ร้อยไหม ที่เชียงใหม่ ต้องร้อยกับคุณหมอโม ศรินทร์ อริยเดช

ที่เชียงใหม่ก็มีคุณหมอร้อยไหมหน้าเรียว ฝีมือดี 1 ใน 5 แพทย์ที่ได้รับคัดเลือกเข้าเทรนการ ร้อยไหม เทคนิคใหม่ การร้อยไหมอิตาลี

ร้อยไหม เชียงใหม่ คุณหมอโม

การร้อยไหมอิตาลี (Definisse Italian Thread Lift) ถือเป็นเทคนิคการร้อยไหมยกกระชับ (Thread Lift) แบบใหม่ล่าสุดในวงการเสริมความงาม ที่บอกว่าเป็นเทคนิคใหม่ล่าสุดคือทั้งเทคนิคการ ร้อยไหม และวัสดุของไหมที่ไม่เหมือนยี่ห้อไหนในตลาดเลย!

ร้อยไหม อิตาลี ร้อยไหมคุณโอ๋

เทคนิคการร้อยไหม – การร้อยไหมอิตาลี จะใช้เส้นไหมร้อยใบหน้าแค่ข้างละ 1-2 เส้นเท่านั้น ซึ่งต่างจากการร้อยไหมแบบเก่าที่ใช้เส้นไหม 20-50 เส้นเลยทีเดียว ซึ่งการร้อยไหมแบบเก่าเสี่ยงต่ออาการบวม ช้ำ และเกิดพังผืดใต้ผิว ซึ่งเทคนิคการร้อยไหมอิตาลีจะไม่ใช่การร้อยเป็นแพ เป็นโครงข่ายใต้ผิว แต่จะเป็นการร้อยตาม Vector ของใบหน้า ทำให้การร้อยไหมเพียงข้างละ 1-2 เส้นได้ผลลัพธ์ที่สวย ยกกระชับ และเป็นธรรมชาติ

วัสดุของไหมอิตาลี – วัสดุที่ใช้ผลิตไหมอิตาลีมีความคงทน แข็งแรง และยืดหยุ่นแตกต่างจากไหมชนิดอื่น ๆ ในท้องตลาด

ไหมอิตาลี

ไหมอิตาลี ของแบรนด์ Definisse เป็นนวัตกรรมเส้นไหมเพื่อการยกกระชับนำเข้าจากประเทศอิตาลีค่ะ จึงเป็นที่มาของการเรียกให้จำกันอย่างง่าย ๆ ว่า ‘ไหมอิตาลี’ ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เส้นไหมอิตาลีสำหรับการ ร้อยไหม ยกกระชับผิวโดยตรง เพียงหนึ่งเดียวในไทย มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย สลายได้หมด 100% เส้นไหมถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ผสมผสานกันระหว่างวัสดุ PLLA และ PCL ทำให้มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี และให้ผลลัพธ์ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าไหมที่มีมาก่อนหน้า

และด้วยความที่ไหมอิตาลี ถือว่าเป็นน้องใหม่ในวงการ ร้อยไหม ยกกระชับ จึงมีคุณหมอในประเทศไทยจำนวนไม่กี่ท่านที่สามารถร้อยไหมเทคนิคใหม่นี้ได้ แม้เหล่าคุณหมอหลายคนจะผ่านการเทรนร้อยไหมเกาหลีมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันในการร้อยไหมอิตาลีได้นะคะ ดังนั้น คุณหมอที่จะร้อยไหมอิตาลีได้ ต้องผ่านการเทรนทั้งระดับ Basic Level  – Intermediate Level จนถึง Advance Level แบบเฉพาะของไหมอิตาลีเสียก่อน ซึ่งการเข้าเทรนไม่ใช่จะได้รับเลือกกันง่าย ๆ นะคะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณหมอที่มีความสามารถอย่างคุณหมอโม―แพทย์หญิงศรินทร์ อริยเดช แห่งเอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแพทย์เชียงใหม่ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าเทรนการร้อยไหมเทคนิคใหม่อย่างใกล้ชิดกับ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ร้อยไหม เชียงใหม่ คุณหมอโม

คุณหมอโม―แพทย์หญิงศรินทร์ อริยเดช เป็นคุณหมอประจำอยู่ที่คลินิคเสริมความงามเอเพ็กซ์ สาขาเชียงใหม่ค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้คุณหมอโมเรียกได้ว่าเป็นแพทย์มือโปรแห่งการ ร้อยไหม ประจำเชียงใหม่ คุณหมอได้ไปเทรนการร้อยไหมเกาหลีถึงประเทศต้นกำเนิดความนิยมหน้าเรียวเล็ก กรอบหน้าชัดอย่างเกาหลีมาด้วยค่ะ (ซึ่งคำว่า ‘ไหมเกาหลี’ ก็มีที่มาจากประเทศเกาหลีซึ่งเป็นแหล่งนี่แหละค่ะ) และหลังจากที่ไหมอิตาลีเริ่มเข้าสู่แวดวงเสริมความงาม คุณหมอโมก็ไม่รอช้าที่จะหาความรู้ให้ตัวเองเพิ่มเติม ด้วยการเข้าร่วมเทรนกับบริษัท Menarini Asia-Pacific ในการร้อยไหมอิตาลีขั้นเบสิกถึง 2 ครั้ง เทรนร่วมกับแพทย์จากทั่วเมืองไทยอีกถึง 2 ครั้ง คุณหมอโมได้เข้ารับการเทรนและสำเร็จคอร์ส Advanced IC Me Program ซึ่งเป็นการร้อยไหม Definisse เทคนิคระดับแอดวานซ์เพื่อปรับรูปหน้าให้เป็นแบบที่ต้องการและยกกระชับหน้าได้มากขึ้น

คุณหมอโม อบรม การร้อยไหมอิตาลี

โดยการศึกษาต่อในขั้นแอดวานซ์นี้ คุณหมอโมคือแพทย์ไทยเพียง 1 ใน 5 ท่าน ที่ได้รับคัดเลือกในการเข้าเทรนการ ร้อยไหม เทคนิคใหม่ อย่างการร้อยไหมอิตาลี ซึ่งจัดที่โรงพยาบาลวิชัยเวช กรุงเทพฯ เป็นการเทรนโดยตรงจากอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการร้อยไหมเทคนิคนี้ อาทิเช่น Dr. Kwun Cheung Hau, Dr. Salvatore Fundaro, Dr. Jaime Arzadon เป็นต้น

ปัญหาที่เกิดจากการร้อยไหมแบบเก่า (ไหมเกาหลี)

การเกิดพังผืด – ปัญหาของการร้อยไหมแบบเก่าที่ถูกกังวลถึงมากที่สุด คือการเกิดพังผืดและเป็นรอยแผลเป็น ต้องเข้าใจก่อนนะคะว่าการ ร้อยไหม แบบเทคนิคเก่า จะใช้เส้นไหมอยู่ที่ประมาณ 20-50 เส้น ในแต่ละครั้ง ซึ่งหลักการทำงานก็คือ เส้นไหมทั้งหลายสิบเส้นนั้น จะถูกร้อยเรียงเข้าไปใต้ผิวหนังชั้นไขมัน ในลักษณะสานไขว้กันไปมาเป็นตาข่าย เพื่อทำหน้าที่โอบอุ้มชั้นผิวให้ยกขึ้น ซึ่งบริเวณที่ถูกร้อยไหมเข้าไปนั้นจะเกิดการอักเสบ ซึ่งเมื่อเกิดการอักเสบจะทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่ ส่งผลถึงการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่พันรอบแนวเส้นไหมเอาไว้

ซึ่งนั่นล่ะค่ะ ที่เริ่มเกิดการสร้างพังผืดใต้ผิวหนังในตำแหน่งที่เหมาะสม และจะทำให้ผิวชั้นนอกสุด หรือชั้นผิวหนังกำพร้าดูเปลั่งปลั่ง ตึงกระชับ จริง ๆ แล้วการเกิดพังผืดใต้ผิวหนังถือเป็นเรื่องปกติ หากเกิดในตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างที่กล่าวไปข้างต้นค่ะ แต่ถ้าในกรณีที่คุณหมอที่ ร้อยไหม ไม่มีความชำนาญหรือทำผิดวิธี เช่น การร้อยไหมตื้นเกินไปหรือร้อยเข้าไปผิดจังหวะ ก็อาจจะทำให้เกิดพังผืดที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นในบริเวณชั้นผิวได้ค่ะ ลักษณะที่สังเกตได้ชัดก็คือ บนผิวชั้นนอกจะเห็นเป็นลอน ๆ นูนขึ้นมาเหมือนกับรอยแผลเป็น

ไหมอิตาลี vs ไหมเกาหลี

ทำไมการร้อยไหมอิตาลีถึงดีกว่า

‘เจ็บน้อยแต่ยกกระชับนาน’ คือคำนิยามที่ชัดเจนที่สุดของเทคนิคการร้อยไหมอิตาลีค่ะ เพราะจะใช้เส้นไหมในการ ร้อยไหม เพียงข้างละ 1-2 เส้นเท่านั้น เป็นจำนวนเส้นที่น้อยลงกว่าการร้อยไหมแบบปกติมาก ช่วยลดเวลาในการทำเหลือเพียง 15-30 นาที จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะรู้สึกเจ็บและเกิดรอยช้ำที่ผิวเนื่องจากถูกร้อยเส้นไหมซ้ำ ๆ เข้าไปจำนวนมากเหมือนการร้อยไหมแบบเดิม และไหมอิตาลีนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย. ภายใต้ชื่อแบรนด์ Definisse ว่าเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย ที่เป็นเส้นไหมใช้สำหรับการร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้าและลำคอโดยตรง

คุณสมบัติเด่นของไหมอิตาลี

  1. เส้นไหมผลิตจากวัสดุ Poly(L-Latide-co-Caprolactone) เรียกสั้น ๆ ว่า P(LA-CL) มีลักษณะเป็นเงี่ยงแบบหันเข้าหากัน (Bidirectional Convergent Barb) ผสมผสานระหว่างวัสดุ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) และ PCL (Polycaprolactone) เป็นการดึงจุดเด่นจากทั้ง 2 วัสดุ ในอัตราส่วนเฉพาะมาผลิตเป็นเส้นไหม ซึ่ง PLLA มีจุดเด่นในเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่วน PCL จะเด่นเรื่องการคงอยู่ของเส้นไหมได้นานสูงสุดในกลุ่มไหมละลาย คือ 18-24 เดือน
  2. ไหมอิตาลีเป็นแบบ Double Needle Technique มีเข็มนำในแต่ละด้านของปลายไหม ปลายเข็มจะคมและลื่นเป็นพิเศษ ทำให้สามารถร้อยในทิศทางที่ต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการบวมแดงหลังจากการ ร้อยไหม ได้
  3. การร้อยไหมด้วยไหมอิตาลี จะใช้ไหมเพียงข้างละ 1-2 เส้น เทียบเท่ากับการใช้ไหมก้างปลามากกว่า 10 เส้น ในไหมปกติ เพราะไหมอิตาลีถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นเงี่ยงหันเข้าหากัน เมื่อถูกร้อยเข้าใต้ผิวหนังจะสามารถยึดติดกับผิวได้ดี ส่งผลต่อการยกกระชับผิวมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากร้อยไปแล้ว ใช้เวลาในการทำ 15-30 นาที รู้สึกเจ็บน้อยกว่าการร้อยไหมแบบปกติ

ร้อยไหมอิตาลี ร้อยไหมอิตาลี

ร้อยไหมอิตาลี ร้อยไหมอิตาลี

ผลลัพธ์ของการร้อยไหมอิตาลี

การร้อยไหมด้วยไหมอิตาลีจะเห็นผลลัพธ์การยกกระชับผิวทันทีหลังทำ ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และยังส่งผลในการยกกระชับผิวระยะยาว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน กรดไฮยาลูรอน และอิลาสติน ได้มากกว่าการ ร้อยไหม แบบปกติ แถมยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นอีกด้วยค่ะ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดหลังจากทำผ่านไปแล้ว 1-2 เดือน โดยระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์การร้อยไหมอิตาลีจะคงอยู่มากกว่า 1 ปี

เครื่องยกกระชับ (Ulthera/Thermage) กับไหมยกกระชับ อันไหนดีกว่ากัน

สองทรีตเม้นต์นี้มีความเหมือนที่แตกต่างกัน ฟังแล้วดูงงใช่ไหมคะ? ความหมายก็คือ เครื่องยกกระชับและการร้อยไหมยกกระชับช่วยในเรื่องการยกผิวให้หายหย่อนคล้อย ผิวดูแน่น กระชับขึ้นแต่แตกต่างกันตรงวิธีการทำงานของทั้งสองทรีตเม้นต์

    • การร้อยไหมยกกระชับเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังจากร้อยไหม ส่วนการทำ Ulthera / Thermage ก็เห็นผลลัพธ์ทันทีเช่นกัน แต่เป็นผลลัพธ์ประมาณ 20-30% จากผลลัพธ์จริง
    • การร้อยไหมมีความเสี่ยงกับอาการช้ำ บวม แดงมากกว่าการใช้เครื่องยกกระชับ
    • สำหรับคนไข้ที่มีแก้มแยะ ๆ อาจจะเหมาะกับยกกระชับด้วยการร้อยไหมมากกว่าการทำเครื่อง

เครื่องยกกระชับอย่างเช่น Ulthera และ Thermage และการยกกระชับด้วยการร้อยไหมสามารถช่วยปัญหาความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกัน ลักษณะใบหน้าและโครงหน้าที่แตกต่างกัน แต่มีการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาว่าการร้อยไหมและการยกกระชับด้วยเครื่อง เมื่อทำควบคู่กันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะการร้อยไหมเสมือนการปักเสาเข็ม และเมื่อใช้เครื่อง Thermage/Ulthera กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนก็เหมือนการฉาบปูน เพิ่มความแน่นและแข็งแรง ตัวคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะไปเกาะยึดเส้นไหมทำให้หน้ายกกระชับได้ดีขึ้นและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนดูเป็นธรรมชาติ ในบางเคสถ้าคนไข้มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยมาก คุณหมออาจจะแนะนำให้ทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปค่ะ เพื่อช่วยแก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุมมากกว่าการเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

อยู่เชียงใหม่ก็ร้อยไหมหน้าเรียว เรียกหน้าเด็ก เก็บกรอบหน้าชัด ๆ ได้นะคะ เพราะคุณหมอโม―แพทย์หญิงศรินทร์ อริยเดช มือหนึ่ง ยืนหนึ่งเรื่องร้อยไหมอิตาลี ประจำอยู่ที่คลินิคเอเพ็กซ์ สาขาเชียงใหม่ จะคนเมืองแต้ ๆ คนกรุง หรือคนบ้านไหนก็สามารถแวะเวียนเข้าใช้บริการกันได้ อย่ารอช้า จองคิวเลยค่ะ!

และที่ APEX ของเรายังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายท่านคอยให้คำปรึกษา พร้อมทั้งทีมงานรอให้บริการคุณอยู่ในคลินิคอีกกว่า 30 สาขาทั่วประเทศไทยค่ะ สามารถสอบรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้ที่ Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) เรื่องยกกระชับผิว เรียกหน้าเด็กย้อนวัย ไว้ใจ APEX นะคะ