Ulthera VS Thermage เลือกทำอันไหนดี ??

     

    Ulthera และ Thermage ถือว่าเป็นนวัตกรรมการเสริมความงาม เหล่าบรรดาดารา เซเลป หลายๆ คนที่ใช้บริการและให้เสียงตอบรับกันเป็นเสียงเดียวว่าเห็นผลจริง คุ้มค่า เพราะทำเพียง 1 ครั้ง แต่ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานถึง 1 ปี โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเจ็บและไม่ต้องพักฟื้น และทั้ง Ulthera Thermage ต่างก็เป็นหนี่งในทางเลือกในการยกกระชับผิวหน้า ที่ “ไม่ต้องผ่าตัด” โดยเน้นไปการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวเหมือนๆ กัน  ทำให้หลายคนเกิดความสับสนว่าทั้ง 2 วิธีการนี้ต่างกันอย่างไร

    ชั้นผิวของมนุษย์

    ก่อนจะไปดูความแตกต่างเรื่องหลักการทำงานของ Ulthera กับ Themage เรามาทำความเข้าใจในเรื่องชั้นผิวของมนุษย์กันก่อนค่ะ ปกติผิวหนังของคนเราจะประกอบด้วย 3 ชั้น ก็คือ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) , ชั้นหนังแท้ (Dermis) และ ชั้นไขมัน (Subcutis)

    • ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นที่อยู่นอกสุด ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากพวกมลพิษต่างๆ เช่น สารพิษ, แบคทีเรีย เชื้อรา และป้องกันการสูญเสียน้ำ
    • ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นที่มีความหนาและมีความยืดหยุ่น ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน เนื้อเยื่อที่ให้ความแข็งแรง ทำหน้าที่ช่วยให้ผิวมีสุภาพดี ดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ดูเต่งตึง
    • ชั้นไขมัน (Subcutis) เป็นชั้นที่อยู่ในสุดของชั้นผิวหนัง ประกอบด้วย เซลล์ไขมัน (adipocytes & special collagen fibres) โปรตีนคอลลาเจน และหลอดเลือดต่าง ๆ ทำหน้าที่กักเก็บพลังงาน และเป็นเกราะป้องการกระแทกให้กับอวัยวะภายใน

    คุณสมบัติพลังความร้อนของเครื่องยกกระชับ Ulthera กับ thermage สามารถยิงพลังงานลงลึกครอบคลุมได้ทั้ง 3 ชั้นผิว หลังยิงผิวจะแน่นและกระชับ มีความยืดหยุ่น เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมทั้งสลายไขมันสะสมส่วนเกินบริเวณใบหน้าได้และยิ่งไปกว่านั้นการยกกระชับด้วย Ulthera SPT ยังสามารถลงลึกถึงใต้ผิวหนังชั้น smas (Superfical Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า ส่งผลให้เกิดการหดตัว ผลที่ได้จึงครอบคลุมปัญหาได้หลายด้าน ทั้งริ้วรอย ความหย่อนคล้อย จึงทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้นครับ

    Ulthera กับ Thermage แตกต่างกันอย่างไร?

    Ulthera กับ Thermage เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นผลเรื่องการยกกระชับผิวลดความหย่อนคล้อย ลดริ้วรอยเหมือนกัน แต่ต่างกันที่หลักการทำงานและค่าพลังงานค่ะ

     

     

    การทำงานของ Ulthera

    Ulthera ทำงานโดยใช้คลื่นอัลตร้าซาด์ชนิด Micro Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ที่เป็นคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง สามารถลงไปใต้ชั้นผิว SMAS โดยจะมีความร้อนที่อยู่ในระดับ 60-70°C ลักษณะพลังงานที่ได้จะเป็นจุดพลังงานขนาด 1 mm ที่มีลักษณะเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นตรงใต้ผิว และมีหน้าจอในการดูระดับความลึกของจุดที่ยิงลงไปแบบ Real time โดยใช้หัวที่มีความลึกถึง 3 ระดับ คือ

    • ลึก 1.5 mm สำหรับริ้วรอยผิวชั้นบน ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis)
    • ลึก 3 mm สำหรับลดความหย่อนคล้อยของผิว กระชับชั้นไขมัน
    • ลึก 4.5 mm สำหรับยิงชั้น SMAS ที่เป็นผิวหนังชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมผิวหน้า เหมาะสำหรับยกแก้ม เหนียง และลำคอ

    การทำงานของ Themage

    เทอมาจทำงานโดยใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุ Monopolar RF เป็นคลื่นที่มีความถี่สูง สามารถลงลึกไปถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ที่มีส่วนประกอบของคอลลาเจน อิลาสติน และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยจะมีก้อนความร้อนขนาด 3-4 cm ความร้อนอยู่ที่ 40-50°C กระจายเป็นวงกว้าง และมีการปรับค่าพลังงานถึง 0-4 ระดับ คือ

    • Thermage ระดับ 0-1 ขณะทำคนไข้จะรู้สึกสั่นบริเวณผิว แต่จะยังไม่รู้สึกอุ่น เห็นผลการรักษาน้อย
    • Thermage ระดับ 2-2.5 มีค่าพลังงานอยู่ที่ 2-2.5 ขณะทำคนไข้จะรู้สึกร้อนขึ้น แต่อยู่ในระดับที่ทนได้ เห็นผลลัพธ์หลังการรักษาเป็นไปตามที่ต้องการ
    • Thermage ระดับ 3-4 พลังงานระดับนี้จะร้อน ในบางเคสจะร้อนเกินไป แม้จะให้ผลลัพธ์ชัดเจนกว่าระดับอื่น แต่อาจทำให้บาดเจ็บได้ และไม่เหมาะกับเคสที่ผิวแพ้ง่ายครับ

     

    Ulthera กับ Thermage เลือกแบบไหนดี?

    หลายคนอยากรู้กันแล้วว่าระหว่าง Ulthera กับ Themage เราจะเลือกแบบไหนดี ขอบอกเลยว่ามันขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลค่ะ อย่างการทำ Ulthera จะมีจุดโฟกัสเป็นเส้นใหญ่ สามารถส่งผ่านพลังงานไปที่ชั้นผิวหนังชั้น SMAS เหมาะกับคนที่มีชั้นไขมันน้อย

    ส่วน Thermage เป็นก้อนพลังงานขนาดใหญ่ เด่นในเรื่องของการลดชั้นไขมันที่ใบหน้าและเพิ่ม Skin Quality (ผิวเด็ก) เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันเยอะ 

     

    จุดเด่นของ Ulthera

     

    ข้อดี ulthera

    • เห็นผลหลังทำ 30% เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
    • ให้ความแม่นยำสูง มีระบบแสดงหน้าจอในการดูระดับความลึกของจุดที่ยิงแบบ Real Time
    • ครอบคลุมทุกชั้นผิว ลงลึกถึงผิวหนังชั้น Smas ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า
    • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี
    • ยกกระชับ ลดสัดส่วน ได้ทั้งหน้าและตัว
    • ไม่ต้องพักฟื้น ทำกิจกรรมได้ตามปกติ
    • การันตีเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก U.S. FDA

     

    จุดเด่นของ Thermage

    ข้อดี thermage

     

    • เห็นผลหลังทำ 20% เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
    • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
    • ไม่ต้องพักฟื้น สามารภทำกิจกรรมได้ตามปกติ
    • ใช้เวลาทำไม่นาน ประมาณ 40-90 นาที
    • ครอบคลุมทุกชั้นผิวและชั้นไขมัน
    • สามารถทำได้ทั้งหน้าและลำตัว

     

    Ulthera กับ Thermage ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

    โดยส่วนใหญ่แลวผู้คนมักทำ Ulthera และ Thermage เพื่อแก้ปัญหาผิวบริเวณใบหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้ง Ulthera และ Thermage สามารถใช้สำหรับผิวบริเวณอื่นได้ด้วย ตำแหน่งต่างๆ ที่สามารถทำ Ulthera ได้ มีดังนี้

    • ใบหน้า
    • รอบดวงตา
    • ใต้คาง
    • ลำคอ
    • หน้าอก
    • ท้องแขน
    • หน้าท้อง

     

    Ulthera กับ Thermage อยู่ได้นานแค่ไหน

    จริงๆ ทั้ง Ulthera และ Thermage จะเห็นผลทันทีหลังทำเสร็จครั้งแรกประมาณ 20-30 % แต่จะมีระยะเวลาเห็นผลหลังทำ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขั้นเรื่อยๆ Ulthera ผิวยกกระชับขึ้นใน 1-2 เดือน และจะเห็นผลชัดเจนมากยิ่งขึ้น 2-3 เดือนค่ะ ในส่วนของ Thermage สามารถเห็นผลหลังทำ 20% เห็นผลชัดเจนในช่วง 2-3 เดือนค่ะ

    Ulthera : หลังทำ Ulthera ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี สามารถทำซ้ำได้ไม่มีผลข้างเคียง ไม่อันตราย ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อเยื่อในบริเวณที่ใกล้เคียงค่ะ

    Thermage : หลังทำ Thermage ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี แนะนำให้ทำต่อเนื่องอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่ถ้าใครต้องการยกกระชับมากขึ้นสามารถทำได้ทุก 3 เดือน

     

    ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น Ulthera SPT หรือ Thermage ระยะเวลาของผลลัพธ์หลังทำขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ เพื่อให้ผิวกระชับเรียบเนียนยาวนานขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ ที่อาจทำให้ผิวกลับมาหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยได้อีก เช่น แสงแดด การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ 

     

    Ulthera กับ Thermage เจ็บไหม ?

    ทั้ง Ulthera และ Thermage ขณะทำจะมีความรู้สึกร้อนข้างในผิวเป็นจุดๆ คล้ายกับโดนเข็มทิ่ม เนื่องจากเกิดความร้อนขึ้นในผิวทั้งคู่ ส่วนความเจ็บขึ้นอยู่กับความร้อนที่ใช้ทำ โดยปกติจะใช้อุณหภูมิประมาณ 60 องศา หากกังวลเรื่องความเจ็บ สามารถบอกผู้ให้บริการเพื่อแปะยาชาเฉพาะที่ได้ หรือหากระหว่างกำลังทำรู้สึกเจ็บเกินไป ก็สามารถแจ้งผู้ให้บริการให้ลดกำลังเครื่องลงได้เช่นกันค่ะ

     

    Ulthera กับ Thermage ใช้เวลาทำนานแค่ไหน?

    Ulthera จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่ตำแหน่งและจำนวนช็อตที่ใช้ค่ะ ใบหน้าส่วนล่างที่หย่อนคล้อยมาจากภายในใช้เวลาแค่ 30-45 นาที

    Thermage มักใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่อจากมีจำนวนช็อตที่ค่อนข้างแน่นอน และส่วนใหญ่มักไม่ทำแค่ใบหน้าส่วนล่างหรือคางเหมือนกับ Ulthera

     

    สรุปแล้วก็คือ Ulthera และ Thermage จะให้ผลลัพธ์ในเรื่องการยกกระชับคล้ายกัน แต่ต่างกันตรงที่ค่าพลังงาน สำหรับใครที่ลังเลว่าระหว่าง Ulthera กับ Thermage เลือกทำแบบไหนดี ทางเราแนะนำว่าควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อให้วางแผนและเลือกหัตถการที่เหมาะสมให้ค่ะ ที่ Apex Medical Center ใช้ Ulthera และ Thermage เครื่องแท้ได้มาตรฐาน ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้ามากกว่า 5-10 ปี สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด แพทย์จะวิเคราะห์ใบหน้าของคนไข้ได้อย่างละเอียด และแนะนำวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม คุ้มค่า ปลอดภัยค่ะ

     

    ท่านใดสนใจการยกกระชับใบหน้าด้วย Ulthera หรือ Thermage สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ APEX Medical Center นัดปรึกษาแพทย์และสอบเพิ่มเติมได้ที่เอเพ็กซ์ทั้ง 35 สาขาในกรุงเทพ อยุธยา พัทยา ชลบุรี โคราช เชียงใหม่และภูเก็ตค่ะ 

    สถาบันเสริมความงาม APEX ของเรามีพร้อมทั้งเครื่องมือที่ทันสมัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการค่ะ

    📱 085-​0000855

    📱 Line @apexlifting https://lin.ee/nxtKNtl