4 เคล็ดลับ เปลี่ยน ปากแห้ง ซีด ให้ชุ่มชื้น ดูละมุนขึ้น

ปากแห้งริมฝีปากแตก ปากแห้ง ซีด มีร่องริ้วรอย นอกจากจะมองดูแล้วไม่สวยงาม หรือทาลิปสติกแล้วเป็นขุย ตกร่องแล้ว ยังบ่งบอกได้ถึงสุขภาพของเราอีกด้วยนะคะ ดังนั้นใครที่มีปัญหาเหล่านี้อยู่ห้ามมองข้ามเด็ดข้าม ต้องรีบหาตัวช่วยมาบำรุงริมฝีปากให้กลับมาชุ่มชื้น ดูละมุน สุขภาพดีขึ้นแบบด่วนจี๋เลย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปากแห้งแตก

  • ดื่มน้ำน้อย : เป็นสาเหตุหลัก ๆ เลยที่ทำให้ริมฝีปากแห้งแตก ลอกเป็นขุยได้ง่าย เนื่องจากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงทำให้บริเวณริมฝีปากสูญเสียน้ำไปล่อเลี้ยง และขาดความชุ่มชื้น
  • เลียริมฝีปากบ่อย : หลายคนเข้าใจผิดว่าการเลียริมฝีปากจะทำให้ปากหายแห้งแตก แต่จริง ๆ แล้วยิ่งเราเลียริมฝีปากมากขึ้นเท่าไหร่ ปากก็จะยิ่งแห้ง ลอกเป็นขุยมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเอนไซม์ในน้ำลายจะทำให้ปากแห้งมากขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้ริมฝีปากคล้ำขึ้นได้อีกด้วย
  • สภาพอากาศ : อากาศที่แห้ง หรือเย็นมากจนเกินไป สามารถทำให้ริมฝีปากแห้ง แตกได้เช่นกัน เนื่องจากอากาศเหล่านี้จะดึงความชุ่มชื้นออกจากร่างกาย
  • สารเคมีบางชนิด : ผลิตภัณฑ์หลาย ๆ อย่างทำให้ริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุยได้ อย่างเช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือแม้แต่อาหาร ที่มีรสเปรี้ยว เค็ม และยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้
  • อายุมากขึ้น : คอลลาเจนมักจะเสื่อมสภาพลง ทำให้ริมฝีปากบางลงเรื่อย ๆ และความชุ่มชื่นมีน้อยลง ทำให้ริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุยได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่ขึ้น

ปากแห้งเคล็ดลับช่วยให้ปากชุ่มชื้น

1.ดื่มน้ำดีที่สุด

เรารู้กันอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้นการดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากแห้งแตก ให้กลับมาชุ่มชื้น โดยเราควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดทั้งวันก็จะช่วยให้ริมฝีปากคงความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาได้

2.สครับริมฝีปาก

การสครับริมฝีปากเป็นหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้ริมฝีปากของสาว ๆ ดูสวยสุขภาพดีขึ้นได้ เนื่องจากการสครับจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนั้นการสครับยังช่วยบำรุงริมฝีปากอีกด้วย หลังจากสครับปากเสร็จแล้วเราจึงรู้สึกว่าริมฝีปากเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นทันที แนะนำสครับสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็จะเห็นถึงความแตกต่างแล้วค่ะ

3.บำรุงด้วยลิปบาล์ม

ไม่ใช่ลิปบาล์มทุกตัวจะช่วยบำรุงให้ริมฝีปากชุ่มชื้นตลอดเวลา เนื่องจากส่วนผสมในลิปบาล์มบางประเภท ที่มีสารทำให้ปากแห้งได้ โดยเฉพาะลิปบาล์มที่ช่วยให้ความเย็นสดชื่นเมื่อทา เนื่องจากมีส่วนผสมของ เมนทอล ริมฝีปากจึงแห้งได้ไวกว่าปกติ ดังนั้นก่อนเลือกซื้อลิปบาล์ม เราควรดูส่วนประกอบให้ดีก่อนนะคะ ถ้าให้ดีเลือกใช้ลิปบาล์มที่ไม่มีส่วนผสมจากสารสังเคราะห์ เป็นลิปบาล์มที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติจะดีกว่าค่ะ

4.จบปัญหาด้วย ฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นการช่วยให้ปากอวบอิ่ม หรือเป็นการแต่งรูปทรงริมฝีปากให้สวยขึ้นตามเทรนด์ที่เป็นที่นิยมในตอนนี้เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วการฉีดฟิลเลอร์ปากยังสามารถช่วยฟื้นฟูให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ลดริ้วรอย เติมเต็มร่องต่าง ๆ บนริมฝีปากให้เนียนเรียบขึ้น ทาลิปสติกแล้วสวยไม่ตกร่องได้อีกด้วย

โดยการฉีดฟิลเลอร์ปากแก้ปัญหาปากแห้งซีด แตกลอกเป็นขุยนั้น ก็เหมือนการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปปากให้อวบอิ่มขึ้นเลยค่ะ เป็นการใช้ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ที่มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำใต้ชั้นผิว และช่วยเพิ่มเส้นใยคอลลาเจนให้กับผิว ทำให้เมื่อฉีด HA เข้าไปบริเวณริมฝีปาก จะช่วยเติมเต็มผิวให้เรียบเนียน อิ่มฟูขึ้นได้อีกครั้ง ซึ่งผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ปากจะสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังฉีดว่าริมฝีปากมีความชุ่มชื้น ฉ่ำน้ำขึ้น ริ้วรอย และร่องริมฝีปากลดเลือนลง และรูปปากยังสวยอวบอิ่มขึ้นอีกด้วย โดยผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้นานเกือบ 1 ปี เลยทีเดียว

ปากแตก

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปาก แก้ปัญหาปากแห้ง

  • ช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง แตก ลอกเป็นขุยได้อย่างได้ผล เนื่องจาก ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid)เป็นสารที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวโดยตรง
  • เห็นผลลัพธ์ได้ทันที และเนื่องจากเป็นการฉีด จึงไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ในทันที
  • บริเวณริมฝีปากใช้ฟิลเลอร์ปริมาณไม่เยอะ ก็สามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะใช้เพียงแค่ประมาณ 1 CC เท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก จะอันตรายไหม?

ไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์บริเวณใดก็ตาม ถ้าเราใช้ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ในการฉีดรับรองว่าไม่เกิดอันตรายแน่นอนค่ะ เนื่องจาก Hyaluronic Acid เป็นสารที่มีอยู่ภายในร่างกายของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว แต่ก็สามารถเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลาได้เช่นกัน ดังนั้นจึงมีการผลิตสารนี้ขึ้นมาเลียนแบบเพื่อใช้เติมเต็มเพื่อปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น นอกจากนั้นฟิลเลอร์ประเภทนี้ยังสามารถสลายตัวได้เอง 100 % ในช่วงเวลาตั้งแต่ 9-24 เดือน ตามแต่ละยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์นั้น ๆ จึงทำให้ไม่ตกค้างในร่างกาย อีกทั้งฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid ยังได้รับรองโดยองค์กรอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา US FDA จึงมั่นใจได้เลยว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ฉีดฟิลเลอร์ปากริมฝีปากถือเป็นอีกหนึ่งส่วนบนใบหน้าที่มีความบอบบาง ดังนั้นก่อนตัดสินใจแก้ปัญหา ปากแห้ง ให้กลับมาชุ่มชื้น ด้วยวีธีการฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในคลินิกที่มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และปลอดภัยกับตัวเราเองด้วยนะคะ

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเข้ามาได้ที่ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) เอเพ็กซ์ของเรายินดีให้บริการด้วยมาตรฐานสากล พร้อมการเลือกใช้ทั้งผลิตภัณฑ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้คุณมั่นใจถึงเรื่องผลลัพธ์และความเป็นธรรมชาติอย่างที่ต้องการได้