บอกต่อ 3 วิธี ทาลิปยังไงให้ ปากอวบอิ่ม น่าจุ๊บ!

ปากอวบอิ่มนอกจากรูปหน้าแล้ว ริมฝีปากก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้เราดูดีและดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้มาก โดยเฉพาะสมัยนี้เทรนด์ ปากอวบอิ่ม กำลังมาแรงจริงๆค่ะ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนแทบไม่ค่อยเห็นใครปากบางแล้ว ยิ่งในSocial เวลาสาวๆอัพรูปลงแต่ละทีมีแต่คนปากสวยได้รูปกันซะส่วนใหญ่ เพราะปากอวบอิ่มแบบนี้ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงได้อีกด้วยนะ ลองเทียบดูกับปากของเด็กได้เลย จะเห็นว่าปากของเด็ก ๆ จะมีความชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก ดูมีวอลลุ่ม ขอบปากชัดเจน ส่วนคนมีอายุขอบปากจะหาย ปางบางลง แถมมีริ้วรอย ปากแบบนี้ทำให้ดูแก่ แต่ถ้าสาวๆคนไหนที่ไม่ได้มีริมฝีปากอวบอิ่มมาตั้งแต่แรก หรือ ใครที่เริ่มมีอายุแล้ว ปากบางขึ้น ไม่ต้องน้อยใจไปนะคะ เพราะเรามีเทคนิคง่ายๆที่สามารถช่วยให้ริมฝีปากของสาวๆสวยอวบอิ่มได้รูปแบบง่ายๆ มาฝากกัน

บำรุงริมฝีปากกันก่อน

ก่อนที่จะทาลิปสติกได้สวยนั้นเราต้องบำรุงริมฝีปากก่อนนะคะ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาริมฝีปากแห้ง แตก ลอก ต่อให้มีเทคนิคทาลิปสติกดีแค่ไหน ก็ทาออกมาไม่สวยแน่นอน ซึ่งการบำรุงริมฝีปากนั้น ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่…

1.ดื่มน้ำ

ข้อนี้สำคัญมากๆเลยค่ะทุกคน เพราะการดื่มน้ำไม่ใช่แค่เพียงแค่บำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ยังบำรุงสุขภาพของเราทั้งร่างกายเลย ดังนั้นใครที่ดื่มน้ำน้อย ต้องปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันให้ดื่มน้ำเยอะขึ้น อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วนะคะ

2.สครับปาก

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้ริมฝีปากนุ่ม ชุ่มชื้น ก็คือการสครับปาก นั่นเอง ซึ่งเราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์สครับปากโดยเฉพาะ หรือถ้าใครพอจะมีเวลา สามารถทำสูตรสครับปากเองได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ เพียงแค่ใช้น้ำตาล ผสมกับ น้ำผึ้งเล็กน้อย จากนั้นนำมาวนๆให้ทั่วริมฝีปาก ทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออก แนะนำทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะรู้สึกได้เลยว่าริมฝีปากนุ่มขึ้นมาก ไม่เป็นขุย

3.ทาลิปบาล์ม

สาวๆที่ปากแห้งมากๆ ต้องพกลิปบาล์มติดตัวไว้เลย ยิ่งลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของ SPF ที่สามารถช่วยปกป้องริมฝีปากของเราจากแสงแดดด้วยยิ่งดีเลยค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยให้ริมฝีปากจะไม่แห้งแตกแล้ว ยังช่วยให้ริมฝีปากไม่เหี่ยว หรือ เป็นรอยเป็นร่องริมฝีปาก เพราะโดนแสงแดดทำร้ายอีกด้วย

ทาลิป

3 วิธีทาลิปให้ปากอวบอิ่ม

1.กำหนดรูปปาก

สาวๆที่รูปปากไม่สวย ไม่ได้รูป หรือ ริมฝีปากบางมากๆ ลองใช้ดินสอเขียนขอบปากเป็นตัวช่วย กำหนดรูปทรงของปากที่เราอยากได้ โดยเขียนให้เกินจากขอบปากจริงมาเล็กน้อย เมื่อทาลิปสติกปากก็จะดูเต็ม ปากอวบอิ่ม ขึ้นได้ นอกจากนั้นยังช่วยให้ทาลิปสติกได้ง่ายชึ้น เป็นทรงสวย ไม่ทาเกินจากที่เราตั้งใจไว้ด้วยนะคะ

2.ใช้แปรงทาจะสวยขึ้น

การใช้แปรงทาลิปสติกจะช่วยให้เนื้อลิปเนียนรียบมากยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนั้นการใช้แปรงยังช่วยให้เราทาลิปได้อย่างทั่วถึงทั้งริมฝีปาก ไม่ว่าจะขอบปาก ที่จะทาได้คมขึ้น หรือ บริเวณมุมริมฝีปากที่ถ้าใช้ตัวลิปสติกทาตรงๆเลยอาจจะเข้าไม่ถึง การใช้แปรงทาก็จะช่วยให้ทาได้เต็มขึ้น

3.ลิปกลอสช่วยได้

ก่อนหน้านี้เทรนด์ลิปแมตต์มาแรงมากๆ แต่ช่วงนี้กระแสเริ่มดรอปไปแล้ว เพราะสาวๆหันมาทาลิปที่ทำให้ปากดูชุ่มชื้นสุขภาพดีมากขึ้น อย่างลิปตินท์ ลิปกลอสกันเยอะ ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับสาวๆที่ริมฝีปากบางเลยค่ะ เพราะว่าลิปกลอสนี่แหละ สามารถช่วยให้ปากของเราดูเต็ม ปากอวบอิ่ม ขึ้นได้

เพียงแค่ 3 วิธีนี้ก็สามารถทำให้สาวๆมีริมฝีปากอวบอิ่ม ขึ้นได้มากแล้ว แต่ถ้าใครปากมีปากสวยๆ อวบอิ่มตลอดเวลาแม้ไม่ได้ทาลิปสติกละก็ มีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยได้ นั่นก็คือ การฉีดฟิลเลอร์ปาก นั่นเอง!

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ การฉีดสารเติมเต็มอย่าง ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เอชเอ (HA) เหมือนที่เราฉีดฟิลเลอร์ส่วนอื่นบนใบหน้าเลยค่ะ แต่อาจจะใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด ซึ่งฟิลเลอร์เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติในผิวของเรา เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะช่วยเติมเต็มในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง ให้ดูอิ่มเอบขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น ผิวจึงมีความยืดหยุ่น เต่งตึง เนียนเรียบและลดริ้วรอยดูลดลงได้ ซึ่งถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้ เมื่อเวลาผ่านไปจะสามารถสลายเองได้ 100% ไม่อันตราย ไม่ตกค้างในร่างกาย

ฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใครบ้าง?

1.เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ปากฉีดได้ 2 แบบค่ะ แบบแรกจะเหมาะกับคนที่มีริมฝีปากบาง อยากเติมเต็มให้ริมฝีปากอวบอิ่ม เป็นทรงสวยมากขึ้น ดูปากกระจับ มีขอบปาก และ แบบที่สอง เหมาะกับคนที่ริมฝีปากปากแห้งแตก ฉีดเพื่อให้ปากชุ่มชื้น ฉ่ำวาวมากขึ้น

2.เหมาะกับคนที่มีรูปทรงปากคว่ำ ทำให้หน้าดูบึ้งเต่งอยู่ตลอดเวลา การฉีดฟิลเลอร์บริเวณมุมปาก จะช่วยให้ปากดูยกขึ้นได้ ทำให้หน้าดูสดใส

3.ไม่ต้องการศัลยกรรมตัดแต่งริมฝีปาก เพราะการฉีดฟิลเลอร์เพียงไม่กี่นาที ก็สามารถแก้ปัญหาปากให้สวยได้ตามต้องการ

ฟิลเลอร์ปาก อันตรายหรือไม่?

หลายคนอาจจะเคยเห็นข่าวเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์แล้วมีอาการผิดปกติ ปากบวม เน่า ฟิลเลอร์ไหล ฉีดไม่ดีผิดรูปไม่เป็นทรงสวย สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าเราไม่เลือกสถานที่ฉีดให้ดี หรือ ฉีดกับหมอกระเป๋ายิ่งเสี่ยงค่ะ เพราะบริเวณริมฝีปากมีเส้นเลือดล่อเลี้ยงอยู่เยอะ ยิ่งทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย แต่ถ้าเราเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นคุณหมอที่มีประสบการณ์จะสามารถช่วยประเมินลักษณะริมฝีปากของเราได้ว่าควรฉีดในปริมาณเท่าไหร่ และ ฉีดได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย นอกจากนั้นถ้าใช้ฟิลเลอร์ของแท้ มั่นใจได้เลยว่าไม่มีอันตรายแน่นอนค่ะ เพราะฟิลเลอร์แท้สามารถสลายได้เอง 100% เมื่อเวลาผ่านไป 6-12 เดือน ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

ปากอวบอิ่ม

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก

1.เพื่อความปลอดภัย ควรศึกษาเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์อย่างถี่ถ้วน เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีชื่อเสียงเชื่อถือได้ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ฉีดให้โดยตรง

2.งดทานยา กลุ่มแอสไพริน และ งดวิตามิน อาหารเสริม อย่างเช่น วิตามินซี น้ำมันตับปลา สารสกัดจากโสม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้เลือดหยุดไหลยาก แข็งตัวช้า และอาจทำให้เกิดรอยช้ำหลังฉีด

3.ควรแจ้งแพทย์ก่อนว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง หรือ เคยผ่าตัดศัลยกรรมปากมาก่อนหรือไม่ เพื่อการประเมินของคุณหมอที่แม่นยำมากขึ้น

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก

1.คุณหมอประเมินรูปปากของเราเพื่อเลือกชนิดของฟิลเลอร์ว่าต้องใช้ฟิลเลอร์รุ่นไหนเพื่อเหมาะกับปัญหาริมฝีปากของเรา

2.หลังจากนั้นทำความสะอาดจุดที่ฉีด ใครที่แต่งหน้ามาก็ลบเครื่องสำอางบริเวณริมฝีปากออกก่อนค่ะ เพื่อความสะอาด และ ป้องกันการติดเชื้อ

3.เสร็จแล้วจะทายาชา หรือ ประคบน้ำแข็งไว้เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งในตัวฟิลเลอร์เองก็มียาชาผสมอยู่ด้วย ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บเลยค่ะ

4.ก่อนเริ่มฉีด ควรตรวจเช็คกล่องที่ฉีดฟิลเลอร์ให้แน่ใจว่าเป็นของแท้แน่นอน ซึ่งควรจะให้คุณหมอแกะกล่องให้เราดูต่อหน้าด้วยนะคะ

5.เมื่อฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว คุณหมอจะแนะนำวิธีการดูแล ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของคุณหมอเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานขึ้น

วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

1.งดลูบ คลำ บีบ จับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะจะทำให้เสียรูปทรง หรือ ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปยังส่วนที่เราไม่ต้องการได้

2.หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดื่มน้ำเยอะๆ เพระไฮยาลูโรนิกแอซิด เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำเยอะๆจะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปนั้นคงสภาพอยู่ได้นานยิ่งขึ้น ซึ่งควรดื่มวันละ 810 แก้ว หรือปริมาณ 2 ลิตรต่อวัน

3.ในช่วง2-3วันแรก หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรเลี่ยงการดื่มน้ำจากหลอดดูด การจูบ สูบบุหรี่

4.หลังฉีดฟิลเลอร์ 48 ชั่วโมง ควรงดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ เครื่องดื่มร้อนๆ และ งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การออกกำลังกาย 

คำถามที่พบบ่อย

Q:ฉีดฟิลเลอร์ปากกี่ครั้งถึงเห็นผล?

A: การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีดเลยค่ะ เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ในส่วนอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นการทำหัตถการที่ได้ผลลัพธ์รวดเร็วทันใจ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้วรูปทรงของริมฝีปากจะเปลี่ยนไปทันที และ จะเข้าที่ภายใน 1-3 วัน ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุด

Q:ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานเท่าไหร่?

A:ฟิลเลอร์ปากปกติแล้วจะอยู่ได้ 6-12 เดือน ซึ่งควรทำตามคำแนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่สวย และ คงอยู่ได้อย่างยาวนาน

Q:ฉีดฟิลเลอร์ปากของอะไรดี?

A:ในปัจจุบันฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อ แต่ที่เราอยากแนะนำคือ ยี่ห้อ Juvederm จากประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลก เพราะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยแบรนด์ Juvederm นั้น มีหลายรุ่นด้วยกัน เหมาะกับฉีดทุกส่วนบนใบหน้า สามารถคงสภาพได้นานกว่า 6-24 เดือน ตามแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็น

Juvderm

Juvederm Ultra Plus  ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะช่วยเติมเต็มร่องลึกต่างๆ อย่างเช่น ร่องแก้ม ขมับ และยังสามารถฉีดเพื่อปรับรูปหน้าได้อีกด้วย อย่างเช่น การฉีดฟิลเลอร์คาง จมูก ซึ่งจะมีความละมุน ดูเป็นธรรมชาติ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้อยู่ได้นาน 9-12 เดือน

Juvederm Voluma  ฟิลเลอร์ชนิดนี้เหมาะกับคนมีปัญหาริ้วรอยเยอะ และ ต้องการปรับรูปหน้า โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้เป็นเนื้อเจลที่มีความแน่น คงตัว ปั้นง่าย ได้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานถึง 12 ปี ทำให้ไม่ต้องฉีดบ่อย

Juvederm Volbella ฟิลเลอร์ชนิดนี้เหมาะกับฉีดบริเวณที่ผิวหนังบางๆ อย่างเช่น ใต้ตา หรือ ส่วนที่มีริ้วรอยบางๆ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้เป็นเนื้อเจลที่มีความนิ่มที่สุด อยู่ได้นาน 9-12 เดือน

Juvedrem Volift ฟิลเลอร์ชนิดนี้เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องลึกต่างๆ  และ ปาก เพื่อปรับให้ได้รูปตามที่ต้องการ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้เป็นเนื้อเจลที่มีความนิ่มปานกลาง เรียบเนียน ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี

Juvedrem Volite ฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถฉีดได้ถึงชั้นหนังแท้ (dermis) มีความเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น อิ่มฟู ฉ่ำวาว ลดเลือนริ้วรอย รูขุมขนเล็กลง ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ 9-12 เดือน

Q:ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี?

A: หลายคนลังเลว่าจะฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี ให้เริ่มจากเลือกคลินิกที่สนใจไว้หลายๆที่ก่อน จากนั้นเรามาพิจารณาจาก 3 ข้อ ต่อไปนี้เลย

1.เลือกดูรีวิวจากคลินิกว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ และ ผลลัพธ์ที่ได้ตรงกับความชอบ ความต้องการของเราหรือเปล่า ลองเทียบรูปรีวิวที่ใกล้เคียงกันกับรูปปากของเรา เพื่อประกอบการตัดสินใจ

2.ดูความน่าเชื่อถือของคลินิก และ แพทย์ว่ามีมาตรฐาน มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มากน้อยแค่ไหน เพราะแพทย์ผู้มีความชำนาญจะสามารถประเมิน และ มีความแม่นยำในการฉีด ทำให้ปลอดภัย ไม่เกิดความผิดพลาด

3.เลือกคลินิกที่สามารถตรวจสอบฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดให้เราได้ โดยการตรวจสอบว่าเป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่ ได้จากการเช็คจากเลข Lot. ที่ข้างกล่อง มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกับกำภาษาไทย

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปากอวบอิ่ม

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปาก คุณพัด

พัดเป็นคนที่เวลาหน้านิ่ง ๆ แล้วชอบมีคนทักว่าโกรธใครมา หน้าเหวี่ยง ดูไม่เป็นมิตรเลย จนรู้สึกมีปมเล็กๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะว่าเรากลัวการทำศัลยกรรม แล้วก็กลัวว่าทำแล้วหน้าจะเปลี่ยน

ทำไมถึงเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากที่ APEX

ที่พัดเลือกมาฉีดฟิลเลอร์ปากที่นี่ เพราะว่าเอเพ็กซ์เป็นคลินิกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ผลิตภัณฑ์ที่ทางคลินิกเลือกใช้มีคุณภาพ นอกจากนั้นแล้วพัดยังเชื่อใจในทีมแพทย์ของเอเพ็กซ์อีกด้วยค่ะ ยิ่งได้มาคุยกับคุณหมอโดยตรงก็ยิ่งทำให้มั่นใจขึ้นพราะเรื่องการฉีดฝีมือของแพทย์นั้นสำคัญมากๆ

ซึ่งตอนแรกก็กังวลว่าการฉีดฟิลเลอร์จะเป็นการฉีดสารแปลกปลอมเข้าร่างกายหรือเปล่า แต่พอได้คุยกับคุณหมอถึงผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้ก็เลยมั่นใจ เพราะที่เอเพ็กซ์เลือกใช้แต่ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มีอย. และฟิลเลอร์สามารถสามารถสลายได้เองไม่ตกค้างในร่างกายด้วยค่ะ

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก

คุณหมอบอกว่าสำหรับเคสของพัดปัญหาหลักๆเลยคือต้องฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปากเพื่อแก้ปมค่ะ  เพราะจะทำให้หน้าดูไม่บึ้ง เปลี่ยนให้หน้าดูสดใสขึ้น แต่ว่าไหนๆก็ฉีดแล้วเลยอยากปรับรูปทรงให้ปากดูเป็นกระจับด้วย จะได้ดูน่ารักขึ้น คุณหมอก็จัดให้เลยค่ะ

ตอนฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม

ตอนที่กำลังฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ก็รู้สึกเจ็บนิดๆ นะคะ แต่ยังทนได้อยู่ เพราะก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์จะมีการแปะยาชา แล้วคุณหมอบอกว่าในฟิลเลอร์มียาชาผสมอยู่ด้วย ทำให้ฉีดฟิลเลอร์ปากไปซักพักก็จะรู้สึกชาทั้งปากไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ พัดฉีดฟิลเลอร์ไปก็เม้ากับหมอไปแบบสบายๆเลย

ปากอวบอิ่ม
ความรู้สึกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

คุณหมอยังบอกอีกด้วยว่าการฉีดฟิลเลอร์ปากนอกจากที่จะฉีดเพื่อปรับรูปปาก ยกมุมปากแล้ว ยังช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ปากดูอวบอิ่ม เป็นกระจับ นอกจากนั้นการฉีดฟิลเลอร์ปากยังช่วยแก้ปัญหาปากแห้ง แตกอีกด้วย เพราะในฟิลเลอร์ที่ฉีดปากมีสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่อุ้มน้ำช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น คือเลิฟมาก ชอบมากค่ะ หลังฉีดฟิลเลอร์ปากคือบวมน้อยมากแถมไม่ช้ำเลย แล้วก็มุมปากพัดยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วย พวกรอยแห้งแตกบนปากก็หายไปเกือบ 80% เลย  ปากดูน่ารักเป็นกระจับขึ้น ไม่ใช่สาย ฝ หรือว่าสายเกาเกินไป เพราะคุณหมอฉีดให้เข้ากับหน้าเรามากๆเลยค่ะ

ด้วยเทคนิคดีๆเหล่านี้ สาวๆก็สามารถมีริมฝี ปากอวบอิ่ม ตามเทรนด์กันได้แล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ถ้าสาวๆคนไหนมีปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปาก อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม หรือ มีข้อสงสัยอยากสอบถาม ที่ APEX เรามีผู้เชี่ยวชาญ และ ทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาอยู่ สามารถติดต่อเข้ามาขอข้อมูลได้ตลอดเลยค่ะ

หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) หรืออยากจองคิวเพื่อเข้าปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ