สร้างกล้ามเนื้อ สลายไขมันหน้าท้อง

 

หลักการสลายไขมันหน้าท้องให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องอาศัยการควบคุมปริมาณอาหาร ประเภทของอาหารที่จะกินเข้าไป เพื่อลดปริมาณไขมันหน้าท้องที่จะเกิดขึ้นใหม่ และอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยทำให้สลายไขมันหน้าท้องได้ และอีกวิธีที่สำคัญคือ “การสร้างกล้ามเนื้อ” ที่สามารถสลายไขมันหน้าท้องได้เร็วยิ่งขึ้น

 

กล้ามเนื้อสำคัญอย่างไร

การสลายไขมันหน้าท้องโดยธรรมชาติแล้วจะอาศัยการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย แต่เมื่ออายุเกิน 30 ปีขึ้นไป มักมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และบางคนก็มีการเผาผลาญที่ลดลงเกินวัยจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น มวลกล้ามเนื้อลดลง เนื่องจากไม่ค่อยมีการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และชอบรับประทานอาหารมื้อหนัก กิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างวันน้อยลง ความเครียดสูง ชอบรับประทานแต่อาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และอาหารสำเร็จรูป

 

วิธีวัดเส้นรอบเอว

หรือเส้นรอบพุง โดยทั่วไปจะได้จากการใช้สายวัดที่ได้มาตรฐานวัดตรงระดับสะดือพอดี ซึ่งผู้ชายจะต้องมีค่าเส้นรอบเอวน้อยกว่า 90 เซนติเมตร และผู้หญิงน้อยกว่า 80 เซนติเมตร ถ้าเส้นรอบเอวใหญ่เกินกว่านี้อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ จากโรคอ้วนได้

 

อาหารสร้างกล้ามเนื้อ

ถั่วเหลือง เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันชนิดดี เกลือแร่ กรดอะมิโน โอเมก้า และวิตามินหลายชนิด ทั้งยังมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยทำให้อิ่มท้อง เและกระตุ้นการขับถ่ายได้ดี โดยถั่วเหลืองสามารถนำไปทำอาการได้หลากหลาย เช่น น้ำเต้าหู้ และหากกินคู่กับงาดำที่สามารถเผาผลาญ และสลายไขมันหน้าท้องได้ จะยิ่งทำให้เราได้หุ่นที่ดีมากขึ้น

อัลมอนด์ เป็นอาหารที่มีประโยชน์อย่างมากสามารถลดระดับคอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยมีโปรตีนและเส้นใยอาหาร ที่สามรถช่วยทำให้อิ่มท้อง และกระตุ้นการขับถ่ายได้ดี นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยลดการดูดซึมของไขมัน ลดระดับคอเรสเตอรอลในร่างกาย จึงเป็นตัวช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้นั่นเอง

เบอร์รี่ ถูกขนานนามว่าเป็นสุดยอดของผลไม้ที่มีประโยชน์ทั้งด้านการดูแลผิว และการลดน้ำหนัก ลดพุง เนื่องจากเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด น้ำตาลที่ไม่มากเท่าผลไม้อื่น และสามารถเผาผลาญไขขมันได้อีกด้วย สามารถกินเป็นผลไม้สด หรือนำมากินคู่กับโยเกิร์ต รสธรรมชาติที่ไม่มีน้ำตาล ไขมันต่ำก็ยิ่งดี เนื่องจากโยเกิร์ตมีแคลเซียมและโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนัก ช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร และสามารถกระตุ้นการขับถ่ายได้ดีแีกด้วย 

แต่สิ่งที่ควรระวังคือการกินเบอร์รีที่แปรรูปแล้ว เช่น แยมสตอร์เบอร์รี่ หรือ กินเบอร์รี่คู่กับอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เช่น วิปปิ้งครีม เค้ก เป็นต้น เพราะถึงแม้เบอร์รี่จะมีประโยชน์ แต่เมื่อกินอาหารที่ทำให้อ้วนเข้า การกินเบอร์รี่ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรนั่นเอง

 

ไข่

จากผลการศึกษาของ Rochester Centre for Obesity in America และมหาวิทยาลัยลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา พบว่า การกินไข่ต้มวันละ 2 ฟองตอนเช้า สามารถช่วยลดน้ำหนักได้กว่า 400 แคลอรีต่อวัน โดยการศึกษานั้นได้ทำการเปรียบเทียบคนที่มีรูปร่างอ้วนเกินมาตรฐานและผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วน 30 กว่าคน 

 

โดยไข่ 1 ฟอง จะให้พลังงานประมาณ 75-80 แคลอรี่ หากเรากินไข่ 2-4 ฟองต่อวัน เราจะได้รับพลังงานประมาณ 250 แคลอรี่ เมื่อเทียบกับพลังงานที่เราต้องการต่อวันนั้นถือว่าน้อยมาก ทำให้กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนแน่นอน โดยเราสามารถเลือกกินได้ทั้งใบ หรือแยกกินเฉพาะไข่แดงกับไข่ขาวก็ได้เช่นกัน 

 

การออกกำลังกาย

ผู้ที่ต้องการ ลดหน้าท้องล่างควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละประมาณ 30 นาที  อย่างน้อย 5 วัน/สัปดาห์   โดยสามารถเลือกการออกกำลังกายตามความถนัดส่วนตัวได้เลย เช่น

ท่าแพลงก์ (Plank) เป็นท่าออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมและสามารถลดหน้าท้องล่างได้เป็นอย่างดี  โดยเริ่มจาการนอนคว่ำ งอข้อศอก ดันแขนขึ้น ให้ศอกตั้งฉากกับพื้น ยกและเกร็งลำตัวให้เป็นเส้นตรง พร้อมทั้งใช้ปลายเท้าดันพื้น คงท่านี้ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

 

Emsculpt 

Emsculpt เทคโนโลยีครั้งแรกในโลก สามารถสร้างกล้ามเนื้อและกำจัดไขมันไปพร้อมกัน และยังเป็นเทคโนโลยีที่แก้ปัญหากล้ามเนื้อหน้าท้องแยกของคุณแม่หลังคลอดได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ไม่ต้องเจ็บตัว เพียงนอนสบาย ๆ ในระหว่างการทำทรีทเมนท์

 

หลักการทำงาน                                                                                                                               

Emsculpt ทำงานโดยการใช้เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเฉพาะเจาะจง High-In Tensity Focused Electro-Magnetic (HIFEM) ส่งพลังงานเข้าถึงชั้นกล้ามเนื้อ และไขมันใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเกิดการหดเกร็งถึง 20,000 ครั้งต่อการทำทรีทเมนท์ 30 นาที เทียบเท่ากับการยกเวทหนัก ๆ แล้วทำ Sit up ไปด้วยพร้อม ๆ กัน 20,000 ครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงเราแทบจะไม่สามารถออกกำลังกายแบบนี้ได้เลย 

 

ทั้งนี้การหดตัวของกล้ามเนื้อจะสามารถสร้างมวลกล้ามเนื้อใหม่ ทำให้มีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้น สามารถสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มจำนวนกล้ามเนื้อให้ทนทานแข็งแรงและอยู่ได้นานขึ้น ส่งผลให้รูปร่างกระชับ มีกล้ามเนื้อหน้าท้องและซิกแพค พร้อม ๆ กับการเผาผลาญไขมันและการทำลายเซลล์ไขมัน

 

ต้องทำบ่อยแค่ไหน ต้องพักฟื้นหรือไม่

Emsculpt ควรทำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เหมือนกับการออกกำลังกายปกติ และสามารถทำทรีทเมนท์เพียง 4-6 ครั้งเท่านั้น ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ที่สำคัญไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

 

ความรู้สึกระหว่างทำและหลังทำทรีทเมนท์

สิ่งที่ดีมาก ๆ ในการทำ Emsculpt คือในระหว่างทำจะไม่ความรู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ไม่มีรอยช้ำ หรือเสี่ยงต่อผิวไหม้ หลังทำในวันรุ่งขึ้นอาจจะรู้สึกเหมือนออกกำลังกายอย่างหนัก (intensive workout) เช่น Sit up หรือทำควอชอย่างหนัก ซึ่งนั่นหมายถึงร่างกายจะมีการเผาผลาญ ทำให้ขมันถูกสลายไปใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 

 

หลังการทำทรีทเมนท์ Emsculpt ยังทำให้การกลับไปยิมอีกครั้งง่ายขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งมากขึ้น สามารถทำสควอทซ์ ทำแพลงค์ ได้หลายนาที ซึ่งการทำ weight training หลังจากทำทรีทเมนท์เพื่อรักษากล้ามเนื้อสวย ๆ ให้อยู่ยาวนานขึ้น ง่ายกว่าการที่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์

 

แตกต่างจากเทคโนโลยีกำจัดไขมันอื่น ๆ อย่างไร

  1. ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มขนาดและทำให้กล้ามเนื้อท้อง แขน และน่อง แข็งแรงขึ้น ยกกระชับ ก้นสวยกลมเด้ง ควบคู่การเผาผลาญไขมันไปพร้อม ๆ กัน โดยไม่ต้องเหนื่อยกับการออกกำลังกาย ไม่ต้องผ่าตัด ที่ไม่เคยมีเครื่องมือใด ๆ ทำได้มาก่อน
  2. เป็นทรีทเมนท์ที่ไม่มีการบาดเจ็บใด ๆ พักฟื้น ไม่ต้องผ่า ไม่ต้องใช้ยาชา 
  3. ใช้เวลาทำเพียง 20-30 นาที ต่อครั้ง 
  4. สามารถรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังการทำ และผลจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์หลังการทำ
  5. ผลการวิจัย แสดงถึงความพึงพอใจต่อการรักษามากถึง 96%
  6. ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่าโดยเฉลี่ยมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 16% และไขมันลดลง 19%

 

EMSCULPT ทำบริเวณใดได้บ้าง

ต้นแขน (ไบเซ็ปส์ / ไตรเซ็ปส์), หน้าท้อง, บั้นท้าย, ต้นขา, และ น่อง

 

*** ผลการวิจัย แสดงถึงความพึงพอใจต่อการรักษามากถึง 96% และโดยเฉลี่ยมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 16% และไขมันลดลง 19%

 

ผลลัพธ์จากผู้ใช้จริง

ฟิตหุ่นสวยแบบ Shortcut ฉบับพลอย หอวัง

 

หุ่นดีที่ทุกคนต่างใฝ่ฝัน แต่กว่าจะได้มานั้นต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ จากการออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและกำจัดไขมันไปพร้อมกัน ซึ่งนั่นต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมากกว่าจะได้ผลลัพธ์หุ่นสวยดูดี วันนี้คุณพลอยจึงวางใจให้ APEX ดูแลรูปร่างด้วยเทคโนโลยีครั้งแรกในโลก ที่สามารถสร้า

งกล้ามเนื้อและกำจัดไขมันได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถปั้นหุ่นสวยแบบ Shortcut โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ส่วนจะเป็นโปรแกรมไปอ่านบทสัมภาษณ์กันเลยค่ะ 

 

Apex : วันนี้คุณพลอยทำโปรแกรมอะไรบ้างคะ

พลอย : วันนี้พลอยจะมาเสริมสวยด้วยการดูแลสัดส่วนค่ะ พลอยสนใจลองทำ Emsculpt โดยมีรูปแบบการทำงานเหมือนกับเรากำลังออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังเองบางครั้งก็ได้ผลลัพธ์ไม่ทันใจ แต่ตัวนี้จะทำให้ร่างกายหรือหน้าท้องของเราแข็งแรงและกระชับขึ้น เหมือนเราได้ทำซิทอัพประมาณ 20,000 ครั้งเลยค่ะ

 

ซึ่งหลังจากทำกล้ามเนื้อของเราก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 16% ไขมันของเราก็จะหายไปประมาณ 19% เดี๋ยวมาลองดูกันนะคะว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า

 

Apex : ขณะทำรู้สึกอย่างไรบ้างคะ

พลอย : เหมือนได้ซิทอัพและยกเวทไปพร้อมกันเลยค่ะ คือห้ามไม่ให้เกร็งไม่ได้เลย ซึ่งถ้าเราซิทอัพไม่ไหวสามารถใช้เครื่องนี้ได้เลยค่ะ“

 

Apex : ความรู้สึกหลังทำ Emsculpt เป็นอย่างไรบ้างคะ

พลอย : รู้สึกว่าเหงื่อออกเยอะมาก เตียงที่นอนตอนทำเปียกไปหมดเลยค่ะ เหมือนได้ออกกำลังกายจริง ๆ แต่เป็นการออกกำลังกายแบบ Shortcut รู้สึกมีความสุขมากเลยค่ะ

 

ซึ่งการซิทอัพ 20,000 ครั้ง ไม่ว่าจะภายใน 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ก็ไม่มีทางทำได้ เทคโนโลยีนี้จึงเป็น Shortcut ที่ดีที่สุดแล้วค่ะ ซึ่งตอนนี้ทำเป็นครั้งแรกเดี๋ยวมารอดูอีก 3 ครั้ง ว่าจะเป็นอย่างไร 

 

 

APEX SLIM ประสบการณ์กว่า 25 ปี โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเครื่อง EmSculpt จากประเทศอังกฤษด้วยเทคโนโลยี HIFEM นวัตกรรมแรกและนวัตกรรมเดียวที่มีงานวิจัยมากที่สุดถึง 20 งานวิจัยว่ารองรับ Build Muscle & Claim Fat

 

ปรึกษาได้ที่นี่

095-102-8585

LINE: https://line.me/ti/p/%40APEXslim

FB INBOX: http://m.me/apexslim

FB Page: https://www.facebook.com/ApexSlim