Ultherapy Prime เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นพัฒนาล่าสุด ที่ได้รับการปรับปรุงระบบการทำงานจากเครื่องรุ่นเดิมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการรักษา บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Ultherapy Prime พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า และสรุปจุดเด่นสำคัญ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยสรุปข้อมูลตามคุณสมบัติของเทคโนโลยีและแนวทางการใช้งานที่พบในปัจจุบัน
Ultherapy Prime คืออะไร
Ultherapy Prime (อัลเทอร่า ไพร์ม) คือเครื่องมือยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงและมีความเฉพาะเจาะจง แบบ Focused Ultrasound ซึ่งส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้น SMAS หรือชั้นเนื้อเยื่อที่ใช้ในงานศัลยกรรมบางประเภท เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่จากภายใน โดยเป็นเครื่องยกกระชับที่พัฒนามาจากรุ่น Ulthera รุ่น SPT
การทำงานของ Ultherapy Prime
Ultherapy Prime เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย Merz Aesthetics เพื่อให้มีประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์เหมาะสมในการรักษาผิวหน้าและลำคอ โดยมีหลักการทำงานที่สำคัญดังนี้
1. ใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง
ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงสู่ชั้นผิว โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่ช่วยพยุงผิว ทำให้ผิวกระชับและแน่นขึ้นจากภายใน
2. ระบบภาพเรียลไทม์
ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างผิวขณะทำการรักษา เพิ่มความแม่นยำในการยิงพลังงานและลดความเสี่ยงต่อผิวชั้นบน
3. ทำงานได้หลายระดับความลึก
Ultherapy Prime สามารถทำการรักษาได้ที่หลายระดับความลึก ได้แก่
- 1.5 มม. สำหรับชั้นผิวหนังตื้น
- 3 มม. สำหรับชั้นผิวหนังลึก
- 4.5 มม. สำหรับผิวชั้น SMAS
4. ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ต่อเนื่อง
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผิวดูกระชับขึ้นในระยะยาว โดยผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล
5. ไม่ต้องผ่าตัดและพักฟื้นนาน
เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ
Ultherapy Prime ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร
Ultherapy Prime คือการยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่ Focused Ultrasound ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น SPT เพื่อพัฒนาระบบการทำงานและประสบการณ์ระหว่างทำหัตถการของผู้รับบริการให้ดียิ่งขึ้น โดยมีความแตกต่างกันในเบื้องต้น ดังนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ultherapy SPT (รุ่นเดิม) | Ultherapy Prime (รุ่นใหม่) |
|---|---|---|
| ระบบการประมวลผล | ระบบมาตรฐานเดิม | ประมวลผลรวดเร็วขึ้น |
| การแสดงผลภาพ | จอขนาดมาตรฐาน ความคมชัดระดับ SD | จอใหญ่ขึ้น ความละเอียด Full HD |
| ความเสถียรของพลังงาน | ส่งพลังงานตามค่ามาตรฐาน | ปรับสมดุลพลังงานให้เสถียรมากขึ้น |
| ความเร็วในการปล่อยพลังงาน | ความเร็วปกติในการส่งคลื่นเสียง | ลดระยะเวลาระหว่างช็อต |
| การระบุตำแหน่งชั้นผิว | แสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time | เห็นภาพผิวชัดเจนและกว้างขึ้น |
| การออกแบบเครื่อง | ดีไซน์แบบดั้งเดิม | ดีไซน์ใหม่ ใช้งานสะดวกขึ้น |

ข้อดีของเครื่อง Ultherapy Prime
การอัปเกรดเทคโนโลยี Ultherapy Prime มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบปฏิบัติการ เพื่อรองรับการดูแลโครงสร้างผิวอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละบุคคลโดยมีข้อดี ดังนี้
- ดูแลผิวในระดับชั้นลึก : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ระบบแสดงผลที่ค่อนข้างคมชัด : หน้าจอที่มีความละเอียด ช่วยให้แพทย์สังเกตชั้นผิวขณะทำหัตถการได้ชัดเจนขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า
- ความเสถียรของระบบประมวลผล : หน่วยประมวลผลใหม่ ช่วยให้การส่งพลังงานมีความต่อเนื่องและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ : เสริมความแน่นกระชับ และความยืดหยุ่นให้ผิวตามกลไกธรรมชาติในระยะยาว
- ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ : เป็นหัตถการที่ไม่สร้างบาดแผลภายนอก ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
- ปรับปรุงระยะเวลาทำหัตถการ : ระบบซอฟต์แวร์ที่ทำงานได้ค่อนข้างเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการทำหัตถการเมื่อเทียบกับระบบเดิม
Ultherapy Prime แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
การเข้ารับบริการด้วยเทคโนโลยี Ultherapy Prime ครอบคลุมการดูแลและฟื้นฟูโครงสร้างผิวในหลายบริเวณ เพื่อจัดการกับปัญหาผิวพรรณในระดับชั้นลึก ดังนี้
- จัดการความหย่อนคล้อยของใบหน้า : ช่วยปรับปรุงสภาพผิวบริเวณแก้มและกรอบหน้า ให้มีความชัดเจนและได้รูปทรงยิ่งขึ้น
- ปรับตำแหน่งคิ้วและเปลือกตา : ช่วยยกกระชับผิวบริเวณส่วนบนของใบหน้า เพื่อดูแลปัญหาแนวคิ้วและหนังตาตก
- ลดเลือนริ้วรอยบริเวณลำคอและเนินอก : ช่วยกระชับผิวหนังส่วนเกินและลดริ้วรอยเหี่ยวย่นในบริเวณลำคอรวมถึงเนินอก
- ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวในระยะยาว : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อให้ผิวมีความแน่นกระชับและเรียบเนียนขึ้น
- ปรับสภาพผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด : ช่วยให้ผิวพรรณแลดูละเอียดขึ้นและลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ โดยไม่ทำให้เกิดบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้น
Ultherapy Prime ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ใช้กี่ช็อต
การทำ Ultherapy Prime สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตหรือไลน์ (Lines) ที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ดังนี้
- บริเวณรอบดวงตาและคิ้ว : ช่วยยกระดับคิ้วและลดความหย่อนคล้อยของเปลือกตา โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 50-100 Lines ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
- แก้มและกรอบหน้า : ช่วยยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยและปรับแนวกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น ส่วนใหญ่มักใช้ประมาณ 300-500 Lines เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ผิว
- ใต้คางและเหนียง : ช่วยกระชับผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คาง มักใช้ประมาณ 100-200 Lines เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสม
- ลำคอ : ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและยกกระชับผิวลำคอ โดยทั่วไปใช้ประมาณ 200-300 Lines ตามลักษณะปัญหาผิว
- บริเวณเนินอก : ช่วยปรับสภาพผิวและลดริ้วรอยบริเวณเนินอก จำนวนที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 200-400 Lines ขึ้นอยู่กับความกว้างของพื้นที่
- ยกกระชับทั่วใบหน้า : สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลภาพรวม แพทย์อาจประเมินการใช้ตั้งแต่ 600-800 Lines ขึ้นไป เพื่อการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างทั่วถึง
Ultherapy Prime เหมาะกับใคร
การเข้ารับบริการยกกระชับด้วยเทคโนโลยี Ultherapy Prime เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลโครงสร้างผิวในระดับชั้นลึก โดยพิจารณาจากข้อบ่งชี้และเป้าหมายการทำหัตถการที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล เช่น
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง : ต้องการปรับแนวกรอบหน้าและแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวรอบดวงตา : ต้องการยกแนวคิ้วหรือแก้ปัญหาหนังตาตก เพื่อให้ชั้นดวงตาแลดูเปิดกว้างขึ้น
- ผู้ที่กังวลเรื่องคางสองชั้นและลำคอ : ต้องการกระชับผิวบริเวณใต้คาง และลดความหย่อนคล้อยของลำคอ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว : ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่เพื่อเพิ่มความแน่นกระชับ และความยืดหยุ่นให้ผิวในระยะยาว
- ผู้ที่เลี่ยงการศัลยกรรม :ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับโดยไม่สะดวกพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
- ผู้ที่ต้องการความสบายขณะรับบริการ : ด้วยระบบประมวลผลที่ทันสมัย จึงเหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความรู้สึกไม่สบายผิว และต้องการลดเวลาทำหัตถการ
ใครไม่เหมาะกับ Ultherapy Prime
การพิจารณาข้อจำกัดของผู้เข้ารับบริการมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการทำหัตถการ และการดูแลกระบวนการให้ปลอดภัย โดยกลุ่มบุคคลที่ไม่แนะนำให้ทำ Ultherapy Prime มีดังนี้
- สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร : เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบสนองของร่างกาย ที่อาจส่งผลกระทบในช่วงภาวะดังกล่าว
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือมีแผลเปิด : รวมถึงผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง หรือโรคผิวหนังที่ยังไม่หายสนิทในบริเวณที่ต้องการทำหัตถการ
- ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย : เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ หรืออุปกรณ์ที่อาจได้รับผลกระทบจากคลื่นเสียงความถี่สูง
- ผู้ที่มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ : โดยเฉพาะโลหะในชั้นผิวหนังหรือรากเทียมบางประเภท ที่อาจทำปฏิกิริยากับความร้อน
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง : ในกรณีที่ผิวมีความหย่อนคล้อยมากเกินไป การทำ Ultherapy อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจนเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับการศัลยกรรม
หมายเหตุ : เพื่อประสิทธิภาพและความเหมาะสมตามความแตกต่างของสภาพผิวรายบุคคล แนะนำให้เข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ
Ultherapy Prime มีผลข้างเคียงไหม
การทำหัตถการด้วย Ultherapy Prime อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาชั่วคราวทางผิวหนัง ซึ่งเป็นกระบวนการตอบสนองตามธรรมชาติของเนื้อเยื่อต่อพลังงานความร้อนในระดับที่เหมาะสม เช่น
- ความรู้สึกขณะรับบริการ : อาจรู้สึกหน่วงหรือจี๊ดบริเวณแนวกระดูก ตามระดับความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคล
- รอยแดงและอาการบวม : ผิวอาจมีอาการแดงเรื่อหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ โดยปกติจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
- ความรู้สึกระบมใต้ผิว : อาจมีอาการตึงหรือกดเจ็บในชั้นผิวลึกช่วง 2-4 สัปดาห์แรกหลังรับบริการ
- ผลข้างเคียงชั่วคราว : อาจพบอาการชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราวในบางกรณี ซึ่งมักฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ
- การตอบสนองต่อความร้อน : อาการบวมเป็นผลจากการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยความร้อน ซึ่งสามารถหายได้เองเมื่อดูแลผิวอย่างเหมาะสม
การเตรียมตัวก่อนทำ Ultherapy Prime
การเตรียมความพร้อมทางร่างกายและสภาพผิวอย่างถูกวิธี มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพของเทคโนโลยี Ultherapy Prime และช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น
- ปรึกษาแพทย์ : เข้ารับการประเมินโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิว เพื่อกำหนดจำนวนไลน์ (Lines) ที่เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะบุคคล
- แจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างครบถ้วน : แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ทานประจำ รวมถึงข้อมูลหากมีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือโลหะในร่างกาย
- งดผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว : หลีกเลี่ยงการใช้กลุ่มเรตินอล สารผลัดเซลล์ผิว หรือยาแก้สิวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวอย่างน้อย 3-5 วันก่อนรับบริการ
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง : งดการตากแดดจัดหรือการอาบแดด ที่อาจทำให้ผิวหนังอักเสบหรือไหม้แดดก่อนทำหัตถการ
- เว้นระยะห่างจากหัตถการอื่น : ควรเว้นระยะจากการฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือการทำเลเซอร์บริเวณใบหน้าประมาณ 2-4 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของแพทย์
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อม : พักผ่อนให้เพียงพอและงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ เพื่อให้ร่างกายและผิวพรรณพร้อมต่อการฟื้นฟู
การดูแลหลังทำ Ultherapy Prime
การดูแลผิวอย่างถูกวิธีหลังเข้ารับบริการ Ultherapy Prime จะช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและลดระยะเวลาการฟื้นตัวของผิวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้
- บำรุงผิวตามปกติ : สามารถล้างหน้าและใช้สกินแคร์ได้ทันที โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
- ปกป้องผิวจากแสงแดด : ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดกิจกรรมความร้อนสูง : หลีกเลี่ยงการอบซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนักในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- เลี่ยงสารระคายเคืองผิว : งดใช้กลุ่มเรตินอล สารผลัดเซลล์ผิว หรือวิตามินซีเข้มข้นในช่วง 3-5 วันแรก
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ : ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสการอักเสบและช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีขึ้น
- สังเกตอาการหลังทำ : อาการบวมแดงหรือระบมใต้ผิวเป็นปฏิกิริยาปกติ ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองตามธรรมชาติ
Ultherapy Prime ราคาเท่าไหร่
Ultherapy Prime มีราคาการรักษาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ จำนวนช็อตที่ใช้ และการประเมินสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป ราคามักเริ่มต้นที่ประมาณ 28,000 – 45,000 บาทขึ้นไป สำหรับบริเวณใบหน้า และอาจสูงขึ้นตามพื้นที่ที่ทำการรักษา
หากเป็นการทำในบริเวณกว้าง เช่น ใบหน้าและลำคอ ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขา จะใช้จำนวนช็อตมากขึ้น ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นตามความเหมาะสม ดังนั้น การเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ก่อนทำ จะช่วยให้ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนและเหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณมากที่สุด
ที่ Apex Clinic มีราคาโปรโมชั่น Ulthera Prime ดังนี้
รีวิว Ultherapy Prime ภาพก่อนและหลังทำ จากผู้ใช้บริการของเรา
ภาพสำหรับใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ultherapy Prime
Ultherapy Prime เจ็บไหม
ระดับความรู้สึกขณะรับบริการ Ultherapy Prime ขึ้นอยู่กับความไวต่อความรู้สึกของบุคคล โดยระบบประมวลผลใหม่ช่วยให้การส่งพลังงานมีความเสถียร และบรรเทาความไม่สบายผิวได้ดีขึ้น
Ultherapy Prime กี่ครั้งเห็นผล
ผู้รับบริการสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยผลลัพธ์หลังทำ Ultherapy Prime จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกาย
Ultherapy Prime อยู่ได้กี่เดือน
ผลลัพธ์จากการทำ Ultherapy Prime โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลสุขภาพผิวของแต่ละบุคคล
ทำ Ultherapy Prime หน้าบวมไหม
อาการบวมเล็กน้อยหลังทำ Ultherapy Prime เป็นปฏิกิริยาปกติของเนื้อเยื่อต่อความร้อน ซึ่งมักจะทุเลาและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง)
Ultherapy Prime ควรทํากี่ช็อต
จำนวนไลน์ (Lines) ที่ใช้จะถูกประเมินโดยแพทย์ตามความกังวลและลักษณะโครงสร้างใบหน้า เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การทำหัตถการอย่างเหมาะสม
Ultherapy Prime กับ Botox อันไหนดีกว่ากัน
เทคโนโลยีทั้งสองทำหน้าที่ต่างกัน โดย Ultherapy เน้นการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก ส่วน Botox เน้นการลดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ ซึ่งสามารถทำร่วมกันได้ตามดุลยพินิจของแพทย์
HIFU กับ Ultherapy Prime อย่างไหนดีกว่ากัน
Ultherapy Prime มีจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลที่ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวจริงขณะทำ จึงค่อนข้างแม่นยำในการส่งพลังงานกว่าการทำ HIFU ทั่วไป
สรุป
Ultherapy Prime เป็นการยกระดับเทคโนโลยีการยกกระชับผิวจากรุ่นเดิมด้วยระบบปฏิบัติการที่ประมวลผลได้ค่อนข้างเร็วยิ่งขึ้น มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ความละเอียด ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะส่งพลังงานได้แบบ Real-time ส่งผลให้การรักษาทำได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และช่วยลดระยะเวลาในการทำหัตถการ แต่ยังคงให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่มีประสิทธิภาพ และมอบความสบายให้แก่ผู้รับบริการได้ดี







