3 วิธียอดนิยม เปลี่ยนฟันเหลืองให้เป็นฟันขาว

ฟอกสีฟัน
การ ฟอกสีฟัน เป็นการรักษาทางทันตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจและความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากการมีฟันขาวทำให้มีรอยยิ้มที่สวยงาม และบุคลิกภาพที่ดี โดยทั่วไปแล้วเนื้อฟันธรรมชาติของเราจะมีสีเหลือง แต่จะเหลืองมากหรือเหลืองน้อยขึ้นอยู่กับการผลิตเม็ดสีของแต่ละคน บางคนฟันมีสีเหลืองเข้มซึ่งอาจจะมีสาเหตุจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มร่วมด้วย จึงทำให้มีนวัตกรรมการทำให้ฟันขาวด้วยการฟอกสีฟัน โดยใช้สารทำฟันขาวกลุ่มเปอร์ออกไซด์ (peroxide)ที่ไม่มีผลต่อเนื้อฟัน กระบวนการฟอกสีฟันคือสารทำฟันขาวกลุ่มเปอร์ออกไซด์ (peroxide) จะเข้าไปกำจัดเม็ดสีในฟันให้จางลง ทำให้ฟันเปลี่ยนเป็นสีขาวสว่างขึ้น

ฟอกฟันขาว สามารถทำได้ 3 วิธี

1.การฟอกสีฟันให้ขาวขึ้นภายใน 1-2 ชั่วโมง ทำการรักษาที่คลินิกทันตกรรม โดยทันตแพทย์จะเป็นทำการรักษา โดยใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีส่วนผสมของสารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูงประมาณ 15-35% ขั้นตอนในการทันตแพทย์จะกันริมฝีปาก เหงือกและกระพุ้งแก้ม เพื่อป้องกันไม่ให้สัมผัสกับสารฟอกสีฟันเพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้ ยี่ห้อของน้ำยาฟอกสีฟันมีหลายประเภท แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือแสงที่ใช้ในการกระตุ้นน้ำยา ฟันจะขาวขึ้นมากน้อยแค่ไหนแสงกระตุ้นเป็นปัจจัยที่สำคัญ

ข้อดีของการฟอกสีฟันที่คลินิกคือใช้เวลาน้อย ไม่ต้องเสียเวลาฟอกเองที่บ้าน

ข้อเสียคือ ราคาฟอกสีฟันสูงกว่า และความขาวจะอยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน หากต้องการให้สีฟันขาวยาวนาน ต้องใช้การฟอกสีฟันสำหรับทำเองที่บ้านร่วมด้วย

  1. การฟอกสีฟันขาวภายใน 2-3 อาทิตย์ เป็นการฟอกสีฟันแบบทำด้วยตัวเองที่บ้าน แต่การฟอกสีฟันแบบนี้จะต้องพบทันตแพทย์เพื่อพิมพ์ฟันและทำถาดสำหรับฟอกสีฟันที่พอดีกับฟัน หรือถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล โดยใช้ร่วมกับเจลฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นประมาณ 5-20% แล้วให้กลับไปฟอกสีฟันที่บ้าน ใช้เวลาในการใส่ถาดฟอกสีฟันร่วมกับน้ำยา วันละ 2-6 ชั่วโมงต่อวัน ควรจะทำทุกวันประมาณ 2-3 อาทิตย์

ข้อดีของการฟอกสีฟันที่บ้าน คือสามารถฟอกได้ตามที่สะดวก และสามารถฟอกสีฟันขาวให้ได้ระดับที่ต้องการได้

ข้อเสียคือ ใช้ระยะเวลาในการฟอกฟันขาวนานกว่า และต้องเสียเวลาฟอกเองที่บ้าน

3.การฟอกสีฟันแบบซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันมาใช้เอง ซึ่งในท้องตลาดก็มีหลากหลายแบบเช่น แผ่นฟอกฟันขาวแบบติดบนผิวฟัน แบบน้ำที่ทาบนผิวฟัน ซึ่งผลิตภัณ์ฟอกสีฟันนี้มีความเข้มข้นของสารฟอกสีฟันต่ำกว่า ส่วนใหญ่จะมีเปอร์ออกไซต์ ประมาณ 0.5 – 2% การฟอกสีฟันวิธีนี้จะเห็นผลน้อยกว่าการฟอกสีฟัน 2 แบบแรก วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกไปพบคุณหมอที่คลินิก และเป็นผู้ที่ผ่านการฟอกสีฟันวิธีที่แรกหรือวิธีที่ 2 มาแล้ว และอยากทำการฟอกสีฟันต่อเนื่อง แต่หากไม่เคยฟอกสีฟันมาก่อน แนะนำให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันก่อนว่ามีฟันผุหรือมีวัสดุอุดที่มีการรั่วซึมหรือไม่ และสามารถฟอกสีฟันด้วยวิธีนี้ได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามการฟอกสีฟันด้วยน้ำยาฟอกสีฟัน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อฟัน แต่อาจมีผลข้างเคียงคืออาจมีอาการเสียวฟัน ทั้งขณะที่ฟอกสีฟันและหลังฟอกสีฟัน แต่อาการเสียวฟันจะค่อยๆ ดีขึ้น 2-3 ชั่วโมงหลังจากการฟอกสีฟัน ซึ่งสามารถใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดการเสียวฟันได้ การฟอกสีฟันเป็นการเปลี่ยนฟันขาวแบบชั่วคราว หากสีฟันเริ่มเหลืองสามารถฟอกสีฟันใหม่ได้เรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะฟอกสีฟันปีละ 1 ครั้ง

บทความที่ท่านอาจจะสนใจ

10 เคล็ด(ไม่)ลับ ช่วยให้ฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟันเหลือง ฟอกสีฟันดีไหม ขาวนานแค่ไหน มีข้อเสียอะไรบ้าง

5 เคล็ดลับ รอยยิ้มสวยๆของดารา

10 คำถามยอดฮิตของการฟอกสีฟัน

ปรึกษาการ ฟอกสีฟัน อย่างปลอดภัยที่ APEX Dental Center

สาขาเพลินจิต โทร. 062-6623000

สาขาทองหล่อ โทร. 081-9409974

สาขาภูเก็ต โทร. 099-2877451