Apex Pro

บทความเกี่ยวกับ : อายครีม

Apex โปรโมชั่น 2
Apex โปรโมชั่น 1
ฟิลเลอร์ใต้ตา
Radiesse
Profhilo 25000

อายครีม vs หัตถการรอบดวงตา เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์มากที่สุด?
อายครีม ช่วยอะไร เทียบกับการทำหัตถการ แบบไหนเหมาะกับเรา
ผิวรอบดวงตาคือบริเวณที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า และมักเป็นจุดแรกที่แสดงสัญญาณแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ร่องลึก ความหมองคล้ำ หรือถุงใต้ตา หลายคนเลือกใช้อายครีมเป็นตัวช่วยหลักในการดูแลปัญหาเหล่านี้ แต่ในบางกรณี อายครีมอาจไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูใต้ตาให้กลับมาเรียบเนียน สดใสได้อย่างเต็มที่ หัตถการทางการแพทย์จึงเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น ในบทความนี้ เราจะพาคุณมารู้จักว่าอายครีมช่วยอะไรได้บ้าง เทียบกับหัตถการที่มีให้เลือกในคลินิกความงาม และแบบไหนที่เหมาะกับปัญหาใต้ตาของคุณที่สุด

อายครีมคืออะไร?
อายครีม (Eye Cream) คือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเฉพาะจุดที่ออกแบบมาเพื่อบำรุงผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความบางและบอบบางมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า อายครีมมักมีเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย และมีส่วนผสมเฉพาะ เช่น คาเฟอีน เปปไทด์ หรือไฮยาลูรอน ที่ช่วยลดอาการบวม ลดรอยคล้ำ และป้องกันริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างตรงจุด โดยเน้นการบำรุงในระยะยาวเป็นหลัก

เลือกอายครีมแบบไหน ให้เหมาะกับปัญหารอบดวงตาของเรา?
อายครีมไม่ได้มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะผิวรอบดวงตาของแต่ละคนมีปัญหาต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย รอยคล้ำ ถุงใต้ตา ใต้ตาดำ หรือผิวแห้ง การเลือกอายครีมที่ตรงจุดกับปัญหาเฉพาะ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น

• อายครีมสำหรับปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ และรอยตีนกา เลือกอายครีมที่มี เปปไทด์ (Peptides) หรือ เรตินอล (Retinol) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา
• อายครีมสำหรับปัญหาใต้ตาคล้ำ ใช้อายครีมที่มี คาเฟอีน (Caffeine) หรือ วิตามิน K / วิตามิน C ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดอาการใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ และความบวมใต้ตา
• อายครีมสำหรับปัญหาบวม ถุงใต้ตา มองหาอายครีมสูตรเย็นหรือมี สารลดบวม เช่น คาเฟอีนหรือเมนทอล เลือกแบบที่ให้ความเย็นสดชื่นหรือหัวลูกกลิ้ง (Roll-on) เพื่อช่วยนวดผิว
• อายครีมสำหรับผิวแห้ง ลอก เป็นขุย ใช้อายครีมที่มี ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid), เซราไมด์ หรือ น้ำมันธรรมชาติ เน้นเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูใต้ตาและเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

เปรียบเทียบส่วนผสมยอดนิยมในอายครีม
อายครีมที่วางขายในท้องตลาดมีส่วนผสมหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะใช้ในการแก้ปัญหาหรือใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนผสมยอดนิยมในอายครีม มีดังนี้ค่ะ

อายครีมที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ (Peptides)
อายครีมที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ คือสายกรดอะมิโนสั้น ๆ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโปรตีน เช่น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง เมื่อซึมสู่ผิว อายครีมที่มีเปปไทด์จะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ และช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อม จุดเด่นของอายครีมประเภทนี้คือมีความอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง เหมาะกับผู้เริ่มมีริ้วรอยหรือมีผิวบอบบาง อายครีมสูตรเปปไทด์ยังเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ง่าย เพราะช่วยให้ผิวแน่น กระชับขึ้นอย่างอ่อนโยน หากคุณเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ การเลือกใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของเปปไทด์เป็นประจำจะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวรอบดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อายครีมที่มีส่วนผสมเรตินอล (Retinol)
อายครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอล หรืออนุพันธ์ของวิตามิน A เป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวรอบดวงตา เพราะมีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิว ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และเพิ่มการผลิตคอลลาเจน อายครีมสูตรเรตินอลจึงมีจุดเด่นในการลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก และช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ อายครีมชนิดนี้ยังช่วยลดจุดด่างดำบริเวณรอบดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ควรระวังการใช้ เพราะอายครีมที่มีเรตินอลไม่ควรใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลไม้หรือวิตามิน C ควรเลือกใช้อายครีมเรตินอลในตอนกลางคืน และเสริมด้วยการทาครีมกันแดดในตอนกลางวันเพื่อปกป้องผิว เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยชัดเจน หรือเคยใช้เรตินอลในบริเวณอื่นของใบหน้ามาแล้ว

อายครีมที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน (Caffeine)
อายครีมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติที่พบในชาและกาแฟ เป็นตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูผิวรอบดวงตา เพราะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และบีบหลอดเลือดรอบดวงตาชั่วคราว ช่วยลดการบวมและถุงใต้ตาได้อย่างรวดเร็ว อายครีมชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็วในเรื่องลดบวม พร้อมให้ความรู้สึกตื่นตัว สดชื่นหลังใช้ นอกจากนี้ อายครีมที่มีคาเฟอีนยังช่วยลดใต้ตาคล้ำที่เกิดจากการคั่งของเลือดได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีถุงใต้ตาหรือมีอาการบวมในตอนเช้า ตื่นมาแล้วตาคล้ำ การเลือกใช้อายครีมที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ จะช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใส กระชับ และมีชีวิตชีวามากขึ้น

อายครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน C (Vitamin C)
อายครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูผิวรอบดวงตา โดยอายครีมชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส และยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งเป็นตัวเร่งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยลดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวสว่างกระจ่างใสมากขึ้น นอกจากนี้ อายครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เสริมให้ผิวรอบดวงตาดูอิ่มฟูและเรียบเนียน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีสะสม หรือผู้ที่ต้องการใช้อายครีมเพื่อให้ผิวรอบตากระจ่างสดใสมากยิ่งขึ้น การเลือกใช้อายครีมสูตรนี้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวและลดโอกาสการเกิดจุดด่างดำในระยะยาว

อายครีมที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)
อายครีมที่มีโมเลกุลธรรมชาติในร่างกาย ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวเอง เป็นตัวช่วยสำคัญในการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน อายครีมชนิดนี้ช่วยทำให้ผิวอิ่มน้ำและดูฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากความแห้งกร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของอายครีมประเภทนี้คือความอ่อนโยน ใช้ได้กับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวบอบบางรอบดวงตา การเลือกใช้อายครีมที่เน้นเติมน้ำให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวรอบดวงตาแห้ง ขาดน้ำ หรือเริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ ปรากฏ

อายครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน K (Vitamin K)
อายครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินที่ช่วยในเรื่องการแข็งตัวของเลือดในร่างกาย เป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญในการดูแลปัญหารอยคล้ำรอบดวงตา อายครีมชนิดนี้จะเสริมความแข็งแรงให้กับผนังเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ช่วยลดรอยช้ำและลดความคล้ำจากเลือดคั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อายครีมที่มีวิตามินสำหรับการดูแลหลอดเลือดยังช่วยลดรอยคล้ำที่เกิดจากการไหลเวียนเลือดผิดปกติ และช่วยฟื้นฟูใต้ตาที่มีเส้นเลือดแตกหรือรอยช้ำอย่างเห็นได้ชัด การเลือกใช้อายครีมสูตรนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีใต้ตาดำ หรือใต้ตาคล้ำจากพันธุกรรมหรือเส้นเลือดฝอยที่เห็นเด่นชัด

อายครีมที่มีส่วนผสมของไนอะซินาไมด์ (Niacinamide / วิตามิน B3)
อายครีมที่มีวิตามินที่มีคุณสมบัติหลากหลายมากในด้านการดูแลผิว ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยม อายครีมชนิดนี้ช่วยลดการอักเสบของผิว ลดรอยดำ และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อายครีมที่มีวิตามินยังช่วยลดรอยคล้ำบริเวณรอบดวงตา และลดการอักเสบที่อาจเกิดจากปัจจัยภายนอกได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือมีรอยคล้ำบาง ๆ การเลือกใช้อายครีมสูตรนี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูกระจ่างใสและสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว

อายครีม

อายครีม คืออะไร ต่างจากโปรแกรมรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร

ผลลัพธ์หลังรับบริการ อายครีมรักษาบริเวณใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ข้อดี-ข้อจำกัดของอายครีม
แม้ว่าอายครีมจะเป็นตัวช่วยพื้นฐานที่หลายคนเลือกใช้ในการดูแลผิวรอบดวงตา แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้เป็นทางเลือกหลัก ลองมาดูรายละเอียดกันว่าอายครีมสามารถช่วยอะไรได้บ้าง และมีข้อจำกัดอย่างไรเมื่อเทียบกับหัตถการ

ข้อดีของอายครีม
• อายครีมเป็นวิธีที่ใช้ง่าย ไม่ต้องพึ่งแพทย์ ใช้เองได้ที่บ้านทุกวัน
• อายครีมลดการเกิดริ้วรอยในระยะยาว ด้วยส่วนผสมเช่น เปปไทด์ และเรตินอล
• อายครีมช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา ป้องกันการแห้งตึง
• อายครีมเหมาะสำหรับคนที่ยังไม่มีปัญหารุนแรง หรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นของการมีริ้วรอย
• อายครีมมีราคาเข้าถึงได้ และมีให้เลือกหลายระดับ

ข้อจำกัดของอายครีม
• อายครีมบางตัวอาจเห็นผลช้า ต้องใช้ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
• อายครีมไม่สามารถแก้ปัญหาที่ลึกถึงโครงสร้างผิว เช่น ถุงใต้ตาหรือร่องลึกชัดเจน
• อายครีมอาจมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสูตรและวิธีใช้ ถ้าใช้ไม่ถูกจุดหรือไม่สม่ำเสมอ อาจไม่เห็นผล
• อายครีมไม่สามารถยกกระชับผิวได้จริง หากผิวหย่อนคล้อยมาก
• อายครีมบางตัวอาจเกิดการระคายเคือง หากเลือกสูตรที่ไม่เหมาะกับผิวบอบบางรอบดวงตา

เมื่ออายครีมเอาไม่อยู่ 5 หัตถการลดปัญหารอบดวงตา
แม้อายครีมจะช่วยดูแลผิวรอบดวงตาได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับบางคนที่มีปัญหาผิวสะสมมานาน เช่น ถุงใต้ตา ริ้วรอยลึก ร่องลึก หรือความหย่อนคล้อย อายครีมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ การทำหัตถการจึงกลายเป็นอีกทางเลือกที่เห็นผลไวและชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูกันว่า 5 ตัวช่วยยอดนิยมมีอะไรบ้าง

อายครีม

อายครีม คืออะไร ต่างจากโปรแกรมรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร

ผลลัพธ์หลังรับบริการ อายครีมรักษาบริเวณใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

• โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาโบ๋ หรือดูโทรมแม้จะพักผ่อนเพียงพอ โดยโปรแกรมฟิลเลอร์จะถูกฉีดเข้าไปในบริเวณร่องลึกใต้ตา เพื่อเติมเต็มให้ผิวดูเรียบเนียนและฟูขึ้น ส่งผลให้แสงตกกระทบใต้ตาอย่างสม่ำเสมอ หน้าดูสดใสขึ้น

อายครีม

อายครีม คืออะไร ต่างจากโปรแกรมรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร

ผลลัพธ์หลังรับบริการ อายครีมรักษาบริเวณใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

• เลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้ตา สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีสะสม เช่น จากพันธุกรรม แสงแดด หรือการถูขยี้บ่อย ๆ เลเซอร์คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ได้ผล โดยเลเซอร์กลุ่ม Pico, Q-switch หรือ Revlite จะปล่อยพลังงานแสงความถี่สูงที่สามารถสลายเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผิวรอบดวงตากระจ่างใสขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำร้ายผิวด้านบน

• โปรแกรม EMFACE Eyes EMFACE Eyes เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผสมผสานการยกกระชับด้วยคลื่นไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อ (HIFES) และคลื่น RF (Radiofrequency) โดยไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องเจ็บ ช่วยฟื้นฟูใต้ตาในกล้ามเนื้อชั้นลึก (SMAS) ที่อยู่ใต้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาให้แข็งแรงมากขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวรอบดวงตากระชับขึ้น หนังตาและหางตาที่เคยตกก็ดูยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

• โปรแกรม Volnewmer Eyes Volnewmer Eyesเป็นเทคโนโลยีคลื่นพลังงานรูปแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาให้เฉพาะเจาะจงกับบริเวณรอบดวงตา โดยปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูใต้ตาที่อ่อนแอ และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ รอบตาได้อย่างอ่อนโยน โดยไม่รบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างมากนัก

• โปรแกรม Thermage Eyes Thermage ตาเป็นโปรแกรมยกกระชับรอบดวงตาที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งพลังงานลึกถึงชั้นผิวระดับคอลลาเจนโดยตรง โดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นการสร้างใหม่ ทำให้ผิวบริเวณเปลือกตาบน เปลือกตาล่าง และหางตาดูเรียบตึงขึ้น ลดความหย่อนคล้อย หนังตาตก และริ้วรอยที่ลึกขึ้นตามวัย

อายครีม

อายครีม คืออะไร ต่างจากโปรแกรมรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร

ผลลัพธ์หลังรับบริการ อายครีมรักษาบริเวณใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับอายครีม เลือกอะไรก่อนดี ใช้ร่วมกันได้ไหม?
เมื่อพูดถึงการดูแลผิวรอบดวงตา อายครีม ถือเป็นทางเลือกแรกที่หลายคนเลือกใช้ เพราะใช้ง่าย ไม่เจ็บ และเน้นการบำรุงผิวอย่างอ่อนโยนในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาเพียงเล็กน้อย เช่น ผิวแห้ง ริ้วรอยตื้น หรือความหมองคล้ำระดับเบา การใช้อายครีมอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและคงความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตาได้ดี อย่างไรก็ตาม แม้ อายครีม จะมีประสิทธิภาพในการดูแลผิวระดับต้น แต่ อายครีม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างลึกใต้ตาได้ เช่น ร่องลึก ใต้ตาโบ๋ หรือเงาดำจากแสงตกกระทบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หน้าดูโทรมและเหนื่อยล้า แม้จะนอนพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม

อายครีม

อายครีม คืออะไร ต่างจากโปรแกรมรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร

ผลลัพธ์หลังรับบริการ อายครีมรักษาบริเวณใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ในกรณีที่มีปัญหาลึกมากขึ้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เห็นผลไวและตรงจุดมากกว่าอายครีม โดยโปรแกรมฟิลเลอร์จะเติมเต็มร่องใต้ตาให้เรียบเนียนขึ้น ช่วยกระจายแสงตกกระทบ ลดความหมองคล้ำ และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือ โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถใช้ควบคู่กับ อายครีม ได้อย่างปลอดภัย การใช้อายครีมหลังทำฟิลเลอร์จะช่วยบำรุงผิวชั้นบน เติมความชุ่มชื้น และเสริมประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์ของโปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น อายครีมจึงไม่เพียงแต่เป็นตัวช่วยบำรุง แต่ยังเป็นตัวเสริมในการดูแลใต้ตาอย่างครบวงจร สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง การใช้อายครีมควบคู่กับหัตถการอย่างเหมาะสมถือเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ที่สุดในระยะยาว

อายครีม

อายครีม คืออะไร ต่างจากโปรแกรมรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร

ผลลัพธ์หลังรับบริการ อายครีมรักษาบริเวณใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

การเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ใช่แค่เลือกแบรนด์ดัง แต่ต้องพิจารณาจาก “ความนุ่ม ความยืดหยุ่น ความคงตัว” ที่เหมาะกับบริเวณผิวบางรอบดวงตาโดยเฉพาะ ต่อไปนี้คือแบรนด์โปรแกรมฟิลเลอร์ที่มักเลือกใช้กับบริเวณใต้ตา

ยี่ห้อ

จุดเด่น

ความเหมาะสมในการใช้ใต้ตา

โปรแกรม Restylane Vital / Eyelight

โปรแกรมฟิลเลอร์เนื้อบาง นุ่ม ปั้นสวย ดูเป็นธรรมชาติ

เหมาะกับผู้ที่มีใต้ตาลึกและไม่ต้องการ
โปรแกรมฟิลเลอร์ที่แข็งหรือเป็นก้อน

โปรแกรม Juvederm Volbella

ความยืดหยุ่นดี กระจายตัวสวย ไม่ฟูเกิน

ให้ผลลัพธ์ดูเนียนผิว เหมาะกับผู้ที่ผิวบางมาก

โปรแกรม Neuramis Light / Deep

โปรแกรมฟิลเลอร์ราคาย่อมเยา เห็นผลชัดเจนดี

เหมาะกับคนเริ่มต้น และต้องการโปรแกรมฟิลเลอร์เนื้อเบา

โปรแกรม Belotero Soft

กระจายตัวเรียบ ไม่เป็นก้อน

เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องผิวไม่เรียบ หรือมีปัญหาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นคลื่นในอดีต

โปรแกรม EPTQ S100 / S300

เทคโนโลยีของโปรแกรมฟิลเลอร์เกาหลีแบบใหม่ ความหนาแน่นหลากหลาย

เหมาะกับแพทย์ที่ต้องการเลือกความยืดหยุ่นเฉพาะจุดใต้ตา

โปรแกรมเลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้ตา vs อายครีม วิธีไหนตอบโจทย์คุณที่สุด
รอยคล้ำใต้ตาเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และดูอายุเพิ่มขึ้น หลายคนเริ่มต้นด้วยอายครีมเพื่อบำรุงผิว แต่บางครั้งอาจไม่เห็นผลชัดเจน จึงมีคำถามว่า “โปรแกรมเลเซอร์หรืออายครีม แบบไหนถึงจะเห็นผลจริง?” ลองเปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัดของทั้งสองวิธีเพื่อหาคำตอบที่ตรงกับคุณมากที่สุด

หากคุณมีปัญหาใต้ตาคล้ำในระดับเบา หรือเพิ่งเริ่มสังเกตเห็นความหมองคล้ำ อายครีมถือเป็นทางเลือกแรกที่เหมาะสม ด้วยกลไกการทำงานที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น และบางสูตรยังช่วยลดเม็ดสีหรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย จุดเด่นของอายครีมคือใช้งานง่าย ไม่เจ็บ และสามารถใช้บำรุงได้ทุกวันที่บ้าน เหมาะกับการดูแลผิวในระยะยาว อย่างไรก็ตาม อายครีมมักเห็นผลช้าต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ และอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากพันธุกรรมหรือเส้นเลือดฝอยชัดเจน

ในขณะที่โปรแกรมเลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้ตาเมื่อเทียบกับอายครีม เช่น โปรแกรม Pico, โปรแกรม Q-switch หรือ โปรแกรม Revlite เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยคล้ำจากเม็ดสีสะสมหรือรอยดำฝังลึก โดยใช้พลังงานแสงความถี่สูงเข้าไปสลายเม็ดสีเมลานินใต้ผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวใต้ตาดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จุดเด่นคือเห็นผลได้ไวกว่าอายครีม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับผิวรอบดวงตาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม โปรแกรมเลเซอร์ต้องทำโดยแพทย์ มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้อายครีม และมักต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน

โปรแกรม EMFACE Eyes vs อายครีมยกกระชับรอบดวงตา
หากคุณเริ่มรู้สึกว่าผิวรอบดวงตาหย่อนคล้อย มีริ้วรอย หรือหางตาตกเล็กน้อย อายครีมสูตรยกกระชับอาจเป็นตัวช่วยเริ่มต้นที่ดี อายครีมประเภทนี้มักมีส่วนผสมของเปปไทด์ คาเฟอีน หรือเรตินอล ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว และลดเลือนริ้วรอยในระยะยาว จุดเด่นคือสามารถใช้ได้ทุกวันโดยไม่ต้องพักฟื้น อ่อนโยนกับผิว และเหมาะกับผู้ที่ยังไม่มีปัญหาชัดเจนหรือยังไม่พร้อมทำหัตถการ อย่างไรก็ตาม อายครีมอาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล และไม่สามารถยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยระดับลึกหรือแก้ไขกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงได้

ในขณะที่ โปรแกรม EMFACE Eyes เมื่อเทียบกับอายครีม เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การยกกระชับรอบดวงตาแบบไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้การทำงานร่วมกันของคลื่นไฟฟ้า กระตุ้นกล้ามเนื้อ (HIFES) และคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาให้แข็งแรงขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างที่อายครีมเข้าไม่ถึง ช่วยยกหนังตา หางตา และลดริ้วรอยให้ดูลดลงอย่างชัดเจน จุดเด่นของ โปรแกรม EMFACE Eyes คือทำได้รวดเร็ว ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูใต้ตาและผิวรอบดวงตาอย่างล้ำลึก เห็นผลภายในไม่กี่ครั้ง

โปรแกรม Volnewmer Eyes vs อายครีมยกกระชับรอบดวงตา
หากคุณเริ่มมีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา หนังตาเริ่มหย่อน หางตาเริ่มตก หรือรู้สึกว่าผิวรอบตาดูไม่สดใสเท่าเดิม อายครีมสูตรยกกระชับก็ยังคงเป็นทางเลือกเริ่มต้นที่ดี ด้วยส่วนผสมอย่างเปปไทด์ คาเฟอีน หรือเรตินอลที่ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นตื้นอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของอายครีมคือใช้ง่าย ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับคนที่ยังไม่มีปัญหารุนแรงหรือเพิ่งเริ่มดูแลรอบดวงตา แต่ข้อจำกัดคืออาจไม่สามารถยกกระชับกล้ามเนื้อหรือผิวที่หย่อนคล้อยในระดับลึกได้ และต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ในขณะที่ โปรแกรม Volnewmer Eyes เมื่อเทียบกับอายครีม เป็นทางเลือกใหม่ของการยกกระชับผิวรอบดวงตาแบบไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นเฉพาะทางส่งเข้าสู่ผิวหนังในระดับที่ลึกกว่าอายครีมทั่วไป สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวรอบดวงตา ที่เริ่มอ่อนแอตามวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของโปรแกรม Volnewmer Eyes คือความอ่อนโยนแต่ล้ำลึก ทำให้สามารถลดริ้วรอย ยกหางตา และฟื้นฟูใต้ตาที่หย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณแห่งวัยรอบดวงตา และต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าการใช้อายครีมเพียงอย่างเดียว

โปรแกรม Thermage Eyes vs อายครีมยกกระชับรอบดวงตา
สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ผิวไม่กระชับ หรือหางตาตกเล็กน้อย อายครีมสูตรยกกระชับยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าใช้ โดยเฉพาะสูตรที่มีส่วนผสมอย่างเปปไทด์ เรตินอล หรือไนอะซินาไมด์ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เติมความชุ่มชื้น และชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ได้ จุดเด่นของอายครีมคือความใช้ง่าย ไม่มีการรุกราน เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวรอบดวงตาแบบต่อเนื่องและไม่ต้องการหัตถการ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดคือการเห็นผลที่ค่อนข้างช้า และไม่สามารถจัดการกับปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดจากอายุหรือโครงสร้างผิวที่อ่อนแอได้อย่างล้ำลึก

ในขณะที่ โปรแกรม Thermage Eyes เมื่อเทียบกับอายครีม เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ส่งพลังงานลึกลงไปยังชั้นคอลลาเจนของผิวโดยตรง โดยไม่ทำร้ายผิวด้านบน ช่วยกระตุ้นการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวบริเวณเปลือกตา หางตา และใต้ตาดูตึงขึ้นและดูเป็นธรรมชาติ ลดความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัยและแรงโน้มถ่วง โปรแกรม Thermage Eyes เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะกลางถึงยาว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม และมีระยะพักฟื้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เริ่มมีอายุและต้องการยกระดับการดูแลผิวรอบดวงตาให้ลึกขึ้นกว่าอายครีมทั่วไป

อายครีม

อายครีม คืออะไร ต่างจากโปรแกรมรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร

ผลลัพธ์หลังรับบริการ อายครีมรักษาบริเวณใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเรา อายครีม VS หัตถการ
ผิวรอบดวงตาเป็นจุดแรกที่แสดงสัญญาณแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ร่องลึก ความหมองคล้ำ หรือหนังตาหย่อน การเลือกวิธีดูแลจึงต้องอิงตาม “ระดับความรุนแรงของปัญหา” และ “ความต้องการผลลัพธ์ที่เร็วแค่ไหน” โดยสามารถใช้ อายครีม เป็นตัวช่วยในระยะเริ่มต้น และเลือก หัตถการ หากต้องการผลลัพธ์ที่เร็วและลึกกว่า

• ถ้าปัญหาเพิ่งเริ่มต้น เช่น ริ้วรอยเล็ก ผิวแห้งเล็กน้อย หรือหมองคล้ำระดับเบา เริ่มจากอายครีมก่อน
• ถ้าใช้อายครีมแล้วไม่ดีขึ้น หรืออยากเห็นผลเร็ว เช่น ร่องลึก ใต้ตาโบ๋ หนังตาตกชัด หรือคล้ำสะสมมานาน แนะนำหัตถการ
• ถ้าต้องการผลดีที่สุด ใช้ “อายครีม + หัตถการ” ร่วมกันเพื่อฟื้นฟูใต้ตาทั้งผิวชั้นบนและโครงสร้างลึก

ถ้าใครยังลังเลว่าเราควรใช้วิธีไหนในการดูแล ใช้อายครีม หรือหัตถการต่าง ๆ เรามีสรุปให้ดังนี้ค่ะ

รายการเปรียบเทียบ

อายครีม

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา

โปรแกรมเลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้ตา

โปรแกรม EMFACE Eyes

โปรแกรม Volnewmer Eyes

โปรแกรม Thermage Eyes

เหมาะกับใคร

ผู้เริ่มต้นดูแลผิว / ไม่มีปัญหารุนแรง

ผู้ที่มีร่องลึก ใต้ตาโบ๋ ดูโทรม

ผู้ที่มีใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีหรือพันธุกรรม

ผิวเริ่มหย่อน ริ้วรอยตื้น-กลาง

ผิวรอบตาอ่อนแอ หางตาตก ริ้วรอยบาง

ผิวหย่อนคล้อยจากวัย หนังตาตก

ปัญหาที่ตอบโจทย์

ผิวแห้ง ริ้วรอยตื้น ใต้ตาคล้ำระดับเบา

เติมร่องลึก ลดเงาดำ

รอยดำ เม็ดสีสะสม

ยกกระชับหางตา หนังตา

ยกกระชับผิว สร้างคอลลาเจน

ยกกระชับผิวระดับลึก

จุดเด่น

ใช้ง่าย ใช้ได้ทุกวัน บำรุงแบบต่อเนื่อง

เห็นผลชัดเจน ไม่ต้องพักฟื้น

กระตุ้นคอลลาเจน ปรับผิวให้กระจ่าง

ไม่เจ็บ ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น

อ่อนโยน เหมาะกับผู้เริ่มต้นทำห

เห็นผลระยะกลางถึงยาวโดยไม่ต้องผ่าตัด

หากคุณกำลังเผชิญปัญหารอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นรอยคล้ำ ริ้วรอย ร่องลึก หรือหนังตาหย่อน และยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากอายครีมหรือหัตถการแบบไหนดี ที่ APEX เรามีแพทย์พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียด และวางแผนการดูแลที่เหมาะสมเฉพาะสำหรับทุกคน พร้อมเทคโนโลยีทันสมัยหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับ หรือโปรแกรมดูแลผิวรอบดวงตา หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ได้เลยนะคะ แล้วพบกันค่ะ

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ อายครีม คืออะไร ต่างจากรักษาใต้ตาดำคล้ำอื่นๆอย่างไร,อายครีม หรือสอบถามรายละเอียด โปรโมชั่นพิเศษ หรือ หัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางค่ะ

Apex
Apex

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ Apex Clinic สาขาเพลินจิต

อายครีมช่วยลดริ้วรอยและรอยคล้ำใต้ตาได้แค่ไหน? เทียบกับหัตถการ แบบไหนเห็นผลชัดเจนกว่า พร้อมคำแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะกับผิวของคุณ อายครีมหรือหัตถการ เลือกให้ถูกรักษาใต้ตาดำ รักษาใต้ตาคล้ำ และช่วยฟื้นฟูบริเวณใต้ตา

1912
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
รับโปรโมชั่นพิเศษ
รับโปรโมชั่นพิเศษ
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี
โทรสอบถามโปรโมชั่น
โทรสอบถามโปรโมชั่น