การฉีดฟิลเลอร์นอกจากเทคนิคการฉีดของแพทย์แล้ว การดูแลหลังฉีดก็เป็นอีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ที่ควรระวังเรื่องการกด นวด ความร้อน และพฤติกรรมบางอย่าง หมอจึงสรุปให้ว่า หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามทำอะไร กี่วันถึงเข้าที่ และควรดูแลอย่างไรให้อยู่ได้นานขึ้น
หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามทำอะไรบ้าง
หลังฉีดฟิลเลอร์ หมออยากให้ระวังพฤติกรรมบางอย่างในช่วงแรก เพราะอาจมีผลต่ออาการบวม ช้ำ และการเข้าที่ของฟิลเลอร์ ดังนี้
- งดกด นวด หรือจับบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนหรือเข้าที่ไม่สวย
- งดนอนคว่ำ หรือนอนตะแคงกดทับบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะเคสฉีดใต้ตา แก้ม หรือคาง
- งดออกกำลังกายหนักในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพราะความร้อนและการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้บวมมากขึ้น
- งดซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ร้อน หรือทำหัตถการที่ใช้ความร้อนบริเวณใบหน้าในช่วงแรก
- งดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจกระตุ้นให้บวม ช้ำ หรือยุบบวมช้ากว่าปกติ
- งดแต่งหน้าทันทีหลังฉีด อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองบริเวณรอยเข็ม
- ไม่ควรแกะ เกา หรือกดรอยเข็ม แม้จะรู้สึกคันเล็กน้อย เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ทันที
วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ อาจมีบวม ตึง หรือรอยเข็มเล็กน้อยได้ หมอแนะนำให้ดูแลอย่างเบามือและหลีกเลี่ยงการรบกวนผิวบริเวณที่ฉีด ดังนี้
- อาจรู้สึกตึงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะเคสใต้ตา แก้ม หรือปาก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
- งดนวด คลึง หรือกดบริเวณที่ฉีด เพราะฟิลเลอร์ยังอยู่ในช่วงเริ่มเซตตัว
- ประคบเย็นเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่กดแรงลงบนผิว
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิดอุ้มน้ำและเข้าที่ได้ดีขึ้น
- งดแต่งหน้าบริเวณรอยเข็มอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เพื่อลดการระคายเคืองและลดโอกาสสิ่งสกปรกสัมผัสผิว
- เลี่ยงออกกำลังกายหนัก แดดจัด ซาวน่า หรือความร้อนในวันแรก เพราะอาจทำให้บวมมากขึ้น
- คืนแรกหมอแนะนำให้นอนหงาย หนุนหมอนสูงเล็กน้อย และหลีกเลี่ยงการนอนกดทับบริเวณที่ฉีด
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ช่วง 48 ชั่วโมงแรก
ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ หมออยากให้ระวังเรื่องการกด นวด ความร้อน และพฤติกรรมที่อาจทำให้บวมช้ำมากขึ้น ดังนี้
- อาการบวมอาจยังเห็นอยู่ โดยเฉพาะเคสฉีดปาก ใต้ตา หรือร่องแก้ม เพราะบางเคสวันที่ 2 จะบวมชัดกว่าวันแรกได้
- หากมีรอยช้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง เขียว หรือเหลืองอ่อน รอยช้ำกำลังค่อย ๆ จางลง ไม่ควรกดคลึง
- เลี่ยงอาหารเค็มจัด หมูกระทะ ชาบู หรืออาหารโซเดียมสูง เพราะอาจทำให้หน้าบวมน้ำ
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพราะบางเคสจะบวมแดงง่าย หรือมีรอยช้ำชัดขึ้น
- เลี่ยงการออกกำลังกายที่เหงื่อออกมาก เช่น วิ่ง เวทหนัก โยคะร้อน เพราะอาจกระตุ้นให้บวมขึ้น
- ล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ให้ใช้มือเบา ๆ ไม่ถูแรงบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะเคสคาง แก้ม และใต้ตา
- หากต้องแต่งหน้า ให้แตะเบา ๆ และล้างออกให้สะอาด ไม่ควรใช้แปรงหรือฟองน้ำกดแรงบนตำแหน่งที่ฉีด
- นอนหงาย และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงกดทับข้างที่ฉีด โดยเฉพาะเคสเติมขมับ หรือเติมแก้ม
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีดฟิลเลอร์ เป็นช่วงที่อาการบวมช้ำค่อย ๆ ลดลงและฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่ หมอแนะนำให้ดูแลต่อเนื่องเพื่อให้ทรงออกมาสวย ดังนี้
- หากยังรู้สึกตึง บวม หรือคลำเจอก้อนเล็ก ๆ ไม่ควรกดนวดเอง ควรปล่อยให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ เซตตัว
- งดเลเซอร์ร้อน RF HIFU หรือหัตถการที่ใช้ความร้อนบริเวณที่ฉีด เพราะอาจรบกวนการเข้าที่ของฟิลเลอร์
- เลี่ยงนวดหน้า กัวซา กดจุด หรือทรีตเมนต์ที่ต้องออกแรงกดบนใบหน้า โดยเฉพาะเคสใต้ตา แก้ม คาง และขมับ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้พอ และเลี่ยงการลดน้ำหนักหักโหม เพื่อให้ผิวดูอิ่มฟู
- เมื่อครบประมาณ 2 สัปดาห์ ทรงฟิลเลอร์จะเริ่มประเมินได้ชัดขึ้น หากมีจุดที่อยากปรับ ควรให้แพทย์เป็นผู้ดูแล
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ช่วง 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน
ช่วง 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนหลังฉีดฟิลเลอร์ เป็นช่วงที่ฟิลเลอร์เข้าที่มากขึ้น หมอแนะนำให้ดูแลผิวต่อเนื่องเพื่อให้ผลลัพธ์ดูสวยและอยู่ได้นาน ดังนี้
- โดยทั่วไปทรงฟิลเลอร์จะเริ่มนิ่งขึ้น บวมช้ำน้อยลง และเห็นผลลัพธ์ชัดขึ้น
- หากยังรู้สึกไม่สมมาตรเล็กน้อย หรือมีจุดที่อยากปรับ หมอแนะนำให้เข้ามาประเมิน ไม่ควรกดหรือนวดแก้เอง
- ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นและทากันแดดเป็นประจำ เพราะผิวที่แข็งแรงจะช่วยให้ผลลัพธ์โดยรวมดูเนียนขึ้น
- เลี่ยงความร้อนสะสมบ่อย ๆ เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือเลเซอร์ร้อนบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายไวขึ้น
- รักษาน้ำหนักให้ค่อนข้างคงที่ เพราะการลดน้ำหนักเร็วเกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูยุบ
หลังฉีดฟิลเลอร์ควรและไม่ควรทานอะไร
ฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร อาหารและเครื่องดื่มบางอย่างมีผลต่ออาการบวมช้ำได้ หมออยากให้เลือกทานให้เหมาะในช่วงแรกเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่สวยขึ้น ดังนี้
ควรทานหลังฉีดฟิลเลอร์
- ดื่มน้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิดอุ้มน้ำและดูอิ่มฟูขึ้น
- ทานโปรตีนดี ๆ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
- ทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม เบอร์รี เพื่อช่วยดูแลผิวและลดโอกาสช้ำง่าย
- เลือกอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย โดยเฉพาะเคสฉีดฟิลเลอร์ปากที่อาจยังตึงหรือบวมเล็กน้อย
- ทานอาหารรสอ่อนในช่วงแรก เพื่อลดโอกาสบวมน้ำและช่วยให้ยุบบวมได้ดีขึ้น
ไม่ควรทานหลังฉีดฟิลเลอร์
- งดแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้บวมแดง ช้ำง่าย หรือยุบบวมช้าลง
- เลี่ยงอาหารเค็มจัดหรือโซเดียมสูง เช่น ชาบู หมูกระทะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะอาจทำให้หน้าบวม
- เลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือหมักดอง เพราะบางเคสอาจกระตุ้นให้บวมและระคายเคืองได้ง่าย
- งดอาหารร้อนจัดในช่วงแรก โดยเฉพาะเคสฉีดฟิลเลอร์ปาก เพราะอาจทำให้บวมตึงมากขึ้น
- เลี่ยงการดูดหลอดหรือเคี้ยวของแข็งมาก ๆ ในเคสฉีดปากและคาง
หลังฉีดฟิลเลอร์กี่วันถึงเข้าที่
ปกติแล้วฟิลเลอร์จะเริ่มเซ็ตตัวและกลืนไปกับผิว จนดูสวยเป็นธรรมชาติในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์ โดยในช่วง 3 ถึง 7 วันแรกอาจจะยังมีความรู้สึกตึง ๆ หรือบวมเป่งอยู่บ้าง ซึ่งหมอเคยเจอเคสฉีดปากไปแล้วจิตตกในวันที่สามเพราะปากดูเจ่อหนาเกินไป แต่พอครบเดือนเนื้อฟิลเลอร์ละมุนกลายเป็นทรงสวยเข้าที่พอดี ควรรอให้เนื้อเจลผสานกับชั้นผิวอย่างเต็มที่ก่อน แล้วจะเห็นผลลัพธ์ที่สวยละมุน
หลังฉีดฟิลเลอร์ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม
ฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและบริเวณที่ฉีด โดยอ้างอิงจากงานวิจัยใน Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology ที่ศึกษาเรื่องความคงตัวของไฮยาลูโรนิกแอซิด พบว่าฟิลเลอร์ยืดหยุ่นสูงจะสลายช้าในจุดที่ไม่ค่อยขยับอย่างขมับหรือใต้ตา ส่วนจุดที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปากจะอยู่ได้สั้นกว่า ซึ่งหมอจะช่วยประเมินและเลือกโมเลกุลที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ที่สวยละมุนและอยู่ได้นาน
การป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อน หรือเสื่อมไว
การป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนหรือเสื่อมไว ควรเริ่มจากการดูแลพฤติกรรมระยะยาว เพราะฟิลเลอร์จะอยู่ได้นาน ขึ้นอยู่กับทั้งตำแหน่งที่ฉีดและการใช้ชีวิตของแต่ละคน ดังนี้
- เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะการวางชั้นผิวและปริมาณฟิลเลอร์มีผลต่อการคงตัวของทรง
- ไม่เติมฟิลเลอร์ถี่เกินไป ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมหรือทรงดูไม่เป็นธรรมชาติ
- หลีกเลี่ยงการขยับบริเวณที่ฉีดซ้ำ ๆ มากเกินไป เช่น เม้มปากบ่อย เคี้ยวแรง หรือเท้าคางเป็นประจำ
- ดูแลผิวให้แข็งแรงสม่ำเสมอ ทั้งการทามอยส์เจอไรเซอร์ กันแดด และพักผ่อนให้เพียงพอ
- หากรู้สึกว่าทรงเปลี่ยน มีก้อน หรือไม่เท่ากัน ควรกลับมาให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรนวด
ถามตอบกับคุณหมอเรื่องหลังฉีดฟิลเลอร์
หลังฉีดฟิลเลอร์แล้วคลำเจอเป็นก้อนไตแข็ง ๆ ปกติไหม
ปกติในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะเนื้อเจลยังกลืนไม่สนิทกับผิว แต่ถ้าผ่านไป 1 เดือนแล้วยังแข็ง เป็นก้อนชัด หรือคลำแล้วเจ็บ ควรรีบปรึกษาแพทย์
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถทาลิปสติกได้ตอนไหน
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากในวันแรกหมอขอให้งดทาไปก่อนเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่รอยเข็ม หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง รูเข็มปิดสนิทดีแล้ว จึงสามารถทาลิปสติกได้ปกติ
หลังฉีดฟิลเลอร์ แบบไหนควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวมแดงร้อนมากขึ้น ผิวซีดคล้ำ หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกทันที ไม่ควรรอดูอาการเอง
หลังฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าไม่เท่ากัน ต้องแก้เลยไหม
ช่วงแรกอาจดูไม่เท่ากันจากอาการบวมได้ หมอแนะนำให้รอให้ยุบบวมและเข้าที่ก่อน แล้วค่อยประเมินอีกครั้ง
สรุป
หลังฉีดฟิลเลอร์การดูแลตัวเองในช่วงแรกสำคัญมาก เพราะมีผลต่ออาการบวมช้ำ และการเข้าที่ของฟิลเลอร์ โดยเฉพาะเคสฉีดปาก ใต้ตา หรือคาง อาจมีบวม ตึง หรือดูไม่เข้าที่ในช่วงแรกได้ หมอแนะนำให้ใจเย็นและรอให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ เซตตัวประมาณ 2-4 สัปดาห์ หากดูแลถูกวิธี เลี่ยงการกดนวด ความร้อน แอลกอฮอล์ และกลับมาติดตามผลตามแพทย์นัด จะช่วยให้ฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานขึ้น



