5 เรื่องควรรู้ ก่อนตัดสินใจ ฉีดไขมัน ใบหน้า

ฉีดไขมันปัจจุบันการดูดไขมัน ไม่ได้มีเพียงแค่การดูดออกและทิ้งไปเท่านั้น การศัลยกรรมดูดไขมันยังสามารถนำมา ฉีดไขมัน บนใบหน้าได้ด้วย แล้วฉีดไขมัน หน้าช่วยอะไรบ้าง ดูดออกแล้วทำไมต้องเอามาใส่ใบหน้า? วันนี้เราจะมาแชร์กัน ว่าทำไมเราต้องฉีดไขมันหน้า?

 

1. ฉีดไขมันใบหน้า ดีกว่า ฉีดฟิลเลอร์ 

ในความจริงแล้ว ฟิลเลอร์นั้นคือสารเติมเต็ม โดยจะมีการใช้สารบางอย่างเข้ามาประกอบทำให้สามารถช่วยเติมส่วนต่างๆ ในร่างกายเราได้ ซึ่งนิยมเติมกันที่บริเวณใบหน้าเป็นหลัก โดยไขมันเป็นอีกหนึ่งประเภทของฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม 

ปกติแล้วถ้าหากเราพูดถึงฟิลเลอร์ ส่วนมากเราจะเจอสารเติมเต็มที่เรียกว่า Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งเป็นสารธรรมชาติชนิดหนึง ที่ปกติมีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว แต่จะมีอยู่มากในส่วนบริเวณดวงตา และข้อต่อ HA มีส่วนช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีในร่างกาย และปัจจุบันได้มีการคิดค้น กรดไฮยาลูรอนสังเคราะห์ เพื่อแทน HA ในการช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ป้องกันริ้วรอย รักษาความชุ่มชื้น 

แต่การฉีดไขมันหน้า จะช่วยเติมเต็มในส่วนต่างๆ ลักษณะคล้ายกับ ฟิลเลอร์ HA โดยการเติ่มส่วนที่เป็นปัญหา เช่น หน้าผาก ร่องแก้ม ใต้ตา ให้หน้าดูมีมิติเพิ่มขึ้น ซึ่งในไขมันที่มีสเต็มเซลล์ด้วย จะทำให้สเต็มเซลล์ ไปช่วยซ่อมแซม เซลล์เดิมบนใบหน้าให้ดีขึ้นนั่นเอง

เพราะฉะนั้นไขมันหน้ากับฟิลเลอร์ มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการแก้ไขปัญหาของผู้ฉีด เพื่อให้ผู้ฉีดได้ความพึงพอใจมากที่สุด

 

2. ฉีดไขมันใบหน้า สามารถฉีดได้ในปริมาณที่เยอะ 

ปริมาณไขมันที่เราจะได้ขึ้นอยู่กับไขมันในร่างกายของตัวเอง ในแต่ละคนมีไขมันมากน้อยแตกต่างกัน และที่สำคัญการเติมไขมันใบหน้าไม่จำเป็นต้องใช้ไขมันเยอะ เพราะการเติมไขมันใบหน้าต้องเติมอย่างพอเหมาะ เนื่องจากไขมันที่จะนำมาฉีดเติมได้ ต้องเป็นเซลล์ที่ถูกคัดกรองอย่างดี เพื่อให้ได้ไขมันคุณภาพดี และมีเทคนิคในการฉีดเข้าใบหน้าอย่างถูกจุด เพื่อให้ไขมันยังสามารถอยู่กับร่างกายเราได้ หากฉีดปริมาณมากเกินไป ไขมันอาจตายได้ เพราะฉะนั้นนอกจากปริมาณที่พอเหมาะแล้ว ต้องได้รับการฉีดไขมันโดยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้วยเท่านั้น

 

3. ฉีดไขมัน ทำที่ไหนก็ได้

การฉีดไขมันถือเป็นการศัลยกรรมหนึ่งอย่าง เพราะต้องผ่านการผ่าตัดดูดไขมันจากตัวเอง ไม่สามารถใช้ไขมันจากบุคคลอื่นได้ หากสถานพยาบาลมีบริการฉีดไขมันแต่ไม่ได้ใช้ไขมันจากตัวเอง ให้พึงระวึงถึงความไม่ปลอดภัย เนื่องจากการฉีดไขมันนั้น มีลักษณะคล้ายกับการย้ายเซลล์ในร่างกาย หากเซลล์ร่างกายถูกย้ายไปให้บุคคลาอื่น เซลล์ก็จะตาย เพราะฉะนั้น การดูดไขมันจะต้องใช้ไขมันตัวเองเท่านั้น จะต้องมีการผ่าตัดดูดไขมันจากร่างกายตัวเองก่อน ถึงจะนำไขมันมาเติมเต็มส่วนอื่นได้นั่นเอง และต้องเลือกสถานพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

4. ฉีดไขมัน ต้องดูดไขมันก่อน

การฉีดไขมัน จะต้องทำการผ่าตัดดูดไขมันก่อน โดยนำไขมันจากร่างกายออกมา โดยใช้เครื่อง Lipo Kit ซึ่งเป็นเครื่องที่ช่วยเก็บและคัดกรองไขมัน ให้ได้ไขมันที่คุณภาพดีและสกัดสเต็มเซลล์ ทำให้เซลล์ไขมันยังคงมีชีวิตอยู่ ก่อนจะนำมาเติมบนบริเวณใบหน้าในจุดที่ต้องการเพิ่มเติม และต้องทำการเติมด้วยความอ่อนโยนอย่างพิถีพิถัน เพราะเซลล์ไขมันมีความอ่อนโยนมาก หากศัลยกรรมโดยศัลยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ไขมันที่เติมเข้าไปอาจทำให้ไขมันไม่สามารถดำรงชีวิตในใบหน้าได้ จึงต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

 

5. ฉีดไขมันอยู่ได้ถาวร

อายุของไขมันที่ทำการฉีดเข้าไป หากได้รับการฉีดโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะได้รับไขมันคุณภาพดี จะทำให้เซลล์ไขมันสามารถมีชีวิตอยู่ในใบหน้าเราได้นานขึ้น โดยปรกติไขมันจะมีการตายไปบาง ถ้าหากฉีดในปริมาณที่พอเหมาะ จะได้ไขมันที่มีชีวิตอยู่ประมาณ 60%-70% ซึ่งไขมันที่มาฉีดบนใบหน้า ถ้าหากได้รับการคัดกรองเหลือเฉพาะคุณภาพที่ดี สามารถอยู่กับใบหน้าเราได้ยาวนานมากขึ้น และไขมันเองยังสามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ แต่หมดห่วงได้แน่นอน เพราะใบหน้าเป็นส่วนที่ไขมันสลายได้ช้า เพราะฉะนั้นจึงสามารถอยู่กับใบหน้าเราได้หลายปี

 

ข้อดีของการฉีดไขมันใบหน้า

– ไขมันที่นำมาฉีดใบหน้าเป็นไขมันจากร่างกายตัวเอง จึงไม่ทำให้เกิดการแพ้อย่างแน่นอน

– สามารถเติมได้ทั่วใบหน้า ร่วมถึงสามารถเติมหน้าอก หรือก้นได้ เช่นกัน

– สามารถเติมได้ตามปริมาณที่เราต้องการ แต่ควรให้ศัลยแพทย์พิจารณาร่วมด้วย เพื่อให้ได้ความธรรมชาติ

– การฉีดไขมัน ไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่มีแผล 

 

ข้อเสียของการฉีดไขมันใบหน้า

– ต้องฉีดเยอะ เพื่อเผื่อไขมันที่ตาย 

– ต้องทำโดยศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ ราคาอาจสูงกว่าฟิลเลอร์ แต่อยู่ได้ตลอดชีวิต

– ต้องเป็นผู้ที่มีไขมันพอสำหรับการเติม หากผอม มีไขมันน้อย อาจได้ไขมันปริมาณที่น้อยตาม

 

ฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน ต่างกันยังไง ?

– ฟิลเลอร์เป็นสารสังเคราะห์ ไม่ใช่ของตัวเรา แต่ไขมันเป็นของเราเอง ทำให้ไม่แพ้

– ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่ช่วยแก้จุดที่บกพร่อง แต่ไขมันเป็นสารเติมเต็มแก้จุดบกพร้องและช่วยให้ผิวสุขภาพดีได้

ฟิลเลอร์สามารถเติมได้ทันที แต่ไขมันต้องทำการดูดไขมันก่อน

ฟิลเลอร์ อยู่ได้ 1-2 ปี แต่ไขมันอยู่ได้ 5 ปี ขึ้นไป

 

การฉีดไขมันใบหน้า เหมาะกับใคร ?

– ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบ การที่แก้มตอบเกินไป ทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากขึ้นและดูโทรม ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธ์ หรือมีไขมันใบหน้าน้อย 

– ผู้ที่ต้องการเพิ่มหน้าผากให้ดูนูนขึ้น เพราะหน้าผากเป็นจุดบนสุดของใบหน้า ควรดูมีมิติ เพื่อนให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น

– ผู้ที่มีคางสั้น การคางสั้นทำให้หน้าดูใหญ่ ไม่เรียวเล็ก และดูเหลี่ยม การฉีดไขมันสามารถเสริมบริเวณคางให้ยาวออกได้ ทำให้ดูหน้าเรียว

– ผู้ที่ต้องการให้หน้าสดใส อ่อนกว่าวัย เพราะไขมันมีสเต็มเซลล์ ที่สามารถช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่ใบหน้า ให้กลับมีสุขภาพดีขึ้น จึงเป็นเหตุทำให้ผู้ฉีดไขมันหน้า ดูหน้าเด็กลง

–  ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ หรือแพ้ แต่ต้องการเติมสิ่งที่เป็นปัญหา ไขมัน เป็นสิ่งที่มาจากร่างกาย จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และฉีดครั้งเดียวอยู่ได้ยาวนาน

– ผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรมใส่ซิลิโคนที่ใบหน้า เพราะซิลิโคนสามารถทำให้ร่างกายต่อต้านและเกิดอาการแพ้ได้ การฉีดไขมันสามารถทำให้เติมส่วนที่บกพร่องได้

 

ฉีดไขมัน ต้องดูดไขมันยังไง ?

ก่อนที่จะทำการฉีดไขมัน จะต้องทำการศัลยกรรมดูดไขมันก่อน เพื่อนำไขมันมาเตรียมสำหรับการเติมที่ใบหน้าของเรา โดยศัลยแพทย์จะทำการใช้เครื่องดูดไขมัน Body Jet เป็นเครื่องดูดไขมันพลังงานน้ำ ซึ่งหัวเครื่องดูดไขมัน จะปล่อยสารยาชา และน้ำ เพื่อสลายไขมันที่จับตัวกันออก ให้สามารถดูดไขมันออกมาได้ง่าย รวมถึงการดูดไขมันวิธีนี้จะถนอมเซลล์ไขมันให้ยังมีชีวิตอยู่ เหมาะสำหรับการเติมเต็มบริเวณอื่น เมื่อนำไขมันออกมาในปริมาณที่เพียงพอแล้ว ทีมศัลยแพทย์จะทำการคัดกรองไขมันและสกัดสเต็มเซลล์ ก่อนนำมาผสมกันและฉีดเข้าใบหน้า ไขมันจะทำให้ใบหน้าดูเติมเต็ม อิ่มขึ้น ส่วนสเต็มเซลล์จะซ่อมแซมเซลล์บนใบหน้าให้ดูสุขภาพดีขึ้น การฉีดไขมันพร้อมสเต็มเซลล์ จะทำให้ไขมันเติบโตพร้อมกับเซลล์ไขมันที่มีอยู่แล้วในใบหน้า ซึ่งจะทำให้ไขมันมีชีวิตอยู่ได้เยอะขึ้น 

 

ฉีดไขมันเติมที่ไหนได้บ้าง ?

 

การฉีดไขมันสามารถฉีดได้ทั่วใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นเติมแก้ปัญหาริ้วรอยบนหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยบนใบหน้า เติมเต็มแก้ม หน้าผาก ขมับ ใต้ตา ดอลลี่อาย และ เติมคาง

 

เทคนิค CAL FACE ฉีดไขมันหน้า

 

CAL FACE (Cell Assisted Lipo-Transfer : CAL) คือ การดูดไขมันและนำไขมันมาเติมเต็มบริเวณใบหน้า ซึ่งในอดีตการดูดไขมันทำเพียงแค่ดูดไขมันออกและทิ้ง แต่ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้พัฒนาและวิจัย พบว่าไขมันที่ดูดออกนั้ยังสามารถใช้ได้ โดยปรกติจะกรองเฉพาะแค่ส่วนของไขมันและนำไปเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ในร่างกายหรือใบหน้า หลังจากนั้นได้มีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาเทคนิคการเติมไขมัน จึงได้ทราบถึงการสกัดสเต็มเซลล์ ซึ่งเป็นส่วนที่จะคงไขมันไว้ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น รวมถึงสเต็มเซลล์จะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวอื่นๆ ในร่างกาย โดยในกระบวนการดูดไขมัน ทีมศัลยแพทย์จะทำการแยกสเต็มเซลล์ออกจากไขมันก่อน แล้วจึงนำกลับมาผสมกับไขมันอีกครั้ง ก่อนจะฉีดไขมันเข้าจุดที่ต้องการ 

 

CAL FACE มีกระบวนการอย่างไร ?

 

การฉีดไขมัน จำเป็นจะต้องทำการดูดไขมันจากร่างกายออกมาก่อน ซึ่งปริมาณไขมันจะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับตัวผู้ศํลยกรรม โดยจะนำไขมันมาจากบริเวณหน้าท้อง ขา เพราะเป็นจุดที่มีสเต็มเซลล์เยอะที่สุด หลังจากดูดไขมันจากหน้าท้องหรือต้นขาแล้ว ทีมศัลยแพทย์จะนำไขมันมาคัดแยกไขมันและสกัดสเต็มเซลล์ออกจากัน คัดไขมันเฉพาะที่มีคุณภาพดี และสกัดสเต็มเซลล์จากไขมัน ซึ่งจะได้สเต็มเซลล์บริสุทธิ์ เมื่อแยกสำเร็จจึงทำการผสมกัน เพื่อเตรียมสำหรับในการฉีดไขมันเติมบริเวณใบหน้า โดยการฉีด CAL จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า MAFT Gun

 

การใช้เทคนิค CAL จะทำให้ไขมันที่เติมไปนั้นอยู่ได้ถาวร เปรียบเสมือนไขมันธรรมชาติในร่างกาย ไม่เสื่อมสลาย หรือถูกร่างกายดูดซึม เหมือนการฉีดไขมันทั่ว ๆ ไป และนอกจากนี้เนื่องจากเป็นไขมันจากในร่างกายเราเองจึงไม่ทำให้ร่างกายเกิดการต่อต้าน หรือไม่แพ้นั้นเองสามารถฉีดได้ง่าย ไม่มีรอยแผล ไม่เจ็บ ฟื้นตัวไว โดยใช้การฉีดไขมันด้วย MAFT Gun ที่ช่วยให้ควบคุมการฉีดไขมันได้อย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ สามารถฉีดได้อนุภาคที่มีขนาดเล็กละเอียด ช่วยให้ไขมันมีสภาพที่ดี ทำให้เซลล์ไขมันยังมีชีวิตอยู่ เห็นผลได้อย่างชัดเจน และเซลล์ที่ทำการฉีดเข้าบนใบหน้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อ ซึ่งถ้าการฉีดไขมันในแบบอดีต ไขมันที่ฉีดเข้าใบหน้าอาจมีไขมันที่ตาย และรอดชีวิตอยู่ 60% – 70% 

 

The Micro-Autologous Fat Transplantation (MAFT) 

 

เป็นเทคนิคการเติมไขมันที่จะช่วยให้การเติมไขมันสามารถลงลึกได้อย่างแม่นยำ แม้เป็นพื้นที่ที่บอบบาง เทคนิค MAFT จะช่วยให้สามารถฉีดอณูไขมันที่มีขนาดเล็กและละเอียด ทำให้การฉีดไขมันมีประสิทธิภาพอย่างมากในการฉีดไขมัน ดีกว่าการฉีดแบบปรกติ เพราะการฉีดแบบปรกติ อาจทำให้การฉีดไขมัน ไม่สม่ำเสมอ ไม่แม่นยำ รวมถึงไม่ได้อยู่ในจุดที่จะทำให้ไขมันดำรงชีวิคอยู่ได้ อาจกลายเป็นไขมันที่ตายภายใต้ผิวหนังของเรา

 

การฉีดไขมันด้วยเทคนิค MAFT จะมีความคงทนถาวร ไม่มีการแทรกซ้อน ไขมันที่ฉีดจะเติบโต เพราะมีเซลล์อยู่ด้วย ผิวเรียบเนียน นอกจากนี้ การฉีดแบ MAFT จะช่วยให้การฉีดไขมันที่ต้องมีความปราณีต แม่นยำ ทำงานได้ง่ายขึ้น เข้าถึงจุดที่อ่อนโยนสำหรับการฉีดไขมัน โดยไขมันและสเต็มเซลล์จะยังคงมีชีวิต ทำให้ไขมันอยู่รอดมากกว่า 80% ไขมันที่ใช้เทคนิคการฉีดแบบ MAFT จึงมีประสิทธิภาพอย่างมาก และอณูเล็กละเอียด สามารถเติมเต็มได้เรียบเนียน ได้ผลลัพธ์คงทนถาวร นอกจากนี้สเต็มเซลล์จะช่วยซ่อมแซม เซลล์ผิวรอบ ๆ ที่ทำการเติมไขมัน ให้ดูสุขภาพดียิ่งขึ้น

 

การฉีดไขมันแบบปรกติ และการฉีดไขมันด้วยเทคนิค MAFT ต่างกันอย่างไร ?

 

– การฉีดไขมันแบบเดิม ฉีดด้วยเข็มฉีดยา ทำให้ควบคุมการปล่อยไขมันได้ยาก

การฉีดไขมันแบบMAFT สามารถควบคุมการปล่อยไขมันได้ง่าย 

– การฉีดไขมันแบบเดิม อาจฉีดไขมันได้อณูไขมันที่ขนาดไม่เท่ากัน

การฉีดไขมันแบบMAFT จะได้อณูไขมันที่เล็กและละเอียด

– การฉีดไขมันแบบเดิม อาจทำให้ไขมันที่ถูกปล่อยเข้าไป มีชีวิตรอดเพียง 60% – 70%

การฉีดไขมันแบบ MAFT ทำให้ไขมันที่ถูกปล่อยเข้าไป ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้มากกว่า 80%

 

ฉีดไขมัน เทคนิค MAFT ต้องพักฟื้นหรือไม่

 

การฉีดไขมันด้วยเทคนิค MAFT จะทำการวางยาสลบ ผู้ฉีดจึงจะไม่รู้สึก และหลังจากฉีดจะมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย ซึ่งสามารถหายได้ภายใน 1 สัปดาห์ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ แต่ต้องมีการดูแลหลังธรรมศัลยกรรมตามศัลยแพทย์แนะนำ

 

ฉีดไขมัน เทคนิค MAFT อยู่ได้นานไหม ?

 

การฉีดไขมัน MAFT สามารถฉีดได้ทั้งการฉีดไขมันอย่างเดียวหรือ ไขมันสเต็มเซลล์ CAL FACE ได้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถช่วยให้การฉีดไขมัน ทำงานได้ง่าย ได้ผลลัพธิ์ดี แม่นยำ ได้อณูไขมันที่เล็ก และสม่ำเสมอ การที่ไขมันจะอยู่ได้นาน ขึ้นอยู่กับการเลือกวิธีฉีด และการดูแลตัวเองหลังจากการฉีดไขมัน หากต้องการฉีดไขมัน ให้ไขมันสามารถอยู่กับเราได้นาน แนะนำการฉีดไขมันสเต็มเซลล์ เพราะในสเต็มเซลล์จะช่วยให้ไขมันและเซลล์บนใบหน้า มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

 

รีวิวฉีดไขมันสเต็มเซลล์ CAL FACE คุณซูซี่ สุริษา

รีวิว ฉีดไขมัน

Q : วันนี้คุณซูซี่ ต้องการปรึกษาเรื่องอะไรคะ ?

A : ปัญหาที่มาฉีดไขมันหน้า เพราะว่า ซูซี่ หน้าตอบช่วงแก้ม ตามกรรมพันธ์ค่ะ อยากเติมให้มันดูอิ่มมากขึ้น ยิ่งเมื่อตอนเราหุ่นดี ๆ หุ่นฟิต ๆ หน้าจะยิ่งดูตอบมากเลย ทำให้ดูมีอายุมากขึ้นด้วย 

 

Q : ความรู้สึกหลังจากที่ทำการฉีดไขมัน เป็นอย่างไรคะ ?

A : รู้สึกดี ไม่เจ็บมาก รู้สึกดีที่ได้ทำด้วย ก็คือตอนนี้ อาจจะเห็นว่าหน้าของซูซี่อาจดูระบม แต่ก็เป็นเรื่องปรกติ มันก็จะหายไปเอง แต่รู้สึกว่า เมื่อกี้เข้าไปห้องน้ำ ก็ไปเช็คตัวเองในกระจก รู้สึกดี รู้สึกหน้าเราเต็ม เราอิ่มขึ้น โดยเฉพาะตรงหน้าที่ตอบ ๆ หายไปค่ะ

 

Q : หลังจากฉีดไขมันมีปัญหาอะไรไหมคะ ?

A : หลังจากที่เราทำไปก็มีบวมบ้าง ช้ำบ้าง เป็นเรื่องปรกติ แต่ซูซี่หายไวมาก อาทิตย์เดียวก็เกือบกลับมาเป็นปกติแล้วค่ะ

 

การเตรียมตัว ก่อนการฉีดไขมัน

– แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ต้องรับประทานเป็นประจำกับศัลยแพทย์ เพื่อให้ศัลยแพทย์ได้วางแผนการผ่าตัดได้อย่างเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรม

– งดรับประทานยาแก้ปวด 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเกิดอาการเลือดแข็งตัวช้า ทำให้เป็นอันตรายระหว่างผ่าตัด

– งดรับประทานอาหารเสริม หรือวิตามิน 2 สัปดาห์ เนื่องจากวิตามิน หรืออาหารเสริม อาจทำการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดหยุดไหลได้ช้า เป็นอันตรายต่อผู้ศัลยกรรม

– งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่ทำการดูดไขมัน ติดเชื้อ และการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทำให้อาการบวม และแผลหายได้ช้า

– งดรับประทานอาหาร 6 – 8 ชั่วโมง ถ้าหากมีการวางยาสลบ เนื่องจากอาจทำให้สำลักอาหารระหว่างการดูดไขมัน หรือทำตามคำแนะนำที่ศัลยแพทย์แนะนำ

– ไม่ควรแต่งหน้าก่อนการฉีดไขมัน เพราะอาจทำให้แผลที่ทำการฉีดไขมันติดเชื้อ

– ควรอาบน้ำ สระผม ล้างหน้า ก่อนการฉีดไขมัน เนื่องจากหลังจากการฉีดไขมัน ยังไม่อนุญาตให้แผลโดนน้ำ

– สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเปลี่ยนได้ง่าย ป้องกันไม่ให้โดนจุดที่ทำการศัลยกรรม 

 

การดูแล หลังการฉีดไขมัน

– ประคบเย็นที่ใบหน้าเบา ๆ โดยไม่ต้องกด 4 ครั้งต่อวัน เพื่อลดอาการบวมจากการฉีดไขมัน ซึ่งอาการบวมจะลดลงเองตามธรรมชาติประมาณ 1 สัปดาห์ 

– ไม่ควรให้ใบหน้ากระทบกระเทือนแรง ๆ หรือกดใบหน้าแรง ในช่วง 3 วันแรก

– หลีกเลี่ยงการใกล้กับความร้อน เพราะความร้อนอาจทำให้ไขมันที่ฉีดสลายได้

– งดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ 1 เดือน เพราะอาจทำให้อาการบวมและแผลดูดไขมันหายได้ช้า มีโอกาสทำให้แผลติดเชื้อได้

– งดการนวดใบหน้า 1 เดือน ป้องกันไม่ให้ใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือน

– ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีโปรตีน หรือไขมันดี เพื่อให้ไขมันติดกับเซลล์ใต้ผิวได้ดีขึ้น

 

การฉีดไขมันใบหน้าด้วยเทคนิค CAL ต้องทำการฉีดโดยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ โดยที่ APEX มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการฉีดไขมัน พร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษา เกี่ยวกับการดูดไขมันเพื่อทำการฉีดไขมัน พร้อมกับการใช้เทคนิคที่ทันสมัย ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการรับรอง ดูแลด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ ผู้ที่ต้องการฉีดไขมันใบหน้า สามารถไว้วางใจ ความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้อย่างแน่นอน

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ฉีดไขมัน CAL

โทร : 0888-7000-39
[email protected] ID : @APEXSURGERY
หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40apexsurgery