Italian Lift vs MINT Lift อันไหนดีกว่า ต่างกันยังไง

ไหมอิตาลี กับ ไหมมิ้นท์ ต่างกันยังไง เลือกอันไหนดีกว่ากัน

ไหมอิตาลี หรือ ไหมมิ้นท์

เทคนิค การ ร้อยไหม ยกกระชับ (Thread Lifting) ได้รับความนิยมมามากกว่า 10 ปี และมีการคิดค้นพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดจากแนวคิดที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะดึงผิวหน้าให้กระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัด จึงมีการนำไหมสำหรับเย็บแผลผ่าตัดหัวใจมาประยุกต์เข้ากับการเสริมความงาม เกิดเป็นการร้อยไหมยกกระชับขึ้นจนเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน

การร้อยไหมช่วยในเรื่องยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปใบหน้าให้ดูเรียว เป็นนวัตกรรมเสริมความงามที่มีต้นกำเนิดความนิยมมาจากประเทศเกาหลี จนแพร่หลายสู่ทั้งอเมริกา ยุโรป และประเทศไทย โดยหลักการของการ ร้อยไหม คือ การนำเส้นไหมจำนวนหนึ่งมาร้อยเป็นตาข่ายเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นเซลล์บริเวณที่ถูกร้อยให้เกิดการอักเสบ แล้วสร้างเส้นเลือดขึ้นใหม่ ส่งผลถึงการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ให้ไปพันรอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้ง จนเต่งตึงยกกระชับขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง

วัสดุที่ใช้ผลิตเส้นไหมมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ 

PDO (Polydioxanone) – เปราะ แตกหักง่าย อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

PLLA (Poly-L-Lactic Acid) – ยืดหยุ่นได้ดีกว่า PDO อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

และ PCL (Polycaprolactone) – แข็งแรงขึ้น แต่ไม่ค่อยยืดหยุ่น อยู่ได้นาน 2-3 ปี

ซึ่งวัสดุทั้ง 3 ชนิดนี้เป็นวัสดุที่ปลอดภัยและสามารถสลายในร่างกายของคนเราได้ตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะตกค้าง วัสดุที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำมาผลิตเส้นไหมคือ PDO

ร้อยไหม ไหมแต่ละชนิดต่างกันยังไง  ในช่วงเริ่มแรกลักษณะของไหมจะเป็น ไหมเรียบ (Mono Threads) ซึ่งเวลาร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังต้องใช้เส้นไหมจำนวนมากมาสานเป็นตาข่าย ช่วยให้ผิวเต่งตึงขึ้น แต่ไม่ช่วยในเรื่องยกกระชับมากนัก ต่อมามีการคิดค้นลักษณะไหมแบบใหม่เพื่อให้ช่วยในการยกกระชับมากขึ้น จึงเกิดเป็น ไหมเกลียว (Screw Threads) คือการนำไหมเรียบ 1-2 เส้น เกลียวเข้าด้วยกันช่วยเพิ่มปริมาตรของผิวบริเวณที่ยุบตัว เน้นการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้มากขึ้นกว่าไหมเรียบ ไหมแบบต่อมาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ไหมเงี่ยง (Cog Threads) เกิดจากการใช้เลเซอร์บากบนเส้นไหมเรียบจนมีลักษณะเป็นเงี่ยงตลอดแนว คล้ายๆ กับก้างปลา เงี่ยงที่เกิดขึ้นจะยึดเกาะภายใต้ผิวหนัง ช่วยยกกระชับและยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอีกด้วย

เทคนิคการร้อยไหมแบบเก่า ที่ต้องใช้เส้นไหมจำนวนมากในการร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง อาจจก่อให้เกิดอาการบวมช้ำหลังจากการร้อยได้ จึงมีการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมไหมยกกระชับหน้าขึ้นใหม่เรื่อย ๆ เพื่อลดข้อด้อย เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัย รวมถึงเพิ่มระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ให้ยาวนานกว่าเดิม จนเมื่อไม่นานมานี้วงการเสริมความงามได้มีนวัตกรรมไหมยกกระชับหน้าเทรนด์ใหม่ล่าสุดออกมา 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไหมอิตาลี (Italian Lift) และ ไหมมิ้นท์ (MINT Lift) แต่ทั้งสองตัวนี้มีข้อที่แตกต่างกันอยู่ หากคุณยังลังเล ตัดสินใจไม่ได้ บทความนี้อาจจะช่วยคุณในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

สามารถอ่านเรื่องของการร้อยไหมเพิ่มเติมได้ที่ : ตอบคำถามคาใจเกี่ยวกับการร้อยไหม

ไหมอิตาลี

ไหมอิตาลี (Italian Lift)

ผลิตและนำเข้า : จากประเทศอิตาลี จึงถูกเรียกว่า ไหมอิตาลี (Italian Lift) โดยแบรนด์ที่นำเข้ามาชื่อว่า Definisse 

ความปลอดภัย : Definisse เป็นแบรนด์แรกที่ได้รับ อย. (องค์การอาหารและยา) ของไทยและอเมริกา ว่าเป็นไหมสำหรับการยกกระชับผิวโดยตรง มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย สลายได้หมด 100% 

ลักษณะเส้นไหม : เส้นไหมถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ คือ มีลักษณะเป็นเงี่ยงแบบหันเข้าหากัน (Bidirectional Convergent Barb) และยังเป็นแบบ Double Needle Technique คือ มีเข็มนำในแต่ละด้านของปลายไหม ปลายเข็มจะคมมากและลื่นเป็นพิเศษ ทำให้สามารถร้อยในทิศทางที่ต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการบวมแดงหลังจากการร้อยไหมได้

วัสดุ : ไหมอิตาลี ผลิตจากวัสดุ Poly(L-Latide-co-Caprolactone) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า P(LA-CL) ผสมผสานระหว่างวัสดุ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) และ PCL (Polycaprolactone) เป็นการดึงจุดเด่นจากทั้ง 2 วัสดุ ในอัตราส่วนเฉพาะมาผลิตเป็นเส้นไหม ซึ่ง PLLA มีจุดเด่นในเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมา ส่วน PCL มีจุดเด่นในเรื่องการคงอยู่ของเส้นไหมได้นานสูงสุดในกลุ่มไหมละลาย คือ 18-24 เดือน ทำให้ไหมอิตาลี่มีทั้งความยืดหยุ่นและความแข็งแรง

คุณสมบัติ : จากการผสมผสานกันของ 2 วัสดุข้างต้น ทำให้ไหมอิตาลี มีคุณสมบัติที่สามารถกระตุ้นสร้างคอลลาเจนได้ดีมาก มีความแข็งแรง ยืดหยุ่นสูง ไม่เปราะแตกง่ายเนื่องจากการขยับเขยื้อนใบหน้ามากเกินไป คุณสมบัติอีกอย่างคือ การร้อยไหมอิตาลีใช้ไหมเพียงแค่ข้างละ 1-2 เส้นเท่านั้น

ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่ : เห็นผลลัพธ์การยกกระชับผิวทันทีหลังทำ ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และยังส่งผลในการยกกระชับผิวระยะยาว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน กรดไฮยาลูรอน และอิลาสติน ได้มากกว่าการร้อยไหมแบบปกติ แถมยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ซึ่งเห็นผลชัดเจนที่สุดหลังจากทำผ่านไปแล้ว 1-2 เดือน เส้นไหมจะค่อย ๆ สลายไปใน 18-24 เดือน จึงสามารถล็อคความสวยได้นานถึง 2 ปี

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมของไหมอิตาลีได้ที่ : ร้อยไหมยกกระชับด้วย ไหมอิตาลี Definisse ดีกว่ายังไง? และ ร้อยไหมอิตาลี แบบ โอ๋ ภัคจีรา 

ไหมมิ้นท์

ไหมมิ้นท์

ไหมมิ้นท์ (MINT Lift)

คำว่า MINT ย่อมาจาก Minimal Invasive Non surgical Thread ซึ่งก็คือ การร้อยไหมดึงหน้าโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด

ผลิตและนำเข้า : จากประเทศเกาหลี 

ความปลอดภัย : ได้รับการรับรองจาก อย. (องค์การอาหารและยา) ของไทยและอเมริกาเช่นเดียวกับไหมอิตาลี ปลอดภัยสูงและสลายได้ตามธรรมชาติ

ลักษณะเส้นไหม : มีเงี่ยงอยู่รอบเส้นไหมลักษณะคล้ายกับก้านของดอกกุหลาบ เกิดจากการหลอมด้วยบล็อกขึ้นเป็นเส้นไหม เงี่ยงที่ยื่นออกมาจึงมีความแข็งแรงมากกว่า ไหมก้างปลา (Aptos) แบบปกติ ที่ใช้เลเซอร์ในการบาก 

วัสดุ : ไหมมิ้นท์ผลิตจากวัสดุ PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมละลายชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเย็บแผลผ่าตัดหัวใจ เรียกว่าเป็นวัสดุยอดนิยมในการนำมาทำเส้นไหมสำหรับยกกระชับผิว

คุณสมบัติ : PDO คือวัสดุที่ใช้ผลิตเส้นไหมซึ่งใช้ในการเย็บแผลผ่าตัดหัวใจ จึงแทบจะไม่มีผลข้างเคียง มีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงในระดับหนึ่งแต่ไม่เทียบเท่ากับวัสดุ P(LA-CL) ของไหมอิตาลี ยังคงเปราะหักได้ง่ายหากขยับเขยื้อนใบหน้ามากเกินไป

ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่ : เงี่ยงของไหมที่คล้ายตะขอรอบ ๆ สามารถยกกระชับผิวได้ทันทีหลังจากร้อย เส้นไหมจะค่อย ๆ สลายไปใน 6-8 เดือน และสามารถล็อคความสวยได้นานถึง 1 ปี

ในปัจจุบันมีไหมหลายชนิดออกมาสู่ท้องตลาด ซึ่งเรียกชื่อต่างกันไป แต่วัสดุที่ใช้ก็ไม่ต่างจากที่กล่าวมาข้างต้น เพราะฉะนั้น การที่จะเลือกว่าจะใช้ไหมชนิดไหนก็ต้องดูว่าผิวหน้าเรามีปัญหามากหรือน้อยแค่ไหน เช่น ไหมมิ้นท์ ทำจากวัสดุ PDO ซึ่งค่อนข้างเปราะและไม่ยืดหยุ่น ถ้าคนไข้มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยเยอะ หรือมีไขมันบริเวณแก้มมาก ก็ไม่เหมาะกับการใช้ไหมมิ้นท์ในการร้อยยกกระชับหน้า จะเหมาะกับการร้อยไหมอิตาลีมากกว่า รวมถึงเทคนิคการร้อยของไหมแต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกัน คนไข้ควรศึกษาหรือพบแพทย์เพื่อปรึกษาและขอข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะร้อยไหมอะไรดี หรือจะยกกระชับด้วยวิธีไหนดี สามารถส่งรูปภาพของท่านมาที่ Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) เพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนได้ค่ะ