Coolsculpting หน้าท้อง กี่หนีบ

หน้าท้องแต่ละคนกว้างยาวไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยทั่วไปจะเริ่มที่ประมาณ 2-4 จุดขึ้นไป ใครที่มีแค่พุงหมาน้อยใต้สะดือก็อาจจะใช้น้อยหน่อย แต่ถ้าอยากเก็บเนื้อหน้าท้องทั้งแผงรวมถึงรอบเอวด้วย ก็ต้องเพิ่มตามสรีระจริง

ทำ Coolsculpting เหนียงได้ไหม

สามารถทำได้โดยใช้หัวเครื่องมือรุ่น CoolMini ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก เพื่อช่วยปรับกรอบหน้าและลดการสะสมของไขมันบริเวณใต้คางได้

Coolsculpting ลดไขมันช่องท้องได้ไหม

เครื่องนี้ทำได้แค่หนีบก้อนไขมันนิ่ม ๆ ในชั้นใต้ผิวหนังเท่านั้น ส่วนไขมันช่องท้องที่อยู่ลึกไปเกาะตามอวัยวะภายใน (ที่ทำให้พุงดูกลมแข็ง) ความเย็นอาจลงไปไม่ถึง

สรุป

CoolSculpting คือการลดไขมันด้วยความเย็นจัด เช่น หน้าท้อง หรือเหนียง โดยเคสทั่วไปหลังทำจะมีแค่อาการระบมหรือช้ำคล้ายเพิ่งออกกำลังกายหนัก ไม่ต้องพักฟื้น และจะเริ่มเห็นสัดส่วนลดลงเต็มที่ประมาณ 1 ถึง 3 เดือน เหมาะกับคนที่มีไขมันดื้อลดยากแต่มีน้ำหนักปกติ ซึ่งผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

แชร์บทความ
พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ว.66289
บทความโดย พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Coolsculpting Elite

Coolsculpting Elite คืออะไร ลดไขมันด้วยความเย็น ดียังไง

CoolSculpting Elite เป็นหัตถการที่ได้รับความสนใจในกลุ่มคนที่ต้องการดูแลรูปร่าง มีไขมันสะสมที่ลดยาก หรือมีข้อจำกัดเรื่องการจำกัดอาหารและการออกกำลังกาย