ออกกำลังกาย ลดความอ้วน ใน 30 นาที แบบไม่ต้องร้องขอชีวิต

ออกกำลังกาย ลดความอ้วน ใน 30 นาที ตามเทรนเนอร์หรือทำตามคลิปสอนออกกำลังกายออนไลน์ รู้สึกเหนื่อยแทบจนจะขาดใจแบบว่าต้องร้องขอชีวิตทุกที เอาจริง ๆ ทำตามได้มากสุดคือการมัดผมเท่านั้น จนหลาย ๆ คนท้อและไม่อยากอออกกำลังกายอีก ลดความอ้วนที่ตั้งใจไว้ก็คงต้องยกเลิกไป หากใครที่อยากออกกำลังกายลดความอ้วน แต่ไม่อยากเหนื่อยจนท้อ เรามีการออกกำลังกายง่าย ๆ ใน 30 นาทีมาฝากกัน

 

ทำไมต้อง 30 นาที?

15 นาทีแรกของการออกกำลังกาย ร่างกายจะดึงพลังงานหลักไปใช้ ซึ่งเป็นพลังงานที่เตรียมไว้ใช้ในกิจกรรมปกติของร่างกาย พอนาทีที่ 15–30 นาที จน 30 นาทีขึ้นไป ร่างกายจะดึงพลังงานสำรองซึ่งเก็บไว้ในรูปของไขมันออกมาใช้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ต้องการลดไขมันในร่างกายต้องออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า 30 นาที

 

สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่ในการออกกำลังกาย การจะทำให้ถึง 30 นาทีนั้น เป็นอะไรที่ทำได้ยากมาก ๆ เราจึงควรออกกำลังกายในระดับเริ่มต้นก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย 

 

ความเข้มข้นต่ำ 

เป็นการออกกำลังกายที่ร่างกายจะเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องขยับร่างกายมาก เหมาะกับคนที่พึ่งเริ่มออกกำลังกาย เนื่องจากใช้พลังงานขณะออกกำลังกายไม่มากนัก นอกจานี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บต่าง ๆ ได้ ไม่รู้สึกเหนื่อยมากขณะออกกำลังกาย สามารถทำติดต่อกันได้เป็นเวลานาน และที่สำคัญการออกกำลังกายแบบนี้ไม่ทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ที่จะส่งผลให้การเผาผลาญน้อยลงตามมาได้

 

ตัวอย่างการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นต่ำ

การเดิน

Training wellness healthy weight walking motion Free Photo

เป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและกล้ามเนื้อ ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี ประมาณ 30 นาที 150 แคลอรี ยิ่งเราเดินเร็วมากขึ้นอัตราการเต้นของหัวใจก็จะสูงขึ้นและแคลอรี่ที่เผาผลาญได้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น ประมาณ 30 นาที 210 แคลอรี เลยทีเดียว โดยเริ่มจากการเดินช้าค่อย ๆ เดินแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบ ประมาณ 3-5 นาที เมื่อเริ่มรู้สึกชิน ให้เพิ่มความเร็วในระดับที่พอรู้สึกเหนื่อย แล้วเดินอีกราว 25-30 นาที จากนั้นในช่วงท้ายให้ชะลอความเร็วลง ก่อนเดินอีก 3-5 นาที ค่อยหยุด 

 

โยคะ

Woman practicing yoga on mat at home Free Photo

เดิมเป็นการทำเพื่อบริหารจิตใจ ฝึกสมาธิ ด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศอินเดียและถูกเผยเแพร่อย่างกว้างขวาง จนประเทศตะวันตกได้นำโยคะมาเป็นการออกกำลังกาย โดยดัดแปลงจาก Hatha-Yoga ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของโยคะ โดยจะเน้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง ซึ่งการออกกำลังกายประเภทโยคะ 30 นาที เราจะสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ประมาณ 250 กิโลแคลอรี

 

ความเข้มข้นกลาง  

เป็นการออกกำลังกายในระดับที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น หายใจถี่ขึ้น สามารถพูดได้เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ แต่ไม่ถึงกับเหนื่อยหอบจนเกินไป เมื่อทำต่อเนื่องสามารถลดน้ำหนักได้ หรือเรียกว่าช่วง Fat Burn Zone ความเข้มข้นระดับนี้จึงเป็นความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายลดน้ำหนักเลยทีเดียว

 

ตัวอย่างการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นกลาง

เต้นแอโรบิก

Two women training at the gym Free Photo

การเต้นแอโรบิกเป็นคาร์ดิโอที่หลาย ๆ คนชอบ เพราะการเต้นจะทำให้เกิดความสนุกไปกับเพลง โดยการเต้นแอโรบิกได้ 1 ชั่วโมง จะสามารถสามารถเบิร์นไขมันได้ 600 กิโลแคลอรี่ นอกจากนี้ ยังช่วยทำให้รูปร่างกระชับได้อีกด้วย

 

ปั่นจักรยาน

Sports couple riding bikes in summer forest Free Photo

การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยการปั่นจักรยาน 1 ชั่วโมง สามารถเบิร์นไขมันได้ 250-600 กิโลแคลอรี่ จะทำให้น้ำหนักตัวลดและต้นขาก็จะดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งแนะนำว่าควรจะปั่นจักรยานด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อขาและเอวได้ 

 

ตัวช่วยลดความอ้วนไม่ต้องออกกำลังกายให้เหนื่อย

Emsculpt เทคโนโลยีหนึ่งเดียวในปัจจุบันที่สามารถกำจัดไขมันควบคู่กับการสร้างกล้ามเนื้อ ทำงานโดยการใช้เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเฉพาะเจาะจง High-In Tensity Focused Electro-Magnetic (HIFEM) ส่งพลังงานเข้าถึงชั้นกล้ามเนื้อ และไขมันใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเกิดการหดเกร็งถึง 20,000 ครั้งต่อการทำทรีทเมนท์ 30 นาที เทียบเท่ากับการยกเวทหนัก ๆ แล้วทำ Sit up ไปด้วยพร้อม ๆ กัน 20,000 ครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงเราแทบจะไม่สามารถออกกำลังกายแบบนี้ได้เลย 

 

ทั้งนี้การหดตัวของกล้ามเนื้อจะสามารถสร้างมวลกล้ามเนื้อใหม่ ทำให้มีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้น สามารถสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มจำนวนกล้ามเนื้อให้ทนทานแข็งแรงและทำให้กล้ามเนื้อกลับมาชิดกันมากขึ้น ส่งผลให้รูปร่างกระชับ มีกล้ามเนื้อหน้าท้องและซิกแพค พร้อม ๆ กับการเผาผลาญไขมันและการทำลายเซลล์ไขมัน 

 

ต้องทำบ่อยแค่ไหน ต้องพักฟื้นหรือไม่

Emsculpt  ควรทำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เหมือนกับการออกกำลังกายปกติ และสามารถทำทรีทเมนท์เพียง 4-6 ครั้งเท่านั้น ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ที่สำคัญไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

 

*** ผลการวิจัย แสดงถึงความพึงพอใจต่อการรักษามากถึง 96% และโดยเฉลี่ยมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 16% และไขมันลดลง 19%

 

 

APEX SLIM ประสบการณ์กว่า 25 ปี โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเครื่อง Emsculpt ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย จากองค์กรอาหารและยาของประเทศอมเริกา (US FDA Approved ย่อมาจาก Food and Drug Administration) ซึ่งเรามีเครื่อง Emsculpt มากที่สุดในประเทศไทย และมีประสบการณ์ทำเคสมากที่สุดเช่นกัน

 

👉ปรึกษาลดน้ำหนักและส่วนทักแชท
𝐂𝐎𝐍𝐓𝐀𝐂𝐓 𝐔𝐒
▪️𝐓𝐞𝐥 : 080-5000-123
▪️𝐋𝐢𝐧𝐞 : https://line.me/ti/p/%40APEXsl
▪️𝐅𝐚𝐜𝐞𝐛𝐨𝐨𝐤: https://www.facebook.com/ApexSlim
▪️𝐖𝐞𝐛𝐬𝐢𝐭𝐞 : https://www.apexslim.com/