วิธีลดน้ำหนักปลอดภัยอย่างไรไม่ให้โยโย่ โดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก 

ทุกวันนี้คนเราหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น และเริ่มหันมาออกกำลังกาย หลายคนศึกษาลงมือปฏิบัติวิธี ทำยังไงให้ผอม รวมถึงการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลงและส่งผลไปถึงเรื่องของการมีสุขภาพที่ดีในที่สุด แต่ถ้าหากสิ่งที่เราทำไม่ถูกวิธี อาจจะผอม แบบชั่วครู่ชั่วยาม แล้วน้ำหนักกลับเด้งขึ้นมาอีก หรือที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟค ซึ่งอันตรายและทำให้การดูแลรักษาหุ่นและสุขภาพยากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ดังนั้นบลอคนี้มีคำตอบให้คุณเช็คตัวเองตามค่ะว่า

ลองเช็คตัวเอง  พร้อมวิธีลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้โยโย่

ปัญหาของคนลดน้ำหนัก อยากผอมลง ที่ไม่มีใครอยากพบเจอนั่นก็คือ น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ ยิ่งลดแต่น้ำหนักยิ่งเพิ่ม หรือ โยโย่เอฟเฟกต์ ที่น้ำหนักตัวเหวี่ยงขึ้น หรือสติหลุด ตบะแตก หันกลับมากินอาหารแบบไม่ยั้ง เพราะก่อนหน้านั้นใช้วิธีอดอาหาร ทานน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการเบิร์นใช้งานในแต่ละวัน ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานน้อยลง พอกลับมากินปกติปุ๊บร่างกายก็บวมแบบหยุดไม่อยู่

โยโย่เอฟเฟกต์ (Yoyo Effect) คือ ภาวะที่น้ำหนักตัวเด้งขึ้น ๆ ลง ๆ และจบลงด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าตอนก่อนเริ่มลดน้ำหนัก หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อเนื่องแม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วก็ตาม เนื่องจากร่างกายอยู่ในภาวะที่มีไขมันเกินร่วมกับมวลกล้ามเนื้อลดลง ทำให้ส่งผลเสียต่อระบบการเผาผลาญ

ต้นเหตุของน้ำหนักเด้งขึ้นหรือ โยโย่เอฟเฟกต์ : พฤติกรรมการลดน้ำหนักที่ไม่ถูกต้อง 

ขาดการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการใช้ยาลดความอ้วน สำหรับคนที่อายุยังน้อยและมีร่างกายแข็งแรง อาจจะยังไม่โยโย่ในการลดน้ำหนักครั้งแรก แต่หากยังฝืนลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะรู้สึกได้ว่าการลดน้ำหนักยากขึ้นและจบลงด้วยภาวะน้ำหนักตัวโยโย่ในที่สุด

การอดอาหาร

 วิธีนี้น้ำหนักจะสามารถลดลงได้จริงในช่วงแรก เพราะมีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไป ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออัตราการเผาผลาญ แต่เมื่อกลับมารับประทานตามปกติน้ำหนักก็จะกลับขึ้นมาเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากกล้ามเนื้อซึ่งเป็นตัวช่วยเผาผลาญพลังงานมีมวลน้อยลง เมื่อลดน้ำหนักอีกครั้งก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก

เทคนิค

  • ถ้าคุณจริงจังกับการลดน้ำหนัก จงทำไดอารี่จดบันทึกอาหารทุกอย่างที่ทานในทุกวัน หรือถ่ายรูปเป็นอัลบั้มไว้ คอยกลับมาทวนดูได้ว่าเราเผลอหลุดอะไรไป ต้องปรับแก้ตรงไหน
  • ทานอาหารโปรตีนสูงในช่วงลดความอ้วน เพื่อไม่ให้ระบบเผาผลาญลดต่ำลง ป้องกันการที่น้ำหนักค้างไม่ลงต่อ หรืออาการโยโย่ได้
  • ทานอาหารโปรตีนสูงในช่วงลดความอ้วน เพื่อไม่ให้ระบบเผาผลาญลดต่ำลง ป้องกันการที่น้ำหนักค้างไม่ลงต่อ หรืออาการโยโย่ได้
  • เลี่ยงอาหารสำเร็จรูป หันมาทานอาหารตามธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี ปรุงแต่งน้อย ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด หรืออาหารออร์แกนิคถ้าเลือกได้
  • ออกกำลังกายด้วยเวทเทรนนิ่ง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ระบบเผาผลาญเสื่อมถอยลงซึ่งเป็นผลพวงจากการลดน้ำหนัก และทำให้ร่างกายกระชับ มีสัดส่วนสวยงาม กล้ามเนื้อช่วยร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นในระยะยาว
  • ทานอาหารขนมคลีน ถ้าทานมากไปก็ทำให้น้ำหนักไม่ลงอยู่ดี ดังนั้น ต้องคอยดูปริมาณ และแคลอรี่ไม่ให้มากเกินไป ถ้าเป็นขนมต่อให้คลีนก็ควรจัดไปกินวันชีทจะดีกว่า
  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้ต่อเนื่องเป็นประจำเพื่อช่วยลดไขมันในร่างกาย และในช่องท้อง การเพิ่มเวลาการออกกำลังแบบคาร์ดิโออาจช่วยน้ำหนักหยุดนิ่ง ให้ลงไปต่อได้
  • ลด ละ เลิก น้ำหวานไปเลยอย่างเด็ดขาดถ้าชาตินี้อยากเห็นหน้าท้องแบนราบ ถ้าใครหักดิบไม่ได้ลองลดความหวานลงทีละสัปดาห์จนร่างกายเคยชินกับรสชาติหวานน้อย แล้วค่อยตัดออกไปเลยจากชีวิต
  • นอนให้พอ 7 ชั่วโมงเป็นต้นไปสำหรับผู้ใหญ่ และหลับให้สนิททุกคืนช่วยให้การลดน้ำหนักก้าวหน้ามากขึ้น
  • ลองตัดอาหารจำพวกแป้ง โดยเฉาะแป้งขัดสี ข้าว หันมาทานแบบโลว์คาร์บช่วงหนึ่ง
  • การกินบ่อยๆหลายๆมื้อ ไม่ช่วยลดน้ำหนักแถมทำให้รับเอาแคลอรี่มากเกินไป ลองเปลี่ยนมาทำ Intermittent Fasting แทน
  • เพียงดื่มน้ำครึ่งลิตรก่อนทุกมื้ออาหาร ช่วยให้เราเพิ่มการเผาผลาญอาหารได้ดีขึ้น 2430% ในช่วง 1.5 ชั่วโมงหลังการทานอาหารเสร็จงานวิจัยยังพบว่า 44% ของคนที่ดื่มน้ำก่อนทานข้าวครึ่งชั่วโมงลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำ
  • ถ้าคนที่รักการดื่มแต่อยากลดน้ำหนัก ลองดื่มวอดก้า (ซึ่งแคลอรี่ไม่สูงนัก) ผสมกับเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี่ดู เพราะ เบียร์ ไวน์ และค็อกเทลหวานๆนั้นแคลอรี่สูง ซึ่งแอลกอฮอล์ 1 กรัมให้พลังงานถึง 7 แคลอรี่ซึ่งถือว่าสูง ดีที่สุดก็ลด เลี่ยงไปเลยค่ะ เพราะการดื่มมากๆทำให้อ้วนได้ง่ายๆ
  • พักร่างกายหยุดลดน้ำหนักไปก่อน 1-2 เดือน และอาจใช้วิธี Reverse diet กระตุ้นระบบเผาผลาญที่ลดลงเพราะการตัดแคลอรี่จากการคุมอาหารเป็นเวลานาน เพื่อให้ระบบเผาผลาญกลับมาสูงขึ้น โดยค่อยๆเพิ่มสารอาหารขึ้น เพื่อเพิ่มระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานเป็นปกติ

ปรับมุมมอง และความคาดหวังต่อตัวเองใหม่ การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ใช้เวลา และตัวเลขบนตาชั่งไม่ใช่สิ่งชี้ขาดถึงความสุขในชีวิต ท้ายสุดไม่ใช่ทุกคนจะมีหุ่นเหมือนนางแบบนายแบบได้หมด แต่ถ้าหากคุณอยากมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น และเพิ่มความมั่นใจด้วยการออกแบบหุ่นให้สวย เป๊ะ ในแบบเฉพราะบุคคลแล้วล่ะก็.. เราขอแนะนำโปรแกรม 1 week 1 kg by APEXSlim ศูนย์ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนภายใต้แบรนด์เอเพ็กซ์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ (Apex Medical Center) ศูนย์สุขภาพ และความงามครบวงจร ที่มีขนาดและการบริการที่ใหญ่เป็นระดับต้นๆในภูมิภาคเอเชีย ให้บริการทางด้านความงามและสุขภาพอย่างครบวงจร ทั้งด้านผิวพรรณ รูปร่าง ศัลยกรรมตกแต่ง เวชศาสตร์ชะลอวัย และทันตกรรมเพื่อความงาม ได้รับรางวัลสูงสุดในวงการศัลยกรรมตกแต่ง ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รางวัล Cosmetic And Plastic Surgery Service Provider of The Year in Asia Pacific และมาตรฐานสูงสุดระดับสากล Global Health Awards

ตัวช่วยให้สุขภาพดีหุ่นไม่พัง ออกแบบการลดน้ำหนักเฉพาะบุคคลด้วยโปรแกรม  1 Week 1 Kg  ด้วยเปปไทด์ลดหิว เป็นโปรแกรมที่แนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของศูนย์ลดน้ำหนัก APEX Slim ซึ่งรับรองถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ไม่เหี่ยว ไม่โทรม ไม่มีการเกิด Yoyo Effect ตามมา เจ้า เปปไทด์ลดหิวตัวนี้ มีหน้าที่เพื่อช่วยคุมแคลอรีจากอาหาร เพิ่มพลังการเผาผลาญ และเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นให้กับร่างกาย

เปปไทด์ลดหิว เป็นสารโปรตีนสกัดเลียนแบบฮอร์โมนในบริเวณลำไส้ของคนเรา เมื่อร่างกายได้รับเปปไทด์ลดหิวเข้าไป เปปไทด์ตัวนี้จะส่งสัญญาณถึงสมองว่ากระเพาะอาหารเต็มแล้ว และเมื่อเราทานอาหารเข้าไป จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นด้วย ช่วยลดความรู้สึกหิวและอยากอาหาร เลยสามารถทำให้ควบคุมอาหารได้ง่ายขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนักได้ถึง 80%

VEX Program คือการผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการดูแลรูปร่างเอาไว้ในโปรแกรมเดียว ได้แก่ 

Vanquish : เพื่อการสลายไขมัน ด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง สลายไขมันด้วยอุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส โดยที่ไม่ต้องสัมผัสผิวหนัง และยังสามารถกำจัดไขมันได้อย่างถาวร เช่นเดียวกับการดูดไขมันอีกด้วย

Exilis: เพื่อการกระชับผิว สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ร่วมกับพลังงานเสียงอัลตราซาวน์ ช่วยกระชับสัดส่วนที่ย้วยเกินออก ทำงานโดยการส่งพลังงานลงถึงเนื้อเยื่อผิวในหลายระดับความลึก ช่วยทำลายไขมัน พร้อม ๆ กับฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน

X-wave: เพื่อการกำจัดเซลลูไลท์ ผิวที่ไม่เรียบเนียน อย่างเห็นผลได้ทันที เป็นการใช้พลังงานการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงสะท้อน (Acoustic Wave Pulses) ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง ผิวจึงกระชับและแน่นขึ้น กระตุ้นระบบประสาทและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ผิวในบริเวณที่ถูกกระตุ้นจึงเกิดการฟื้นฟู แข็งแรงขึ้น เรียบเนียน ดูสดใส เป็นผิวสุขภาพดี

โปรแกรม 1 Week 1 Kg. ด้วย เปปไทด์ลดหิว ที่ผนวกเข้ากับ VEX Program จึงน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกการช่วยดูแลรูปร่างของหนุ่มสาวสายกินได้ เพราะการทำทั้ง 2 โปรแกรมนี้ควบคู่กันไป ช่วยสลายไขมันได้ถึง 20% พร้อมทั้งกระชับผิว ช่วยกำจัดเซลลูไลท์ สร้างการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เร่งการเผาผลาญพลังงาน ลดความหิวและความอยากอาหารลง ช่วยให้ควบคุมอาหารได้อย่างใจ ดังนั้น การจะมีหุ่นสวย เฟิร์ม ได้สัดส่วนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว และสำคัญที่สุดเลยก็คืออย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ

.

สนใจให้ APEXSlim ดูแลคุณ หรือต้องการข้อมูลเพิ่ม เราพร้อมพูดคุยและปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการลดน้ำหนักและสัดส่วน ออกแบบการลดน้ำหนักแบบบูรณาการ
.
Tel : 095-102-8585
Line : https://page.line.me/APEXslim?openQrModal=true
Facebook : https://www.facebook.com/ApexSlim
Instagram : https://www.instagram.com/apex_slim/
Twitter : https://twitter.com/Apex_Slim_
.
ติดตามเคล็ดลับสุขภาพ
Webslte : https://www.apexslim.com/
Blogger : https://apexslim.blogspot.com/
Pinterest : https://www.pinterest.com/APEXSlim/apexslim/.com/