วิธีลดลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน 5 โล สัดส่วนลดลงภายใน 2 อาทิตย์ อย่างเห็นได้ชัด

ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน (Express Weight loss) อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ว่ามันก็อาจจะช่วยให้ใครหลายคนมีแรงฮึดที่จะลดน้ำหนักต่อไปได้มากขึ้น

วิธีลดน้ำหนักมีให้เราเลือกทำตามหลายวิธี แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวิธีที่มักจะทำให้เราหิวบ่อย และบางทีก็หลอกขายของก็มี

วันนี้ APEXSlim จะมาแนะนำ สูตร/วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ที่อาจจะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาแค่ 2 อาทิตย์ อยากผอม ก็ตามมาเลย

ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน (Express Weight Loss)

จริงๆแล้วการลดน้ำหนักที่ดี เราต้องทำไปได้เรื่อยๆในระยะยาว แต่อย่างที่บอกบางทีเราก็อยากจะให้น้ำหนักลดลงทันใจ ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่า วิธีลดน้ำหนักที่ดีควรเป็นอย่างไร

วิธีลดน้ำหนักที่ดี ต้องมีลักษณะดังนี้

  • ช่วงลดน้ำหนัก ต้องไม่หิวบ่อย
  • ช่วยลดน้ำหนักได้จริง ภายในระยะเวลาสั้นๆ
  • ช่วยเร่งการทำงานของระบบเผาผลาญ เพื่อลดไขมันในร่างกาย

ถ้าเราอยากจะได้ทั้ง 3 ข้อ แน่นอนว่าเราก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหลายอย่าง มาดูข้อแรกกันเลย

ลดน้ำตาล (SUGAR)

น้ำตาล (Sugar) คือ หนึ่งในสารอาหารที่อยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ส่วนใหญ่จะเป็นพลังงานเปล่า (Empty Calorie)

  • ข้อดีของน้ำตาล คือ ช่วยทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น แต่มีแคลอรี่สูงมาก และไม่ทำให้เราอิ่มท้อง เช่น เราจะกินโดนัทได้หลายๆชิ้นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที (ถึงแม้จะมีแคลอรี่เยอะก็ตาม) ซึ่งจะต่างกันกับการกินข้าวกล้อง ในปริมาณเท่ากัน

งานวิจัยพบว่า กลุ่มผู้เข้าทดลองที่กินน้ำตาลน้อยลง สามารถควบคุมความหิว และพลังงานแคลอรี่ต่อวันได้ดีกว่า

ดังนั้น ถ้าเรากินน้ำตาลน้อยลง ร่างกายเราก็จะได้รับพลังงานแคลอรี่ (เปล่า) น้อยลงด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นการเผาผลาญไขมัน และเร่งระบบเผาผลาญไปในตัว

ประโยชน์อีกหนึ่งอย่างของการลดน้ำตาล คือ ระดับอินซูลิน และน้ำตาลกลูโคสในเลือด จะอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วย เช่น ไต จะสามารถกำจัด โซเดียม (Sodium) และ น้ำ ออกจากร่างกายได้ดีขึ้น (ตัวจะได้ไม่บวมน้ำ และหุ่นจะดูเฟิร์ม)

เมื่อไตสามารถขับน้ำได้ดีขึ้น น้ำหนักตัวก็จะลดลงเรื่อยๆเช่นกัน งานวิจัยที่ได้ทำการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้เข้าทดลองที่งดกินน้ำตาล สามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 5 กิโลกรัม ภายใน 2 อาทิตย์!

แต่อย่าเพิ่งดีใจจนหน้าบาน เพราะน้ำหนักที่หายไปมาจากน้ำในร่างกายทั้งนั้น ส่วนไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) และไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ยังอยู่เหมือนเดิม ข้อเสียที่เราต้องระวัง คือ ถ้าเราไม่ควบคุมอาหารให้ดี อาจจะเสี่ยงมีโยโย่ เอฟเฟกต์ได้

  • สรุปคือ ถ้าเราลดปริมาณน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชขัดสี (Simple Carb) เช่น ข้าวขาว พาสต้า โดนัท และ ไอศครีม เป็นต้น เราจะลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายหันไปเผาผลาญไขมันส่วนเกินมากขึ้นด้วย

สัดส่วนของสารอาหาร (PORTION & NUTRITIONS)

  • ถ้าอยากจะลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ในแต่ละมื้อเราควรตั้งเป้าไว้เลยว่า อาหารที่เรากินต้องประกอบไปด้วย โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ เป็นหลัก เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยให้เราอิ่มท้องนานขึ้น
  • ถ้าใครที่เคยลดน้ำหนักด้วยสูตรพร่องแป้ง (Low-Carb Diet) เช่น Keto Diet (กินไขมันเพื่อลดไขมัน) จะเห็นว่า การกินคาร์โบไฮเดรตแค่วันละ 30-50 กรัม จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และไขมันส่วนเกินถูกเผาผลาญออกเยอะขึ้น

แหล่งโปรตีนที่ผมแนะนำ มีดังนี้

  • เนื้อสัตว์ (ติดมันน้อย) เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ และ เนื้อหมู
  • ปลา (น้ำจืด) และอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลากระพง ปลาเก๋า และ กุ้ง
  • ไข่ กินได้ทั้งฟองจะดีที่สุดครับ เว้นแต่ว่าเราอยากจะได้แค่โปรตีนอย่างเดียวเท่านั้น
  • โปรตีนจากพืช เช่น ควีนัว (Quinoa) และเต้าหู้ (Tofu)
  • อาหารเสริมโปรตีน เช่น เวย์ โปรตีน (Whey) และเคซีน (Casein)

โปรตีน ถือว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นมากในช่วงลดน้ำหนัก เพราะมันช่วยให้เราอิ่มท้องนานขึ้น เพราะโปรตีนจะลดการหลั่งฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ และงานวิจัยยังพบว่า กลุ่มคนที่กินโปรตีน อย่างน้อย 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน สามารถเผาผลาญพลังงานเพิ่มมากขึ้นได้ถึง 80-100 แคลอรี่ ต่อวัน เลยทีเดียว

ผัก (Vegetables) มีแคลอรี่ต่ำ แถมยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายเราไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ด้วย ดังนั้น ไม่ว่าเราจะลดน้ำหนัก หรือแค่อยากสุขภาพดี เราห้ามงดกินผักเด็ดขาด ใครที่ไม่ชอบรสชาติหรือไม่อยากกินผัก ลองเอามาปั่นกับผลไม้เพื่อเพิ่มรสชาติ ก็ได้เหมือนกัน

ผักที่ผมแนะนำมีดังนี้

  • บรอคโคลี (Broccoli)
  • กะหล่ำดอก (Cauliflower)
  • ผักโขม (Spinach)
  • มะเขือเทศ (Tomato)
  • คะน้า (Kale)
  • กะหล่ำดาว (Brussels Sprout)
  • กะหล่ำปลี (Cabbage)
  • ผักกาด (Chinese Cabbage)

มีคนเคยถามผมว่า ผักพวกนี้ควรกินเยอะแค่ไหนถึงจะดี เอาเป็นว่ากินให้เยอะได้เท่าไหร่ยิ่งดี อย่างมากเราจะได้คาร์โบไฮเดรตจากผักประมาณ 20-50 กรัม ต่อวัน และที่สำคัญอย่าลืมล้างผักก่อนทุกครั้งด้วยนะ

ถ้าเรากินอาหารที่มีโปรตีนและผักเป็นส่วนใหญ่ เรายังจะได้รับเส้นใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นครบทุกตัว จนแทบจะไม่ต้องกินอาหารเสริมเลยหละ

ไขมัน (Healthy Fat) คือ อีกหนึ่งสารอาหารที่ห้ามขาดเด็ดขาด รู้ไหมครับว่า วิตามิน A D E K ต้องใช้ไขมันในร่างกายละลายเพื่อดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเท่านั้น และไขมันยังเป็นตัวควบคุมระดับฮอร์โมนต่างๆ เป็นเบาะรับแรงกระแทกของอวัยวะภายในด้วย ดังนั้น ช่วงลดน้ำหนัก ห้ามงดกินไขมันเด็ดขาด แต่เราก็ต้องเลือกแหล่งไขมันที่ดีด้วย

แหล่งไขมันที่ผมแนะนำ มีดังนี้เลย

  • น้ำมันมะกอก (Olive Oil)
  • น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)
  • น้ำมันอะโวคาโด (Avocado Oil)

ลดน้ำหนัก ต้องกินวันละกี่มื้อดี?

ปกติเราจะแนะนำให้กินอาหารแค่วันละ 3 มื้อ แต่เราสังเกตว่า ช่วงบ่ายแก่ๆหลายคนจะหิว ดังนั้น อย่ารอช้า กินเพิ่มเป็นมื้อที่ 4 หรือ 5 ได้เลย แต่เลือกของว่างที่มีประโยชน์และแคลอรี่ต่ำๆ เช่น โยเกิร์ตไขมัน 0% และอกไก่งวงสไลด์ เป็นต้น

ต้องออกกำลังกายหรือเปล่า?

วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง เราต้องควบคุมปริมาณพลังงานแคลอรี่ต่อวัน ไม่ให้มากกว่าที่ร่างกายเผาผลาญ และเราก็ต้องออกกำลังกายเพื่อเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงานด้วย

แน่นอนว่าวิธีออกกำลังกายที่ผมแนะนำคือ เวท เทรนนิ่ง (Weight Training) เพราะเป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก และประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย

รู้ไหมว่า ผู้หญิงเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งมวลกล้ามเนื้อและมวลกระดูกจะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ ถ้าเหตุการ 2 อย่างนี้เกินขึ้น เราจะรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยกระฉับกระเฉง และพอหกล้มที กระดูกก็อาจจะถึงขั้นแตกได้เลย การออกกำลังกายแบบออกแรงดัน (Resistance Training) จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

ถ้าใครไม่มีเวลาจริงๆ การออกกำลังกายแอโรบิค (Aerobic Exercise) เช่น การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อาจจะเป็นทางเลือกอีกทาง

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่เราแนะนำคือ เดินเร็ว (Brisk Walk) วิ่ง ปั่นจักรยาน (อยู่กับที่ก็ได้) และว่ายน้ำครับ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ มันแค่ช่วยให้ปอดและหัวใจแข็งแรงขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราควรหาเวลาเพื่อมาออกกำลังกายแบบออกแรงดันควบคู่ไปด้วย

น้ำหนักจะลดลงเร็วแค่ไหน?

ถ้าใครที่ไม่เคยลดน้ำหนักเลย และมาลองลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนนี้ น้ำหนักจะลดลงเร็วมาก ช่วง 1-2 อาทิตย์แรก น้ำหนักอาจจะลดลงประมาณ 5-10 กิโลกรัม เลยทีเดียวครับ

แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า คาร์โบไฮเดรต คือ สารอาหารที่ร่างกายเราคุ้นเคยมาตลอด ดังนั้นพอเราจำกัดปริมาณไม่ให้เกิน 50 กรัม ต่อวัน (200 แคลอรี่) เราอาจจะรู้สึกแปลกๆ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ร่างกายเราชินกับการมีคาร์โบไฮเดรต จาก ข้าว ขนมปัง และผลไม้ มาตลอด

ดังนั้นเราต้องให้เวลากับร่างกาย เพื่อที่จะปรับตัวให้หันมาใช้ไขมันเป็นพลังงานแทน โดยทั่วไปเวลาปรับตัวก็จะอยู่ประมาณ 2-3 วัน

ทิปส์ดีๆที่อยากฝากไว้ก่อนไป มีดังนี้

โปรแกรม 1 week 1 kg by APEXSlim ศูนย์ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนภายใต้แบรนด์เอเพ็กซ์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ (Apex Medical Center) ศูนย์สุขภาพ และความงามครบวงจร ที่มีขนาดและการบริการที่ใหญ่เป็นระดับต้นๆในภูมิภาคเอเชีย ให้บริการทางด้านความงามและสุขภาพอย่างครบวงจร ทั้งด้านผิวพรรณ รูปร่าง ศัลยกรรมตกแต่ง เวชศาสตร์ชะลอวัย และทันตกรรมเพื่อความงาม ได้รับรางวัลสูงสุดในวงการศัลยกรรมตกแต่ง ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รางวัล Cosmetic And Plastic Surgery Service Provider of The Year in Asia Pacific และมาตรฐานสูงสุดระดับสากล Global Health Awards

ตัวช่วยให้สุขภาพดีหุ่นไม่พัง ออกแบบการลดน้ำหนักเฉพาะบุคคลด้วยโปรแกรม  1 Week 1 Kg  ด้วยเปปไทด์ลดหิว เป็นโปรแกรมที่แนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของศูนย์ลดน้ำหนัก APEX Slim ซึ่งรับรองถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ไม่เหี่ยว ไม่โทรม ไม่มีการเกิด Yoyo Effect ตามมา เจ้า เปปไทด์ลดหิวตัวนี้ มีหน้าที่เพื่อช่วยคุมแคลอรีจากอาหาร เพิ่มพลังการเผาผลาญ และเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นให้กับร่างกาย

เปปไทด์ลดหิว เป็นสารโปรตีนสกัดเลียนแบบฮอร์โมนในบริเวณลำไส้ของคนเรา เมื่อร่างกายได้รับเปปไทด์ลดหิวเข้าไป เปปไทด์ตัวนี้จะส่งสัญญาณถึงสมองว่ากระเพาะอาหารเต็มแล้ว และเมื่อเราทานอาหารเข้าไป จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นด้วย ช่วยลดความรู้สึกหิวและอยากอาหาร เลยสามารถทำให้ควบคุมอาหารได้ง่ายขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนักได้ถึง 80%

VEX Program คือการผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการดูแลรูปร่างเอาไว้ในโปรแกรมเดียว ได้แก่ 

Vanquish : เพื่อการสลายไขมัน ด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง สลายไขมันด้วยอุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส โดยที่ไม่ต้องสัมผัสผิวหนัง และยังสามารถกำจัดไขมันได้อย่างถาวร เช่นเดียวกับการดูดไขมันอีกด้วย

Exilis: เพื่อการกระชับผิว สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ร่วมกับพลังงานเสียงอัลตราซาวน์ ช่วยกระชับสัดส่วนที่ย้วยเกินออก ทำงานโดยการส่งพลังงานลงถึงเนื้อเยื่อผิวในหลายระดับความลึก ช่วยทำลายไขมัน พร้อม ๆ กับฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน

X-wave: เพื่อการกำจัดเซลลูไลท์ ผิวที่ไม่เรียบเนียน อย่างเห็นผลได้ทันที เป็นการใช้พลังงานการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงสะท้อน (Acoustic Wave Pulses) ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง ผิวจึงกระชับและแน่นขึ้น กระตุ้นระบบประสาทและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ผิวในบริเวณที่ถูกกระตุ้นจึงเกิดการฟื้นฟู แข็งแรงขึ้น เรียบเนียน ดูสดใส เป็นผิวสุขภาพดี

โปรแกรม 1 Week 1 Kg. ด้วย เปปไทด์ลดหิว ที่ผนวกเข้ากับ VEX Program จึงน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกการช่วยดูแลรูปร่างของหนุ่มสาวสายกินได้ เพราะการทำทั้ง 2 โปรแกรมนี้ควบคู่กันไป ช่วยสลายไขมันได้ถึง 20% พร้อมทั้งกระชับผิว ช่วยกำจัดเซลลูไลท์ สร้างการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เร่งการเผาผลาญพลังงาน ลดความหิวและความอยากอาหารลง ช่วยให้ควบคุมอาหารได้อย่างใจ ดังนั้น การจะมีหุ่นสวย เฟิร์ม ได้สัดส่วนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สนใจให้ APEXSlim ดูแลคุณ หรือต้องการข้อมูลเพิ่ม เราพร้อมพูดคุยและปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการลดน้ำหนักและสัดส่วน ออกแบบการลดน้ำหนักแบบบูรณาการ
.
Tel : 095-102-8585
Line : https://page.line.me/APEXslim?openQrModal=true
Facebook : https://www.facebook.com/ApexSlim
Instagram : https://www.instagram.com/apex_slim/
Twitter : https://twitter.com/Apex_Slim_
.
ติดตามเคล็ดลับสุขภาพ
Webslte : https://www.apexslim.com/
Blogger : https://apexslim.blogspot.com/
Pinterest : https://www.pinterest.com/APEXSlim/apexslim/.com/