10 วิธีลดพุง บอกลาหน้าท้องยื่น เพื่อรูปร่างเพรียว

วิธีลดพุง

ไขมันหน้าท้อง หรือที่เรียกกันว่า พุง ถือว่าเป็นปัญหากังวลใจของหลายๆ คน เพราะหน้าท้องที่มีไขมันสะสมนั้นดูไม่สวยงาม แถมยังยื่นจนทำให้แต่งตัวชุดไหนก็ไม่มั่นใจ แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีที่คัดสรรมาแล้วว่า ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

พุง คือผลจากการสะสมของไขมันส่วนเกินที่อยู่บริเวณรอบเอว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วไขมันที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอว และหน้าท้อง มักจะเป็นไขมันดื้อที่กำจัดออกได้ยาก อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่ร่างกายจะดึงไขมันออกมาใช้ทีหลังสุด ด้วยเหตุนี้การมีพุงจึงสร้างความหนักใจให้กับทุกคนแถมยังทำให้หาเสื้อผ้าใส่ยาก หรือต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ขึ้น เพื่อปกปิดพุงที่ไม่มั่นใจ ทั้งนี้พุงของคนเรามีทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้

  • พุงยางอะไหล่ (Spare Tyre Tummy) คือพุงที่มีลักษณะเป็นชั้น เกิดขึ้นจากการรับประทานน้ำตาล ของหวาน ไม่ออกกำลังกาย
  • พุงเครียด (Stress Tummy) คือพุงที่มีลักษณะแข็งตั้งแต่บริเวณกระบังลมไปจนถึงสะดือ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดสะสม โดยมักพบว่าคนที่มีพุงประเภทนี้มักมีระบบการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารที่แปรปรวน
  • พุงหมาน้อย (The Little Pooch) เป็นประเภทของพุงที่มักพบได้ในคนที่มีรูปร่างผอม โดยพุงประเภทนี้จะมีลักษณะป่องที่ช่วงล่างของพุง ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารแบบเดิมซ้ำๆ หรือมักเกิดจากการออกกำลังกายผิดวิธีอีกด้วย
  • พุงคุณแม่ (Mummy Tummy) เป็นพุงที่มักพบได้ในคุณแม่หลังคลอด เนื่องจากมดลูกยังไม่เข้าที่ จึงอาจทำให้คุณแม่ยังดูมีพุงอยู่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหากไม่ใช่คนที่อ้วนมากๆ ก็อาจใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ พุงก็จะค่อยๆ ยุบลงค่ะ แต่ก็ต้องออกกำลังกายอย่างถูกวิธีควบคู่ด้วยถึงจะเห็นผล
  • พุงป่อง (Bloated Tummy) คือพุงที่มักจะบวมอืดขึ้นในช่วงเย็น เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีแป้ง และส่วนผสมของนม จนทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหาร กลายเป็นอาการท้องอืดในที่สุด โดยพุงชนิดนี้มักจะหายไป หากอาการท้องอืดลดลง

ถ้าจะถามว่าพุงทั้ง 5 ประเภทนี้ พุงแบบใดลดได้ยากมากที่สุด ก็ต้องขอบอกว่า พุงยางอะไหล่นั้นลดได้ยากมากที่สุด เนื่องจากเป็นพุงที่เกิดจากการรับประทานของหวานมากๆ และไม่ออกกกำลังกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องนั้นก็ลดได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อรับประทานของหวานเข้าไปมากๆ ก็จะยิ่งทำให้เกิดไขมันไปสะสมที่บริเวณหน้าท้อง โดยเฉพาะพุงส่วนล่าง เนื่องจากพุงส่วนล่างจะสามารถสะสมไขมันได้ง่าย สามารถยืดขยายเพื่อสะสมไขมันไว้ได้มากกว่าส่วนอื่น จึงเป็นสาเหตุให้คนที่ชอบรับประทานของหวานมีพุงล่างที่ใหญ่ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

แต่ถึงแม้ว่าพุงจะเป็นไขมันส่วนเกินที่ลดได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเลย เพราะถ้าหากคุณมีวินัย มีความตั้งใจจริง คุณก็สามารถทำให้พุงหายไปได้ วันนี้เราจึงขอหยิบเอา 10 วิธีลดพุง ที่จะช่วยให้ไขมันสะสมที่หน้าท้องลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็มีวิธีดังต่อไปนี้ 

10 วิธีลดพุง เพื่อรูปร่างเพรียว

1. เลิกดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

แม้ว่าการเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ที่มีน้ำตาลสูง จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น มีเรี่ยวแรงมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าน้ำตาลในเครื่องดื่มเป็นศัตรูของการลดน้ำหนักอย่างแท้จริง ซึ่งการบริโภคน้ำตาลมากๆ จะทำให้อ้วน อีกทั้งยังจะทำให้เกิดไขมันส่วนเกินสะสมที่บริเวณหน้าท้องและตับด้วย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ หันมาดื่มน้ำเปล่าจะดีที่สุด

2. รับประทานโปรตีนให้มากขึ้น

โปรตีนถือเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการลดน้ำหนัก โดยการรับประทานโปรตีนมากขึ้น จะช่วยลดความหิวลงได้ถึง 60% และกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายได้ถึงวันละ 80-100 แคลอรี่ มีการศึกษาพบว่าการรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอ จะช่วยลดการเกิดไขมันที่บริเวณหน้าท้อง ซึ่งถ้าหากอยากลดพุง ลดไขมันหน้าท้อง ก็ควรหันมาเลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนให้มากขึ้น จะช่วยให้อิ่มนานขึ้นได้อย่างแน่นอน

3. ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตถือเป็นอีกสารอาหารหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย แต่ก็มีการศึกษาพบว่าการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลงในแต่ละมื้ออาหารที่รับประทาน สามารถช่วยลดไขมันที่หน้าท้องรอบอวัยวะต่างๆ หรือไขมันในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานชนิดที่สอง เลยขอแนะนำว่าถ้าอยากจะมีหุ่นดีก็ลดคาร์บลงสักหน่อยดีกว่านะ

4. รับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์

โปรไบโอติกส์ ถือเป็นแบคทีเรียชนิดที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น นอกจากแบคทีเรียชนิดที่ดีเหล่านี้ยังช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี รูปร่างที่ผอมเพรียว ควรรับประทานอาหารที่โปรไบโอติกส์เพิ่มด้วย โดยอาหารที่มีเจ้าแบคทีเรียชนิดนี้ ได้แก่ โยเกิร์ตและกิมจิ เป็นต้น

5. หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์

ไขมันมีหลากหลายชนิด แต่ไขมันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้เกิดไขมันส่วนเกินในร่างกายมากที่สุด คือ ไขมันทรานส์ โดยมีการศึกษาบางส่วนพบว่า การรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ จะยิ่งทำให้เกิดไขมันสะสมที่หน้าท้อง อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้เสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและอันตรายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ถ้าไม่อยากป่วยและอยากกลับมาหุ่นดี ควรเลี่ยงไขมันทรานส์ด่วนเลย!

6. รับประทานอาหารไฟเบอร์สูงให้มากขึ้น

นอกจากไฟเบอร์ในอาหารจะมีส่วนในการกระตุ้นระบบขับถ่ายแล้ว ยังส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก อีกทั้งช่วยลดไขมันที่หน้าท้อง ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังอื่นๆ โดยมีการศึกษาพบว่าไฟเบอร์ในอาหารบางชนิด มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ ทำให้ร่างกายนำเอาไขมันส่วนเกินมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น

7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการปรับเปลี่ยนอาหาร อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยบอกลาไขมันส่วนเกินที่หน้าท้องคือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยให้ร่างกายนำไขมันส่วนเกินออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้มากขึ้น ทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยลดกระบวนการอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ความเสี่ยงปัญหาสุขภาพเรื้อรังลดลง ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดี

8. หลีกเลี่ยงความเครียด

ความเครียดมักนำพาความอ้วนมาโดยไม่รู้ตัว นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อเราเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด ทำให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น เมื่อรู้สึกเครียดควรหากิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดลง เช่น ฟังเพลง ทำสมาธิ อ่านหนังสือ หรือแม้แต่การนอนหลับพักผ่อน จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่อย่ารับประทานเพื่อคลายเครียด ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีทางผอมแน่นอน

9. นอนหลับให้เพียงพอ

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเราอ้วนขึ้นได้คือ การนอนหลับไม่เพียงพอ เพราะการนอนหลับที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายคือต่ำกว่า 7 ชั่วโมงขึ้นไป จะทำให้มีแนวโน้มอ้วนขึ้น นั่นก็แปลว่าโอกาสที่จะมีพุงก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน ถ้าไม่อยากให้สุขภาพเสีย น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง

10. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่หน้าท้อง การดื่มมากเกินไปจะยิ่งทำให้ไขมันสะสมมากขึ้น แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพนานับประการ จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือถ้าเลิกดื่มไปเลย ก็จะดีต่อสุขภาพในระยะยาวและรูปร่างที่สวยงาม

ลดไขมันหน้าท้อง

อย่างไรก็ตามหากต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินแบบชนิดที่ว่าเห็นผลเร็วและปลอดภัย เทคโนโลยี CoolSculpting ก็เป็นทางเลือกที่สามารถช่วยได้ เพราะเป็นวิธีการลดหน้าท้อง ด้วยเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น ที่มีการรับรองว่ามีความปลอดภัย ประสิทธิภาพสูง แถมยังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันอีกด้วย

โดยในการทำ CoolSculpting จะมีการนำเอา Applicator วางลงไปบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการสลายไขมัน จากนั้นจะมีการปล่อยความเย็นอุณหภูมิระดับติดลบ โดยใช้เวลาในการทำเพียงแค่ 35-75 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและ Applicator ที่ใช้ ซึ่งมีหลากหลายแบบให้เลือก ความเย็นในระดับนี้ เมื่อได้เซลล์ไขมันได้รับในระยะเวลาที่เหมาะสม ก็จะทำให้เซลล์ไขมันบริเวณหน้าท้องตายลง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ต่างๆ หรือระบบการทำงานของร่างกายแต่อย่างใด จากนั้นร่างกายจะค่อยๆ กำจัดซากของเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกมาตามกระบวนการของธรรมชาติต่อไป ซึ่งจะใช้เวลา 1-3 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม ทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยไม่มีปัญหาผิวย้วย

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในการสลายไขมันด้วยความเย็นอย่าง CoolSculpting ยังเป็นวิธีลดหน้าท้องแบบเดียวที่ไม่เจ็บ ไม่เกิดบาดแผลจากการทำ อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้น ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่าง U.S. FDA ว่าเป็นเทคโนโลยีลดสัดส่วนที่ปลอดภัย ที่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีพร้อมสำหรับการผ่าตัดดูดไขมัน ไม่ชอบการฉีดสารเพื่อสลายไขมันหรือไม่มีเวลาในการออกกำลังกายเพื่อลดสัดส่วน เพราะใช้เวลาเพียง 35-75 นาทีในการทำ CoolSculpting โดยที่คุณยังสามารถทำกิจกรรมเบาๆ ไปด้วยได้ กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ คุณก็สามารถกลับมามีรูปร่างอย่างที่ต้องการ บอกลาพุงและวิธีลดหน้าท้องแบบอื่นไปได้อย่างน่าพึงพอใจ

ถ้าหากคุณสนใจการทำ CoolSculpting สิ่งที่คุณห้ามลืมเป็นอันขาดเลยก็คือ การสลายไขมันด้วยความเย็น จะต้องทำโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่าง CoolSculpting Specialist ที่ผ่านการอบรมและฝึกการทำ CoolSculpting มาจนมีความชำนาญ เนื่องจากในการสลายไขมันจะต้องมีการประเมินและออกแบบรูปร่าง ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะตัว หากเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการให้บริการมาอย่างยาวนาน จะสามารถช่วยออกแบบและดูแลรูปร่างของแต่ละคนได้อย่างเป็นมืออาชีพ อีกทั้งยังได้รับความปลอดภัยสูงสุด ทำให้ได้รูปร่างตามที่คุณต้องการ

ซึ่งที่ APEX เราเป็นสถาบันลดน้ำหนักที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี และด้วยเคสการทำ CoolSculpting ที่มากที่สุด ทำให้เราเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียในเรื่องการสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting  อีกทั้งเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญอย่าง CoolSculpting Specialist และเครื่อง CoolSculpting เครื่องแท้ ที่พร้อมดูแลคุณ เพื่อให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่าจะสามารถลดไขมันได้อย่างปลอดภัย โดยที่คุณไม่ต้องกังวลถึงความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

บทความที่คุณอาจสนใจ

โปรโมชั่น CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น เพียง 8,900 บาท

ลดพุง ซะ ถ้าไม่อยากโดนทักว่าท้อง !

5 ท่าออกกำลังกาย ลดพุง ทำแล้วหายเป็นห่วง !

เป็นห่วงนะ เทคโนโลยี ลดพุง แบบไหน ช่วยให้หายเป็นห่วง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Apex Profound Beauty

  • Bangkok : 066-3310-8000
  • Phuket : 088-000-2100
  • Pattaya: 087-096-1234

Summary
10 วิธีลดพุง บอกลาหน้าท้องยื่น ๆ เพื่อรูปร่างเพรียว
Article Name
10 วิธีลดพุง บอกลาหน้าท้องยื่น ๆ เพื่อรูปร่างเพรียว
Description
ไขมันหน้าท้อง หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า พุง เป็นปัญหาที่น่าหนักอกหนักใจของใครหลาย ๆ คน เพราะหน้าท้องที่มีไขมันสะสมนั้นดูไม่สวยงาม แถมยังยื่นจนทำให้แต่งตัวชุดไหนก็ไม่มั่นใจ
Author
Publisher Name
Apex Medical Center
Publisher Logo