หน้าพัง เพราะเลือกเนื้อฟิลเลอร์ผิด Filler เนื้อนิ่ม VS เนื้อแข็ง ฉีดแบบไหนดีกว่ากัน?

Filler เนื้อนิ่มหน้าพัง เพราะเลือกเนื้อฟิลเลอร์ผิด Filler เนื้อนิ่ม VS เนื้อแข็ง ฉีดแบบไหนดีกว่ากัน?

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นเทคนิคในการปรับรูปหน้าให้สวยขึ้นได้แบบไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้รับความนิยม ยิ่งเดี๋ยวนี้มีคลินิกที่ให้บริการฉีด Filler เปิดเยอะมากขึ้น แต่ถ้าเราไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน อาจจะตัดสินใจพลาดฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ จนเกิดผลข้าง เช่น ผิวไม่เรียบเนียน เป็นก้อน ใบหน้าดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติได้

เนื่องจากฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อที่เราใช้ฉีดกันอยู่ในปัจจุบัน แม้จะเป็นสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างในเรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ผลิต คุณสมบัติต่าง ๆ รวมไปถึงฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อยังถูกผลิตออกมาหลากหลายรุ่น เพื่อให้เหมาะกับการฉีดเติมเต็มผิวหน้าในแต่ละบริเวณ เนื่องจากแต่ละบริเวณของใบหน้าต้องการเนื้อฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแตกต่างกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น คาง กรอบหน้า Jawline บริเวณนี้ต้องการเนื้อฟิลเลอร์ที่มีความแข็ง เพื่อการปั้นขึ้นรูปได้ดี ส่วนบริเวณใต้ตา ควรใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อนิ่ม เพื่อความเรียบเนียน ไม่ก้อน เป็นต้น

ดังนั้นถ้าหากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจจะเลือกชนิดของฟิลเลอร์ได้ไม่ตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่มีคุณภาพ ไม่สวยงาม จนอาจเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้

Filler เนื้อนิ่มความแตกต่างของฟิลเลอร์

เพื่อให้ผลลัพธ์ในการฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็มใบหน้าออกมาสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า เนื้อฟิลเลอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร และควรฉีดบริเวณใดบ้าง

Filler เนื้อนิ่ม: มีความบางเบา เนื้อเนียนไปกับผิว เหมาะสำหรับฉีดในบริเวณผิวที่มีความบาง เช่น ร่องน้ำตา ใต้ตา ริ้วรอยตื้น ๆ หลุมสิว หรือฉีดเพื่อเติมน้ำให้ผิว ให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว รวมถึงฉีดแก้ไขสำหรับคนที่มีริมฝีปากแห้งได้อีกด้วย

Filler เนื้อแข็งปานกลาง: ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น ทนต่อการขยับ มีความเรียบเนียน ไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับฉีดในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหว หรือขยับของใบหน้าบ่อย ๆ เช่น มุมปาก ร่องแก้ม หน้าผาก แก้มตอบ

Filler เนื้อแข็ง: มีความหนาแน่นมาก สามารถปั้นขึ้นรูปได้ดี เคลื่อนที่ได้ยาก มีความคงตัวสูง เหมาะสำหรับการฉีดปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น บริเวณคาง กรอบหน้า จมูก หรือฉีดยกกระชับ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ได้รูปทรงที่สวยงาม

Filler เนื้อนิ่ม VS เนื้อแข็ง ฉีดแบบไหนดีกว่ากัน?

อย่างที่ได้บอกไปว่าเนื้อฟิลเลอร์มีความแตกต่างกัน ดังนั้นแพทย์จะเลือกชนิดของฟิลเลอร์ให้มีความเหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการจะแก้ไข โดยใน 1 บริเวณ สามารถฉีดฟิลเลอร์หลายรุ่นร่วมกันได้ เพื่อผลลัพธ์ที่มีความสวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

เช่น บริเวณใต้ตา สามารถฉีดฟิลเลอร์เนื้อแข็งปานกลาง ในชั้นลึกเพื่อช่วยพยุงโครงสร้างผิวส่วนที่กระดูกยุบตัวให้เต็มขึ้นมา เมื่อเรามีตัวฟิลเลอร์ที่ช่วยพยุงผิวแล้ว สามารถฉีดฟิลเลอร์เนื้อนิ่มเพียงเล็กน้อย ในผิวชั้นตื้นเพื่อช่วยให้ใต้ตาดูเรียบเนียน มีความธรรมชาติมากขึ้น และช่วยให้ดูไม่เป็นก้อนได้อีกด้วย

Filler เนื้อนิ่มฟิลเลอร์ Juvederm

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เรามีตัวอย่างฟิลเลอร์มาแนะนำกันด้วยค่ะ อย่างฟิลเลอร์ Juvederm ที่เป็นแบรนด์จากอเมริกา ได้รับความนิยมทั่วโลก มีหลากหลายรุ่นให้เลือก เพื่อตอบโจทย์สำหรับการแก้ปัญหาบนใบหน้าในแต่ละบริเวณ โดยจุดเด่นที่สำคัญ คือเป็นฟิลเลอร์คุณภาพสูง ฉีดออกมาแล้วได้ความเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์แบรนด์อื่น ๆ โดยในบางรุ่นอยู่ได้นานถึง 24 เดือนเลยทีเดียว และมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) อยู่ในตัวฟิลเลอร์จึงช่วยลดความเจ็บในระหว่างการฉีดได้ดี หลังฉีดยังไม่เกิดอาการบวมอีกด้วย นอกจากนั้น Juvederm ยังมีเทคโนโลยีการผลิต 2 เทคโนโลยีด้วยกัน คือ

  • Hylacross Technology : เป็นเทคโนโลยีเริ่มแรกของ Juvederm มีคุณสมบัติเรื่องความอุ้มน้ำได้ดี และมีความยืนหยุ่นสูง จึงทำให้ฟิลเลอร์มีความฟู และทนต่อการขยับได้ดีมาก เหมาะสำหรับเติมเต็มบริเวณที่เป็นร่องลึก หรือมีการขยับบ่อย ๆ   
  • Vycross Technology : เทคโนโลยีล่าสุดที่ Juvederm พัฒนาขึ้นมา ความอุ้มน้ำน้อยลง มีคุณสมบัติในเรื่องของการยกกระชับได้ดี  ฟิลเลอร์เรียบเนียน มีความเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน เหมาะกับการฉีดบริเวณเติมเต็มได้ทุกจุดของใบหน้า

ฟิลเลอร์ Juvedermฟิลเลอร์ Juvederm มีรุ่นอะไรบ้าง?

Filler Juvederm มีหลากหลายรุ่น แต่ที่ผ่านการรับรองจากอย. ไทย มีด้วยกันทั้งหมด 7 รุ่น ดังนี้

Juvederm Volite

เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เรียบเนียน มีความบางเบาที่สุด ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับฉีดเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว สามารถฉีดไปยังผิวหนังชั้นบนได้ โดยสามารถแก้ไขปัญหาผิวแห้งขาดน้ำ มีริ้วรอยเล็ก ๆ ช่วยปรับให้ผิวมีความอิ่มน้ำ ยืดหยุ่น ชุ่มชื้นมากขึ้น สามารถฉีดได้ทั้งใบหน้าเลยทีเดียว โดยผลลัพธ์อยู่ได้นาน 9-12 เดือน

Juvederm VOLIFT

เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบาง และนิยมฉีดเพื่อเก็บรายละเอียดบริเวณผิวชั้นตื้น โดยส่วนมากมักฉีดบริเวณใต้ตา เติมเต็มขอบปาก ร่องมุมปาก ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน

Juvederm VOLBELLA

เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม โมเลกุลเล็ก มีความละเอียดสูง ฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับฉีดผิวที่มีความบาง เช่นเติมเต็มใต้ตา ริ้วรอยเล็ก ๆ เพิ่มความชุ่มชื้น และอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก โดยผลลัพธ์สามรถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

Juvederm VOLUMA

เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็งปานกลาง คงตัวได้ดี มีความฟู ฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน ปั้นขึ้นรูปค่อนข้างง่าย มีความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับช่วยยกกระชับใบหน้า ฉีดคาง แก้มส้ม ขมับ โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือนเลยทีเดียว

Juvederm Ultra Plus

เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เรียบเนียน อุ้มน้ำได้ดี มีความฟูมาก ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาร่องลึก ต้องการแก้ไขให้ผิวบริเวณที่ฉีดมีความอิ่มฟูมากขึ้น เช่นบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้มตอบ ขมับ โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

Juvederm Ultra XC

เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม โด่ดเด่นเรื่องความอุ้มน้ำ มีความฟูมาก ฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ส่วนมากจะฉีดบริเวณขมับ แก้มตอบ จมูก โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

Juvederm Volux

เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่สุด มีความหนาแน่น ทำให้ปั้นขึ้นรูปได้ง่าย มีความคงตัว เคลื่อนที่ได้ยาก เหมาะสำหรับฉีดปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น ฉีดคาง กรอบหน้า กรามหรือแนวขาไกร ให้มีความคมชัดมากขึ้น โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานถึง 24 เดือน เลยทีเดียว

ฟิลเลอร์ Juvedermผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ที่ได้คุณภาพ ออกมาสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ จึงขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ที่สามารถประเมินใบหน้าของคนไข้ และเลือกใช้รุ่นของฟิลเลอร์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมสำหรับการแก้ไขปัญหาใบหน้าแต่ละคนได้ดีที่สุด

สำหรับท่านใดที่สนใจการฉีดฟิลเลอร์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) APEX ของเรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งมีเครื่องมือที่ทันสมัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน คอยให้บริการทุกท่านอยู่นะคะ