ลดต้นแขนต้นขา ด้วยการควบคุมอาหาร ได้ผลมากกว่า !

ลดต้นแขนต้นขาการ ลดต้นแขนต้นขา ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไรนักสำหรับคนที่มีปัญหา เพราะไขมันที่สะสมบริเวณแขนขานั้นลดยากพอ ๆ กับไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้อง แถมคนส่วนใหญ่ยังคิดว่าการลดไขมันส่วนเกินบริเวณนี้จะต้องใช้การออกกำลังกายด้วย Weight Training เป็นหลักถึงจะเห็นผล ทว่าจริง ๆ แล้วการลดต้นแขนต้นขานั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้น แค่เพียงเราหันมาควบคุมอาหารอย่างจริงจังค่ะ

ไขมันต้นแขนต้นขา มาจากไหน ?

เช่นเดียวกับไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บริเวณอื่น ๆ ไขมันที่อยู่บริเวณต้นแขน และต้นขา ก็มาจากการรับประทานอาหารจำพวกแป้ง หรือน้ำตาลมากเกินกว่าความต้องการของร่างกาย เมื่อร่างกายนำมาใช้ไม่ไหมก็จะเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นไขมันและไปสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยกระบวนการตามธรรมชาตินั้นจะส่งผลให้ไขมันไปสะสมที่บริเวณต้นแขน และต้นขาก่อนเป็นอย่างแรก จึงทำให้เราเห็นว่าเมื่อเรารู้สึกว่าอ้วนขึ้น ต้นแขน และต้นขาจะเริ่มใหญ่ขึ้นก่อนส่วนอื่น ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้กฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน หรือฮอร์โมนเพศชายที่อยู่ในร่างกายของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดไขมันสะสมที่ต้นแขนได้มากขึ้นอีกด้วย เพราะฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทในเรื่องของระบบเผาผลาญ หากปริมาณฮอร์โมนชนิดนี้ลดลงก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณต้นแขน และให้กลายเป็นแขนที่ดูย้วย ๆ ล่ำ ๆ ในที่สุดค่ะ

ลดต้นแขนต้นขา แค่เลือกกินให้ถูก ก็ลดได้ !

แม้การลดต้นแขนต้นขาที่เห็นผลมากที่สุดจะเป็นการออกกำลังกาย แต่การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมก็สามารถช่วยลดการสะสมของไขมันส่วนเกินบริเวณนี้ได้ โดยหากต้องการลดต้นแขนต้นขาอย่างจริงจัง ก็ควรลดการบริโภคแป้ง น้ำตาล และอาหารทอด เพราะอาหารเหล่านี้คือสาเหตุหลักที่จะทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกาย ทั้งนี้ยังควรลดอาหารที่มีโซเดียมสูง และอาหารที่มีรสเค็มด้วยก็จะยิ่งทำให้อาการบวมน้ำลดลง และลดต้นแขนต้นขาได้ง่ายขึ้นค่ะ

อยาก ลดต้นแขนต้นขา แบบเร่งด่วน ทำอย่างไรดี ?

ถ้าถามถึงระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์จากการลดต้นแขนต้นขาด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร ขอบอกเลยว่าต้องมีความอดทนสักหน่อยค่ะ เพราะว่าไขมันทั้ง 2 บริเวณนั้นไม่สามารถลดลงได้เร็วนัก อีกทั้งร่างกายของคนเราอาจดึงไขมันส่วนเกินจากบริเวณอื่น ๆ ไปใช้ก่อน ดังนั้นแม้ว่าจะออกกำลังกายได้ตรงจุดกับปัญหาที่มี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถลดต้นแขนต้นขาได้ในทันที และด้วยเหตุนี้หลาย ๆ คนจึงยอมแพ้ไปเสียก่อนที่จะต้นแขนต้นขาจะเล็กลง หรือใช้วิธีอื่นในการลดต้นแขนต้นขาแทน อาทิ การผ่าตัดดูดไขมัน ซึงไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังมีคนที่ยอมจะเจ็บตัวเพื่อดูดไขมัน โดยการผ่าตัดดูดไขมันนั้น แม้จะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้ แต่เมื่อขึ้นขึ้นชื่อว่าเป็นการผ่าตัดแล้ว ก็ย่อมมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างมาก ทั้งจากการผ่าตัด หรือภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด นอกจากนี้ในการผ่าตัดดูดไขมันยังส่งผลให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง ทำให้ถ้าคิดจะกลับมาทำซ้ำ ก็ทำได้ยากมากขึ้น หรือไม่สามารถดูดไขมันซ้ำที่บริเวณเดิมได้ค่ะ

ได้ทราบแบบนี้แล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าแล้วอย่างนี้ถ้าไม่อยากออกกำลังกายหนัก ๆ เพื่อลดต้นแขนต้นขา หรือไม่อยากควบคุมอาหาร แต่ก็กลัวการผ่าตัด จะต้องทำอย่างไรให้ต้นแขนต้นขาเล็กลง ขอบอกว่ายังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินที่กวนใจได้ โดยปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีลดสัดส่วนขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสลายไขมันด้วยคลื่นพลังงานแม่เหล็ก หรือการใช้ความร้อน นอกจากนี้ก็ยังมีการนำเอาความเย็นในระดับอุณหภูมิติดลบมาใช้เพื่อสลายไขมันอีกด้วย วิธีที่ว่านั้นก็คือ เทคโนโลยี CoolSculpting ค่ะ

CoolSculpting เทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยความเย็น คือเป็นเทคโนโลยีการกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นอุณหภูมิ -11 ถึง -13 องศาเซลเซียส โดยเกิดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่พบว่าเมื่อเซลล์ไขมัน ซึ่งเป็นเซลล์ที่ไวต่อความเย็นได้รับความเย็นในระดับอุณหภูมิติดลบเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เซลล์ไขมันบริเวณที่ได้รับความเย็นนั้นตายลง จากนั้นร่างกายก็จะขับซากของเซลล์ไขมันเหล่านั้นออกจากร่างกาย ซึ่งเมื่อนำมาศึกษาเพิ่มเติมก็ทำให้พบว่า คนเราสามารถสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting ในที่สุด และได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่าง US FDA ว่าสามารถสลายไขมันได้จริง อีกทั้งยังปลอดภัยกว่าวิธีเดิม ๆ ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีสลายไขมันที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่การทำในครั้งแรก โดยในการทำแต่ละครั้งจะใช้เวลา 35 – 75 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และ Applicator ซึ่งในระยะเวลาเพียงเท่านั้นนี้ก็สามารถกำจัดเซลล์ไขมันบริเวณที่ทำได้ 20 – 30% ซึ่งซากของเซลล์ไขมันที่ตายแล้วจากการได้รับความเย็นจะถูกกำจัดออกจากร่างกาย และผู้ที่ทำ CoolSculpting จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้หลังจากทำไปแล้ว 1 – 3 เดือนขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน และถ้าในอนาคตต้องการกลับมาทำซ้ำก็สามารถกลับมาทำซ้ำได้จนกว่าจะได้รูปร่างที่น่าพึงพอใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามการ กำจัดไขมันด้วยความเย็น ถ้าจะได้ให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมควรต้องเป็น CoolSculpting จาก Zeltiq ซึ่งนับเป็นต้นตำรับของเทคโนโลยีดังกล่าว และเป็น CoolSculpting ของแท้ ที่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายได้โดยไม่มีผลข้างเคียง อีกทั้งยังมีความปลอดภัยมากที่สุด เมื่อเทียบกับการกำจัดไขมันด้วยความเย็นด้วยเครื่องเลียนแบบ หรือมีการนำเทคโนโลยีของ CoolSculpting รุ่นเก่ามาผลิตเป็นเครื่องสลายไขมันด้วยความเย็นของตัว เพราะเทคโนโลยีเลียนแบบอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผิว เช่น อาการเบิร์นเย็น หรือได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ

ดังนั้นก่อนคิดจะทำ CoolSculpting ถ้าอยากให้ได้ผลดี ลดไขมันได้จริง ควรศึกษาว่าคลินิกความงามที่สนใจใช้เทคโนโลยี CoolSculpting ในการสลายไขมันด้วยความเย็นหรือไม่ และมีประสบการณ์ในการทำมากแค่ไหน โดยสามารถดูได้จากรีวิวผลลัพธ์ในการทำของแต่ละคลินิก จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังค่ะ

แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลาหาข้อมูล หรือไม่อยากเสี่ยงกับการสลายไขมันด้วยความเย็นเครื่องเลียนแบบล่ะก็ ที่ APEX เราเป็นผู้นำด้านการทำ CoolSculpting ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญด้านการกำจัดไขมันด้วยความเย็น ซึ่ง APEX มี CoolSculpting Specialist ที่ผ่านการอบรมและเสริมความรู้อย่างสม่ำเสมอจากทีม CoolSculpting ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ที่จะให้คำปรึกษา และช่วยออกแบบรูปร่างให้คุณใหม่ เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจในรูปร่างได้อีกครั้ง ลดต้นแขนต้นขาที่ไหนไม่ได้ผล ต้องที่ APEX CoolSculpting ตัวจริง ที่ 1 ในเอเชียค่ะ

 

ปรึกษา และสอบถามเพิ่มเติม โทร. 063-310-8000
FB inbox : click http://m.me/apexprofoundbeauty
Line : http://line.me/ti/p/@apexcallcenter