7 สุดยอดเทคโนโลยีความงาม ปี 2019

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เทรนในแต่ละปี จะเห็นว่ามีนวัตกรรมใหม่ๆที่ประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยให้คนดูดี ดูอ่อนวัย และสุขภาพดีมากขึ้น ทุกปี โดยที่ไม่ยุ่งยาก ไม่บาดเจ็บมาก ผลข้างเคียงน้อยถึงไม่มีเลย มีนักวิจัยทางด้าน biotechnology จำนวนมากเชื่อมั่นว่าก่อนสิ้นศตวรรษนี้คนเราจะสามารถจัดการกับความแก่ชราได้ หรืออีกนัยหนึ่งคนเราจะไม่ตายนั่นเอง ฟังแล้วน่าตื่นเต้นไม่น้อย แต่ก่อนถึงวันนั้น เรามาดูความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสำหรับเทรนของอุตสาหรรมความงามในปี 2019 กันก่อน ว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่จะมาแรงและเปลี่ยนแปลงการดูแลเรื่องสุขภาพและความงาม ในปี2019 นี้บ้าง

1. COOLSCULPTING®: วิธีกำจัดไขมันโดยไม่บาดเจ็บ อันดับ 1ของโลก

CoolSculpting® เป็นวิธีกำจัดไขมันที่coolสมชื่อ ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 35 นาทีแม้ช่วงพักเที่ยงก็ทำได้ สามารถกำจัดไขมันได้เช่นเดียวกับการดูดไขมัน โดยไม่บาดเจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ใช้ความเย็นระดับจุดเยือกแข็งในการทำลายเซลล์ไขมัน ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด CoolSculpting®จะยังคงมาแรงแข่งกับวิธีการดูดไขมัน เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่บาดเจ็บวิธีเดียวที่เห็นผลจริง ทำเพียงครั้งเดียว สามารถลดไขมันได้ 25-30% ในแต่ละพื้นที่ที่ทำการรักษา สามารถกำหนดพื้นที่เพื่อสร้างรูปร่างได้ตามที่ต้องการ ใช้ได้ทั้งบริเวณหน้าท้อง รอบลำตัว ต้นแขน ต้นขา และคาง ไม่เจ็บ ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

2. ป้องกันริ้วรอย และความหย่อนคล้อย ก่อนที่จะมาเยือน ง่ายกว่าและดีกว่า

คนจำนวนมากในปัจจุบัน ไม่ได้รอให้มีริ้วรอย หรือผิวหย่อนคล้อยแล้วจึงค่อยฉีดสารยับยั้งกล้ามเนื้อ และฟิลเลอร์ มีงานวิจัยจำนวนมาก บ่งชี้ว่า การฉีดสารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid หรือ HA filler ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่ายิ่งฉีดฟิลเลอร์ HA มายาวนานเท่าไหร่ จำนวนที่จะต้องฉีดก็จะลดน้อยลง และ มีระยะห่างในการฉีดแต่ละครั้งยาวนานมากขึ้น เพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป จะช่วยกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนได้ด้วยตัวเอง ริ้วรอยจึงลดลง และผิวเติมเต็มได้ด้วยตัวเอง การฉีดเมื่อริ้วรอยยังไม่มาก และโครงสร้างผิวยังไม่เสียรูปฟอร์มไปมาก จะช่วยทำให้คงความอ่อนเยาว์ และดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมในอนาคต จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นเทรนในการฉีดฟิลเลอร์ตั้งแต่อายุ 20ปลาย และต้น 30 มากขึ้นเรื่อยๆ

3.ใครๆก็ทำรีแพร์น้องสาวด้วยเลเซอร์กระชับช่องคลอด

การทำรีแพร์น้องสาว ด้วยเลเซอร์ กลายเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้ ใช้เวลาแค่ช่วงพักเที่ยง ก็ได้น้องสาวที่เต่งตึงทั้งภายนอกและภายใน นอกจากช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์ดีขึ้นแล้วก็ยังแก้ปัญหาปัสสาวะเล็ดอย่างได้ผลชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเปิด มันง่ายสักขนาดนั้น เลยกลายเป็น กระแสฮอตในทุกวงการ แม้แต่ดาราดังอย่าง Khloe Kardashian และ Jada Pinkett Smith ก็ขอร่วมประสบการณ์นี้ด้วย และไม่ผิดหวังเลย เพราะถึงกับออกปากว่าน้องสาวเธอดูเหมือนตอนเป็นสาว 16 อีกครั้ง จึงไม่ต้องแปลกใจว่า เลเซอร์กระชับช่องคลอด จะแรงต่อไป และกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆของสาวๆ เหมือนเลเซอร์กำจัดขนกันเลย

4.ใช้ไขมันตัวเอง ทำให้หน้าดูเด็กลง

เทคโนโลยีการปลูกถ่ายไขมัน มาถึงจุดที่สะดวก ง่ายและปลอดภัยมากจนกลายเป็นทางเลือกมาแรงของซิลิโคนและฟิลเลอร์แล้ว เป็นการนำไขมันจากจุดที่ไม่ต้องการ มาเติมเต็ม ลดริ้วรอยและเพิ่มความสดใสให้ใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเปิด เพียงนำไขมันจากบริเวณที่ไม่ต้องการจำนวนเล็กน้อย (ประมาณครึ่งแก้ว) ด้วยเข็มขนาดเล็กเท่าปลายปากกา เทคโนโลยี Water jet และสกัดสเต็มเซลล์ด้วยกรรมวิธีทาง Bio-Technology ล่าสุด ที่ชื่อ Q-Graft ซึ่งสามารถทำให้สเต็มเซลล์คงสภาพได้ดีกว่าวิธีการนำไขมัน หรือปลูกถ่ายไขมันปกติ จึงช่วยยืดอายุและเพิ่มความอยู่รอดของไขมันให้คงอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ไม่ให้เสื่อมสลายไปมาก ไขมันที่อยู่รอด จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อผิวตามธรรมชาติ ไม่จากไปไหน เรียกได้ว่าอยู่แล้วอยู่เลย ไม่สลายไปเหมือนฟิลเลอร์ทั่วๆไป

 

5. ความอ่อนโยนของพลังน้ำ ทำให้ใครๆก็เลิกกลัวการดูดไขมัน

และแล้วเทคโนโลยีที่อ่อนโยน บาดเจ็บน้อย ผลข้างเคียงน้อย แต่มีความแม่นยำสูง นำไขมันออกได้มาก ก็มาถึงคราวของการดูดไขมันบ้าง หลังจากที่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา การดูดไขมันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการนำไขมันออกได้จำนวนมาก แต่ก็ทิ้งร่องรอยและการบาดเจ็บที่ค่อนข้างมากไว้เช่นกัน เพราะเนื้อเยื่อภายในได้รับความบอบช้ำมาก จนมาถึง Water Jet Lipo ซึ่งเป็นวิธีดูดไขมันที่อ่อนโยนและบาดเจ็บน้อยมาก ไม่ต้องใช้แรงมากเหมือนวิธีเดิมๆจึงไม่ทำให้เซลล์และเนื้อเยื่อข้างเคียงบอบช้ำ แผลจึงหายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน เป็นวิธีดูดไขมันชนิดเดียวที่ไม่ทำให้เซลล์ไขมันตาย เซลล์ไม่บอบช้ำ มีผลให้ได้สเต็มเซลล์จำนวนมาก จึงเป็นวิธีดูดไขมันเดียวที่แนะนำสำหรับการปลูกถ่ายไขมัน นอกจากนี้แพทย์ที่ชำนาญยังสามารถลงรายละเอียดในการดูดทำให้ได้ผลงานที่ปราณีตสวยงาม ระหว่างที่ดูดไม่มีการบวม แพทย์จึงสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน และสามารถสร้างสัดส่วนได้ตามที่ต้องการ ทำให้วิธีวอเตอร์ เจ็ท ไลโป กลายเป็นวิธีดูดไขมันยอดนิยมวิธีหนึ่งในปัจจุบัน ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากประเทศต่างๆทั่วโลก และจะยังคงแรงต่อเนื่องในปี 2019

6. ยุคใหม่ของการดึงหน้า มาถึงแล้ว ไม่ต้องผ่าตัด เพียงส่องกล้อง และยึดด้วยหมุด ที่สลายไปได้เอง

การดึงหน้า ไม่ว่าจะยกคิ้ว หน้าผาก แก้หนังตาตก ยกแก้ม เก็บเหนียง งานยากๆที่ในอดีตต้องใช้วิธีศัลยกรรมดึงหน้า หรือ Face Lift , Face Lock ในปัจจุบันมาถึงยุคที่ทำได้ง่ายๆในเวลาไม่เกิน 2 ชม. ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด “ปักหมุดส่องกล้อง” (endoscopic lift) ที่ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นเนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อใต้ชั้นผิวหนังได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดผิวแบบเดิมๆ จึงสามารถ จัดการกับกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย สามารถยกผิว และกำหนดตำแหน่งใหม่ที่ต้องการ แล้วเกี่ยวยึด ด้วยหมุดยกกระชับ Endotine ที่ใช้ควบคู่กับการส่องกล้องโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดการเคลื่อนที่ในระหว่างที่เนื้อเยื่อผิวกำลังฟื้นตัว หมุดยกกระชับนี้ ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ที่จะค่อยๆย่อยสลายไปเองในเวลา 6 เดือน- 1 ปี ช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้อย่างสมบูรณ์ เห็นผลในทันที ช่วยให้ผิวดูสดใสเปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ และผลคงอยู่ได้ยาวนานนับสิบปี ผิวเรียบตึง ใช้เวลาน้อย ผ่าตัดเล็ก ไม่มีรอยแผลเป็น และเห็นผลในทันที เป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดอื่นๆ นอกจากนี้ศัลยแพทย์ที่ชำนาญยังสามารถดึงเอากล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณต่างๆ เช่นหัวคิ้วที่ทำให้ใบหน้าดูโกรธ กังวล หรือดูขมวดคิ้วตลอดเวลาออกได้ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และสดใสขึ้นทันที …ดีครบแบบนี้แล้วจะไม่ให้เป็นเทคโนโลยีมาแรงแห่งปี 2019 ได้อย่างไร

7. ลาก่อนล้าน เพราะวันนี้มี ROBOT HAIR TRANSPLANTS

Robot Hair Transplant เป็นวิธีบาดเจ็บน้อย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น เป็นการพัฒนาเทคนิค FUE (follicular unit extraction) ไปอีกขั้น เพื่อความแม่นยำ ผลลัพธ์สวยงามเป็นธรรมชาติ ทำงานโดยใช้เครื่องมือกลที่มีความละเอียด แม่นยำสูง ย้ายกลุ่มเซลล์รอบๆรากผมในบริเวณเหนือท้ายทอย ซึ่งมีผมขึ้นหนาแน่น ขึ้นมาทีละ เส้น และนำไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง หรือล้าน จึงไม่ทำให้เซลล์รากผมบอบช้ำ ผมที่ปลูกใหม่มีคุณภาพสมบูรณ์แข็งแรง ได้เป็นผมถาวรแบบเดียวกับผมที่เกิดเองตามธรรมชาติ ไม่มีแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น สามารถปลูกตามจำนวนที่ต้องการ และงบประมาณ