ความสวยแขวนอยู่กับเส้นไหม : จะเลือก ร้อยไหมแบบไหนดี

ร้อยไหมแบบไหนดีความสวยแขวนอยู่กับเส้นไหม : จะเลือก ร้อยไหมแบบไหนดี

ผิวหนังคืออวัยวะที่บ่งบอกอายุได้ชัดเจนที่สุด ด้วยเหตุนี้ ถ้าไม่อยากดูแก่ สิ่งแรกที่เราต้องดูแลก็คือผิว เมื่ออายุมากขึ้นเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความยืดหยุ่น แน่นตึงก็จะเริ่มบางลง เพราะการสูญเสียอีลาสติน คอลลาเจน  ทำให้เกิดผล 2 อย่างที่ทำให้คนเราดูมีอายุ นั่นคือโครงหน้าที่หย่อนยาน และริ้วรอยบนใบหน้า เนื่องจากโครงสร้างที่รองรับเนื้อเยื่อผิว ไม่สามารถทำหน้าที่รองรับเนื้อเยื่อต่างๆบนผิวหน้าได้ดีอีกต่อไป  การดึงหน้าด้วยไหม จึงเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาแก้ไขปัญหานี้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดผิวเพื่อดึงหน้าเหมือนในอดีต เพียงการสอดใส่ไหมเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อดึงผิวให้ตึง กระชับ แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และยังทำให้เกิดการฟื้นฟูคอลลาเจน จึงเป็นการแก้ปัญหาทั้งโครงสร้าง และ ตัวเนื้อเยื่อผิว คอลลาเจนและอีลาสติน แต่ความดีทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นจากไหมอะไรก็ได้ ใครทำก็ได้ การดึงหน้าด้วยไหม แม้จะเป็นวิธีการที่บาดเจ็บน้อย แต่ถ้าทำไม่ถูกก็อาจเกิดปัญหาข้างเคียงได้มาก และไม่ได้ผลดีอย่างที่ต้องการ

เส้นทางร้อยไหม…จากจุดเริ่มต้น พัฒนาการ จนนวัตกรรมล่าสุด

หมอนันพญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ผิวพรรณ และ เป็นอาจารย์สอนที่ศูนย์เลเซอร์ผิวหนังโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง Apex Medical Center เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการคัดเลือกนวัตกรรม การอบรมบ่มเพาะฝีมือ และสร้างความเชี่ยวชาญให้กับทีมแพทย์ ที่เอเพ็กซ์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการฉีด หรือการใช้เครื่องมือยกกระชับ คุณหมอนันเป็นแพทย์ผู้นำเทคโนโลยี “Aptos” การยกกระชับหน้าด้วยไหมก้างปลามาใช้ในประเทศไทยเป็นท่านแรกตั้งแต่เมื่อ 20กว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่ที่เริ่มมีการร้อยไหมชนิดนี้เกิดขึ้นบนโลกกันเลยทีเดียว นับเป็นความตื่นเต้นของวงการศัลยกรรมผิวหนังในยุคนั้น ที่จะแก้ ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า  แต่ก็ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าเทียบกับนวัตกรรมที่กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงการดึงหน้าในปัจจุบัน

เส้นไหม

จุดเริ่มต้นการร้อยไหมในไทย

ไหม “Aptos” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ไหมเงี่ยง หรือ ไหมก้างปลา ในยุคนั้น ไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะมีแพทย์เพียงไม่กี่ท่านที่สามารถใช้ไหมตัวนี้ในการรักษาได้ เนื่องจากลักษณะของไหมที่มีเส้นใหญ่ และร้อยยาก จึงทำให้ร้อยได้ในวงจำกัด หลังจากนั้นมา เส้นไหมก็ได้มีการพัฒนาไปไกลมาก ทั้งวัสดุที่ใช้ทำ  ขนาดของเส้นไหม การออกแบบลักษณะการเกี่ยวยึดกับเนื้อเยื่อเพื่อความคงทน และประสิทธิภาพในการยกกระชับ ตลอดจน ความปลอดภัยในการร้อยไหม และเทคนิควิธีการร้อยไหมแบบใหม่ๆ โดยสรุปแล้วไหมที่เกิดขึ้นต่อๆมา พอจะแบ่งได้ตามลักษณะกายภาพหลักๆคือ

  1. ไหมละลาย หรือไหมไม่ละลาย ซึ่งในปัจจุบันแนวโน้มและทิศทางในการพัฒนา และความนิยม ก็จะเป็น กลุ่มไหมละลาย เพราะมีความปลอดภัยมากกว่า ไม่ตกค้างในร่างกาย ทำจากวัสดุที่ย่อยสลายไปได้เอง ไหมที่ได้ผ่านการรับรองจาก อย. ทุกตัวก็จะอยู่ในกลุ่มไหมละลายทั้งหมด ส่วนไหมไม่ละลาย ไม่ผ่าน อย และต้องระวังเรื่องสารตกค้างที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ตัวอย่างที่ชัดเจน ก็คือไหมทอง  แม้จะผ่านไปนานก็ไม่ย่อยสลาย ผู้ที่ร้อยไหมทองจึงต้องหลีกเลี่ยงทรีทเม้นท์ที่ใช้ความร้อน เพราะโลหะหนักจะไวต่อความร้อนอาจจะทำให้ผิวไหม้ได้ และไม่สามารถทำ MRI Scan ได้ตลอดไป
  2. ลักษณะผิวของเส้นไหม แบบเรียบ หรือ ไม่เรียบ ซึ่งจะมีผลต่อผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

ไหมเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง หรือกรวย หรืออะไรที่จะยึดเกาะกับเนื้อเยื่อผิว จะให้ผลดีในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิว สร้างคอลลาเจน ได้ผิวที่เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล แต่ไม่สามารถยกกระชับ หรือแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้

ไหมที่ออกแบบให้มีเงี่ยง หรือผิวสัมผัสที่สามารถเกี่ยวหรือยึดเกาะกับเนื้อเยื่อผิวได้ดี  เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างผิว ที่หย่อนคล้อย ทำหน้าที่ช่วยพยุงเนื้อเยื่อผิว และฟื้นฟูคอลลาเจน อีลาสตินไปพร้อมๆกัน

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการร้อยไหมชนิดไหน ถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยฝีมือ และความชำนาญสูง ต้องเข้าใจโครงสร้างผิวเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถใช้ไหมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  ทีมแพทย์เอเพ็กซ์ มีความคุ้นเคยกับการใช้ไหมในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาตั้งแต่วันที่เริ่มมีการร้อยไหมเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกบนโลก จึงได้สะสมความชำนาญและประสบการณ์ ผ่านการเปลี่ยนแปลงของไหมมาหลายยุค หลายรุ่น ตั้งแต่ ไหม Aptos,ไหมSilhouette Lift,  ไหมกรวย, ไหมโคน, ไหมผูก, ไหมไม่ผูก, ไหม 2 ข้าง, ไหมฟิกซ์, ไหมสปริง, ไหมอิตาลี (Definese), ไหมมินต์(MINT)  …ไหมแต่ละชนิด ได้รับการออกแบบที่แตกต่างกัน และมีเทคนิคในการร้อยที่ไม่เหมือนกัน ระดับความลึกในการร้อยก็ไม่เท่ากัน ผลลัพธ์ก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นนอกจากลักษณะการออกแบบของไหมแล้ว ฝีมือและความชำนาญของแพทย์จึงมีความสำคัญอย่างมาก

นวัตกรรมไหมล่าสุด…ไหมตาข่าย โครงสร้าง 3มิติ (3D) มีโครงตาข่าย 360 องศา

ดึงหน้าไว ยกหน้าชัด ริ้วรอยหาย คงอยู่นาน

“ไหมตาข่าย” เป็นนวัตกรรมการร้อยไหมชนิดใหม่ล่าสุด ด้วยเส้นไหมลักษณะพิเศษ ออกแบบให้มีลักษณะเป็นโครง ตาข่าย 360 องศา โครงสร้าง 3มิติ (3D)   ไหมชนิดนี้จึงถือว่าเป็นไหมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน  มีคุณสมบัติเด่นคือสามารถช่วยยกกระชับใบหน้าไปพร้อมกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน และรวดเร็ว  ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากไหมชนิดอื่น ๆ

ไหมตาข่ายเป็นเส้นไหมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน   ด้วยคุณสมบัติของไหมตาข่ายที่เส้นไหมขาดยาก เส้นไหมมีลักษณะเป็นหนามทั้งเส้นทำให้มีความแข็งแรง ยึดเกี่ยวกับเนื้อเยื่อผิวได้ดี นอกจากนั้นยังมีโครงตาข่ายอยู่รอบเส้นไหม ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนลึกถึงรอบโครงตะข่ายได้อย่างดี ส่งผลให้ นอกจากยกกระชับ และ ช่วยพยุงผิวหน้าได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น เห็นผล เร็วขึ้น คุณภาพผิวยังฟื้นฟู เปล่งปลั่งอ่อนเยาว์มากขึ้น และผลลัพธ์คงอยู่ได้นานกว่าไหมทั่วไป เป็นไหมละลาย จึงสามารถย่อยสลายได้เอง ไม่ตกค้างในร่างกาย ปลอดภัย ผ่านการรับรองโดยสำนักงานอาหารและยา

อย่างไรก็ดี  ด้วยลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นของไหมตาข่าย ทำให้เส้นไหมมีขนาดใหญ่ ดังนั้นการร้อยไหมชนิดนี้ จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะ ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะถ้าร้อยผิดอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น เกิดอาการช้ำบวม หรือหากร้อยไปเข้าเส้นเลือด ต่อมน้ำลาย หรือเนื้อเยื่ออื่นๆที่อยู่บริเวณที่ร้อยไหม ก็จะเกิดอันตรายได้ แพทย์ที่จะร้อยไหมชนิดนี้ได้จึงต้องมีประสบการณ์และความชำนาญ ผ่านการร้อยไหมมามาก

ไหมตาข่าย

หลักการร้อยไหมตาข่าย

เทคนิคเฉพาะของการร้อยไหมตาข่าย คือ ใช้เส้นไหมทั้งเส้นในการร้อย  ไม่มีการตัดออก ซึ่งทำให้เราได้รับประโยชน์จากเส้นไหมอย่างเต็มที่ นอกจากนั้น ไหมโครงตาข่าย ยังเป็นเทคนิคการร้อยไหมลงไปถึงชั้นใต้ผิวหนังระดับ SMAS เพื่อเป็นการยึดเนื้อเยื่อชั้นผิวหนังและชั้น SMAS เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการช่วยตรึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ชั้นลึก จนถึงชั้นตื้น และผิวหนังชั้นบนสุด ดังนั้นด้วยคุณสมบัติของไหมตาข่ายจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นานมากขึ้น

ความปลอดภัยของไหมตาข่าย

ถือได้ว่า ไหมตาข่าย Tess Lift มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นเส้นไหมที่ผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) , CE Mark และ KFDA (อย.เกาหลี) ไม่มีสารอันตราย และไม่ตกค้าง เพราะเส้นไหมตาข่ายสามารถย่อยสลายได้ตามกระบวนการภายในร่างกาย

ตำแหน่งที่สามารถร้อยไหมตาข่ายได้

  • ทั่วใบหน้า
  • โหนกแก้ม
  • หน้าผาก
  • คิ้ว
  • คอ

ข้อดีของไหมตาข่าย

– เข็มที่ใช้ในการร้อยไหมตาข่าย ได้รับการออกแบบมาให้ลดอาการบาดเจ็บระหว่างการทำ ซึ่งหลังทำการร้อยไหมเสร็จแล้วจะไม่มีอาการบวมช้ำเลย หรือเกิดขึ้นได้น้อยมาก

– ไหมตาข่าย เป็นเส้นไหมแบบ 3D มีโครงตาข่ายล้อมอยู่รอบทั่วเส้นไหมแบบ 360 องศา และวัสดุที่ทำเส้นไหมสามารถย่อยสลายได้ ไม่มีสารตกค้างภายในร่างกาย

– การร้อยไหมตาข่าย ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น เพราะเป็น 3D มีโครงตาข่ายแบบ 360 องศา เมื่อเวลาผ่านไป จึงทำให้สามารถยึดเกี่ยวกับเนื้อเยื่อได้ดีและแน่นมากยิ่งขึ้น

– ประโยชน์ของไหมตาข่ายนอกจากช่วยให้ผิวหน้ายกกระชับได้ไว และอยู่ได้นาน เห็นผลลัพธ์หลังทำว่าช่วยพยุงหน้าให้ยกขึ้นได้ทันทีแล้ว ยังสามารช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย

ร้อยไหมแบบไหนดี

ข้อเสียของไหมตาข่าย

– เนื่องจากไหมตาข่ายเป็นไหมชนิดใหม่ในไทย และเป็นเส้นไหมที่มีลักษณะใหญ่กว่าไหมชนิดอื่น ๆ เล็กน้อย ทำให้ร้อยได้ยาก ดังนั้นจึงต้องเลือกทำการร้อยไหมตาข่ายกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

มาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะได้ข้อสรุปแล้วว่าควรเลือก ร้อยไหมแบบไหนดี แต่ถึงอย่างนั้นการทำหัตถการอย่าง “การร้อยไหม” ต้องอาศัยความชำนาญ ประสบการณ์ และเทคนิคที่ดีของแพทย์ เพราะการร้อยไหมต้องร้อยลงไปยังชั้นใต้ผิวหนัง ถ้าแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพออาจจะเกิดการร้อยผิดไปโดนชั้นผิวหนังส่วนอื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายได้ ยิ่งเป็นการไหมชนิดใหม่อย่าง “ไหมตาข่าย” ยิ่งต้องตัดสินใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน เลือกแพทย์ที่มีความสามารถจริง ๆ เพื่อความปลอดภัยของเราเอง และผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพึงพอใจ

ซึ่ง APEX เรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกนำนวัตกรรมร้อยไหมมาตั้งแต่กว่า 20 ปีที่แล้ว และยังคงพัฒนาเทคนิคการร้อยไหมชนิดต่างๆ  เรื่อยมา จวบจนปัจจุบันที่ Apex  มองเห็นถึงพัฒนาการก้าวกระโดดของการออกแบบไหม ใน “ไหมตาข่าย” จึงได้นำ เข้ามาในไทยเป็นรายแรกๆ พร้อมกับอัปเดตเทคนิค วิธีการใหม่ ๆ ในการร้อยไหมภายใต้ศูนย์ฝึกอบรมมาตรฐานสากล ของ Apex Medical Center ให้กับทีมแพทย์ทุกท่าน เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพต่อคนไข้ที่เข้ารับบริการกับ APEX ทุกท่าน

หากมีข้อสงสัย หรืออยากได้ข้มูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร้อยไหมยกกระชับ สามารถสอบถามและนัดคิวแพทย์เพื่อปรึกษา ได้ที่ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) นะคะ