แจก 10 อาหารสุขภาพ ยิ่งทานหน้ายิ่งเด็ก

อาหารสุขภาพแจก 10 อาหารสุขภาพ ยิ่งทานหน้ายิ่งเด็ก

แม้ว่าอายุจะเป็นเพียงตัวเลข แต่พอเราเห็นใครที่ หน้าเด็ก ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง ก็มักจะเกิดคำถามว่าคนพวกนี้ไปทำอะไรมากับใบหน้ามา ซึ่งไม่แปลกเลยค่ะ เพราะใคร ๆ ก็อยากดูดี ไม่อยากแก่ หรือ หน้าดูมีอายุกันทั้งนั้น โดยวิธีที่สามารถช่วยชะลอวัย ไม่ให้แก่เร็วนั้น ทำได้หลายวิธี แต่เราควรทราบถึงต้นตอของปัญหาที่ทำให้เราดูแก่เร็วกันก่อน เพื่อเป็นการแก่ปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราแก่เร็ว ก็คือ อนุมูลอิสระที่ร่างกายผลิตออกมาอยู่ในทุก ๆ วันนั่นเอง

อนุมูลอิสระคืออะไร?

อนุมูลอิสระ เป็นสารที่มีมาตั้งแต่งกำเนิด เกิดขึ้นได้จาก กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นตัวทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ ทำให้ร่างกายเสื่อมถอยลง โดยจะแสดงออกมาในรูปแบบของ โรคภัย ความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ริ้วรอยแห่งวัย ความแก่ และ ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือในบางคนอาจจะก่อตัวเป็นเนื้อร้าย หรือ เซลล์มะเร็งได้

ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น ฝุ่นควันมลพิษ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทานอาหารไม่มีประโยชน์ อาหารแปรรูป สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแฮลกอฮอล์ อนุมูลอิสระเหล่านี้จะไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำลายโครงสร้าง ก่อให้เกิดความผิดปกติ เซลล์ถูกทำลายและเสื่อมได้เร็ว ส่งผลให้เราป่วยง่าย แก่ก่อนวัย ริ้วรอยเพิ่มขึ้นง่าย นอกจากนั้นถ้าเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ ก็จะพัฒนาไปสู่เซลล์มะเร็งได้ ซึ่งร่างกายของเราสร้างอนุมูลอิสระอยู่ตลอดเวลา เซลล์ในร่างกายก็จะเสื่อมลงทุก ๆ วัน ดังนั้นเราควรเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกายเพื่อช่วยชะลอ และ เพื่อทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สารต้านอนุมูลอิสระ คืออะไร?

สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Antioxidant คือ สารที่สามารถชะลอ หรือ ยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ โดยสารต้านอนุมูลอิสระนั้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในส่วนต่าง ๆ ของร่ากาย ช่วยชะลอวัย ชะลอกระบวนการที่ทำให้ร่างกาย ผิวพรรณของเราเข้าสู่วัยชรา ลดภาวะความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือ เกิดภาวะสมองเสื่อม ความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ยังช่วยเป็นเกราะป้องกันมลพิษ ฝุ่นควันต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวัน

สารต้านอนุมูลอิสระได้รับจากไหน

สารต้านอนุมูลอิสระ สามารถรับได้จากอาหารที่เรารับประทานอยู่ในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับบางคนที่ต้องเผชิญกับปัจจัยที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระบ่อย หรือ คนที่ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพ ก็อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ดังนั้นจึงต้องหาตัวช่วยอย่างสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในเครื่องสำอาง อาหารเสริม และ วิตามินต่าง ๆ  มาบำรุงหรือรับประทานเพื่อเป็นการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกายมากยิ่งขึ้น

10 อาหารสุขภาพ ชะลอวัย

เราสามารถเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายเพื่อเป็นการชะลอวัย และ ป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้หลายวิธี ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ โดยสามารถพบได้มากใน อาหารสุขภาพ ที่มี เบตาแคโรทีน ไลโคปีน  โอเมก้า 3 วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สารอาหารเหล่านี้จะอยู่ในอาหารอะไรบ้างวันนี้เรายก 10 อาหารสุขภาพ มาแนะนำให้ทุกคนลองหามาทานกันด้วยค่ะ

อาหารสุขภาพ
1.มะเขือเทศ

มะเขือเทศเรียกได้ว่าเป็นผักสารพัดประโยชน์ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร วิตามินและสารต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีสารชนิดหนึ่งที่อยู่ในมะเขือเทศที่เรารู้จักกันดีอย่าง ไลโคปีน (lycopene) เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ต้านความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ชะลอความแก่ ลดริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนั้นยังช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง เนื้องอกได้อีกด้วย

แถมผลของมะเขือเทศสด ยังสามารถนำมาทำเป็นสูตรบำรุงผิว มาสก์หน้า ช่วยให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น เปล่งปลั่งสดใสขึ้นได้ เพียงแค่ฝานมะเขือเทศเป็นแผ่นบาง ๆ นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า หรือ จะบดมะเขือเทศให้ละเอียดแล้วพอกทิ้งไว้ก็ได้เช่นกัน นอกจากนั้นก็มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สลัด หรือ มีส่วนผสมจากมะเขือเทศให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาดปัจจุบัน

2. อัลมอนด์

เป็นพืชในตระกูลถั่วที่มีคุณค่าทางอาหารมากกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ โดยในอัลมอนด์นั้นอุดมไปด้วยวิตามินอี แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ดี อีกทั้งอัลมอนด์ยังเป็นถั่วที่มีโปรตีนสูงมาก สามารถช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รักความสมดุล ให้พลังงาน และ เร่งการเจริญเติบโตของร่างกาย นอกจากนั้นในอัลมอนด์ยังมีไขมันดี หรือ ไขมันอิ่มตัวที่สามารถช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลได้

ซึ่งมีข้อแนะนำในการเลือกรับประทานอัลมอนด์ คือ ควรเป็นอัลมอนด์ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง หรือ ปรุงรส เพราะอัลมอนด์ที่ผ่านการปรุงรสมาจะมีความเค็ม ถ้ารับประทานในปริมาณที่มากก็จะทำให้เกิดอาการบวม หรือ โรคไตตามมา

3.ฟักทอง

ในฟักทองนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินอี ที่มีส่วนช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระ เมื่อทานฟักทองเป็นประจำจะช่วยชะลอวัย นอกจากนั้นในฟักทองยังมีคอลลาเจนตามธรรมชาติ ที่สามารถช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวของเราของผิวเปล่งปลั่ง และยังมีวิตามินซีที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีมากอีกด้วย

แม้ว่าในฟักทองจะอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายต่อร่างกาย และ ผิวพรรณของเรา แต่ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ไม่ควรรับประทานเยอะเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดไม่สบายท้องได้

4.บร็อคโคลี่

บร็อคโคลี่เป็นหนึ่งในกลุ่มผักใบเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินซี ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ชะลอวัย ลดการอักเสบภายใน ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก อีกกทั้งยังมีไฟเบอร์ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย กำจัดของเสียในร่างกาย ส่งผลต่อผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งสดใส ดูอ่อนกว่าวัย

ซึ่งบร็อคโคลี่สามารถนำมาประกอบอาหาร ทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ซุปบร็อคโคลี่ , ผัดบร็อคโคลี่หมูสับ , บร็อคโคลี่ผัดกุ้ง , บร็อคโคลี่ผัดน้ำมันหอย , สลัดบร็อคโคลี่ , ไข่เจียวบร็อคโคลี่ทรงเครื่อง , ยำบร็อคโคลี่ซีฟู๊ด

5.น้ำมันมะกอก

ในน้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งยังไม่พบในน้ำมันชนิดอื่น ๆ อีกทั้งยังมีวิตามินอี ช่วยให้ผิวแข็งแรง มีความหยืดหยุ่น ไม่แห้งกร้าน ลดริ้วรอย นอกจากนั้นการทานน้ำมันมะกอกในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปยังสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล หรือ ไขมันเลวในร่างกายได้ดีอีกด้วย

น้ำมันมะกอกมีประโยชน์อีกมาก นอกจากนำมาประกอบอาหารได้แล้ว ยังสามารถนำน้ำมันมะกอกมาบำรุงผิวพรรณภายนอก อย่างเช่น การทาน้ำมันมะกอกมาทาในบริเวณผิวที่แห้งแตก ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น และใช้หมักผมให้เงางาม

6.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้เมืองหนาวตระกูลเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ เชอรี่ แบล็คเคอร์เรนท์ นอกจากจะอร่อยมากแล้ว ยังมีประโยชน์อีกด้วย ในผลไม้เหล่านี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ บำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนของผิว จึงช่วยชะลอวัย ริ้วรอยดูลดเลือนลง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์

นอจากนั้นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังมีแคลอรี่ต่ำ ใครที่อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก สามารถรับประทานได้ ซึ่งรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะช่วยเพิ่มความสดชื่น ปรี้กระเปร่าให้กับร่างกายได้ดีมาก

7.อะโวคาโด

ในอะโวคาโดนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ  วิตามินบี วิตามินอี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และ ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีไขมันดีที่ช่วย ลดคอเลสเตอรอลในเลือด หรือ ไขมันเลวลงได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรรับประทานอะโวคาโดมากเกินไป เพราะเป็นผลไม้ที่มีแคลอรีสูง ควรทานอย่างมากวันละ 100 กรัม หรือ ครึ่งลูกก็เพียงพอต่อร่างกายแล้ว ซึ่งเราควรได้รับแหล่งไขมันดีจากอย่างอื่นบ้าง เช่น น้ำมันมะกอก ถั่ว เป็นต้น

ซึ่งอะโวคาโดสามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สลัดอะโวคาโด ไข่อบอะโวคาโด แซนด์วิชอะโวคาโด นอกจากจะทำเป็นอาหารได้แล้ว ยังนำมาทำเป็นเครื่องดื่มอย่าง อะโวคาโดมาปั่น ที่รสชาติดี และ มีประโยชน์ได้อีกด้วย

8.ทับทิม

ทับทิมผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานเป็นแหล่งของวิตามินซี วิตามินอี ช่วยบำรุงผิวกระจ่างใส ปกป้องผิว ลดความแห้งกร้าน ริ้วรอยของผิวพรรณ อีกทั้งทับทิมยังเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เรียกได้ว่าอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ดังนั้นทับทิมจึงมีประโยชน์อย่างมากที่สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยชะลอวัย นอกจากนั้นสารสกัดจากเปลือกทับทิมยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิวหนังได้ดีมากอีกด้วย

แต่ก่อนในบ้านเราทับทิมอาจจะเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างหายาก และ มีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะว่าเป็นผลไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีเพราะพันธุ์ในไทยหลายสวน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะนำมาแปรรูปเป็นน้ำทับทิมออกวางจำหน่ายกันเยอะมากขึ้น ซึ่งพอแปรรูปมาเป็นน้ำทับทิมนั้นทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้น มีรสชาติอร่อย และมีประโยชน์

9.ปลา

อย่างที่เราทราบกันดีว่าทานปลานั้นดีมีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืด หรือ ปลาน้ำเค็มก็มีประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่สามารถย่อยได้ง่าย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย อีกทั้งยังมีคอเลสเตอรอลต่ำ สามารถรับประทานได้อย่างไม่ต้องกลัวอ้วน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าคนที่ควบคุมน้ำหนักอยู่มักจะเลือกทานปลากัน แต่อาจจะมีความแตกต่างกันตรงที่ปลาน้ำจืด จะมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่า ปลาน้ำเค็ม ส่วนปลาน้ำเค็ม จะมีโอเมก้า 3 มากกว่า

ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 มีประโยชน์ต่อร่างกาย และ ผิวพรรณ เนื่องจากสามารถเข้าไปช่วยกระตุ้นการผลิต คอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส แลดูเยาว์ขึ้น และยังสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยคงความชุ่มชื้นและแข็งแรง

10.ชาเขียว

ในชาเขียวเราจะพบกรดอะมิโน วิตามินอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบร่างกาย ให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้ประเปร่า นอกจากนั้นในชาเขียวยังมีสารอีพิกัลโลคาเทชิน กัลเลต(epigallocatechin gallate : EGCG) ที่ช่วยออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยในเรื่องของการเผาพลาญพลังงาน ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

แม้ว่าชาเขียวจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่ถ้าดื่มชาเขียวแบบที่มีการแปรรูป แต่งรสชาติให้ดื่มง่าย แบบนี้จะมีน้ำตาลผสมอยู่สูงมาก ยิ่งถ้าดื่มในปริมาณที่มากเกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็อาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อย่างเช่น น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

ทำอย่างไรถึงชะลอความแก่ได้อย่างทันใจ

แม้ว่าการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ อาหารสุขภาพ มีสารต้านอนุมูลอิสระจะสามารถช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ชะลอวัยความแก่ชราได้อย่างปลอดภัยจากภายในร่างกาย แต่ก็อาจจะไม่ทันใจใครหลาย ๆ คน เพราะด้วยความเร่งรีบในยุคปัจจุบัน ทำให้อาจจะไม่มีเวลาเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย มีประโยชน์ได้ง่ายมากนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมีใบหน้าเด็กลงแบบที่ต้องการ เพราะเดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์ และ ชะลอความแก่ได้แบบรวดเร็วออกมาหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ คงจะนี้ไม่พ้นการทำ อัลเทอร่า (Ulthera)

อัลเทอร่า

อัลเทอร่า (Ulthera) คืออะไร

อัลเทอร่า (Ulthera) คือ เทคโนโลยียกกระชับใบหน้า แก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ให้กลับมาตึงกระชับขึ้น ผ่านการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง  ในรูปแบบคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Microfocus Ultrasound) ลงลึกไปถึงชั้นผิว SMAS (Superfical Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า โดยพลังงานนั้นจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเล็ก ๆ เข้าไปช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวชั้นนอกยกกระชับ ริ้วรอยจางลง ใบหน้าเรียวขึ้น ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ผิวจึงกลับมาอ่อนเยาว์ โดยแพทย์สามารถควบคุมขั้นตอนการทำ และ เห็นชั้นผิวของเราผ่านทางหน้าจอ จึงทำให้การทำอัลเทอร่านั้นมีความแม่นยำ ได้ประสิทธิภาพที่ดีและมีความปลอดภัยสูง

Ulthera เหมาะกับใคร

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นผิวเราจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน เพราะกระบวนการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน น้อยลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวตามมา ไม่ว่าจะเป็น ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ผิวแห้งกร้านไม่สดใส การทำอัลเทอร่าสามารถช่วยกระตุ้นให้การทำงานของคอลลาเจนดีขึ้นในระยะยาว ส่งผลให้ผิวกลับมาเต่งตึงยกกระชับ ริ้วรอยดูจางลง ผิวกลับมาอ่อนเยาว์ สดใสขึ้น นอกจากนั้นผู้ที่มีปัญหาใบหน้าไม่เท่ากัน แก้ม มีเหนียง ที่เกิดจากไขมันก็สามารถยกกระชับปรับรูปหน้าให้เท่ากันมากขึ้น ลดเหนียงใบหน้าจึงดูเรียวยาว ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การทำอัลเทอร่า เหมาะกับคนที่…

-ผู้มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่ตึงกระชับ มีริ้วรอย คิ้วตก หางตาตกเป็นสาเหตุที่ทำให้ดูแก่กว่าวัย

-ผิวพรรณไม่สดใส หน้าโทรม ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ ผิวมีความหยืดหยุ่น เรียบเนียนมากขึ้น

-ผู้ที่มีเหนียง มีแก้ม ใบหน้าไม่เท่ากัน กรอบหน้าไม่ชัดจากปัญหาไขมันเล็กน้อย เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียว

-ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องการผลลัพธ์ที่มีความรวดเร็ว

ก่อน-หลังทำUltheraต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

วิธีดูแลตัวเองก่อนทำ Ulthera

คนไข้ไม่จำเป็นต้องงดยากลุ่มแอสไพริน หรือ อาหารเสริม วิตามินต่าง ๆ เหมือนการฉีดโบท็อก ฟิลเลอร์ 

ถ้าคนไข้มีโรคประจำตัว หรือ ทานยารักษาเป็นประจำอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

หลังทำคนไข้บางรายอาจมีอาการบวมเล็กน้อย โดยจะหายได้เองประมาณ 23 วัน ซึ่งสามารถประคบเย็นช่วยได้

ถ้าผิวแห้งหลังทำ สามารถใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการใช้ครีมกลุ่มไวท์เทนนิ่ง ผลัดเซลล์ผิว ประมาณ 1 สัปดาห์

ปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์การทำที่มีประสิทธิภาพและอยู่ได้นานขึ้น

ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera

เราสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ Ulthera เพียงครั้งแรก ใบหน้าจะดูยกกระชับขึ้น กรอบหน้าชัดมากขึ้น ประมาณ 10-15 % และหลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์จะยิ่งเห็นผลลัพธ์มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคอลลาเจนที่ได้รับการกระตุ้นจะค่อย ๆสร้างตัวใหม่อย่างต่อเนื่อง ภายในระยะเวาลา 3 เดือน โดยผลลัพธ์ในการทำ Ulthera จะอยู่ได้นาน 1-2 ปี ซึ่งผลลัพธ์ของแต่คนอาจจะไม่เท่านั้นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น สภาพผิวดั้งเดิม อายุ การใช้ชีวิตประจำวันหลังทำ Ulthera  

อัลเทอร่า

Q&A เกี่ยวกับ Ulthera

Q: Ulthera ทำส่วนไหนได้บ้าง?

A: ตำแหน่งที่สามารถทำ Ulthera ได้มีดังนี้ รอบดวงตา ใบหน้า ใต้คาง คอ หน้าอก ท้องแขน และ หน้าท้อง

Q: ทำ Ulthera ดีไหม?

A: เรียกได้ว่าตอนนี้ Ulthera เป็นเครื่องมือยกกระชับใบหน้าที่สามารถยิงพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ลึกที่สุด เพราะลงได้ลึกถึงชั้นเดียวกับการทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าเลยทีเดียว นอกจากนั้นเครื่องอัลเทอร่ายังมีหน้าจอแสดงผลเพื่อช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวหนังของคนไข้ได้ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้การทำอัลเทอร่ามีความแม่นยำ ตรงจุด มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Q: Ulthera เจ็บไหม?

A: ก่อนการทำ Ulthera จะมีการทายาชาให้ด้วยค่ะ ซึ่งความเจ็บระหว่างทำจะอยู่ในระดับที่ทนได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย ซึ่งเครื่องอัลเทอร่าจะส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว ทำให้รู้สึกอุ่น ๆ ขณะทำ และเกิดปฏิกิริยาใต้ชั้นผิวก็จะรู้สึกปวดบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ สามารถบอกแพทย์ได้

Q: Ulthera จริงหรือปลอมสังเกตจากอะไร?

A: การทำอัลเทอร่าได้รับความนิยมอย่างมาก และ มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงมีการผลิตเครื่องปลอมออกมาอยู่ในท้องตลาดตอนนี้เยอะมาก แล้วคลินิกไหนใช้ของจริงหรือของปลอม จะสามารถรู้ได้อย่างไร เรามีคำตอบมาฝาก

ความน่าเชื่อถือของคลินิก

คลินิกต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของคลินิกก็สามารถช่วยให้เรามีความมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นเครื่องทำอัลเทอร่ามีราคาที่ค่อนสูง จึงต้องดูราคาในการทำหัตถการชนิดนี้ให้สมเหตุสมผล ถ้าคลินิกไหนมีราคาการทำอัลเทอร่าที่ถูกมาก ๆ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่า เครื่องที่นำมาใช้ทำอัลเทอร่าให้เรานั้นอาจจะเป็นเครื่องปลอมได้

เช็คจากบริษัทนำเข้าเครื่องอัลเทอร่า

-การนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องอัลเทอร่าอย่างถูกต้อง ตอนนี้มีเพียงแค่บริษัทเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์นี้ คือ MERZ AESTHETICS THAILAND ซึ่งเราสามารถเช็ดกับทางบริษัทได้เลยที่เว็บไซต์ www.merzclubthailand.com

ทำไมต้องทำ Ulthera ที่APEX

เอเพ็กซ์ ศูนย์บริการทางด้านสุขภาพและความงามครบวงจร ที่เปิดให้บริการมากว่า 25 ปี มีสาขาทั่วประเทศไทยแล้วกว่า 30 สาขา มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทุกสาขา นำทีมโดยหมอนัน – พญ. นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ผู้เริ่มใช้เทคโนโลยียกกระชับทั้ง Ulthera  และ Thermage คนแรกในประเทศไทย นอกจากนั้นคุณหมอนันยังเป็นผู้เดียวที่ทำ Ulthera มากที่สุดในโลก จนได้รับรางวัล Most Treatments Throughout the World ในปี 2011 อีกด้วยค่ะ

รางวัล

ล่าสุดเอเพ็กซ์ยังได้รับรางวัล THAILAND TOP ACHIEVER FOR ULTEHRAPY TRANSDUCER 2020 จากบริษัทเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่าย Ulthera อย่างเป็นทางการ ซึ่งรางวัลนี้เอเพ็กซ์ได้รับมาติดต่อกันเป็นที่ 15 ปีแล้วด้วยนะคะ ซึ่งถือว่าเป็นการการันตีได้ถึงความนิยมของลูกค้าที่เชื่อมั่นในเอเพ็กซ์ให้เป็นผู้ดูแลความงามเรื่องการยกกระชับใบหน้าของทุกท่าน และยังช่วยยืนยันได้ถึงมาตรฐานในการคัดเลือกเทคโนโลยีที่ดีมีประสิทธิที่สุดเพื่อบริการลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่องตลอดระยะวลาที่ผ่านมา

การดูแลร่างกายทั้งภายใน และ ภายนอก ย่อมส่งผลต่อสุขภาพและความงามของเราได้แบบยั่งยืนกว่า การเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จะส่งผลให้ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกายในระยะยาว นอกจากนั้นเมื่ออายุเริ่มมากขึ้นการดูแลตัวเองจากภายนอกควบคู่กันไปด้วยย่อมส่งผลดีต่อร่างกายขึ้นไปอีก โดยการหาตัวช่วยดี ๆ เพื่อให้ผิวพรรณของเรายังดูดีอยู่เสมอ อย่างการทำ อัลเทอร่า (Ulthera) ที่เราได้แนะนำไปข้างต้น ถ้าใครยังมีข้อสงสัย อยากสอบถามเพิ่มเติมที่ APEX พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อข้อมูล และ การตัดสินใจที่ดีสุดในการทำ Ulthera ค่ะ

APEX ของเรามีพร้อมทั้งเครื่องมือที่ทันสมัย ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) ได้ตลอดเลยค่ะ