ลดสัดส่วน ลบเซลลูไลท์ “ให้กลับมาใส่บิกินี่ได้ อย่างมั่นใจ”

สาวๆ คนไหนที่อยากลดน้ำหนักหรือลดสัดส่วนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เชิญบทความนี้ก่อนเลย อาจยาวหน่อยนะคะ แต่อดทนอ่านนิดหน่อยเพื่อหุ่นสวย และสุขภาพที่ดีของคุณ

จริงๆ แล้วการลดน้ำหนักหรือลดสัดส่วนไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมที่ยึดติดกับการลดน้ำหนักแบบผิดๆ หรือถ้าคุณเคยอดอาหารหรือกินยาลดความอ้วนมาแล้ว ลองเปิดใจใช้วิธีนี้ดูบ้างก็ได้ค่ะ

อย่างแรกต้องเปลี่ยนความคิดก่อนว่า การกินยาลดความอ้วนจะสามารถทำให้เราผอมได้จริง ๆ เพราะการกินยาลดน้ำหนักจะทำให้เกิดการโยโย่เอฟเฟค แล้วยังมีอันตรายอีกมากมาย จากการใช้ยาจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งในปัจจุบันมียาลดความอ้วนเยอะแยะมากมายหลายรูปแบบ มีทั้งแบบเม็ด แบบน้ำ หรือแบบชงดื่ม

โดยชนิดของยาลดความอ้วนก็จะมีทั้ง เป็น ยาลดความอยากอาหาร , ยาฮอร์โมนไทรอยด์ , ยาขับปัสสาวะ , ออร์ลิสแตท (Orlistat) , ลอร์คาเซริน (Lorcaserin) , เฟนเตอมีนและโทพิราเมทชนิดออกฤทธิ์เร็ว , ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร

ยาลดอัตราการเต้นของหัวใจ , ยานอนหลับหรือยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน , อาหารเสริม (Dietary Supplements)

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาลดความอ้วน

การกินยาลดความอ้วนเพื่อลดสัดส่วนในบางคนที่ร่างกายตอบสนองต่อยาได้ดี ก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาอะไรรุนแรง แต่กับบางคนที่กินยาเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้ยา หรือเกิดอาการข้างเคียงบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เพราะฉะนั้นหากมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้หยุดทานยา และปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยนะคะ

สาเหตุของน้ำหนักขึ้น

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว น้ำหนักตัวเพิ่มมักมีสาเหตุที่ไม่ซับซ้อน กล่าวคือ พวกเขาได้รับแคลอรีเกินกว่าที่ร่างกายต้องการนำทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี คนที่ชอบรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันหรือให้พลังงาน (แคลอรี) สูงในปริมาณน้อยจะมีโอกาสน้ำหนักเพิ่มมากกว่าคนที่รับประทานอาหารพลังงาน้อยในปริมาณมาก คนที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจะรับประทานอาหารมากขึ้นด้วย นั่นหมายความว่า พวกเขาจะได้รับแคลอรีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเสี่ยงเป็นโรคอ้วนมากขึ้นด้วย 

โรคอ้วนไม่ได้เกิดขึ้นภายในข้ามคืน ร่างกายของคนเราจะต้องได้รับแคลอรีส่วนเกิน 3,500 แคลอรี น้ำหนักจึงจะเพิ่มขึ้น 0.5 กก. ซึ่งคนส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1-3 กก. ต่อปี ในแต่ละวันน้ำหนักของคนเราจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่คุณควรพยายามรักษาน้ำหนักให้คงที่ในแต่ละสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การที่น้ำหนักตัวเพิ่มอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายประการ บางสาเหตุคุณอาจจะไม่เคยนึกถึงมาก่อน ได้แก่

ยีนส์

โรคอ้วนอาจเกิดจากยีนส์ของเราเอง ในร่างกายของเรามียีนส์ ที่เพิ่มหรือลดระดับความอยากอาหาร คนที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอาจจะอ่อนไหวต่อสัญญาณอิ่มของร่างกายน้อยกว่าคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนัก แต่ปัจจัยเกี่ยวกับพันธุกรรมไม่ได้กำหนดว่าเราจะต้องเป็นโรคอ้วน เพราะเรายังคงหลีกเลี่ยงโรคอ้วนได้แม้จะมียีนส์โรคอ้วนอยู่ก็ตาม

นิสัยการรับประทาน

นิสัยการรับประทานอาหารเกิดจากการทำพฤติกรรมซ้ำๆ ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีและได้รับอิทธิพลมาจากการรับรสชาติของเราตอนยังเป็นเด็ก ทั้งนี้เป็นเพราะอาหารที่เรารับประทานตอนเด็กอาจกลายเป็นอาหารที่เรารับประทานเป็นประจำ ซึ่งอาหารเหล่านี้ให้แคลอรีสูง ก็จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น  การเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก ดังนั้น หากคุณยังติดนิสัยชอบรับประทานของว่างขณะดูโทรทัศน์ ให้เลือกของว่างที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผักหรือผลไม้แทน

อารมณ์

การรับประทานอาหารมากเกินไปอาจมีสาเหตุจากอารมณ์ของเราเอง และความเครียดก็อาจเป็นสาเหตุให้บางคนหันมารับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายเครียด นอกจากนี้การรับประทานอาการมากเกินไปอาจเกิดขึ้นเมื่อคุณเหนื่อยล้า เบื่อ หรือเศร้าได้ด้วย

อาการทางการแพทย์

ภาวะทางการแพทย์บางอย่างอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบในสตรี (PCOS)  โรคซึมเศร้า และหัวใจล้มเหลว

ยา

ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง ยาสเตียรอยด์สำหรับรักษาภาวะอักเสบหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ข้ออักเสบ โรคแพ้ผื่นคัน และหอบหืด รวมทั้งยารักษาอาการซึมเศร้าและยาควบคุมอารมณ์อาจเป็นสาเหตุให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเพราะจะเข้าไปกระตุ้นความอยากอาหารหรือลดการใช้พลังงานของร่างกายลง หากคุณคิดว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักขึ้น ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งจ่ายอย่างฉับพลัน เว้นแต่จะได้ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว ในระหว่างนั้น ให้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่สมดุล

การไม่ออกกำลังกาย

คนที่ออกกำลังกายหรือใช้แรงอยู่เสมอน้ำหนักจะขึ้นน้อยกว่าคนที่ใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์หรือขับรถ

อาหารที่ฉลากระบุว่า ไขมันต่ำ

ปัจจุบัน อาหารจำนวนมากในซูเปอร์มาร์เก็ตระบุไว้บนฉลากว่า ไขมันต่ำแต่ในบางครั้ง อาหารไขมันต่ำกลับอุดมไปด้วยน้ำตาล อาหารที่มีน้ำตาลปริมาณมากจะมีแคลอรีสูง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักขึ้น หากต้องการหลีกเลี่ยง ควรอ่านฉลากและสังเกตปริมาณพลังงานและแคลอรีในอาหาร

นอนหลับไม่เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพออาจมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้น พยายามนอนหลับให้มากขึ้นถ้าทำได้ หากคุณมีปัญหาการนอน ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์

ขนาดอาหาร

ในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา อาหารที่เสิร์ฟในร้านอาหารและหีบห่อบรรจุอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตมีขนาดใหญ่ขึ้น หากต้องการลดผลกระทบจากปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้น คุณควรหยุดรับประทานเมื่อรู้สึกอิ่มหรือรับประทานอาหารช้าๆ เมื่ออยู่บ้าน ให้รับประทานอาหารน้อยลงแล้วค่อยคิดว่าคุณต้องการรับประทานอาหารจานที่สองหรือไม่ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ขนาดใหญ่พิเศษเมื่อออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านและถ้าทำได้ พยายามปรุงอาหารสดใหม่ที่ดีต่อสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้านแทนที่จะออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านหรือซื้ออาหารสำเร็จรูปจากซูเปอร์มาร์เก็ต

น้ำหนักกล้ามเนื้อ

ในบางครั้ง การพบว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหลังจากเพียรออกกำลังกายอย่างหนักอาจเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิด สาเหตุทั่วไปที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากการออกกำลังกายก็คือร่างกายของคุณมีกล้ามเนื้อมากขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะกล้ามเนื้อประกอบด้วยเส้นใยเล็กๆ จำนวนมาก (จึงมีน้ำหนักมากตามไปด้วย) ในขณะที่ไขมันประกอบด้วยเม็ดไขมันที่มีขนาดใหญ่กว่าแต่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ดังนั้น ถึงแม้ว่าไขมันจะลดลง แต่คุณก็อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้หากคุณมีกล้ามเนื้อมากขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว เมื่อคุณมีกล้ามเนื้อมากขึ้น คุณจะมีเอวเล็กลงด้วย พูดง่ายๆ ก็คือคุณจะมีรูปร่างดีขึ้น โดยไม่มีอะไรน่ากังวลเลย!!

ฆ่าไขมันถาวร

Z Lipo & Z Wave เทคนิคการฆ่าไขมันและสลายไขมันถาวรอย่างตรงจุด ด้วยความเย็นจุดเยือกแข็ง เพราะร่างกายของเราจะเลิกผลิตไขมันใหม่ตอนที่เราอายุ 18 ปี แต่แม้ว่าเราจะไม่มีไขมันเกิดใหม่แล้วแต่ที่เราอ้วนเป็นเพราะไขมันนั้นสามารถขยายตัวได้ ถ้าแม้เราจะออกกำลังกายมากเท่าไหร่ก็ทำได้แค่ให้ไขมันหดตัวลงเท่านั้นแต่  Z Lipo & Z Wave คือฆ่าหรือกำจัดไขมันและลดสัดส่วนถาวรอย่างตรงจุดที่สุด 

แม้ในปัจจุบันนี้จะมีเทคนิคการสลายไขมันให้เลือกมากมาย แต่บางเทคนิคก็ยังทำให้เกิดความเจ็บปวดระหว่างทำและมีขั้นตอนในการดูแลตัวเองที่ยุ่งยากพอสมควร ดังนั้น APEXSlim  จึงขอแนะนำนวัตกรรมการสลายไขมันด้วยความเย็น Z Lipo & Z Wave ที่ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง และเป็นการสลายไขมันอย่างถาวร  

Z Lipo & Z Wave คืออะไร?

Z-Lipo & Z Wave เป็น 2 เทคนิคที่ในการลดไขมันเฉพาะส่วนด้วยการใช้ความเย็นจุดเยือกแข็ง หรือความเย็นอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสที่ต้องทำควบคู่กันไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Z Lipo คือหนึ่งในนวัตกรรมลดสัดส่วนที่ใช้คลื่นความเย็นด้วยการกำหนดพื้นที่ ที่จะกำจัดไขมันได้อย่างแม่นยำ วิธีการเริ่มจากดูดเนื้อส่วนที่ต้องการจำกัดไขมันขึ้นมาแล้วสั่นสะเทือนให้เซลล์ไขมันแตกตัว ก่อนที่จะเริ่มปล่อยคลื่นความเย็น วิธีนี้ทำให้ระบบการเผาผลาญและระบายไขมันผ่านการลำเลียงของระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ช่วยกำจัดไขมันบริเวณเอว คอ ต้นแขน ต้นขา ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องใช้แม้แต่เข็ม
  • Z Wave เป็นการส่งคลื่นความถี่เข้าไปสู่ชั้นไขมันเช่นกัน แต่จะทำหลังจากที่ทำ Z Lipo แล้ว เพราะคลื่นที่ส่งเข้าไปจะไปควบคุมให้เซลล์ไขมันที่ตายจากการถูกแช่แข็งเรียงตัวกันเป็นปกติ ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยให้ระบบน้ำเหลืองกำจัดเซลล์ไขมันออกไปง่ายมากขึ้น ช่วยกำจัดเซลลูไลท์ที่เกิดจากไขมันจับตัวกันเป็นก้อน และทำให้ชั้นไขมันบางลง ซึ่งจะช่วยให้สัดส่วนต่างๆ เข้ารูปมากขึ้น

การกระชับสัดส่วนด้วยวิธี Z Lipo & Z Wave สามารถทำได้ทุกส่วนของร่างกายที่มีไขมัน โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันสะสมใต้ผิวหนังมากเป็นพิเศษ เช่น ท้องส่วนบนและส่วนล่าง สะโพก ต้นแขน ต้นขาด้านในและด้านนอก เอว ไขมันข้างรักแร้หรือปีก รวมถึงหน้าอกผู้ชายที่มีไขมันห้อยย้อยเหมือนผู้หญิง

ขั้นตอนการทำ Z Lipo & Z Wave

ในขั้นตอนการทำ Z Lipo & Z Wave แพทย์จะเริ่มจากการตรวจร่างกายและตรวจดูผิวหนังบริเวณที่จะทำการรักษา ก่อนจะวางแผนเจลสำหรับปกป้องผิวทั่วบริเวณนั้น แล้วใช้หัวแอปพลิเคเตอร์ (Applicator) หรือหัวดูดแวคคัม (Vacuum) ดูดผิวหนังแล้วส่งคลื่นความเย็นเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งคลื่นนี้จะส่งผลเฉพาะกับเซลล์ไขมันเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในส่วนอื่นๆ แต่อย่างใด

ระหว่างที่เครื่องมือกำลังทำงาน อาจรู้สึกตึงๆ บริเวณผิวหนังเล็กน้อย ประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นจะเริ่มรู้สึกเย็นและชาที่ผิวหนังตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที (ทำ Z Lipo ประมาณ 60 นาทีและทำ Z Wave ประมาณ 15 นาที) ต่อ 1 จุดที่ทำการรักษา

ต้องทำ Z Lipo & Z Wave บ่อยแค่ไหนถึงเห็นผล

การทำ Z Lipo & Z Wave 1 ครั้ง จะช่วยลดไขมันใต้ผิวหนังที่ทำการรักษาได้มากถึง 30% หรือความหนาของชั้นไขมันจนลดลงไปตั้งแต่ 1-1.5 เซนติเมตร ซึ่งตามปกติแล้ว หลังทำ Z Lipo & Z Wave จะเริ่มเห็นผลภายใน 2-3 สัปดาห์แรก และจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนภาย 2 เดือน หากชั้นไขมันหนามาก หรือผลลัพธ์ยังออกมาไม่เป็นที่พอใจ ควรทำซ้ำอย่างน้อย 3-6 ครั้ง คุณก็หุ่นกระชับไร้เซลลูไลท์ใส่บีกีนี่อวดหุ่นริมชายหาดให้หนุ่ม ๆ
ใจละลายเล่นแล้วค่ะ

หากคุณสนใจลดสัดส่วน โดยการสลายไขมันถาวร  ด้วยความเย็นจุดเยือกแข็ง  เราแนะนำให้แพทย์ ทำการวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ และควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถาน APEXSlim ได้ทุกสาขาและไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองนะคะ

ปรึกษาลดน้ำหนักและรับการออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
𝐂𝐎𝐍𝐓𝐀𝐂𝐓 𝐔𝐒 ️ 
𝐓𝐞𝐥 : 095-102-8585
𝐅𝐚𝐜𝐞𝐛𝐨𝐨𝐤:https://www.facebook.com/ApexSlim
𝐖𝐞𝐛𝐬𝐢𝐭𝐞 : https://www.apexslim.com/