Titanium Lifting คืออะไร เทคโนโลยีดูแลผิวด้วยพลังงานแสง 3 ระดับ

หน้าแรก » Lifting » Titanium Lifting คืออะไร เทคโนโลยีดูแลผิวด้วยพลังงานแสง 3 ระดับ
Titanium Lifting
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

เทคโนโลยี Titanium Lifting ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการดูแลผิวและเก็บรายละเอียดในจุดที่ต้องการความละเอียดอ่อน โดยเน้นการส่งผ่านพลังงานแสงลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิวเพื่อฟื้นฟูจากภายในสู่ภายนอก โดยบทความนี้จะสรุปแง่มุมที่ควรรู้เกี่ยวกับ Titanium Lifting ตั้งแต่หลักการทำงานไปจนถึงวิธีดูแลตัวเอง เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางการดูแลผิวให้เรียบเนียน

Titanium Lifting คืออะไร

Titanium Lifting คือเทคโนโลยีฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับขึ้นด้วยเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ 3 ความยาวคลื่น 755nm, 810nm, 1064nm ที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS และชั้นไขมัน พร้อมระบบความเย็น ICE Plus™ ที่ช่วยปกป้องผิว

Titanium Lifting จุดเด่น

Titanium Lifting มีหลักการทำงานอย่างไร

Titanium Lifting ทำงานโดยส่งพลังงานแสงความเข้มข้นสูงลงสู่ชั้นผิวหนังหลายระดับพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นความร้อนที่ปลอดภัยต่อผิว ช่วยปรับสมดุลและฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึกถึงชั้นไขมันและ SMAS โดยมีรายละเอียดการทำงานของ 3 ความยาวคลื่น ดังนี้

  • Alexandrite 755nm : เน้นการดูดซับพลังงานที่ชั้นบนของผิว เพื่อปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใสและลดเลือนเม็ดสีส่วนเกิน
  • Diode 810nm : มุ่งเน้นไปที่ชั้นผิวระดับกลาง ให้พลังงานความร้อนที่เสถียรเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวแน่นตึง
  • Nd:YAG 1064nm : ส่งพลังงานลงลึกถึงระดับชั้นผิวลึกและชั้นไขมัน ช่วยในการปรับแต่งรูปหน้าและโครงสร้างชั้น SMAS เพื่อผลลัพธ์การเปลี่ยนรูปหน้าให้ดูเรียวได้สัดส่วนอย่างยั่งยืน

ข้อดีของ Titanium Lifting

Titanium Lifting เป็นเทคโนโลยีการดูแลผิวที่เด่นในเรื่องฟื้นฟูโครงสร้างชั้นผิวให้แน่นตึง ด้วยจุดเด่นหลักดังนี้

  • ผลลัพธ์ที่ได้ถึง 3 ปัญหาผิว : ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ปรับความแน่นตึงของผิวและทำให้รูปหน้าให้ดูเรียวได้สัดส่วนในขั้นตอนเดียว
  • ความสบายระหว่างทำ : ด้วยเทคโนโลยีทำความเย็นแบบ ICE Plus™ ทำให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างนุ่มนวล ลดความเจ็บปวดและปกป้องผิวชั้นบนได้ดีเยี่ยมตลอดระยะเวลาที่ทำ
  • เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ : ผู้รับบริการจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นหลังทำเสร็จ ทำให้กลายเป็นตัวเลือกที่นิยมสำหรับคนที่มีเวลาจำกัด
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน : เนื่องจากพลังงานไม่ทำร้ายผิวชั้นนอกผิวหน้าจึงคืนตัวได้ค่อนข้างไว ช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ

ข้อจำกัดของ Titanium Lifting

แม้ Titanium Lifting จะเป็นเทคโนโลยีที่โดดเด่นในการปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิวให้เรียวตึง แต่การทำความเข้าใจขีดจำกัดจะช่วยให้ตั้งเป้าหมายผลลัพธ์ได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดดึงหน้า : ไม่สามารถจัดการกับความหย่อนคล้อยที่รุนแรงของกล้ามเนื้อหรือผิวหนังส่วนเกินที่มากเกินไปได้เทียบเท่ากับการศัลยกรรมผ่าตัดจริง
  • ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาโครงสร้างกระดูก : หากใบหน้ามีปัญหาความผิดปกติจากรูปกระดูกหรือโครงสร้างใบหน้าโดยตรง จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างกระดูกเหล่านั้นได้
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา : เพื่อคงประสิทธิภาพของ Titanium Lifting ในระยะยาว หากไม่ดูแลสุขภาพผิวหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ผิวก็อาจกลับไปหย่อนคล้อยตามกาลเวลาได้เร็วกว่าปกติ
  • ปัญหาเรื่องผิวหนังยืดตัวจากแผลเป็นหรือพังผืด : ไม่สามารถลบเลือนรอยแผลเป็นที่มีความหนาหรือพังผืดใต้ผิวหนังที่เกิดจากการบาดเจ็บรุนแรงได้ หากปัญหานั้นเกี่ยวข้องกับพังผืดที่ลึกและแข็งมาก จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่เทียบเท่ากับการรักษารอยแผลเป็นโดยเฉพาะ

Titanium Lifting ทำบริเวณไหนได้บ้าง

Titanium Lifting ทำบริเวณไหนได้บ้าง

เทคโนโลยี Titanium Lifting ได้รับการออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถใช้กระชับผิวและฟื้นฟูให้ผิวกระจ่างใสได้ครอบคลุมหลายบริเวณ ดังนี้

  • บริเวณใบหน้าและลำคอ :  สามารถปรับกรอบหน้า ช่วยให้บริเวณแนวกรามดูเรียวได้รูปและช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอให้แลดูตึงกระชับยิ่งขึ้น
  • บริเวณผิวพรรณส่วนเกิน : นอกเหนือจากใบหน้า ยังสามารถนำมาใช้กับผิวบริเวณจุดต่างๆ ที่สูญเสียความยืดหยุ่นได้ เช่น ท้องแขน หน้าท้อง หรือแม้แต่ผิวบริเวณมือ เพื่อคืนความเนียนละเอียดและลดริ้วรอยจากวัย
  • บริเวณรอบดวงตาและคิ้ว : การใช้พลังงานที่มีความแม่นยำสูงช่วยให้เทคโนโลยีนี้สามารถฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตาได้

ใครบ้างที่เหมาะสำหรับการทำ Titanium Lifting

การทำ Titanium Lifting เป็นนวัตกรรมการยกกระชับที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาโครงสร้างผิวอย่างครอบคลุม โดยให้ผลลัพธ์ทั้งการยกกระชับและการปรับผิวให้กระจ่างใส ซึ่งเหมาะกับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่สังเกตเห็นได้หลังทำ
  • ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัดเจน : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเน้นการเก็บรายละเอียดบริเวณเหนียง เพื่อให้รูปหน้าดูมีมิติและคมชัดยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ : เนื่องจากมีระบบความเย็นที่ช่วยปลอบประโลมผิวตลอดเวลา ทำให้รู้สึกสบายขณะทำมากกว่าหัตถการยกกระชับกลุ่มเดิมๆ
  • ผู้ที่ต้องการงานผิวควบคู่กับการยกกระชับ : เหมาะสำหรับผู้ที่อยากให้ผิวหน้าดูสว่างกระจ่างใสและรูขุมขนกระชับไปพร้อมกัน
  • ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นน้อย : เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่มีระยะเวลาพักฟื้น สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ

ใครบ้างที่ไม่เหมาะสำหรับการทำ Titanium Lifting

Titanium Lifting เป็นเทคโนโลยีที่มีความอ่อนโยนต่อผิว แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนรับบริการ กลุ่มบุคคลที่ไม่แนะนำให้ทำหัตถการนี้มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร : เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อบุตรแม้จะยังไม่มีรายงานผลกระทบโดยตรง
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดในบริเวณที่จะรักษา : เช่น มีเริม สิวอักเสบรุนแรงหรือผิวหนังอักเสบติดเชื้อ ควรรักษาให้หายสนิทก่อน
  • ผู้ที่มีภาวะไวต่อแสง : กลุ่มที่รับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสงเป็นพิเศษ เนื่องจากตัวเครื่องใช้พลังงานแสงเลเซอร์ 3 ความยาวคลื่น ทำให้อาจเกิดการระคายเคืองได้
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน : เช่น โรคพุ่มพวงหรือผู้ที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นนูนได้ง่ายมากเป็นพิเศษในบริเวณหน้าและลำคอ

Titanium Lifting มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

แม้เทคโนโลยี Titanium Lifting จะเป็นการใช้คลื่นแสงในระดับความร้อนที่ปลอดภัยต่อผิว แต่การทำก็อาจจะเกิดผลข้างเคียงชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำ ดังนี้

  • รอยแดงชั่วคราว : บริเวณที่สัมผัสพลังงาน อาจมีอาการผิวอมชมพูหรือแดงระเรื่อเนื่องจากอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในชั้นผิว ซึ่งอาการนี้มักหายไปได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ความรู้สึกอุ่นหรือบวมเล็กน้อย : การกระตุ้นคอลลาเจนด้วยความร้อน อาจทำให้ผิวรู้สึกอุ่นหรือมีอาการบวมเล็กน้อยตามจุดที่ได้รับพลังงานเข้มข้น
  • อาการระคายเคืองผิวหนัง : ในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายเป็นพิเศษ อาจส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองหรือผิวแห้งชั่วคราว ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการบำรุงผิวตามคำแนะนำของแพทย์

ขั้นตอนการทำ Titanium Lifting

กระบวนการทำ Titanium Lifting ถูกออกแบบมาเพื่อส่งผ่านพลังงานลงลึกถึงโครงสร้างผิว โดยมีขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐานเพื่อให้การทำเห็นผลลัพธ์ ดังนี้

  • ขั้นตอนการประเมินและการเตรียมผิว : แพทย์จะทำการวิเคราะห์ปัญหาโครงสร้างใบหน้าหรือสภาพผิวเพื่อวางแผนการปรับรูปหน้า จากนั้นทำความสะอาดผิวหน้าและทาเจลเย็นชนิดพิเศษเพื่อช่วยหล่อลื่นและปกป้องชั้นผิวหนังก่อนการส่งผ่านพลังงาน
  • การตั้งค่าและยิงเลเซอร์ : แพทย์จะเริ่มปล่อยพลังงานเลเซอร์ด้วยเทคนิคเฉพาะ ทั้งโหมด STACK สำหรับการยิงจุดเน้นที่ระดับลึกหรือโหมด SHR สำหรับการถูวนเพื่อกระตุ้นทั่วบริเวณ ซึ่งการทำจะควบคุมอุณหภูมิความร้อนในชั้นผิวอย่างคงที่เพื่อเลี่ยงการสะสมความร้อนจนเกิดอันตราย
  • การส่งผ่านความเย็นคงที่ : ในระหว่างการปล่อยพลังงาน ระบบทำความเย็นอัจฉริยะจะแนบสนิทกับผิวหนังตลอดเวลาเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและผ่อนคลาย ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิวได้
  • การทำความสะอาดและดูแลผิวหลังทำ : หลังจบขั้นตอนการทำ แพทย์จะเช็ดเจลออกและประเมินผลลัพธ์ทันที โดยผู้รับบริการสามารถแต่งหน้าหรือกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้โดยไม่มีรอยแผล ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นจากการบาดเจ็บของผิวหน้า

หลังทำ Titanium Lifting

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Titanium Lifting

การดูแลผิวหลังรับบริการด้วย Titanium Lifting ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ไวและรักษาผลลัพธ์จากการปรับรูปหน้าให้คงอยู่ได้นาน โดยควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

  • ป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัด : หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดโดยตรงในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์แรกและทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น : เน้นใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยน เพื่อเติมความชุ่มชื้นและช่วยปลอบประโลมผิวหลังรับพลังงานความร้อน
  • งดนวดและขัดหน้า : หลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือขัดผิวอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผิวปรับสมดุลและฟื้นฟูตัวเองได้เต็มที่โดยไม่ถูกรบกวน
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด : งดการเข้าอบซาวน่า แช่น้ำอุ่นจัด หรือทำกิจกรรมที่ได้รับความร้อนสูงในช่วงแรก เพื่อป้องกันอาการบวมแดงที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราว
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ : การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะช่วยส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิตและการทำงานของคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
  • สังเกตความผิดปกติของผิว : หากมีรอยแดง บวมหรือความรู้สึกผิดปกติหลงเหลือเกินกว่า 2-3 วัน ควรติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลทันทีเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Titanium Lifting

ทำ Titanium Lifting เจ็บมากไหม

การทำแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย เพราะมีหัวทำความเย็น Sapphire Ice ที่ช่วยปกป้องผิวและทำให้รู้สึกสบายตลอดการรักษา

ผลลัพธ์หลังทำ Titanium Lifting อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยปกติผลลัพธ์ของ Titanium Lifting จะเห็นผลชัดเจนและคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

Titanium Lifting ต่างจากการยกกระชับแบบอื่นอย่างไร

Titanium Lifting โดดเด่นกว่าด้วยการยิงพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนังได้พร้อมกัน 3 ระดับโดยไม่ต้องใช้เข็ม

ต้องทำ Titanium Lifting บ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล

โดยทั่วไปแล้วแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้งในช่วงแรก เพื่อผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานขึ้น

สรุป

Titanium Lifting เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ผสาน 3 ความยาวคลื่นเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวทำหน้าให้ดูเรียวได้สัดส่วนและกระจ่างใสขึ้น โดยมีระบบทำความเย็นที่ช่วยให้การรักษานุ่มนวล ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของสภาพผิวเฉพาะบุคคลและการดูแลตัวเองหลังทำตามคำแนะนำของแพทย์เป็นสำคัญ

แชร์บทความ
นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
ว.21330
บทความโดย นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวและศัลยศาสตร์
ปรึกษาคุณหมอฟรี
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
EMFACE Eyes

EMFACE Eyes คืออะไร ลดริ้วรอยรอบดวงตาเห็นผลจริงไหม เหมาะกับใคร

EMFACE Eyes เทคโนโลนีที่ผสานพลังงานคลื่นวิทยุร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อเพื่อฟื้นฟูผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ
Morpheus8

Morpheus8 คืออะไร ยกกระชับผิวได้จริงไหม เหมาะกับใครบ้าง

Morpheus8 ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะตัวช่วยยกกระชับและปรับโครงสร้างผิวได้ลึกถึงระดับชั้นไขมัน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างไร
Morpheus Pro

Morpheus Pro คืออะไร ยกกระชับผิว ลดไขมันต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร

Morpheus Pro เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ช่วยทั้งยกกระชับผิวและลดไขมันในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั้งบริเวณใบหน้าและผิวกาย
Emface

Emface คืออะไร ช่วยยกกระชับหน้าได้จริงไหม เหมาะกับใครบ้าง

Emface เป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยสามารถช่วยยกกระชับได้ถึงชั้นกล้ามเนื้อ