หน้าเป็นฝ้า เพราะน้ำหอมได้จริงหรือ?

    ในช่วงวัยที่เราต้องโตขึ้น ทำให้ต้องมีสังคมมากขึ้น คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คนส่วนใหญ่มักเลือกให้น้ำหอมเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ควรมีติดตัวเพื่อเสริมบุคลิคและความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ใครจะไปคิดว่าการเลือกน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจ อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีต่อผิวนัก เพราะคุณอาจเกิดอาการแพ้สารบางอย่างในน้ำหอมจนส่งผลให้ผิวพังได้แบบไม่รู้ตัวเลย

    Sonia Batra แพทย์ผิวหนังที่ผ่านการรับรองและเป็นผู้ก่อตั้ง Batra Dermatology เคยทำการค้นคว้าไว้ว่าน้ำหอมบางชนิดสามารถทำให้ผิวมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้น เช่น น้ำหอมจำวพวกกลิ่นลาเวนเดอร์ ซีดาร์ โรสแมรี มะกรูด และไม้จันทน์ เพราะจะมีสารเคมีที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้น เมื่อน้ำหอมกลิ่นเหล่านี้สัมผัสกับแสงแดด จะทำให้เกิดปฏิกริยาที่สามารถทำให้ผิวระคายเคือง ผิวอักเสบ เกิดเป็นฝ้าหรือทำให้เกิดจุดด่างดำได้

    หลายท่านคงสงสัยใช่ไหมว่า ในเมื่อเราฉีดน้ำหอมลงบนผิวหนังในส่วนอื่นที่ไม่ใช่ผิวหน้าโดยตรง จะทำให้ส่งผลกระทบต่อผิวหน้าจนเกิดเป็นแผ่นฝ้าได้อย่างไร เพราะฉะนั้นบางท่านอาจจะต้องสังเกตพฤติกรรมตนเองเวลาฉีดน้ำหอมว่าท่าน “อาบ” น้ำหอมหรือไม่ เช่น การฉีดทั่วทุกบริเวณที่ทำได้ ฉีดขึ้นไปในอากาศเพื่อให้ละอองน้ำหอมตกใส่ศีรษะและใบหน้า พฤติกรรมเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงทางอ้อมที่ทำให้ละอองน้ำหอมสัมผัสกับผิวหน้านั่นเอง

    สาเหตุของการแพ้น้ำหอม

    การแพ้น้ำหอมอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการแพ้สารเคมีจากน้ำหอมสังเคราะห์ หรือแพ้แอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตัวช่วยระเหยน้ำมันหอม ซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตน้ำหอมได้มีการแบ่งเกรดตามความเข้มข้นของน้ำมันหอมที่ถูกทำให้เจือจางด้วยแอลกอฮอล์ หากน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมน้อยยิ่งอาจทำให้มีโอกาสในการแพ้น้ำหอมได้สูง จึงควรอ่านฉลากก่อนซื้อ และหากไม่แน่ใจจริงๆ ให้ลองเลือกน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมที่สกัดจากธรรมชาติ 100% ถึงแม้จะมีราคาที่สูงกว่า แต่ก็รับประกันได้ว่าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้แน่นอน

    นอกจากน้ำหอมที่ใช้ฉีดในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีสารของน้ำหอมที่ผสมอยู่ในสกินแคร์หรือเครื่องสำอางโดยที่เราไม่เคยทราบมาก่อน และใช้มันอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน แน่นอนว่าการถูกละอองน้ำหอมทำร้ายผิวทางอ้อมว่าแย่แล้ว แต่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมทาลงบนผิวโดยตรงทุกวัน วันละหลายเวลาอย่างเป็นรูทีน ยิ่งเสี่ยงทำให้เซลล์ผิวหน้าพัง จนเกิดเป็นแผ่นฝ้าได้มากกว่าเดิม

    อาการของผิวแพ้น้ำหอม

    1.คันบริเวณผิวหนัง เป็นอาการที่ทำให้ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ในบางคน หากแพ้ขั้นรุนแรง อาการจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน สังเกตง่ายๆ จากตำแหน่งที่ฉีดน้ำหอมลงบนผิวโดยตรง

    2.หน้าเป็นผื่น-สิว เกิดจากสารเคมีหรือส่วนผสมในน้ำหอม ที่อาจจะฉีดหรือแต้มหลังจากการแต่งหน้าทำให้เมื่อฉีดน้ำหอมเข้าไปก็จะมีการอุดตันรูขุมขนทำให้ผิวหน้าอักเสบจนเกิดเป็นสิวได้

    3.รอยด่างดำ แผ่นฝ้าจางๆ เกิดขึ้นได้ในบริเวณที่แต้มน้ำหอมหรือฉีดน้ำหอม ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อออกไปโดนแสงแดดบ่อยๆ เพราะน้ำหอมสามารถดูดซับรังสีอัลตร้าไวโอเลตได้ ส่งผลให้เกิดรอยด่างดำลักษณะคล้ายฝ้า หากเริ่มเยอะขึ้นควรหยุดใช้และรีบรักษาฝ้าให้หาย รวมทั้งการหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำหอมบริเวณดังกล่าว

    แพ้น้ำหอมแล้ว ทำไงดี?

    1.หยุดการใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมทันที หลังจากนั้นให้สังเกตว่าตนเองมีอาการแพ้ลุกลามมากขึ้นหรือไม่ โดยปกติแล้ว อาการจะดีขึ้นภายใน 7-10 วัน แต่ถ้าไม่หายหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

    2.เมื่อเกิดผื่นแดง หรือมีตุ่มใส มีน้ำเหลืองซึมออกมา ให้ทำความสะอาดแผลเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อน เพื่อป้องกันการอักเสบจนเกิดเป็นหนอง และจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจดูให้ชัดเจนว่าแพ้สารอะไรจากน้ำหอมการแน่

    3.หากเกิดจุดด่างดำหรือแผ่นฝ้า ในกรณีที่ไม่รุนแรงและพอรับได้ อาจจะฉีดน้ำหอมให้น้อยลง และหมั่นดูแลผิวด้วยสกินแคร์ที่เหมาะสมกับผิวหน้า แต่ถ้าหากเกิดอาการดังกล่าวแบบไม่รู้ตัวและเป็นหนักขึ้นจากภาวะสารเคมีสะสม ควรรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อขอคำแนะนำและทำการรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป

    การรักษาฝ้าจากน้ำหอมด้วยการเลเซอร์

    ถึงแม้ว่าฝ้าที่เกิดจากอาการแพ้น้ำหอม หรือมีน้ำหอมเป็นตัวกระตุ้นอาจจะฟังดูไม่รุนแรงและไม่ใช่ฝ้าลึกเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำหรับบางคน แค่ “หน้าเป็นฝ้า” ก็รู้สึกไม่มั่นใจแล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกใช้วิธีเลเซอร์กำจัดฝ้าจึงถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ตอบโจทย์ได้ไว และหายได้ในระยะเวลาอาจรวดเร็ว

    เลเซอร์รักษาฝ้าที่ไหนดี?

    ที่ Apex Medical Center เรามีบริการรักษาฝ้า กระ และจุดต่างดำด้วยพลังงานเลเซอร์ Picosecond หรือโปรแกรม Melasma 3D ที่นับว่าเป็นเทคโนโลยีกำจัดเม็ดสีที่เพอร์เฟคที่สุดในขณะนี้ พร้อมรางวัลการันตีเพื่อให้คุณเชื่อมั่นในสถาบันนของเราอย่างรางวัล Luminary Excellence รางวัลอันดับ 1 เทคโนโลยีล่าสุดในการกำจัดเม็ดสีส่วนเกินโดยไม่ทำร้ายเซลล์ผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าไหม้จากการทำเลเซอร์ มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการผลัดผิวใหม่ ให้ใบหน้าเนียนนุ่ม กระจ่างใส รอยฝ้าแลดูจางลง ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย เมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

    เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ล่าสุดในการกำจัดเม็ดสีที่ APEX CLEAR เคลียร์รอยฝ้าแบบ 3 มิติ เพื่อผิวกระจ่างใส

    👉 กำจัดเม็ดสีได้ล้ำลึก ลบรอยฝ้าหนาได้ทุกชนิด

    👉 ลดการขยายตัวของเส้นเลือดฝอย ไม่เกิดฝ้าซ้ำซ้อน

    👉 ฟื้นฟู พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่เพื่อผิวกระจ่างใส

    🏆 รางวัล “Luminary Excellence” อันดับ 1 เทคโนโลยีล่าสุดในการกำจัดเม็ดสีส่วนเกินที่ทำให้เกิดฝ้าหนา

    APEX CLEAR “เคลียร์ทุกเรื่องผิว”

    📣 สอบถามหรือปรึกษาปัญหาผิวได้เลยค่ะ

    📲 [email protected] https://lin.ee/wB4l0p0 หรือ @apexclear

     #ApexClear #apexclearดูแลครบจบเรื่องหน้าพัง #apexclearเคลียร์ทุกเรื่องผิว #เลเซอร์ลดเม็ดสี #เลเซอร์ฝ้า #เลเซอร์เคลียร์ฝ้า #ฝ้าหนา  #Melasma  #เทคโนโลกำจัดเม็ดสี #รางวัลอันดับหนึ่ง