ลดหน้าท้อง หน้าท้องลีน ได้ด้วยตัวเอง

 

“อึดอัดมากค่ะ อยากลดหน้าท้องด้วยตัวเอง มีวิธีไหนบ้างไหมคะ” 

หน้าท้องทั้งใหญ่และหนา ใส่เสื้อผ้า ใส่กางเกง ไขมันหน้าท้องก็ปลิ้นออกมาจนน่าเกลียด ถึงแม้จะลดน้ำหนักแล้ว แต่หน้าท้องกลับไม่ลดลงเลย ปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปคงไม่ไหว อยากลดหน้าท้องด้วยตัวเอง แบบง่าย ๆ สามารถเป็นไปได้ไหม?

 

ต้องบอกอย่างนี้ค่ะ ปัญหาหน้าท้องใหญ่เป็นปัญหาด้านสัดส่วนที่จะสามารถลดลงได้ หลังจากลดน้ำหนักไปแล้ว ดังนั้น ถึงแม้ว่าน้ำหนักจะลดลงหน้าท้องก็จะไม่ลดลงทันที แต่จะค่อย ๆ ลดลงเองอย่างช้า ๆ หากต้องการลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน จะต้องทำการลดสัดส่วน ลดไขมันเฉพาะที่หน้าท้องเสียก่อน  

 

เช็คให้ชัวร์ ไขมันใต้หน้าท้อง เป็นไขมันแบบไหนกันแน่

อย่างที่ทราบกันดีว่าหน้าท้องที่ใหญ่ขึ้นนั้นมาจากไขมันส่วนเกินที่เกิดจากพฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกายของเราทั้งนั้น โดยเมื่อทำการตรวจมวลไขมันที่อยู่ใต้ท้องหนา ๆ นั้นจะสามารถพบได้ที่ 2 ส่วน

  1. ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat)

เป็นไขมันที่พบได้ที่ชั้นผิวหนัง เมื่อไม่มีการออกกำลังกาย ไขมันก็จะไปสะสมที่บริเวณนี้มากขึ้น แตไขมันส่วนนี้สามารถลดได้ง่ายกว่า และเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ไม่ควรที่จะมีมากเกินไป จำเป็นต้องลดเพื่อสุขภาพและหุ่นดีเช่นกัน โดยไขมันใต้ผิวหนังนั้นสามารถวัดได้จากเครื่องหนีบวัดไขมัน (Skin-Fold Calipers)

  1. ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)

เป็นไขมันที่สะสมอยู่ลึกกว่าชั้นผิวหนัง โดยจะอยู่รอบอวัยวะภายในร่างกาย เช่น กระเพาะอาหาร ตับ หรือลำไส้เล็ก สามารถกำจัดได้ยาก และอันตรายมาก ๆ อาจจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หลอดเลือดในสมอง หรือสมองเสื่อม 

 

โดยไขมันใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้องนั้นมา สามารถทำให้เกิดหน้าท้อง หรือ พุง ในลักษณะต่าง ๆ ตามพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ที่สามารถแบ่งออกได้ 5 ประเภท 

  1. พุงกลม Alcohol Belly

โดยทั่วไปแล้วจะเกิดกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอลล์เป็นประจำและดื่มในปริมาณมาก เนื่องจากแอลกอฮอล์แต่ละประเภทมีปริมาณแคลอรี่ที่สูง เมื่อดื่มเข้าไปแอลกฮอล์จะถูกย่อยและก่อให้เกิดของเสีย จากนั้นสมองจะส่งสัญญาณให้ร่างกายหยุดเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในช่องท้อง ขณะเดียวกันก็สั่งให้ร่างกายเปลี่ยนของเสียที่ย่อยจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปให้กลายเป็นไขมันจนเกิดเป็นพุงกลม ๆ ป่อง ๆ ได้

 

  1. พุงหมาน้อย Hormonal Belly

เป็นพุงที่มีลักษณะหน้าท้องด้านบนเรียบปกติ แต่หน้าท้องด้านล่างป่องย้อย เหมือนกับท้องของลูกหมาตัวน้อย ๆ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงและกินขนมหวานมากจนเกินไป เมื่อน้ำตาลมากขึ้นร่างกายจะเร่งนำพลังงานไปใช้ แต่เนื่องจากน้ำตาลมีจำนวนมากจึงไม่สามารถกักเก็บได้ทันจนกลายเป็นไขมันสะสม นอกจากนี้ยังเกิดจากการไม่ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน 

 

  1. พุงเครียด Stressed Belly

มีลักษณะเป็นชั้น เกิดจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายผลิตคอร์ติซอล (cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานไม่ปกติ และยังผลิตไขมันขึ้นที่บริเวณหน้าท้อง นอกจากนี้ยังเกิดจากการกินอาหารไม่ตรงเวลา กินอาหารฟาสฟู้ด รวมถึงการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากไปอีกด้วย

 

  1. พุงคนท้อง Mommy Belly

เป็นพุงของคุณแม่หลังคลอดบุตร มีลักษณะยื่นออกมาเป็นชั้น หย่อนคล้อย และไม่กระชับ เนื่องจากเกิดการขยายตัวของมดลูกและยังไม่กลับคืนสู่สภาพปกติ หรือที่เราเรียกว่า มดลูกเข้าอู่นั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลา 2-3 เดือน ถึงจะกลับคืนสู่สภาพปกติ แต่หากไม่ลดลงต้องทำการลดออกด้วยการออกกำลังกาย

 

  1. พุงป่อง Bloated Belly

มีลักษณะคล้ายพุงกลม แต่มีความแบนในตอนเช้า และป่องหรือบวมในตอนกลางวัน ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารที่ย่อยยาก และแก๊สในกระเพาะอาหารที่มีเป็นจำนวนมากจนท้องอืด พุงแบบนี้จะไม่อันตรายเท่าแบบอื่น ๆ เพราะพุงสามารถลดได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีการกินอาหาร 

 

พุงคุณอยู่ในประเภทไหนคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ดังนั้นเราควรควบคุมอาหาร และออกกำลังกายตามวิธีที่แนะนำตามข้อความข้างต้น แต่หากไม่อยากเหนื่อยกับการออกกำลังกายและต้องการกำจัดไขมันแบบได้ผลลัพธ์ที่ดีต้องมีตัวช่วยค่ะ

 

ลดหน้าท้องจากการกิน

  1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำจากข้าว อ้อย และผลไม้ต่าง ๆ  ที่มีปริมาณน้ำตาลในปริมาณมาก เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันที่แล้วไปสะสมตามส่วนต่าง  ๆ ของร่างกาย รอการเผาผลาญ หรือเป็นพลังงานเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน นอกจากนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังสามารถดื่มกับน้ำอัดลมเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น ซึ่งน้ำอัดลมจะมีน้ำตาลสูง จะเพิ่มน้ำตาลมากยิ่งขึ้น หากยังลดการดื่มไม่ได้ให้เลือกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำที่สุด และกำหนดปริมาณการกินให้เหมาะสมต่อวัน 

 

  1. ลดการกินคาร์โบไฮเดรต 

อาหารประเภทและแป้งขัดสี เช่น ข้าว ขนมปัง ลดการรับประทานอาหารจำพวกแป้ง เนย น้ำตาลามเครียด และการสะสมของน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต 

  1. ควรดื่มกาแฟวันละไม่เกิน 2 แก้ว
  2. กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา                                                                                    เพื่อเพิ่มฮอร์โมนเผาพลาญไขมัน และลดการทำงานของฮอร์โมนที่เก็บสะสมไขมัน นอกจากนี้ควรกินไขมันที่มประโยชน์เป็นประจำทุกวัน พักผ่อนให้เพียงพอ และยืดเส้นยืดสายซักเล็กน้อย เพื่อช่วยในการเผาพลาญไขมัน

 

ดื่มน้ำมาก ๆ และกินอาหารที่มีกากใยประเภทพืชผัก ผลไม้ ให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น หลังจากกินอาหารแล้วเดินเล่นสักพักเพื่อย่อยอาหาร งดกินอาหารมื้อดึก 

 

  1. กินผลไม้ไฟเบอร์สูง 

ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง

อาจจะเปลี่ยนจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นการดื่มน้ำผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยการขับถ่าย และการกำจัดไขมันที่ได้ผลดีที่สุดคือการออกกำลังกาย

 

ลดหน้าท้องด้วยการ Detox 

ดีท็อกซ์ด้วยการกิน วิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ด้วยการกินอาหารที่มีฤทธิ์ช่วยการดีท็อกซ์ วันนี้เราจึงนำสูตรต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ

  1. สูตรน้ำมะนาวกับน้ำอุ่น

เป็นสูตรที่ได้รับความนิยม และทำง่ายมาก ๆ โดยการใช้น้ำมะนาวครึ่งลูก ผสมกับน้ำอุ่น 2-4 แก้ว คนให้เข้ากันแล้วดื่มทันที แนะนำให้กินหลังตื่นนอนและดื่มก่อนรับประทานอาหารเช้า วิตามินซีในน้ำมันนาวจะเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยตับทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกายนั่นเองค่า

 

  1. สูตรเมล็ดแมงลักกับน้ำเปล่า

ใช้เม็ดแมงลักเพียง 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำร้อน 1 แก้ว จากนั้นรอให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่แล้วค่อยนำมาดื่ม แนะนำให้ดื่มก่อนนอนจะดีที่สุด เนื่องจากในเม็ดแมงลักมีเส้นใยอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อกินเข้าไปร่างกายไม่สามารถย่อยกากไยพวกนี้ได้ ไขมันไม่ดีจึงถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นไยของเม็ดแมงลัก 

 

ข้อควรระวัง : ก่อนดื่มควรเช็คให้แน่ใจว่าเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่แล้ว เพราะหากยังพองไม่เต็มที่เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้เม็ดแมงลักดูดซับน้ำในกระเพาะ ส่งผลเรื่องเม็ดแมงลักอาจจับตัวเป็นก้อนอุดตันในลำไส้ ทำให้เกิดลำไส้อุดตันและมีอาการท้องผูกได้

 

  1. สูตรโยเกิร์ต นมสด น้ำผึ้ง มะนาว

สูตรนี้กินง่าย รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว โดยการใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่แช่เย็น มาผสมกับนมสดรสจืดที่ไม่ได้แช่เย็น กับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และน้ำมะนาวครึ่งลูก คนให้เป็นเนื้อเดียวกันหรือจนกว่าน้ำผึ้งจะไม่ติดช้อนเวลาคน จากนั้นให้กินทันทีห้ามวางแช่ทิ้งไว้ โดยแนะนำให้กินเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน จะช่วยกระตุ้น

 

4 สูตรเลมอน แตงกวา ใบสะระแหน่ 

นำเลมอน 2 ลูก แตงกวาครึ่งลูก มาฝานบาง ๆ มาใส่ในโหลแก้ว หรือกระบอกน้ำ เติมน้ำเปล่า หรือน้ำแร่ลงไป และใบสะระแหน่เด็ดเป็นใบ 10 – 12 ใบ จากนั้นแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 8 ชั่วโมง และนำมาดื่มในตอนเช้า วิธีนี้นอกจากจะช่วยกำจัด และชะล้างของเสียออกจากร่างกายผ่านการขับถ่ายแล้วยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นในตอนเช้าอีกด้วย

  1. สูตรน้ำส้ม แครอท ขิง 

หากใครที่ชอบกินแครอทอยู่แล้ว สูตรนี้ดื่มง่ายแน่นอน เนื่องจากมีการเพิ่มรสชาติด้วยการผสมส้มและขิง สกัดเย็น จะช่วยทำความสะอาดตับ เบต้า แคโรทีนและวิตามิน A ช่วยล้างสารพิษ และขับออกจากร่างกายขณะเดียวกันก็ช่วยลดไขมันในตับด้วย 

                                                                    

ลดพุงจากการออกกำลังกาย 

  1. ท่าแพลงก์

เริ่มต้นด้วยท่านอนคว่ำ เหยียดตัวตรง เกร็งคอ และศีรษะลอยจากพื้น ตั้งศอกทั้ง 2 ข้างกับพื้น ค่อย ๆ ยันตัวขึ้น โดยให้ศอกทั้ง 2 ข้างห่างกันประมาณ 1 ช่วงไหล่ ยกสะโพกขึ้น เกร็งลำตัวและคอให้อยู่ในระนาบเดียวกัน ค้างท่าไว้ 30-60 วินาทีื อย่างไรก็ตาม การแพลงก์ด้วยท่านี้ข้อมือควรต้องวางตรงกับหัวไหล่ ผ่อนข้อศอกเล็กน้อย เกร็งส่วนสะโพกให้อยู่ระนาบเดียวกับลำตัว ที่สำคัญอย่าลืมแขม่วพุงและขมิบก้นเพื่อป้องกันอาการปวดหลังด้วยนะคะ

  1. ท่าซิทอัพ

นอนหงาย งอเข่าและวางเท้าอย่างมั่นคงบนพื้น เพื่อช่วยให้ร่างกายส่วนล่างมีความมั่นคง นำมือขวาแตะไหล่ซ้ายและมือซ้ายแตะไหล่ขวา แขนทั้ง 2 ข้างวางที่หน้าอก หรือนำมือมาแตะไว้หลังใบหู โดยต้องไม่วางมือแต่ให้ดึงช่วงลำคอ ยกตัวขึ้นโดยงอตัวไปทางเข่า ในขณะที่กำลังยกตัว ให้ค่อย ๆ หายใจออก และควรสังเกตในขณะที่ซิทอัพว่าเป็นช่วงเอวที่งอ ไม่ใช่ช่วงคอ ค่อย ๆ ลดตัวลงกลับสู่ท่าเริ่มต้น และในขณะที่ลดตัวลงให้หายใจเข้า ในขณะที่กำลังซิทอัพ ให้เอาเท้ามาเกี่ยวกันไว้ ซึ่งจะทำให้ขาช่วงล่างได้ออกแรงด้วย สำหรับผู้ที่เริ่มต้นควรซิทอัพให้ได้ 10 ครั้ง/1 เซ็ท

  1. ท่า HIP LIFT

เริ่มด้วยท่านอนหงาย มือทั้งสองข้างวางลงข้างลำตัว ขาทั้งสองข้างชิดกันจากนั้นยกขาทั้งสองขึ้นกลางอากาศ จากนั้นยกสะโพกขึ้นและค้างไว้ที่พื้นเป็นเวลา 3 วินาทีแล้วลดสะโพกลงทำ 10 ครั้งต่อเซ็ตรวมเป็น 3 เซ็ต แนะนำให้ทำบ่อยๆได้ยิ่งดีค่ะจะได้เห็นผลไวๆรับประกันเป็นอีกหนึ่งท่าที่ง่าย และเห็นผลจริงขึ้นอยู่กับวินัยในตัวคุณ รู้สึกท่านี้จะเรียกว่า HIP LIFT นะคะ ดังรูปเลยค่ะ ค่อยๆยกขึ้น-ลงช้าๆ พอลงแล้วขาไม่ต้องแตะพื้น แต่ค้างไว้5วินาที แล้วยกขึ้นช้าๆ ทำซ้ำ

 

Emsculpt เทคโนโลยีหนึ่งเดียวในปัจจุบันที่สามารถกำจัดไขมันควบคู่กับการสร้างกล้ามเนื้อ ทำงานโดยการใช้เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเฉพาะเจาะจง High-In Tensity Focused Electro-Magnetic (HIFEM) ส่งพลังงานเข้าถึงชั้นกล้ามเนื้อ และไขมันใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเกิดการหดเกร็งถึง 20,000 ครั้งต่อการทำทรีทเมนท์ 30 นาที เทียบเท่ากับการยกเวทหนัก ๆ แล้วทำ Sit up ไปด้วยพร้อม ๆ กัน 20,000 ครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงเราแทบจะไม่สามารถออกกำลังกายแบบนี้ได้เลย 

 

ทั้งนี้การหดตัวของกล้ามเนื้อจะสามารถสร้างมวลกล้ามเนื้อใหม่ ทำให้มีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้น สามารถสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มจำนวนกล้ามเนื้อให้ทนทานแข็งแรงและอยู่ได้นานขึ้น ส่งผลให้รูปร่างกระชับ มีกล้ามเนื้อหน้าท้องและซิกแพค พร้อม ๆ กับการเผาผลาญไขมันและการทำลายเซลล์ไขมัน 

 

ต้องทำบ่อยแค่ไหน ต้องพักฟื้นหรือไม่

Emsculpt  ควรทำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เหมือนกับการออกกำลังกายปกติ และสามารถทำทรีทเมนท์เพียง 4-6 ครั้งเท่านั้น ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ที่สำคัญไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

 

*** ผลการวิจัย แสดงถึงความพึงพอใจต่อการรักษามากถึง 96% และโดยเฉลี่ยมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 16% และไขมันลดลง 19%

 

บทสัมภาษณ์จากผู้ใช้จริง

ฟิตหุ่นสวยแบบ Shortcut ฉบับพลอย หอวัง

หุ่นดีที่ทุกคนต่างใฝ่ฝัน แต่กว่าจะได้มานั้นต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ จากการออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและกำจัดไขมันไปพร้อมกัน ซึ่งนั่นต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมากกว่าจะได้ผลลัพธ์หุ่นสวยดูดี วันนี้คุณพลอยจึงวางใจให้ APEX ดูแลรูปร่างด้วยเทคโนโลยีครั้งแรกในโลก ที่สามารถสร้า

งกล้ามเนื้อและกำจัดไขมันได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถปั้นหุ่นสวยแบบ Shortcut โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ส่วนจะเป็นโปรแกรมไปอ่านบทสัมภาษณ์กันเลยค่ะ 

 

Apex : วันนี้คุณพลอยทำโปรแกรมอะไรบ้างคะ

พลอย : วันนี้พลอยจะมาเสริมสวยด้วยการดูแลสัดส่วนค่ะ พลอยสนใจลองทำ Emsculpt โดยมีรูปแบบการทำงานเหมือนกับเรากำลังออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังเองบางครั้งก็ได้ผลลัพธ์ไม่ทันใจ แต่ตัวนี้จะทำให้ร่างกายหรือหน้าท้องของเราแข็งแรงและกระชับขึ้น เหมือนเราได้ทำซิทอัพประมาณ 20,000 ครั้งเลยค่ะ

 

ซึ่งหลังจากทำกล้ามเนื้อของเราก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 16% ไขมันของเราก็จะหายไปประมาณ 19% เดี๋ยวมาลองดูกันนะคะว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า

 

Apex : ขณะทำรู้สึกอย่างไรบ้างคะ

พลอย : เหมือนได้ซิทอัพและยกเวทไปพร้อมกันเลยค่ะ คือห้ามไม่ให้เกร็งไม่ได้เลย ซึ่งถ้าเราซิทอัพไม่ไหวสามารถใช้เครื่องนี้ได้เลยค่ะ“

 

Apex : ความรู้สึกหลังทำ Emsculpt เป็นอย่างไรบ้างคะ

พลอย : รู้สึกว่าเหงื่อออกเยอะมาก เตียงที่นอนตอนทำเปียกไปหมดเลยค่ะ เหมือนได้ออกกำลังกายจริง ๆ แต่เป็นการออกกำลังกายแบบ Shortcut รู้สึกมีความสุขมากเลยค่ะ

 

ซึ่งการซิทอัพ 20,000 ครั้ง ไม่ว่าจะภายใน 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ก็ไม่มีทางทำได้ เทคโนโลยีนี้จึงเป็น Shortcut ที่ดีที่สุดแล้วค่ะ ซึ่งตอนนี้ทำเป็นครั้งแรกเดี๋ยวมารอดูอีก 3 ครั้ง ว่าจะเป็นอย่างไร 

 

APEX SLIM ประสบการณ์กว่า 25 ปี โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเครื่อง EmSculpt จากประเทศอังกฤษด้วยเทคโนโลยี HIFEM นวัตกรรมแรกและนวัตกรรมเดียวที่มีงานวิจัยมากที่สุดถึง 20 งานวิจัยว่ารองรับ Build Muscle & Claim Fat

 

👉ปรึกษาลดน้ำหนักและสัดส่วนทักแชท

𝐂𝐎𝐍𝐓𝐀𝐂𝐓 𝐔𝐒

𝐓𝐞𝐥 : 095-102-8585

𝐋𝐢𝐧𝐞 : https://line.me/ti/p/%40APEXslim

𝐅𝐚𝐜𝐞𝐛𝐨𝐨𝐤: https://www.facebook.com/ApexSlim

𝐖𝐞𝐛𝐬𝐢𝐭𝐞 : https://www.apexslim.com/