สวยขึ้นจนคนทัก! ฉีดฟิลเลอร์ปาก เปลี่ยนลุคใหม่ ปากสวยขึ้นทันที แถมหน้าเด็กลง

ฉีดฟิลเลอร์ปากตั้งแต่เทรนด์สายฝ.ฮิตมาก ๆ ในไทย การฉีดฟิลเลอร์ปากก็เป็นที่นิยมมากขึ้นตามไปด้วย ยิ่งในตอนนี้ไม่ใช่แค่สาวสายฝ.เท่านั้น แต่สาว ๆ หลายคนก็เริ่มฉีดปากกันเยอะมากขึ้น เพราะการ ฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถช่วยแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ของริมฝีปาก ได้มากเลยทีเดียว สำหรับใครที่คิดว่าการฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นเพียงแค่การฉีดให้ปากดูหนา ดูอวบอิ่มสวยขึ้นได้เท่านั้น ขอบอกเลยว่า Filler ปาก สามารถช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากได้มากกว่านั้น ส่วนจะช่วยอะไรได้บ้างเรามาหาคำตอบจากบทความนี้กันเลยค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะกับใคร ช่วยอะไรได้บ้าง

การฉีดฟิลเลอร์ปาก นอกจากนั้นจะช่วยเรื่องความสวยงามแล้ว ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากอื่น ๆ ได้อีกเช่น

  • ผู้ที่มีริมฝีปากบาง : ช่วยเติมเต็มให้ริมฝีปากอวบอิ่ม ดูมีวอลลุ่มมากขึ้น โดยสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีด
  • ผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง : ช่วยฟื้นฟูริมฝีปาก ให้มีความชุ่มชื้น ลดความแห้งแตก ดูฉ่ำวาว สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่มีขอบปากไม่ชัด : ช่วยให้แต่งเติมขอบปากดูชัดมากขึ้น เห็นทรงปากสวย มีมิติชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่มีมุมปากตก : ช่วยยกมุมปากขึ้น แก้ปัญหาปากคว่ำ ที่ทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึง ดูเศร้า ไม่สดใส
  • ผู้ที่ริมฝีปากมีริ้วรอย : ช่วยลดร่องริ้วรอยต่าง ๆ ให้ริมฝีปากเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่ริมฝีปากไม่เท่ากัน : ช่วยเติมริมฝีปากให้ได้สัดส่วนทั้งริมฝีปากบนและริมฝีปากล่าง หรือปรับตามโหงวเฮ้ง

ผลลัพธ์ฉีดฟิลเลอร์ปากทำไม ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยทำให้หน้าเด็กลง

การฉีดฟิลเลอร์ปาก นอกจากจะช่วยแต่งเติมรูปทรงริมฝีปากให้ดูดี จนส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมของเราสวยขึ้นได้แล้ว การฉีดฟิลเลอร์ปาก ยังช่วยให้ใบหน้าของเราเด็กลงได้อีกด้วยนะคะ นั่นก็เป็นเพราะว่า ริมฝีปากมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยสามารถเปรียบเทียบได้ง่าย ๆ กับริมฝีปากของเด็ก ๆ ที่มีความชุ่มชื้น ปากดูเต็มฟู มีวอลลุ่ม ขอบปากชัดเจน แตกต่างจากริมฝีปากของคนอายุ จะมีลักษณะบางลง ขอบปากหาย มีริ้วรอยร่องริมฝีปากเยอะขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ดีขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งผลพลอยได้ที่สามารถทำให้ใบหน้าของเราดูเด็กลงได้นั่นเอง

ฉีดฟิลเลอร์ปาก Lip Filler

ในปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ในการช่วยปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้ดูสวยสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัย ได้รับการรับรองให้สามารถใช้เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าและร่างกายได้ คือ ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกว่าสั้น ๆ  HA ซึ่งเป็นฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler) โดยสามารถอยู่ในร่างกายได้ 6 เดือน – 2 ปี ดังนั้นฟิลเลอร์ประเภทนี้จึงนิยมใช้มากที่สุด เพราะสามารถสลายตัวหมดไปได้เอง 100% ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย ไม่เป็นอันตราย มีความปลอดภัยสูง

เมื่อแพทย์ฉีดฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มริมฝีปากให้ดูฟู มีวอลลุ่ม อวบอิ่ม ได้รูปมากขึ้น และเนื่องจากฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid มีคุณสมบัติช่วยดูดซับน้ำ และกักเก็บน้ำไว้ชั้นใต้ผิว ดังนั้นจึงส่งผลให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้น ฉ่ำวาวขึ้น แก้ปัญหาปากแห้งแตกได้ อีกทั้ง HA ยังช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนได้อีกด้วย ดังนั้นริมฝีปากจึงเรียบเนียน ร่องริ้วรอยต่าง ๆ ดูลดลง ริมฝีปากสวยขึ้น

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปาก

  • เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว : การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นวิธีที่การแก้ไขปัญหา และตกแต่งริมฝีปากที่ง่ายและสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีด เราจึงมีริมฝีปากที่สวย ดูดีขึ้นได้แบบรวดเร็ว ไม่ต้องเจ็บตัว เพราะไม่ต้องผ่าตัด ฉีดเสร็จสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย
  • ดูแลรักษาง่าย : เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่มีแผลที่ดูแลรักษายากบริเวณริมฝีปาก โดยบางเคสอาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ ซึ่งสามารถหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน เพียงแค่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลตัวเองหลังฉีดเท่านั้น ก็สามารถมีริมฝีปากสวย ๆ ได้อย่างยาวนานแล้ว
  • แก้ไขได้ : หากไม่พอใจในผลลัพธ์ที่ หรือต้องการเพิ่ม/ลดฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการปรับทรงปากด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ หรือฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติมเข้าไปได้อีก

ฉีดฟิลเลอร์ปากฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) มีความปลอดภัยต่อร่างกาย เพราะเป็นฟิลเลอร์แบบชั่วคราว ที่สามารถสลายหมดไปได้เอง และไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย นอกจากนี้ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid ยังได้รับรองโดยองค์กรอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา US FDA และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ไทย เช่นกัน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยต่อร่างกายสูง ถ้าเราฉีดฟิลเลอร์ประเภทนี้รับรองว่าไม่เป็นอันตรายแน่นอนค่ะ

แต่นอกจากนั้นจะใช้ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว ที่มีคุณภาพแล้ว เทคนิคและความเชี่ยวชาญของแพทย์ก็มีสำคัญมาก เพราะแพทย์สามารถประเมินปริมาณฟิลเลอร์ที่จะใช้ฉีด และฉีดได้อย่างตรงตำแหน่ง แม่นยำ ช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์มีความปลอดภัย และผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์ปาก ฉีด Filler ยี่ห้อไหนดี

บริเวณริมฝีปากควรฉีดฟิลเลอร์ที่มีลักษณะเนื้อค่อนข้างนิ่ม มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งยี่ห้อฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ปากได้นั้นมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ที่ได้รับความนิยม และมีชื่อเสียงอย่างมากคงหนีไม่พ้น ฟิลเลอร์แบรนด์ Juvederm นั่นเองค่ะ

โดย Juvederm เป็นแบรนด์สัญชาติอเมริกา นำเข้ามาโดยบริษัท Allergan Thailand ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยมาตรฐานและคุณภาพ และยังได้การรับรองจาก US FDA และ Thai FDA อีกด้วย สามารถคงผลลัพธ์หลังฉีดได้นานกว่า 6 เดือน – 2 ปี อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยี vycross ที่ทำให้ฟิลเลอร์ยึดเกาะได้ดีมากขึ้น และเทคโนโลยี hylacross ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีเนื้อเรียบเนียนละเอียด ทนต่อการขยับ และอุ้มน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงทำให้ผลลัพธ์ของแบรนด์ Juvederm มีความธรรมชาติเป็นอย่างมาก

Juvederm เป็นแบรนด์ที่ผลิตฟิลเลอร์ออกมาหลายรุ่น เพื่อให้เหมาะกับการฉีดในแต่ละบริเวณบนใบหน้า เพราะแต่ละบริเวณต้องการเนื้อฟิลเลอร์ที่มีลักษณะไม่เหมือนกัน ซึ่งรุ่นที่นิยมนำมาฉีดที่ริมฝีปาก ส่วนใหญ่จะเป็น 3 รุ่นนี้ ได้แก่

ฟิลเลอร์

  • Juvederm Volift : เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มปานกลาง มีความยืดหยุ่น ปั้นแต่ได้ง่าย สามารถฉีดเก็บขอบปากให้เป็นทรงได้ โดยฟิลเลอร์รุ่นนี้อยู่ได้นานกว่า 18 เดือนเลยทีเดียว
  • Juvederm Ultra Plus : สำหรับคนที่อยากได้ทรงปากแบบสายฝ. แนะนำรุ่นนี้เลยค่ะ เพราะเนื้อฟิลเลอร์สามารถอุ้มน้ำได้ดีมาก เมื่อฉีดแล้วผิวจะมีความฟูขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้รูปปากจึงมีความอวบอิ่ม อิ่มฟูสุด ๆ ซึ่งฟิลเลอร์รุ่นนี้สามารถอยู่ได้นานถึง 12 เดือนเลยทีเดียว
  • Juvederm  Vobella : เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่สุด แต่อุ้มน้ำไม่มากนัก จึงเหมาะกับคนที่มีเนื้อริมฝีปากอยู่แล้ว แต่อยากเติมให้ดูสวยได้รูปมากยิ่งขึ้น โดยฟิลเลอร์รุ่นนี้อยู่ได้นาน 12 เดือน

ฉีดฟิลเลอร์ปากอย่างไร ให้สวย

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นสายฝ.หรือสายเกาก็หันมาฉีดฟิลเลอร์ปากกันเยอะมาก ซึ่งคุณหมอสามารถออกแบบรูปทรงริมฝีปากให้เข้ากับรูปหน้า และสวยตรงใจเราได้อย่างแน่นอน โดยถ้าใครมีรูป reference ของคนที่เราชอบก็สามารถนำไปให้คุณหมอดูเพิ่มเติมได้ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงว่าพื้นฐานริมฝีปากของแต่ละคนว่ามีความแตกต่างกัน ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ปากที่ดี คุณหมอจะอ้างอิงจากรูปทรงปากเดิมของเรา ประกอบกับรูปทรงปากที่อยากได้ และออกแบบสัดส่วน คำนวณปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดให้ออกมาพอดี เพื่อผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ปากที่สวย เหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด

โดยส่วนใหญ่แล้วอัตราที่เหมาะสมสำหรับฉีดฟิลเลอร์ปากจะอยู่ที่ 1:1.6 คือริมฝีปากบนจะมีความอวบอิ่มน้อยกว่าริมฝีปากล่างเล็กน้อย นอกจากนั้นมุมปากควรยกขึ้น เพื่อความสดใสของใบหน้า และขอบปากควรชัดเจนมีกระจับเล็กน้อย เพื่อรูปปากที่สวยมีมิติมากยิ่งขึ้น

เคล็ดลับหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้ว เพื่อผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้อย่างยาวนานมากขึ้น ควรดูแลริมฝีปากตามที่แพทย์แนะนำ เช่น

  • เนื่องจากไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารอุ้มน้ำ มีหน้าที่กักเก็บน้ำใต้ชั้นผิว และเพิ่มเส้นใยคอลลาเจน ดังนั้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์ประมาณ 4-5 วันแรกควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความคงทนและดูเป็รชนธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส บีบ จับ ลูบ หรือกดบริเวณริมฝีปาก เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเสียรูปทรงได้
  • ประมาณ 3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรหลีกเลี่ยงการใช้หลอดดูดน้ำ เนื่องจากจะทำให้รูปปากเสียทรงได้
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ปากประมาณ 48 ชั่วโมง ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มร้อน ๆ เพราะอาจะทำให้ริมฝีปากระคายเคือง บวม หรือเกิดอาการอักเสบได้

ฉีดฟิลเลอร์ปากฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี

  • คลินิกมีความน่าเชื่อถือ : ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ ความสะอาดภายในคลินิก ชื่อเสียงอันยาวนาน รางวัลที่เคยได้รับของคลินิก การบริการลูกค้าก่อน-หลัง หรือรีวิวต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้เรามีความมั่นใจและช่วยให้เราตัดสินใจในการเลือกคลินิกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  • แพทย์มีความเชี่ยวชาญ : การฉีดฟิลเลอร์เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ต้องได้รับการเทรน และสั่งสมประสบการณ์ เทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ออกมามีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ฉีดได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากที่เป็นส่วนที่บอบบาง ดังนั้นจึงต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นอย่างมาก
  • ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ : ไม่ว่าอะไรที่ฉีดเข้าไปในร่างกายของเราต้องมั่นใจในคุณภาพ โดยเฉพาะฟิลเลอร์ต้องเป็นของแท้เท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบได้จากกล่องฟิลเลอร์ต้องมีเลขทะเบียนอย. เอกสารกำกับภาษาไทย เลขอ้างอิง Lot. ซึ่งเราสามารถโทรเช็คได้ เช่น ฟิลเลอร์ แบรนด์ Juvederm โทรสอบถามได้ที่บริษัท Allergan Thailand โทร.02-6404999 ต่อ 1

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ APEX ดีอย่างไร

ที่ APEX เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ เนื่องจากทีมแพทย์หลายคนเป็นแพทย์ในกลุ่ม APEX Medical Institute (AMI)” ที่ได้รับการแทรนความรู้ใหม่ ๆ และอัปเดตเทคนิคดี ๆ จาก Training Center ของ APEX โดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น คุณหมอนัน พญ. นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเรื่องการฉีดเป็นกลุ่มแรกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโบท็อกซ์ (Botox) หรือ ฟิลเลอร์ (Filler) อีกทั้งคุณหมอยังเป็นผู้ก่อตั้ง APEX อีกด้วย ดังนั้นแพทย์ที่ผ่านการเทรนจากคุณหมอนัน จึงเรียกได้ว่ามีความสามารถเทียบเท่ากับระดับอาจารย์แพทย์เลยทีเดียวค่ะ

APEX รับรางวัลนอกจากความเชี่ยวชาญของแพทย์แล้ว APEX ยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยเครื่องมือที่ได้มาตารฐานสากล จนทำให้เราได้รับรางวัลการันตีมาแล้วมากมากย อย่างรางวัลใหญ่ล่าสุด ‘Top Allergan Aesthetics Valued Customer in Total Porfolio 2020 (Facial Aesthetics & Body Contouring)’ มอบให้แก่คลินิกที่ใช้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากทาง Allergan มากที่สุดไม่ว่าจะเป็น BOTOX, JUVEDERM FILLER ดังนั้นจึงทำให้ผู้เข้าใช้บริการหลายท่านมั่นใจเลือกฉีดฟิลเลอร์กับ APEX และยังติดใจในผลลัพธ์จึงได้กลับมาให้ทีมแพทย์ของเราฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มปาก และรูปหน้ากันเหลายท่านตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

การฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยให้เรามีความมั่นใจได้มากขึ้น นอกจากจะได้รูปปากที่สวยขึ้นแล้ว ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงได้แบบง่าย ๆ อีกด้วย สำหรับใครที่สนใจการฉีดฟิลเลอร์ปาก อย่างได้คำแนะนำเพิ่มเติม หรืออยากปรึกษาแพทย์สามารถติดต่อ APEX ได้ตลอดเลยนะคะ เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลทุกท่านอยู่ค่ะ

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเข้ามาได้ที่ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) เอเพ็กซ์ของเรายินดีให้บริการด้วยมาตรฐานสากล พร้อมการเลือกใช้ทั้งผลิตภัณฑ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้คุณมั่นใจถึงเรื่องผลลัพธ์และความเป็นธรรมชาติอย่างที่ต้องการได้