เคล็ด(ไม่)ลับ ผิวหอม ตัวหอม แบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องฉีดน้ำหอม

ตัวหอมพูดถึง ‘กลิ่น’ ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องชอบกลิ่นหอมกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องของ ‘กลิ่นตัว’ ที่ส่งผลต่อความรู้สึก และบุคลิกภาพของคน ๆ นั้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใส่ใจดูแลร่างกายตัวเอง ไม่ให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำผิวให้หอม ตัวหอม อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็มีบางคนที่พยายามหาวิธีดับกลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อของตัวเอง ด้วยการฉีดน้ำหอม แต่ในบางครั้งน้ำหอมก็ไม่สามารถช่วยกลบกลิ่นตัวได้หมด แถมในบางคนกลิ่นน้ำหอมกับกลิ่นตัวยังตีกันจนมึนหัวไปหมด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเริ่มจากการปรับปรุงตัวเองไม่ให้มีปัญหากลิ่นกาย หรือลดกลิ่นเหงื่อลงก่อน เมื่อต้นตอของปัญหาหมดไป ทีนี้ตัวของเราก็จะหอมอย่างเป็นธรรมชาติ จนไม่ต้องฉีดน้ำหอมอีกต่อไปเลยก็ได้

กลิ่นตัวเกิดจาก?

ก่อนที่เราจะไปรู้วิธีที่สามารถช่วยขจัดปัญหากลิ่นตัว ลดกลิ่นเหงื่อ หรือเคล็ดลับที่ทำให้ตัวหอม ผิวหอมได้นั้น เรามารู้กันก่อนดีกว่าว่า จริง ๆ แล้วกลิ่นตัวเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง

  • ต่อมกลิ่น (apocrine sweat gland) มีเฉพาะจุดตามบริเวณที่เป็นจุดอับ หรือจุดที่มีขนขึ้น เช่น รักแร้ ขาหนีบ โดยต่อมกลิ่นจะเริ่มทำงานในตอนเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เมื่อเหงื่ออกบริเวณนี้จะมีลักษณะค่อนข้างเหนียวใส มีส่วนผสมของไขมันอยู่ด้วย และเมื่อมาเจอกับแบคทีเรียบริเวณจุดอับเลยทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้
  • ต่อมเหงื่อ (eccrine sweat gland) กระจายอยู่ทั่วร่างกาย มีมากบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า แผ่นหลัง โดยร่างกายจะขับน้ำหรือเหงื่อออกมาเมื่อภายในร่างกายเกิดความร้อนสูง เสมือนเป็นการระบายความร้อนออกมาทางผิวหนัง และเหงื่อจะระเหยไปเองเมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายลดต่ำลง ซึ่งต่อมเหงื่อส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีกลิ่น แต่ก็อาจจะสร้างความรำคาญหรือความไม่มั่นใจให้กับคนที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) ได้

เหงื่อออกรักแร้

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เหงื่อออก เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น จากอากาศความร้อน การทานอาหารที่มีความเผ็ดร้อน และจากภาวะความเครียด ตื่นเต้น วิตกกังวลก็สามารถทำให้เหงื่อออกได้เช่นกัน ซึ่งในแต่ละวันของคนเรา ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเป็นปกติอยู่แล้ว แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รวมทั้งกิจกรรมและสภาพอากาศที่เจอด้วย ทำให้คนที่เหงื่อออกเยอะมาก ๆ มักจะกังวลกับปัญหากลิ่นตัว ดังนั้นเราเลยมีเคล็ด (ไม่) ลับ ช่วยลดเหงื่อ ลดกลิ่น ให้ตัวหอมแบบธรรมชาติมาบอกกันตามนี้เลย   

เคล็ด(ไม่)ลับ ผิวหอม ตัวหอม แบบธรรมชาติ

1.ห้ามขี้เกียจอาบน้ำ

วิธีการที่ง่ายที่สุดที่เราต้องทำกันเป็นชีวิตประจำอยู่แล้ว นั่นก็คือการอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด ซึ่งต้องอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบอาบน้ำตอนเช้า เพราะคิดว่าตอนช่วงที่เรานอนเหงื่อไม่ออก แต่จริง ๆ แล้วต่อมที่ทำหน้าที่ขับเหงื่อนั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่ช่วงเวลานอนอาจจะไม่ได้ขับออกมาเยอะมากเท่านั้นเอง พอเราไม่ได้อาบน้ำตอนเช้าแล้วต้องไปทำกิจกรรมระหว่างวัน เหงื่อและแบคทีเรียก็สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นระหว่างวันได้ ดังนั้นจึงต้องอาบน้ำให้สะอาดอยู่เสมอโดยเฉพาะบริเวณจุดอับต่าง ๆ ซึ่งการใช้สบู่ที่ช่วยลดแบคทีเรีย และมีกลิ่นหอมก็สามารถช่วยให้เราสดชื่น และมั่นใจมากยิ่งขึ้นได้

2.เสื้อผ้าทำให้เกิดกลิ่นได้

เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ในชีวิตประจำก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน โดยเราอาจจะเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่มีความโปร่งสบาย ไม่รัดรูป ก็จะช่วยให้ระบายอากาศได้ดี ทำให้ไม่ร้อนเหงื่อไม่ออก อีกทั้งเรื่องของการซักเสื้อผ้า ถ้าเราซักไม่สะอาด ตากผ้าในที่ร่มก็จะทำให้เกิดกลิ่นอับ เมื่อเอาเสื้อมาสวมใส่อีกครั้งก็จะทำให้กลิ่นจากเสื้อติดตัวเราได้ทำให้เกิดกลิ่นตัวตามมา ดังนั้นเวลาซักเสื้อผ้าต้องซักให้สะอาด และเน้นบริเวณที่เป็นจุดอับอย่างบริเวณรักแร้ นอกจากนั้นการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นหอม ตากผ้าในที่แสงแดดจัด ๆ ก็จะช่วยให้เสื้อผ้าของเรามีกลิ่นหอม แบบที่ไม่ต้องฉีดน้ำหอมเพิ่มได้อีกด้วย

3.หยุดเหงื่อด้วยการ ฉีดโบท็อกซ์ (Botox)

ลดเหงื่อ

หลาย ๆ คนอาจจะกำลังสงสัยว่าการฉีดโบท็อกซ์ หรือสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin type A) สารจะสามารถลดเหงื่อลงได้จริงหรือ ต้องบอกเลยว่าการฉีดโบท็อกซ์สามารถช่วยลดเหงื่อได้จริงและถือเป็นการรักษาที่ได้รับการอมรับจากทั่วโลก โดยส่วนมากจะฉีดระงับเหงื่อในบริเวณที่มีเหงื่อออกเยอะ เช่น รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ไรผม เป็นต้น

โดยโบท็อกซ์ (Botox) จะไปออกฤทธิ์ทำให้ต่อมเหงื่อสามารถทำงานได้ลดน้อยลง ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณเหงื่อใต้รักแร้ลงได้กว่า 83 % เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นกายไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย วิธีนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีเหงื่ออกบริเวณใต้รักแร้เยอะ จนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำจนทำให้ขาดความมั่นใจ

ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้หลังฉีด 1-3 วัน หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน รักแร้ก็จะแห้งสนิท เหงื่อไม่ออกให้กวนใจ โดยผลลัพธ์การฉีดโบท็อกซ์รักแร้ลดเหงื่อ สามารถอยู่ได้นาน 6-8 เดือนเลยทีเดียว ถือว่าเป็นวิธีลดเหงื่อได้แบบรวดเร็วและเห็นผลลัพธ์จริง โดยไม่ต้องผ่าตัดลดต่อมเหงื่อให้เจ็บตัว และหลังฉีดก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย

ตัวหอม

เนื่องจากโบท็อกซ์เป็นสารที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย จึงทำให้การฉีดโบท็อกซ์รักแร้ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหากลิ่นเหงื่อ กลิ่นตัวได้อย่างถาวร แต่คนไข้ก็สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้เรื่อย ๆ โดยเว้นระยะประมาณ 3-4 เดือน เพื่อเป็นการคงผลลัพธ์ไว้ในระยะยาวได้

เมื่อเรารู้ถึงสาเหตุของการเกิดเหงื่อ ที่ทำให้ตัวทำมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แบบนี้แล้ว ก็สามารถนำเคล็ดลับที่เรานำมาฝากกันไปลองปรับใช้กับตัวเองดู รับรองเลยว่าปัญหาเหงื่ออก จนมีกลิ่นตัวจะหายไป กลายเป็นคน ตัวหอม ผิวหอมแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึงการฉีดน้ำหอมอีกต่อไปเลยค่ะ

ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม หรือ อยากปรึกษาเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อ APEX เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ที่ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) หรือจองคิวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อฉีดโบท็อกซ์ได้เช่นกันค่ะ