5 วิธีดูแลฟันเทียมให้ใช้ได้เกิน 10 ปี

ฟันเทียม
ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากสูญเสียฟันอย่างถาวร แต่ถ้าฟันเกิดเสียหายมากเกินไปก็คงหลีกเลี่ยงที่จะถอนออกไม่ได้ แต่ด้วยปัจจุบันที่วงการทันตกรรมมีการพัฒนาไปอย่างมาก ฟันเทียม จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยทางด้านทันตกรรมมากขึ้น การทำฟันเทียมเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป ถือเป็นวิธีที่ยังช่วยให้คนไข้สามารถมีรอยยิ้มที่สวยงาม และสามารถใช้ฟันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

ซึ่งในการใช้ฟันเทียมนั้น ไม่เพียงแต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง แต่ยังต้องมีการดูแลรักษาที่ดีอีกด้วย โดยการดูแลรักษา ฟันเทียม อย่างถูกวิธีมีดังต่อไปนี้

1. ทำความสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร

หลังรับประทานอาหารทุกครั้งควรถอดฟันเทียมออกมาทำความสะอาด โดยอาจทำความสะอาดด้วยการใช้แปรงสีฟัน กับน้ำเปล่า หรือน้ำสบู่ ทำความสะอาด แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ในขณะนั้น ก็ควรล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า โดยนำฟันเทียมรองกับน้ำไหลเพื่อให้น้ำชะล้างเศษอาหารออกไป

2. หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดด้วยแปรงขนแข็ง

แปรงขนแข็งไม่เพียงแต่จะทำให้ฟัน และเหงือกภายในช่องปากเกิดการระคายเคืองได้ แต่การใช้แปรงที่มีขนแข็ง ๆ กับฟันเทียมก็ยังอาจทำให้ฟันเทียมเป็นรอยได้ ดังนั้นจึงควรใช้แปรงที่มีขนนุ่ม หรือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันเทียมโดยเฉพาะจะช่วยรักษาสภาพของฟันเทียมไว้ได้ดีกว่า

3. หลีกเลี่ยงการใส่ฟันเทียมในขณะนอนหลับ

โดยทั่วไปแล้วทันตแพทย์จะแนะนำให้ถอดฟันเทียมเก็บก่อนเข้านอน เพื่อช่วยรักษาสภาพและยืดอายุการใช้งานให้กับฟันเทียม เนื่องจากบางคนอาจมีปัญหานอนกัดฟันหรือเคี้ยวฟันในขณะนอนหลับ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถทำให้ฟันเทียมเกิดการเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรถอดฟันเทียมทุกครั้งที่เข้านอนให้ติดเป็นนิสัย โดยเมื่อถอดฟันเทียมแล้วก็ควรนำไปแช่ในน้ำเปล่าที่มีอุณหภูมิปกติ ห้ามแช่ในน้ำร้อนเพราะอาจทำให้ฟันเทียมเกิดการผิดรูปได้

4. เก็บฟันเทียมในภาชนะที่มีฝาปิด

การเก็บรักษาฟันเทียมที่ดีที่สุดก็คือเมื่อถอดออกมาแล้วก็ควรใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดหลีกเลี่ยงการวางทิ้งไว้ในบริเวณต่างๆเพราะอาจทำให้ฟันเทียมตกจนเกิดการแตกหักหรือสูญหายได้ นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการห่อฟันเทียมด้วยกระดาษทิชชู เพราะกระดาษซับฟันเทียมจนแห้ง และทำให้เสียรูปหรือใส่ไม่ได้ ดังนั้นหากไม่สามารถแช่น้ำเปล่าได้ก็ควรใส่ในกล่องสำหรับการใส่ฟันเทียมจะดีที่สุดค่ะ

5. ลดการรับประทานอาหารที่อาจส่งผลเสียต่อฟันเทียม

อาหารที่มีลักษณะแข็งจนเกินไปนั้นไม่เพียงส่งผลเสียต่อฟันเท่านั้นแต่ยังอาจทำให้ฟันเทียมที่ใส่อยู่เกิดการแตกหักได้ นอกจากนี้อาหารที่มีรสชาติหวาน หรือเหนียวจนเกินไป ก็ยังอาจทำให้ผู้ที่ใส่ฟันเทียมรู้สึกไม่สบายปาก หรือหากทำความสะอาดได้ไม่ดีก็อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคบนฟันเทียม และส่งผลเสียต่อฟันและเหงือกแท้ได้ในที่สุด

และนี่คือวิธีการดูแลรักษาฟันเทียมให้มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น ซึ่งนอกจากการดูแลที่ดีแล้ว การหมั่นพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอทุกๆ 6 เดือนก็ยังจะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตกับฟันเทียมได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งในการเลือกรักษาทันตแพทย์เฉพาะด้านฟันเทียม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงอยู่เสมอ เนื่องจากการใส่ฟันเทียมนั้นไม่ได้จบแค่เพียงหลังจากทำฟันเทียมเสร็จ แต่ยังมีภาวะกระดูกละลาย และอื่น ๆ ที่อาจตามมาหลังจากการใส่ฟันเทียมได้อีกด้วย ดังนั้นจึงจะต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลจะดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น จนอาจทำให้คุณสูญเสียฟันซี่อื่น ๆตามไปด้วย

ซึ่งถ้าหากคุณกำลังมองหาคลินิกทันตกรรมที่มีทันตแพทย์เฉพาะด้านฟันเทียม ที่ Apex Dental Center เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทันตกรรมทุกแขนงพร้อมให้คำปรึกษา และทำการรักษาอย่างเป็นมืออาชีพ โดยใช้เครื่องมือที่มีความทันสมัย ปลอดภัย และได้รับมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้คุณมั่นใจในรอยยิ้มได้อีกครั้งที่ Apex Dental Center 

 

ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางได้ที่ APEX Dental Center

สาขาเพลินจิต โทร. 062-6623000
สาขาภูเก็ต โทร. 099-2877451

บทความที่ท่านอาจจะสนใจ