“โรคอ้วน” ไม่ใช่แค่น้ำหนัก แต่เป็นสุขภาพที่ควรรักษา

โรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานอาจะทำให้หลาย ๆ คนเกิดความไม่มั่นใจด้านรูปร่าง แต่อีกด้านหนึ่งเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจากความอ้วนที่เกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว “อ้วน” เป็นโรคที่เราควรได้รับการรักษา ฟังดูแล้วอาจจะน่ากลัว จนทำให้ใครหลาย ๆ คนไม่อยากเข้าไปปรึกษาแพทย์ แต่เชื่อเถอะโรคที่ตามมาหลังจากการเป็นโรคอ้วนนั้นน่ากลัวมากกว่า หากตอนนี้ยังมีโอกาสรักษาและลดน้ำหนักได้ควรรีบทำนะคะ

 

รู้ได้อย่างไรว่าเราอ้วนหรือไม่? 

  1. เปรียบเทียบค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

จากสูตรคำนวณ BMI = kg/m

                        = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)2

หากได้ผลมากกว่า 23 ถือว่าเริ่มอ้วนและเริ่มอันตรายแล้ว 

 

  1. วัดรอบเอว
    โดยการใช้สายวัดที่ได้มาตรฐานวัดตรงระดับสะดือพอดี ซึ่งผู้ชายจะต้องมีค่าเส้นรอบเอวที่วัดได้น้อยกว่า 90 เซนติเมตร และผู้หญิงน้อยกว่า 80 เซนติเมตร หากเกินกว่านี้อาจเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้

 

  1. สัดส่วนเอวต่อสะโพก (WHR)

ค่า WHR จะคำนวณจากความยาวเส้นรอบเอว (หน่วยเป็นเซนติเมตร) แล้วหารด้วยความยาวเส้นรอบสะโพก (หน่วยเป็นเซนติเมตร) ซึ่งค่าที่ได้จะเป็นจุดทศนิยม โดยผู้หญิงไม่ควรมากกว่า 0.85 และผู้ชายไม่ควรเกิน 0.90 

Young woman with beautiful body and measure tape Free Photo

 

  1. การการวัดค่าไขมันในอวัยวะ 

โดยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะเรียกว่า Inbody (Body Composition Analysis) ซึ่งสามารถวัดองค์ประกอบต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างละเอียด มีความแม่นยำสูง ซึ่งหากมีไขมันที่ไม่ดีมากเกินไปก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วนได้ 

 

 

ลดน้ำหนัก จัดการกับโรคอ้วน อย่างไรดี

หากเมื่อลองประเมินแล้วพบว่าเรากำลังเป็นโรคอ้วน เราควรจะลดน้ำหนักและจัดการกับโรคอ้วนด้วยการปรึกษาและอยู่ในความดุแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะให้การลดน้ำหนักของเราไม่เป็นอันตราย และเห็นผลลัพธ์ดีที่สุด ในเวลาที่เมาะสม  

 

Apex Slim ศูนย์การแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาย เริ่มด้วยการตรวจร่างกายด้วยเครื่อง Indiba จากนั้นแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาว่าเรามีปัญหาตรงไหนบ้าง และควรใช้วิธีใดในการลดน้ำหนัก 

 

ตัวช่วยลดน้ำหนัก

1. ปากกา Slim Shape 

ตัวยาเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุด “เปปไทด์ลดหิว” Liraglutide สารโปรตีนสกัดเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกจากลำไส้หลังการทานอาหาร เพื่อส่งสัญญาณความอิ่มไปที่สมองประมาณ 3-5 นาที

 

กลไกการออกฤทธิ์ของ Slim Shape 

สมองส่วนกลาง : ทำให้รู้สึกไม่หิว อิ่มนาน ทนน้อย

กระเพาะอาหาร : ย่อยและดูดซึมได้นานขึ้น เพราะหลังทานอาหาร ลำไส้เล็กจะหลั่ง GLP-1 ออกมา เพื่อส่งสัญญาณความอิ่มไปที่สมอง โดยจะออกฤทธิ์  24 ชั่วโมง ทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน สามารถลดความหิวและความอยากอาหาร ทำให้ทานได้น้อยลง 

ตับอ่อน : ผลิตฮอร์โมนอินซูลินดึงน้ำตาลเข้าเซลล์ Slim Shape ช่วยการหลั่งฮอร์โมนนี้มีคุณภาพดีขึ้น

ผลลัพธ์หลังการใช้  Slim Shape  

สามารถเผาผลาญพลังงานดีขึ้น ลดความอยากอาหาร ทำให้ไม่รู้สึกหิวน้อยลง สามารถควบคุมอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนักถึง 80%  เมื่อใช้ต่อเนื่องเพียง 4 เดือน น้ำหนักลดลง 5-10%  นอกจากนี้ ยังสามารถลดไขมันในช่องท้อง (Visแeral Fat) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคแทรกซ้อนและอันตรายจากความอ้วน

 

Slim Shape เหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือดัชนีทวลกาย BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 30
  2. ผู้ที่พยายามจะลดน้ำหนักด้วยยาลดน้ำหนักแล้วไม่เห็นผล
  3. ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
  4. ผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น ๆ หรือการทาน IF และต้องการลดพฤติกรรมการกินจุบจิบ
  5. ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง
  6. ผู้ที่อายุ 18 ปี ขึ้นไป

 

โยโย่ เอฟเฟค

เมื่อลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมาย สามารถหยุดใช้ยาได้ทันที โดยจะไม่ทำให้เกิดอาการ “โยโย่ เอฟเฟค” เหมือนกับยาลดน้ำหนักแบบเดิม เพียงแต่เมื่อหยุดใช้ยาแล้วจะมีความรู้สึกหิวเหมือนช่วงก่อนการเริ่มใช้ยา 

 

ความปลอดภัย

ยาได้รับอนุมัติจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาทั้งไทยและต่างประเทศ จึงมีความปลอดภัย ไม่มีอันตรายเหมือนยาและอาหารเสริมลดน้ำหนักตัวอื่น ๆ ตัวยาไม่ได้มีกลไกออกฤทธิ์รบกวนสารสื่อประสาท จึงไม่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงทางจิตประสาท เช่น ใจสั่น ก้าวร้าว ฝันร้าย ประสาทหลอน ตามมา 

 

2. FIT FIRM  เทคโนโลยีลดสัดส่วนล่าสุด เอวลด 1-4 นิ้ว ลดเซลลูไลท์ กระชับผิว ไม่ต้องผ่าตัด

สามารถกระชับผิวด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ใช้เวลาเพียง 30 นาที เป็นเทคโนโลยีแรก และเทคโนโลยีเดียวที่ผสมผสานพลังงานคลื่นวิทยุเข้ากับพลังเสียงอัตร้าซาวด์ ส่งพลังงานเข้าถึงเนื้อเยื่อผิวในหลายระดับความลึก จึงสามารถกำจัดไขมันและฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวตั้งแต่ในระดับลึกจนถึงระดับผิวชั้นบน มีหัวส่งความเย็นที่ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมสอดคล้องกับการทำงานตลอดเวลา จึงปลอดภัยสูงสุด ไม่เจ็บ ตลอดการทำทรีทเมนท์

ทำสัปดาห์ละครั้ง ต่อเนื่องทั้งหมด 4 ครั้งต่อเดือน ผลลัพท์หลังทำกระชับทันที และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังทำครั้งสุดท้าย 1-3 เดือน ทำได้ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ทั่วใบหน้า ลำคอ แขน ขา ก้น หน้าท้อง และอวัยวะเพศหญิง ซึ่งมีหลายหัวที่ใช้ทำ เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ

 

3. IV Weight Loss ลดน้ำหนักแบบเผาผลาญไขมันเร่งด่วน

สำหรับคนที่ทำการลดน้ำหนักด้วยการใช้วิธีการเผาผลาญไขมันอย่างเร่งด่วน ด้วย IV สูตร Weight Loss 

วิตามินดริป (IV Drip) หรือ Vitamin Drip นิยมกันมากในหมู่สาวๆ เซเลบ แม้กระทั่งดารา Hollywood เพราะเห็นผลได้ทันที อีกทั้งยังช่วยรักษาอาหารปวดเมื่อย นอนไม่หลับ ไม่สดใส สามารถรักษาอาการเหล่านี้และฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ให้ประสิทธิภาพที่ดี แถมยังปลอดภัยอีกด้วย 

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน ในระยะเวลาสั้นๆ หรือไม่มีเวลาจะออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารอาจทำได้ไม่ดีพอ ขอแนะนำ IV Drip สูตร Weight Loss มีความเข้มข้น ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญ  นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ดูสดชื่น และไม่โทรมเหมือนการลดน้ำหนักแบบเร่งรัดด้วยวิธีลดน้ำหนักอื่นๆ และก้าวสู่เป้าหมายในการมีรูปร่างที่ดีได้ในระยะเวลาที่สั้น เห็นผลทันที!! ตั้งแต่ครั้งแรก

 

👉ปรึกษาลดน้ำหนักและสัดส่วนทักแชท
𝐂𝐎𝐍𝐓𝐀𝐂𝐓 𝐔𝐒
▪️𝐓𝐞𝐥 : 095-102-8585
▪️𝐋𝐢𝐧𝐞 : https://line.me/ti/p/%40APEXslim
▪️𝐅𝐚𝐜𝐞𝐛𝐨𝐨𝐤: https://www.facebook.com/ApexSlim
▪️𝐖𝐞𝐛𝐬𝐢𝐭𝐞 : https://www.apexslim.com/