3 ท่าบริหารง่าย ๆ ลดแก้ม ลดเหนียง ได้ ไม่ต้องพึ่งหมอ

ลดแก้ม ลดเหนียง
หลายคนอาจคิดว่าการมีแก้มทำให้ดูน่ารัก และทำให้ดูเด็กลง แต่สำหรับบางคนแล้ว การมีแก้มมากเกินไป จนเกินลงมากลายเป็นเหนียง อาจทำให้แทนที่จะดูเด็ก ก็กลายเป็นว่าดูอ้วน และดูหย่อนคล้อยมากกว่า ด้วยเหตุนี้หลายคนที่มีปัญหานี้จึงต้องมาหาวิธีในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีตเมนต์ หรือแม้แต่การใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยให้แก้ม และเหนียงลดลง แต่นอกจากวิธีข้างต้นแล้ว ทราบหรือไม่ว่าการออกกำลังกายก็สามารถช่วย ลดแก้ม ลดเหนียง ได้ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น 3 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่เราหยิบมาฝากกันในคราวนี้ค่ะ

1. ท่าอ้าปากกว้าง

ท่านี้ถือเป็นท่าที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม และบริเวณเหนียงได้ ซึ่งท่านี้ก็ทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มจากการอ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากไหนก็แลบลิ้นออกมาให้ยาวมากที่สุด หรือพยายามยืดลิ้นลงไปที่คางให้ได้มากที่สุด จากนั้นค้างเอาไว้นับ 1 – 10 ในใจแล้ว กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำทั้งหมด 10 ครั้ง หากคุณรู้สึกเมื่อยบริเวณช่วงคอ และคาง นั่นแปลว่ากล้ามเนื้อบริเวณเหนียง และแก้มคุณได้ออกกำลังกายแล้วล่ะค่ะ

2. ท่ายกคาง

ท่าบริหารเพื่อลดแก้ม ลดเหนียง แม้จะนอนอยู่ก็สามารถทำได้ค่ะ โดยท่านี้จะเป็นท่าที่ต้องนอนหงาย และเชิดคางขึ้นจนรู้สึกว่าคอตึง จากนั้นก็ทำปากจู๋ นับ 1 – 10 ในใจ แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำทั้งหมด 10 ครั้ง ท่ายกคางนี้จะช่วยยืด และยกกระชับกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ 

3. ท่าห้อยหัว

หลายคนอาจคิดว่าการนอนห้อยหัวเป็นท่าที่อันตราย เพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนไปที่ศีรษะมากเกินไป แต่สำหรับคนที่ต้องการลดแก้ม ลดเหนียง ท่าบริหารนี้สามารถช่วยลดแก้มและเหนียงได้ โดยเริ่มต้นจากการนอนห้อยหัวลงมาจากเตียง หรือโซฟา จากนั้นพยายามยกคางชิดหน้าอก โดยไม่ต้องยกตัวขึ้นค้างท่าไว้ นับ 1 – 10 ในใจ และกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำทั้งหมด 10 ครั้ง ซึ่งถ้าหากบริหารด้วยท่านี้เป็นประจำจะทำให้แก้ม และเหนียงลดลงได้ค่ะ

ลดแก้ม ลดเหนียง ไม่ลง เป็นเพราะอะไร ?

โดยทั่วไปแล้ว ไขมันที่บริเวณแก้ม และเหนียงมักเกิดขึ้นจากการที่ไขมันส่วนเกินไปสะสมที่บริเวณแก้ม และช่วงคอ จนทำให้เกิดดูเหมือนมีแก้มที่ห้อยลง หรือมีคางสองชั้น ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่อ้วนเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นกับคนที่ผอมได้ด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการใช้ชีวิตแล้ว พันธุกรรมก็มีส่วนทำให้คนเรามีเหนียงได้ และการที่เราลดเหนียงไม่ลด ก็อาจจะเกิดจากการที่ระบบการเผาผลาญของเราไม่ดึงเอาไขมันสะสมบริเวณกับช่วงคอมาใช้ก่อน หรือไม่ก็อาจเกิดจากการที่กล้ามเนื้อ และผิวหนังบริเวณดังกล่าวหย่อนคล้อยลงตามวัยทำให้ยังดูมีเหนียง หรือมีแก้มเยอะได้เช่นกันค่ะ 

ลดแก้ม ลดเหนียง เพื่อกรอบหน้าเรียว มีทางลัดไหม ?

ปัจจุบัน การลดแก้ม และลดเหนียงสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยวิธีที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันก็ได้แก่ การดูดไขมันที่กรอบหน้า การรักษาด้วยเมโสแฟต หรือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า เนื่องจากเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้เร็วกกว่าการออกกำลังกาย แต่ในขณะเดียวกันวิธีเหล่านี้ก็มีความเสี่ยงค่อนข้างมากด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการผ่าตัดดูดไขมัน และผ่าตัดดึงหน้า หากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญมากพออาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น  อาการบวม รอยฟกช้ำ และอาการเจ็บที่บริเวณแผล ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอาจเกิดการติดเชื้อจนเป็นอันตรายได้อีกด้วยค่ะ ดังนั้นถ้าคิดจะใช้วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อลดแก้ม ลดเหนียง ก็ควรเลือกทำกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลินิกที่มีประสบการณ์ และมีความปลอดภัยสูง เพื่อไม่ให้เสี่ยงกับปัญหาที่อาจตามาในภายหลังค่ะ

แต่ถ้าคุณอยาก ลดแก้ม ลดเหนียง แต่ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากผ่าตัด หรือไม่มีเวลาที่จะพักฟื้น ก็ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สามารถช่วยสลายไขมันส่วนเกิน แก้ปัญหาแก้มย้วย คางสองชั้นได้ นั่นก็คือเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting ค่ะ

CoolSculpting คือเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น โดยใช้หลักการนำความเย็นในอุณหภูมิติดลบเข้าไปทำให้เซลล์ไขมันใต้ผิวหนังตายลง เนื่องจากเซลล์ไขมันเป็นเซลล์ที่ไวต่อความเย็นมาก ๆ เมื่อได้รับความเย็นในอุณหภูมิระดับติดลบติดต่อกันเป็นเวลา 35 – 75 นาที เซลล์ไขมันบริเวณที่ทำก็จะตายลง โดยที่ผู้เข้ารับบริการไม่รู้สึกเจ็บ ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นเหมือนการกำจัดไขมันแบบเดิม ๆ ที่ผ่านมาค่ะ 

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในการทำ CoolSculpting ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใดก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว โอกาศที่จะกลับมามีไขมันสะสมในบริเวณที่เคยทำ ก็เป็นไปได้น้อยมาก แถมยังสามารถกลับมาทำซ้ำได้ตามที่คุณต้องการจนกว่าบริเวณที่มีปัญหานั้นจะไม่สามารถบีบจับไขมันขึ้นมาได้ค่ะ

แม้ว่า CoolSculpting จะให้ผลลัพธ์ที่ดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญซึ่งคนที่สนใจอยากสลายไขมันด้วยวิธีนี้ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ หากคิดจะทำ CoolSculpting ก็ควรเลือกทำกับผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรม และมีประสบการณ์ในการทำ CoolSculpting เพราะถ้าหากไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอก็อาจทำให้ผลที่ได้อาจไม่ดีพอ หรือไม่ตรงกับความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการ ในกรณีที่เป็นเครื่องปลอมอาจทำให้เกิดอาการเบิร์นเย็นที่เป็นอันตรายกับผิว และกลายเป็นแผลเป็นถาวรให้รู้สึกเจ็บปวดใจไปอีกนานเลยล่ะค่ะ

และที่ APEX เรามีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านการทำ CoolSculpting ด้วยเคสการทำ CoolSculpting สูงที่สุดในเอเชีย อีกทั้งเรายังมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญซึ่งผ่านการอบรมด้าน CoolSculpting มาอย่างเข้มข้น ทำให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ได้รับว่าจะเป็นไปอย่างที่คาดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

 

ปรึกษา และสอบถามเพิ่มเติม โทร. 063-310-8000
FB inbox : click http://m.me/apexprofoundbeauty
Line : http://line.me/ti/p/@apexcallcenter