ปวดหลัง Office Syndrome Vs หมอนรองกระดูก ต่างกันอย่างไร

ปวดหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ซึ่งคนทั่วไปหากไม่ปวดหลังจากอาการ Office Syndrome โดยเฉพาะผู้ที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ หรืออาจจะเกิดจากหมอนรองกระดูก ซึ่งหากละเลยรักษาไม่ตรงจุดอาการอาจจะหนักมากขึ้นได้ แต่ปวดหลัง Office Syndrome และหมอนรองกระดูกจะต่างกันอย่างไร เราไปดูความแตกต่างกันเลย

 

ปวดหลังจาก Office Syndrome คืออะไร

Free photo close up of man rubbing his painful back isolated on white background.

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) จัดอยู่ในกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) ซึ่งมักเกิดจากการที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำไปมาเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่อง ทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวมากเกินไปจนเกิดเป็นอาการปวดอาการเหล่านี้มักพบได้บ่อยในผู้ที่นั่งทำงานในออฟฟิศในท่าเดิมเป็นเวลานาน รวมถึงมีอาการปวดหัว ปวดล้ากระบอกตา ปวดสะบัก อ่อนเพลีย ชามือและเมื่อยตัวร่วมด้วย โดยอาการใดอาการหนึ่งจะมากน้อยแตกต่างกันไป

 

ปวดหลังจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร

Free photo close up of man rubbing his painful back isolated on white background.

เป็นอาการปวดหลังที่อาจจะปวดหลังร้าวลง คอ แขน สะโพก จนถึงบริเวณน่องที่เรื้อรังติดต่อกันนานเกินกว่า 3 เดือนหรือเป็น ๆ หาย ๆ มากกว่า 2 สัปดาห์ โดยปวดแบบจิ๊ด ๆ เหมือนไฟฟ้าช็อตหรืออาจจะปวดจนสะดุ้งเบา ๆ ทำให้มีปัญหาทรงตัวได้ไม่ดี เดินลำบาก ขาแข็งเกร็ง อาการปวดหลัง ยกไหลไม่ขึ้น ขยับนิ้ว หรือกระดกข้อมือไม่ขึ้น ซึ่งหากมีการกดทับเส้นประสาทจะส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นลีบลงด้วย บางครั้งอาจลีบถาวร

 

Office Syndrome และ หมอนรองกระดูก ต่างกันอย่างไร

Photo arthritis person finger woman ache from working in office concept office syndrome

โดย Office Syndrome มีอาการเด่น ๆ คือ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดคอ หรือปวดบริเวณบ่า ไหล่ แต่อาการจะไม่ปวดร้าวลงไปที่ แขน มือ หรือขา ต่างจากอาการปวดจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่ผู้ป่วยจะมีอาการปวดคอ หรือต้นคอเช่นกัน แต่ขณะเดียวกันก็จะมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมกับอาการปวดในส่วนนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่มากกว่ากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมแล้ว และควรเดินทางมาตรวจอย่างละเอียดกับแพทย์

 

อย่างไรก็ตาม หากเรามีอาการปวดหลังควรไปพบแพทย์ให้สามารถวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง เพื่อผู้ป่วยจะได้หาแนวทางการป้องกันหรือรักษาอย่างทันท่วงที แต่หากใครที่ปวดหลังจาก Office Syndrome ยังสามารถรีบรักษาให้หายก่อนที่จะกลายเป็นหมอนรองกระดูกในภายหลังได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีช่วยแก้ Office Syndrome ได้ลึกถึงระดับเซลล์โดยใช้เวลาไม่นาน

 

448WAVE เทคโนโลยีคลื่นความถี่ลดปวด 

448 WAVE เทคโนโลยีรักษาอาการปวดด้วยคลื่นความถี่เฉพาะ จบปัญหากวนใจ ปวดคอ-บ่า-ไหล่-หลัง ตึง อักเสบ บวม รักษาการปวดลึกถึงระดับเซลล์ ประเมิน วางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ระหว่างรักษาจะสบาย ไม่เจ็บ รู้สึกเพียงอุ่นๆ รักษาได้ทั้งปวดเฉียบพลัน และปวดเรื้อรังสะสม  ปลอดภัย เห็นผล เทคโนโลยีผ่านมาตรฐาน FDA ไทยและสหรัฐอเมริกา เทคโนโลยีเดียวกับที่นักกีฬาระดับโลกใช้

 

448WAVE หลักการทำงาน

ใช้คลื่นความถี่เฉพาะ 448KHz ในการลดอาการปวด เสริมสร้างคอลลาเจนระดับลึก ช่วยให้กล้ามเนื้อและพังผืดคลายตัว ดีท็อกสารพิษออกจากเซลล์ ช่วยให้การแลกเปลี่ยนสารระหว่างเซลล์ดีขึ้น อีกทั้งใช้พลังงานความร้อน ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น การปวดทุเลาลง ผลลัพธ์คืออาการปวดลดลง ลดการอักสบ เมื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

448WAVE ต้องทำกี่ครั้ง

เนื่องจากอาการปวดเป็นอาการที่สะสมมานาน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำรักษาเป็นคอร์ส7ครั้ง (ครั้งละ40นาที) โดยรักษา 1-2ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ จะทำให้ผลการรักษาดีขึ้นค่ะ

 

448WAVE หลังทำรู้สึกอย่างไร

หลังทำครั้งแรกจะรู้สึกได้ว่าบริเวณที่มีอาการปวดตึง จะคลายลง เบาสบายขึ้น เพื่อผลการรักษาที่ดีผู้เชี่ยวชาญแนะนำรักษา 7ครั้ง โดยรักษา 1-2ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ค่ะ

 

APEX Life Center : ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและชะลอวัยเอเพ็กซ์ 
เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับคุณ
Line : @apexlifecenter https://lin.ee/somJkar
Facebook : Apex Life Anti-Aging
Tel. : 0627096891

apex